LOGIN恋と裏切り、運命の再会を描くドラマチックロマンス。広告会社チーフの秋山真琴は巨大イベント成功の中心で走り続けるが、信頼していた仲間との関係に亀裂が入る。さらに誕生日の夜の“ある誤解”をきっかけに、特別な存在になりかけた後藤慎一とも距離が生まれてしまう。「逃げるなよ!」雪舞う夜に慎一が初めて見せた感情の真意とは。ブロックされた想いは消えたのか、それとも。真琴が扉を開くとき、物語が動き出す。
View More"พี่จะไปก่อน 1 อาทิตย์แล้วจะให้อีธานมารับ" เจ้าของร่างสูงในชุดโค้ทยาวสีดำยืนหันหลังบอกลากับหญิงสาวผู้เป็นน้อง มือข้างหนึ่งของเธอ ดึงรั้งไว้ ใบหน้าฉายแววเศร้าโศกเคล้าน้ำตาแสดงถึงความรู้สึกผิดขณะผู้เป็นพี่ชายเอ่ยด้วยรอยยิ้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"ท่านพี่" แม้เอื้อมหมายรั้งไว้อีกครั้ง แต่เขากลับลอยหายจากเธอไปท่ามกลางหิมะบริเวณประตูหน้าคฤหาสน์ ซึ่งก่อนหน้านั้น 1 อาทิตย์เป็นท่านพ่อของเธอกระทำอย่างเดียวกัน นั่นเป็นเหตุการณ์ในคืนหนึ่ง อันเป็นคืนของคฤหาสน์ตระกูลคาสเชล ซึ่งเคยเป็นครอบครัวพ่อ ลูกชาย ลูกสาวได้กลับย้อนมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข มีความสุข เป็นระยะเวลาราว 1 ปีจนเต็มอิ่ม
รัฐซิลเวีย 1 ตุลาคม ปีถัดมา...
"พี่ซิลวี่บอกพี่อีธานแล้วใช่ไหม ว่าเราจะไปโรงแรมกันเอง" สาววัย 21 ในชุดโค้ทยาวสีแดงหมุนตัวหันหลังมาถามบอดี้การ์ดสาวหรือพี่เลี้ยงคนสนิทขณะเดินอยู่บนฟุตบาทภายในรัฐซิลเวียเขต 1
"ค่ะ ท่านอีธานรับทราบแล้ว จึงขอตัวกลับเชคเวียเห็นว่าได้รับภารกิจเร่งด่วนค่ะ"
"โอเค งั้น... คนพูดกุมมือไว้ยังหน้าอกอย่างครุ่นคิด... แวะซื้อขนมก่อนกลับโรงแรมหน่อยดีกว่า" สายตาซุกซนมองไปรอบๆ พบว่ามีร้านขนม หรือ คาเฟ่กาแฟมากมาย จนดันไปสะดุดตากับร้านหนึ่ง Sweet Soft ชื่อร้านขนมเค้กและร้านกาแฟตั้งอยู่บริเวณริมถนน ตรงข้ามกับสวนสาธารณะติดแม่น้ำสายใหญ่
เนรา รู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่เห็นหน้าร้าน ป้ายชื่อสีชมพูขาวตลอดจนภายในร้าน เธอเดินเข้าไปได้อย่างมั่นใจราวกับรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน กลิ่นหอมอ่อนๆรอบกาย เป็นกลิ่นแปลกใหม่ไม่มีอาจหาผู้ใดเสมอเหมือน ยามมนุษย์ธรรมดาหรือมนุษย์พิเศษเดินผ่านพลันเหลียวกลับมามองเธอ สำหรับมนุษย์ธรรมดาอาจคิดไปว่าคงเป็นกลิ่นน้ำหอมระดับสูง ทว่ามนุษย์พิเศษอย่างหมาป่า จิ้งจอก เงือก หรือแม้แต่แวมไพร์ต่างตั้งข้อสงสัยว่าเป็นกลิ่นใด แม้จะมีกลิ่นเจ้าแห่งหมาป่าวนเวียนรอบกายไม่จางก็ตาม แต่กลิ่นหอมในลักษณะต่างออกไปนั้นยังเคล้าผสมอยู่ด้วย...
เนราเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากแวมไพร์ตนอื่น ไร้เขี้ยว ด้อยพละกำลัง แม้แต่กลิ่นเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนแห่งแวมไพร์ มิอาจมีเฉกเช่นคนอื่นๆ นอกจากบิดาและพี่ชาย ผู้จะสามารถรู้ว่าเธอคือแวมไพร์ มีแต่สิ่งมีชีวิตพิเศษผู้ครองครองความพิเศษเหนือกว่าเท่านั้น นั่นคือการใช้ประสาททางจิตมองเข้าไปยังภายใน ถึงจะเห็นดวงจิตแท้จริงอันไหลเวียนอยู่ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คน อย่างน้อยบรรดาหัวหน้าของแต่ละเผ่าพันธุ์ล่ะนะ
ชายอาวุโสผู้ยืนอยู่ส่วนเคาน์เตอร์ มองร่างหญิงสาวในชุดโค้ทสีแดง บุคคลที่เขาไม่ได้เห็นมาเหยียบปี เพราะปกติเธอมาเกือบทุกวันด้วยกันกับชายคนรักอย่างสเวน เขาสัมผัสได้ว่าหญิงสาวดูแปลกไป จะว่าผ่องราศีกว่าเก่าคงได้
"หมดนี่ค่ะ" เสียงใสพูดขึ้นพร้อมวางบัตรใส่ถาดขนมหลายชิ้นก่อนชี้เมนูน้ำเติมวิปครีมสูงๆเพิ่ม ชายอาวุโสยังคงมองหญิงสาวไปเรื่อย จัดขนมใส่กล่องไปด้วยขณะสาวรุ่นหลานเดินไปดูใบปลิวร้านอย่างสนใจ ซิลวี่ผู้ไม่ทราบว่าชายผู้นี้รู้จักนายตน จึงได้แต่จ้องท่าทีนั้น และทำให้เขาต้องหลุบตาลงทันที
"ได้แล้วค่ะ" ซิลวี่ส่งแก้วน้ำปั่นของเนราที่สั่งไว้ให้เจ้าตัวก่อน ส่วนตนกลับมารอขนมกำลังจัดใส่กล่อง ซึ่งระหว่างนั้นเนราขอตัวไปรอนอกร้านเพราะรู้สึกถึงสายตาหลายคู่จับจ้องมาอย่างไม่มีช่องส่วนตัว ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าสายตาเหล่านั้นคือผู้คน ที่เคยเคารพตนในฐานะนายหญิง แต่ด้วยการหายไปของเธอโดยปริศนา ไม่มีการบอกเล่าเรื่องราวจากผู้ใดจึงทำให้พวกเขาต่างพากันสงสัยว่าทั้งคู่อาจจบชีวิตครอบครัวแล้วแยกย้ายกันไปแบบนั้นหรือเปล่า
สองเท้าหุ้มบูทยาวถึงน่องสีดำก้าวเดินอย่างมั่นใจไปจนถึงประตูร้าน ทว่ามือยังคงพัลวันกับแก้วน้ำและช้อนตักวิปครีมจึงหันหลังใช้เป็นฝ่ายเปิดประตูแทน ขณะกำลังดันเต็มแรงด้วยบานประตูแก้วชั่งหนัก คนข้างนอกผู้กำลังเข้ามาได้ใช้มือเปิดพอดี ทำให้ร่างหันหลังผลักประตูเคลื่อนพลาด แทบจะหงายลงไป โชคดีที่ฝ่ายคนข้างนอกรับร่างคนเผลอเหว๋อปล่อยแก้วน้ำตกกระจายไปกับพื้นไว้ทัน
สองสายตาสบกันอย่างอัตโนมัติ ทันใดหัวใจพลันระรัว ทั้งตกใจปนตื่นเต้น ชายผู้รับเธอไว้คือสเวน สามีผู้ไม่อยู่ในความทรงจำ นัยน์ตาสีดำเคลื่อนสำรวจแววตาคู่สีขุ่นเขียวอมเทา ใบหน้างามแบบบุรุษในเทพนิยาย หากไม่ใช่เธอคงมีหญิงจำนวนไม่น้อยตกหลุมพลางอันอดจะเหลียวมองแล้วมองอีกไม่ได้ เธอเหลือบไปเห็นรอยตำหนิบนใบหน้าหล่อเหลานั่น รอยแผลเป็นทางด้านขมับซ้ายเลยมาถึงดวงตาสามแถบ เจ้ารอยนั่นทำให้เธอรู้สึกแย่ขึ้นมาผิดปกติและถ้าจำไม่ผิด... "รอยแผลที่หน้าด้านซ้ายของเขามาจากการปกป้องภรรยาที่เขารักมากที่สุด"... เนราย้อนนึกถึงคำพูดของอีเมอร์สัน ชายผู้พี่เคยเล่าให้ฟัง ขณะที่สเวนเองก็ตกใจไม่น้อยยามได้สัมผัสร่างกายและกลิ่นแสนคุ้นเคย หญิงสาว ที่เขาเฝ้ารอเวลาเหมาะสมเพื่อได้พบอีกครั้ง
"ขอโทษค่ะ" เธอรีบกระเด้งตัวออกมาจากเขาพลางก้มหัวลงเล็กน้อย
"หันหลังเปิดประตู?... ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มเหมือนไม่พอใจเล็กๆ... คนข้างนอกจะดึงเพื่อเปิด คนข้างในจะผลักเพื่อเปิดออก หากใช้หลังดันแบบนี้อาจทำให้พลาด... ชายหนุ่มคลุกเข่าลงไปด้านล่าง ไม่ใช่เก็บแก้วร่วงหล่นจนน้ำเปรอะพื้น แต่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับสิ่งกระเซ็นติดช่วงกระโปรงหญิงสาว บริเวณเข่า และรองเท้าบูธ เวลานี้เนราตัวแข็ง เธอทำตัวไม่ถูก เพราะต่อให้ไร้ความทรงจำตลอดระยะเวลาราว 1 ปีที่ผ่านมา ก็ใช่ว่าเธอจะไม่ได้รับรู้เรื่องราว หรือไร้ความรู้สึกต่อเขาเลย เพราะความคิดถึงและอยากเจอมันดันตั้งอยู่บนข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะบนสิ่งที่เรียกว่า ลืม คิดถึงทั้งๆยังไร้ความจำเรื่องเกี่ยวกับชายผู้นี้... ถ้าหัวฟาดพื้นไปจะเป็นยังไง" ร่างสูงยืนขึ้น จ้องไปยังดวงตาคู่สีดำของผู้เพิ่งได้สติ แถมยังเบนสายตาหลีกหนีเขาไป
"เอ่อ..."
"มาถึงนี่ตั้งแต่เมื่อไร" เขาเปลี่ยนมาถามคนหน้าซีดแทน คงตามอารมณ์เขาไม่ทันยามถูกดุก่อนหน้า ซึ่งคำถามเหมือนรู้อยู่ก่อนว่าเธอจะมา... แน่ล่ะ เพราะเขามาที่นี่ในวันนี้เพื่อมาซื้อขนมเค้กรสชาดโปรดของเธอ เขาพอคุ้นเคยว่าเธอชอบอะไร เพื่อต้อนรับเนรากลับมา หลังจากได้รับข้อความจากอีเมอร์สัน
"เมื่อเช้าค่ะ" เนรารู้สึกตัวเองรักษาภาพพจน์นิ่งๆต่อหน้าเขาไม่ได้นัก เหมือนไม่อยู่กับร่องกับรอย ราวกับหัวใจเธออยากจะออกโลดแล่นไปหาอีกฝ่ายเสียให้ได้
"ท่านเนรา..." ซิลวี่เรียกขึ้นพร้อมเดินออกมาจากร้าน แววตาเรียวคมสีน้ำตาลมองใบหน้าชายหนุ่มผู้ที่ตนไม่อยากให้นายผู้หญิงต้องมาเจอด้วยความแปลกใจ เหตุใดเขาถึงมาอยู่ตรงนี้ แถมดูท่าทางนายหญิงของตน ยังมีแววตาสดใสมากกว่าตอนมาถึงสีหน้าออกเขินอายตามประสาหญิงสาวยามมีความรู้สึกดีดีให้ชายผู้หนึ่ง
"เสร็จแล้วเหรอ"
"เรียบร้อยค่ะ ไปโรงแรมกันเลยไหมคะ ท่านจะได้พักผ่อนด้วย"
"ผมจะไปส่งเนราที่โรงแรมเอง ไหนๆเจอแล้วคงต้องขอคุยด้วยหน่อย"
"คงไม่ได้ค่ะ... ซิลวี่ค้านขึ้นทันควัน หากปล่อยไปให้ได้ใกล้ชิดหรือสนทนาอาจทำให้เนราได้ความทรงจำคืน แผนการที่เธออยากให้นายหญิงของตนอยู่กับนายผู้ชายตลอดไปเมื่อผ่านมาคงพังลงทันที เธอทั้งพยายามให้เนราถอดสร้อยเขี้ยวหมาป่าแก้วออกรวมถึงแหวนประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งไม่สัมฤทธิ์ผล หรือจะพูดจาว่าความต่อสเวน เจ้าแห่งหมาป่าผู้พาเนรามาเพราะดวงชะตาผูกจิตตั้งแต่ต้น ไม่ได้มีความรักความผูกพันดังท่านอีเมอร์สันคนรอคอยเนรามาด้วยความระทมทุกข์ เฝ้ามองอยู่ห่างๆมาโดยตลอด ซึ่งสิ่งที่ตนได้พูด เหมือนจะประสบผลสำเร็จเพราะเนราเกิดอาการลังเล แต่นั่นไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเชื่อสนิทใจ ดังนั้นการดี คือหลีกเลี่ยงให้ทั้งคู่ได้พบกัน... คำสั่งท่านอีเมอร์สัน คือการพาท่านเนราไปยังโรงแรม"
"งั้นลองถามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอเป็นไง..." เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นแวมไพร์หนุ่มมือขวาของอีเมอร์สันปรากฏตัวอยู่หลังคู่หูสาว
"โลแกน นาย..." ซิลวี่หันกลับไปหาคู่หูตนผู้ไม่ได้พบหน้ากันกว่าหนึ่งสัปดาห์ เพราะชายหนุ่มต้องตามอีเมอร์สันมาซิลเวียก่อน
"เป็นคำสั่งของท่านเมอร์สัน จากวินาทีนี้ให้คุณสเวนจัดการ" เมื่อได้ยินแบบนั้นซิลวี่จึงต้องก้มหน้ารับคำสั่งของอีเมอร์สัน แม้จะไม่สามารถเดาทางข้างหน้าที่อีเมอร์สันวางหมากไว้ได้แต่เธอไม่ต้องการให้เนรากลับไปอยู่กับเจ้าแห่งหมาป่าผู้นี้ ทางด้านเนราไม่สามารถสรุปความรู้สึกตนเองได้ ก่อนกลับมาอีเมอร์สันได้ลั่นคำถามแสนอึดอัดไว้กับตน
"ทำไมล่ะคะท่านพี่ เนอยู่ทรานซิลเวเนีย เราอยู่ด้วยกันที่นี่ก็มีความสุขดี"
"ความสุข? งั้นพิสูจน์สิ... ฝ่ามือใหญ่เอื้อมลงมาจับปลายคางหญิงสาวเบาๆก่อนยื่นหน้ามาประชิดปลายจมูก... ถ้าการ กลับไปซิลเวียครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้เนรู้สึกว่าได้รับบางสิ่งกลับคืน พี่จะยอมทำตามที่เธอพูด"
"ตามมาสิ " สเวนพูดขึ้นเมื่อตนเดินไปได้สองสามก้าว ขณะหญิงสาวยังยืนทำหน้าครุ่นคิดบางเรื่อง เนรายามได้สติคิดว่าการเรียกเธอนั้นชั่งเป็นน้ำเสียงขัดหู เหมือนว่าตนจะต้องเป็นคนทำตาม เธอไม่รู้ว่าเนราก่อนหน้าเป็นเช่นไรแต่ตอนนี้...
"ฉันของเลือกสถานที่ที่จะไปสนทนาเองค่ะ" พูดจบหญิงสาวพลันหันเดินออกไปอีกทางทันที สเวนระบายลมหายใจเล็กน้อย ทั้งอยากจะพูดออกไป ให้เจ้าตัวทำตามคำสั่งแล้วเดินมา แต่ยากยิ่ง มีบางอย่างกดอำนาจเขาไว้ให้ต้องน้อมรับคำบัญชา
อำนาจแห่งผู้เป็นภรรยาชั่งยากต่อกร เขาไม่รู้ว่าสเวนคนก่อนตามใจเนราแค่ไหน เพราะตอนนี้เขายังรู้สึกขัดกับการต้องตามเธอไปโดยไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะหยุดลง สองเท้าของเธอจ้ำอ้าวเหมือนไร้จุดหมายโดยมีเขาเดินตามหลัง ยิ่งสเวนไม่มีปากเสียงและเดินตามอย่างสยบยอมเธอรู้สึกยิ่งสนุกเมื่อได้แกล้ง หลักฐานคือสีหน้าอมยิ้มปนหัวเราะตลอดทางเมื่อปรายหางตามองร่างสูงเดินตามอย่างไม่เว้นระยะห่าง
"ร้านซ้ายมือขึ้นชื่อเรื่องไอติมนมสดแท้ทำใหม่ และวอฟเฟิลกรอบ... คำเชิญชวนพูดขึ้นมาลอยๆ แต่กับคนฟังนี่หูผึ่ง พลันเท้าได้หยุดเดินมองร้านคาเฟ่ขนาดกลางติดถนนในซอยซ้ายมือ ขนมหวานเป็นของโปรดของเธออยู่แล้ว ยิ่งได้ยินคำยืนยันจากคนในพื้นที่ยิ่งกระตุ้นความอยาก ไม่รอช้าเธอปรี่เข้าไปหาเบาะนั่งทันทีโดยเลือกมุมในสุด ขณะเดียวกันสเวนเผลอกระตุกยิ้มอย่างไม่รู้ตัวพลางส่ายหน้าก่อนเดินตามเข้ามา เขารู้ว่าหญิงสาวแกล้งเขา เพราะเขาดันไปออกคำสั่งกับน้องสาวของชายผู้เป็นนายเหนือแห่งแวมไพร์... ช็อคโกแลตฟองดู นมชีสฟองดู ช็อคโกแลตขาว ชาเขียว มีหลายเมนูอยากได้แบบไหน" ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยยังไม่ได้ใบรายการจากพนักงาน เขารู้ได้เพราะการเดินสำรวจทำความรู้จักกับลักษณะร้าน เมนู ตลอดจนความชื่นชอบหรือระดับของแต่ละร้านไว้ครบแล้วในตลอดระยะเวลาแยกจากกับเธอ ด้วยคำบอกเล่าจากโครว์และเคธี่ถึงหนึ่งในความชอบของเนรา ฉะนั้นเขาคนก่อนซึ่งอยู่กับป่าเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าเมือง และไม่ชอบความเป็นเมือง แม้จะพาเนราเข้าเมืองมาได้ไม่กี่เดือน
แต่ก่อนหลังจากได้เนราคืนกลับ ก่อนที่ความทรงจำของเขาจะเริ่มต้นกลับคืนหลังจากได้เนรามาไว้กับตัวอย่างสมบูรณ์ เขาควรเรียนรู้ในโลกที่เนราเป็นตั้งแต่ต้น โลกของเนราที่ใช้อาศัยมาตลอดสิบกว่าปีก่อนก่อนพบเจอเขา
"เนสั่งหมดได้ไหมคะ แต่เอาแบบถ้วยเล็กๆพออยากกินหลายรสชาด" สเวนชูมือขึ้นพอระดับหัวของเขาหลังรับความต้องการ เขาสั่งไอศกรีมนมสด 5 ลูกก่อนตามด้วยฟองดูทุกรสชาดที่ทางร้านมี และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือวอฟเฟิลกรอบเนยสด ส่วนผลไม้ให้ทางร้านจัดมาอย่างที่ควร
"คุณ ไม่สั่งเหรอ"
"ผมเป็นหมาป่า เนื้อคงดีที่สุดสำหรับเรา" เนราทำหน้านึกได้ว่าคนพวกนี้ไม่ค่อยชอบของหวาน ผลไม้หรือผักสักเท่าไรก่อนจะสะดุ้งขึ้นเมื่อเพิ่งนึกออกว่าตัวเองดันหลงคำเชิญชวนของชายหนุ่มเข้ามานั่งในร้านเสียได้ อาการนั้นทำให้สเวนมองเธอด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยราวกับกำลังบอกว่า เธอตกหลุมกับดักของเขาเสียแล้ว
"แล้วคุณมีอะไรจะคุยเหรอคะ"
"คำถามนั่นคงเจ็บน่าดูถ้าผมความจำไม่ได้เสื่อม... ในขณะเหมือนโดนตอกกลับเนรามีความสงสัยขึ้น ความจำเสื่อม? ที่เขาว่าคืออะไร อีกฝ่ายเมื่อเห็นเธอสงสัยเขาจึงเริ่มบทสนทนาต่อ... วันที่เธอไปจากซิลเวีย ผมคงวิ่งตามรถเธอไปจนมีรถสวนมาทำให้พลาดตกเขา... ความเป็นห่วงเกิดขึ้นในใจผู้ฟังขึ้นมาทันที พร้อมคำถามดังว่าทำไมเธอ ถึงเป็นห่วงเขาและรู้สึกผิดเมื่อตนเป็นต้นเหตุ... อุบัติเหตุวันนั้นทำให้ผมจำเธอไม่ได้"
"สรุปว่าเราทั้งคู่จำกันไม่ได้" ทำไมเธอถึงหวั่น ทำไมถึงรู้สึกแย่ยามรู้ว่าสเวนจำเธอไม่ได้แล้ว
"คงเป็นแบบนั้น"
"หลังจากผมฟื้นจากอาการบาดเจ็บปางตายใต้เขานั่น และได้ยินชื่อของเธอจากโครว์และเคธ มันมีทั้งความเจ็บปวด จนไม่อยากได้ยิน ขณะเดียวกันกลับโหยหาจนแทบคลั่ง พอได้กลับไปโรงแรมหรือที่บ้านสวนบนเนินเขา ผมพบกับสิ่งของมากมายเป็นหลักฐานความทรงจำ ในตอนแรกพยายามผลักออกไป หากเธอเป็นต้นเหตุความเจ็บปวดแค่ผมยอมจำอะไรไม่ได้ไปตลอดแล้วปล่อยให้เธออยู่กับพี่ชายผู้ดูแลปกป้องเธอได้ คงไม่มีอะไรที่จะเป็นบ่วง..." คนฟังได้แต่ก้มหน้า เธอยังจำวันที่แสดงอาการกลัวพร้อมระแวงเขาได้ รวมถึงกล่าวหาว่าชายหนุ่มกล่าว ไร้สาระ นำเรื่องสามีภรรยามารั้งเพราะจะพาตัวเธอไปจากพี่ชายไว้ หลังจากไปอยู่ทรานซิลเวเนียได้หกเดือน เพื่อฝึกการควบคุมอารมณ์พลังแฝงเร้นในตัวเธอ และปรับความสมดุลจิตแวมไพร์ที่ถูกทำให้ตื่นหลังจากผนึกไว้ให้สงบรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตอีกครึ่งที่เธอใช้มันมาสิบกว่าปี ตอนนั้นอีเมอร์สันพอจะเล่าเรื่องราวตัวเธอยามอยู่กับครอบครัวสเวนคร่าวๆให้ฟังบ้าง แม้จะไม่ละเอียดด้วยพี่ชายตนไม่ได้ไปใช้ชีวิตร่วม แต่คำตอบนั่น เพียงพอทำให้เธอรู้ว่าพวกเขารักและดูแลเธอดีขนาดไหน...
" ถึงจะอยากกลับไปตอนนี้พี่คงต้องปฏิเสธ... เสียงอีเมอร์สันพูดขึ้นเมื่อมักเห็นน้องสาวชอบออกมานั่งกุมจี้เขี้ยวแก้วหมาป่าพลางขบคิดบางอย่าง เหมือนกำลังตามหาความทรงจำที่หายไป ซึ่งในบางขณะยังเห็นเนราแอบร้องไห้ออกมาโดยเจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว... จนกว่าเธอจะควบคุมพลังของตนเองได้ โดยเฉพาะจิตแวมไพร์นั่น ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เธอครอบครองอยู่จะทำลายคนรอบข้าง โดยเฉพาะสเวน ในตอนนี้หากพลั้งมืออาจไม่ได้คิดเสียใจ แต่เมื่อใดที่ได้ความทรงจำคืน เธอเจ็บปวดที่ทำร้ายเขา"
ในตอนนั้นเนราได้แต่ตอบปัดปฏิเสธว่าตนไม่ได้ต้องการไปตามหาความทรงจำหรือนึกถึงชายชื่อสเวน ขอแค่ตนได้อยู่กับอีเมอร์สันและผู้เป็นบิดานั้นเพียงพอ เธอไม่ต้องการความทรงจำนั้นคืน หากทำให้เธอต้องแยกจากอีเมอร์สันอีก ซึ่งผู้เป็นพี่ชายรู้ดีว่าเธอกำลังต่อต้านความรู้สึกที่เนรากดทับเอาไว้หลังจากตื่นขึ้นตามสายเลือดแท้จริง จริงอยู่ว่าเนราต้องการเขาแต่ใช่ว่าจะไม่ต้องการสเวน มันเป็นความรักที่แตกต่างกันคนละแบบเลย...
"แต่ทำไม่ได้ พอได้เห็นรูปถ่าย ข้าวของ กลิ่นเธอที่ยังคงวนเวียน มันทำให้ผมรู้จักที่จะอดทนรอ อีเมอร์สันบอกเหตุผล ที่ผมไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้ในเวลานั้น ผมจำนนเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอ เพื่อให้เนได้ฝึกการควบคุมตามที่พี่ชายเธอกล่าวมา โชคดีที่ผมจำอะไรไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคงทำใจลำบาก..."
"ที่จะไม่ไปพบฉันเหรอคะ" เธอถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ เท่าที่จำได้ชายเจ้าของดวงตาสีเขียวอมเทาผู้เข้ามากอดเธอในตอนนั้น ชั่งเปี่ยมไปด้วยความโหยหา ทั้งยังต้องการชิงตัวเธอกลับอย่างเต็มหัวใจ ไม่ว่าจะสีหน้า ท่าทางหรืออารมณ์ส่งผ่านอ้อมแขน โดยเฉพาะแววตาโศกเศร้า ยามเธอปัดป้องแสดงท่าทางโกรธเคืองเพราะจำไม่ได้ว่าเขาคือใคร นั่นเป็นแววตาราวกับคนพร้อมจะลาจากโลกนี้ไปทันที ต่างกับตอนนี้เขาดูสุภาพ นิ่ง สุขุม ดูใจเย็น ทั้งที่เคยคิดว่าเจ้าตัวนั้นพร้อมแย่งเธอไปจากอีเมอร์สัน หากเว้นช่องว่างให้เขาได้ทำล่ะก็ สำคัญกว่านั้นตอนนี้ ยังพยายามเว้นระยะห่างจากเธอไว้ เหมือนว่าจงใจจะทำอย่างนั้นเสียด้วยซ้ำหรือเป็นเพราะหากอยู่ใกล้เกินจะทำให้เขาอดที่จะสัมผัสเธอไม่ได้กันแน่... แล้วนี่เธอคิดเช่นนั้นในใจเพราะอะไรเรียกร้องให้เขาทำตามใจ หรือเปล่านะ
"โครว์กับเคธบอกผมว่าสเวนคนก่อนนั้นรักเนรามาก... พอได้ยินคำว่ารักเธออดเขินไม่ได้อีกแล้ว... เขาวางแผนหยุดการเรียนปี 4 เทอมสองเพื่อไปเฝ้าดูแลเธออยู่ห่างๆที่ทรานซิลเวเนีย รอให้เนราร่างกายสมบูรณ์พร้อมที่รับการฟื้นฟูความทรงจำ ไม่ว่าเนราจะผลักไสไล่ส่ง ไม่อยากพบหน้าก็ตาม ขอเพียงเขาได้เห็นหน้าเธอ... การพูดไล่ตั้งแต่ประโยคกลางๆมา แววตา สีหน้าชายหนุ่มเปลี่ยนไป เขามีรอยยิ้มเล็กๆเหมือนกับกำลังภูมิใจเมื่อตนเป็นเช่นนั้น ขณะเดียวกันแปลกใจ รู้สีกขัดกับภาพพจน์หรือตัวตนที่แสนอ่อนแอของตนเองไปด้วย... ผมจำไม่ได้ว่าเป็นคนแบบนั้น ยอมจะสละสังคมหมาป่าทางนี้ หรือละทิ้งหน้าที่ประจำถิ่นของเผ่าพันธุ์ แต่มันไม่ผิดนัก แม้ความทรงจำจะหายไป แต่ความรู้สึกไม่ได้เลือนลางเลยแม้แต่น้อย"
เขากำลังบอกเธอว่าแม้ความจำจะหายไป แต่ความรู้สึกรักในตัวเธอยังอยู่แบบนั้นหรือเปล่า เนราตั้งคำถามก่อนหลุบตาต่ำอีกครั้งเมื่อไม่อาจทนทานต่อสายตาเยิ้มมองเธออย่างถวิลหาได้นานๆ เพราะยิ่งสบดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกอาจออกมาทางปากเป็นแน่ ใช่ ตัวเธอจำเขาไม่ได้แต่ความรู้สึกไม่ได้หาย เธอเองยังอยากพบเขาอยู่ลึกๆ และเฝ้าคำนึงในบางครั้งขณะปล่อยตัวเองคนเดียวภายในสวนดอกกุหลาบพิเศษที่อีเมอร์สันปลูกไว้เพื่อเธอ อดคิดไม่ได้ว่าชายคนมาป่าวประกาศเป็นสามีคงมาเยี่ยมเธอบ้าง ความรักอันแรงกล้าที่ส่งมายังดวงใจ คงไม่อาจทำให้เขาอยู่นิ่งหรือนอนดูดายกับที่ แต่ผิดคาด สเวนไม่มา แต่เพียงเหตุผลเมื่อครู่ความรู้สึกที่แปลว่าน้อยใจกลับมลายสูญสิ้นลงทันตา
"เราน้อยใจที่เขาไม่มาหาทั้งที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขา ทุเรศจริงๆ ในเมื่อไม่มีภาพร่วมกัน เราจะไปมีสิทธิ์โกรธหรือน้อยใจเขาได้ยังไงเนรา" เธอได้แต่นั่งพึมพำในใจ แม้ขนมหวานจะมาเสิรฟ์ แต่ไม่ได้สร้างความชื่นชมนักขณะรับประทาน
เนราไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร ควรดีใจเมื่อได้พบ หรือเสียใจเพราะหากพบแล้ว คนตรงหน้าอาจทำให้ตนและอีเมอร์สันต้องแยกจากกัน แต่ถึงอย่างนั้นดวงใจเจ้ากรรมกลับเหมือนได้เติมเต็ม ชายผู้นี้คือสิ่งที่เธอกำลังปิดตายไว้ในห้วงลึกของจิตใต้สำนึกแบบเดียวกับตัวตนของอีเมอร์สัน ที่เคยถูกกดทับเอาไว้ เธอเชื่อว่าสเวนคงได้ความทรงจำคืนกลับในอีกไม่นาน เพราะเขาอยู่ซิลเวียตลอดซ้ำยังมีหลักฐานชิ้นสำคัญช่วยเหลือในเรื่องการฟื้นคืนความจำ แต่กับเธอผู้เอาแต่นั่งนึกกุมสร้อยคอกุมแหวนแต่งงานไม่ยอมถอดแม้พยายามจะถอนมันเกือบหลุดแต่สุดท้ายกลับรีบถดถอยเข้ายังจุดเดิมอย่างรวดเร็วกลัวว่ามันจะหายไป เธอมีตัวช่วยเพียงได้แค่นึกอย่างล่องลอย หากสเวนจำได้ก่อนเขาคงต้องเจ็บปวดใจอย่างมากเป็นแน่...
18.00 น. โรงแรมเครือตระกูลคาสเชล
"ถึงจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน แต่ไม่มีอะไรที่เราสื่อสารกันนอกจากความเงียบ พูดง่ายๆคือไม่มีอะไรคืบหน้าหลังจบจากร้านขนมไอศกรีมนมสดและวอฟเฟิลกรอบขึ้นชื่อนั่น เขาเหมือนจะแนะนำร้านทุกร้านตามตรอกซอยยามฉันเดิน เขาเดินตามฉันโดยเว้นระยะ่ห่างสองแขน แต่ก็เฝ้ามองทุกการย่างก้าวราวกับกลัวว่าฉันจะบาดเจ็บ สำหรับคนอื่นในฐานะคนที่ไ่ม่ได้พบกันเกือบปี และไร้ความทรงจำต่อกัน ที่สำคัญยังมีสถานะฉันท์สามีภรรยา มาบรรจบพบคงเป็นเรื่องแปลกและการสนทนาอาจไม่ได้ราบรื่น หรือจบตั้งแต่หน้าประตูร้านขนมหวาน Sweet Soft ซึ่งฉันมารู้ทีหลังจากสเวน ว่าเป็นร้านประจำที่ฉันมักให้เขานั่งรอเวลาฉันไปเที่ยวกับเพื่อน อ่า ฉันทำให้เจ้าแห่งหมาป่านั่งรองั้นเหรอ? เนราคนเก่าร้ายขนาดนั้นเลยหรือไงนะ... แต่ว่า ฉันกลับรู้สึกมันเป็นเรื่องธรรมดา ที่สุดๆของความธรรมดา การสนทนากันหรือเดินไปด้วยกันมันปกติ แม้ไร้ซึ่งเสียง คำพูด ไม่มีแม้ความทรงจำใดๆ แต่ทุกย่างก้าวของเราทั้งคู่มันคือภาพของคู่รักมาเดินเล่นในวันว่าง และอบอุ่นท่ามกลางหิมะรวยรินอย่างแผ่วเบาเท่านั้น..."
"ผมอยู่ชั้นล่าง มีอะไรโทรเรียก... ชายหนุ่มชี้นิ้วไปยังแผ่นกระดาษบนกล่องโดนัทที่เขาซื้อไว้ให้เธอ... ไม่สิ หากตกอยู่ในอันตรายผมจะมาช่วยทันที" เนราหันหลังกลับตามเสียงเอ่ยขึ้นจากด้านหลังเมื่อเดินมาจนสุดทางริมประตูห้องพักของอีเมอร์สันหญิงสาวคิดว่าคำบอกกล่าวของอีกฝ่าย ชั่งแปลกโรงแรมนี้เป็นของพี่ชายเธอมีใครจะกล้ามาทำเรื่องร้ายๆงั้นเหรอ คงเป็นไปไม่ได้
"ขอบคุณที่สละเวลาพาเดินเที่ยวค่ะ" เธอก้มโค้งเล็กน้อยก่อนหันหลังพร้อมจะกดกริ่งเพื่อให้ซิลวี่เปิดประตูรับ
"ผมรักเธอนะเนรา... คำพูดนั่นถูกเอ่ยเบาๆ ทั้งที่ร่างสูงก้าวพ้นตัวเธอไปได้สี่ห้าก้าวแล้ว แต่กลับชัด มันชัดเจนในจิตใจล้ำลึกไปสู่จิตวิญญาณกำลังวิ่งเต้นเหมือนถูกไขปริศนา... ถึงจะจำไม่ได้ แม้ภาพของเราทั้งคู่จะเลือนลาง แต่จิตวิญญาณของผมต่างเรียกร้องแต่ชื่อ กลิ่น สัมผัส พยายามบอกให้รู้ว่าผมรักใครอยู่เสมอ เธอเป็นเดียวในโลก เป็นเจ้าชีวิตและนายเหนือของจิตใจ... มือบางสั่นชะงักคากริ่งก่อนดึงกลับมาไว้ข้างตัวพลางกำแน่น ไม่ หากกดตอนนี้ ซิลวี่โผล่มาเธออาจอยู่กับเขาได้น้อย ตอนนี้เนราไม่ได้แม้แต่จะหันไปมองชายผู้หันหลังกลับมาพูดกับเธอ... ผมอยากให้เธอรู้ไว้ว่าจะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าเธอจะเฉยชากับผมแค่ไหนก็ตาม ฝันดี เนรา" สิ้นประโยคนั่นร่างของเธอหลั่งน้ำตาทันที พลันหันกลับไปหาเจ้าของประโยคที่พยายามเอ่ยอย่างละเมมียดละไม ซึ่งขณะเดียวกัน สเวนได้หันหลังกลับด้วยรอยยิ้มหลังจากได้ปลดปล่อยสิ่งอัดอั้น เขาไม่คิดว่าเธอจะหันกลับมาเสียด้วยซ้ำ คงจะกดกริ่งเพื่อพาตัวเองเข้าไปในห้อง
มือบางยื่นแขนราวกับต้องการไขว่คว้าร่างนั้นไว้ ร่างกายขยับตามจิตวิญญาณผูกพัน ขณะสมองส่วนความทรงจำกลับลางเลือน มีแต่ความรู้สึกหลงเหลือ ทำให้เธอเจ็บปวดตนต้องกุมหน้าอกสะอื้นราวกับคนหายใจไม่ออก
"ผมรักเธอเนรา... ผมรักเธอ... ผมรักเธอมากกว่าใคร... เธอเป็นสิ่งสำคัญเพียงคนเดียวในโลกนี้..." ภาพในจิตใต้สำนึกวับไปแวบมาในหลายๆสถานที่ ใบหน้ายิ้มหวานของชายหนุ่มกำลังพร่ำบอกรักอย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะในห้องดูจะเป็นบ้านไม้ ป่า ภูเขา หรือโรงแรม ราวกับคำพูดนั้นถูกพร่ำย้ำเตือนอยู่เสมอ ร่างหอบเหนื่อยคุกเข่าหน้าประตูค่อยๆลูบใบหน้าเปรอะน้ำตาตนเองก่อนกดกริ่งเรียกคนข้างใน
"ท่านพี่ล่ะ" คำถามแรกหลังจากเธอถอดโค้ทสีแดงที่สวมออกส่งให้ซิลวี่ผู้เป็นพี่เลี้ยง
"ท่านบอกว่าวันนี้จะไม่กลับค่ะ เห็นว่ามีงานที่เชคเวีย"
"เวลา?" ทำหน้าได้เพราะบางทีเธออาจจะบอกว่าอาจพบกันในวันที่เธอมาถึงเจลเวีย
"ค่ะ"
"แปลกแล้วทำไมถึงส่งพี่โลแกนมาเรื่อยๆล่ะคะพี่ซิลวี่"
"ท่านอยากให้แกนมาช่วยดูแลท่านเนรา เบาค่ะ... อย่าลืมเกาท้ายทอยซอฟต์แวร์ดังกล่าวตัวโซฟาโดยขายังทิ้งพวงกุญแจไว้นึกถึงความรู้สึกน้อยที่กลับมาไม่เห็นอีเมอร์สัน... ต้องทำงานหนักและต้องเตรียมเนื้อหาให้อาบดีไหม"
"ไม่ใช่หรอกค่ะ" เธอปรากฏตัวขึ้นเพื่อแสดงว่าอยากเตรียมทุกอย่างเองและสามารถดูดซึมน้ำที่อาบหรือใส่นอนเพราะตั้งแต่ไปอยู่ทรานซิลเวเนียก็สามารถเพิ่มตุ๊กตาได้แต่คนคอยควบคุมแจงทุกอย่างอย่างครอบคลุมอย่างครบถ้วนและรองรับสิ่งที่เธอจะเป็นพอ
"ท่านเนรา... คนกำลังบิดตัวการ์ตูนเดินสวนชะงักพร้อมเอียงข้างมองหาคนเรียก... ท่านยังอยากใช้ชีวิตอยู่กับท่านเมอร์สันอย่างที่เคยพูดและคะ... อาจเป็นไปได้ว่าทำให้เนราแน่นิ่งยังคงเป็นเพราะจี้จุดหรืออะไรแต่คือคนถามคือซิลวี่...
ซิลวี่เคยฟังเธอถอดสร้อยเขี้ยวหมาป่าแก้วมังกรพร้อมแหวนแต่งงานออกด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพาตัวเนราแยกจากอีเมอร์สันไปแพลตฟอร์มเนราตัดสินใจดึงสร้อยให้ขาดจากคอด้วยซ้ำท... แต่นั่นไม่ได้ทำให้เนราสามารถถอดส่วนนั้นออกจากคอได้อีกครั้ง
"เรื่องนั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้นั่นเองค่ะ แต่อย่างไรก็ตามเนว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องของสถึงแม้ว่าจะจำเอาไว้ว่าเป็นความรักที่มีประธานจะเปลี่ยนหรือน้อยลง" เท้าก้าวเข้าสู่ห้องด้วยตนเองก่อนค่อย ๆ วางตัวลงไปที่นุ่มนวลต่อร่างกายรวมถึงผืนผ้ายังไร้การเสียดสีกับผิวและปล่อยทิ้งไว้ยกเกย์บิดทิศทางเดินกับแนวคิดของความคิดในหัว
“ท่านเมอร์สันยิ้มอย่างมีความสุขเช่นนี้เป็นของคุณเนราเท่านั้นนะคะ”
"ท่านอ๋อส่งลงกว่าแต่ก่อนมากผมว่าคงเป็นท่านเนรากลับมา"
"ถ้าคุณเนราอยากอยู่กับท่านเมอร์สันที่เลิกคิดถึงความทรงจำที่หายไปและได้รับความแน่นอนจริงๆค่ะ เริ่มต้นแค่ชายที่พาคุณไปอยู่ด้วยตามสัญชาตญาณเขาจะกลายเป็นรักอย่างหนึ่งที่เมอร์สันรักคุณพบกับท่านที่ผู้ชายรอคอยอยู่ตลอดด้วยความสูญเสียและความทรมานอยากจะหาแต่ทำได้แค่มอง"
แผ่นเสียงบอกของซิลวี่ดังในหัวแม้จ
慎一は黒いコートの襟をわずかに震わせながら、肩で息をしていた。フェス会場の外は驚くほど静かで、さっきまでの熱狂が嘘のように遠い。吐息は白く、吸うたびに冬の空気が肺を刺すのに、慎一の目は熱を帯びたまま真琴だけを捉えている。真琴もまた、慎一から視線を外せなかった。会場のライトが背後で滲み、周囲の音は消え、残っているのは慎一の呼吸のリズムだけ。すでに心を閉じたはずだったのに――感情は意志と関係なく溢れるものらしい。真琴の目尻から、涙が一粒こぼれ落ち、頬を伝って夜気に溶けた。真琴は涙を拭おうともしないまま口を開いた。「あたしだって……ずっと好きだった……あんなに幸せな気分で、待ち合わせ場所に向かったのも、初めてだった。それなのに………」言葉は途中で折れた。折れたというより、掴まれた。 慎一が彼女の腕を引き寄せ、言葉の続きを奪うように、いや遮るように、抱き寄せたのだ。力強く、迷いなく、逃がさない腕で彼女を抱きしめる。「ごめん、真琴。本当にごめん。」声は低く震えていたが、その腕の力は一切揺らがなかった。 慎一はさらに腕に力を込めた。謝罪を言葉だけで終わらせない意志。真琴はその腕から抜け出すことができなかった。いや、抜け出すという選択肢そのものがもう存在しなかった。しばらくして慎一は彼女の身体を優しく離した。今度は壊さない距離。 ポケットから、青い包装紙に赤いリボンのかかった包みを取り出し、そっと真琴の手に載せる。「遅くなったけど、誕生日おめでとう」真琴は箱を見つめ、重さを確かめるように指先で触れた。「ずっと持っててくれたの?」慎一は照れ笑いを浮かべる。夜風がその笑顔だけ少し温度を持って揺らす。「当たり前だろ。俺だって、あの日、覚悟を決めて、あの店まで行ったんだ」慎一はプレゼントを持つ真琴の手を両手で包み込んだ。 手袋越しじゃない、生身の体温。逃げない証拠。「真琴。もう一度、俺にチャンスをくれないか? 」そう言って真琴の顔を覗き込む。逃げ場ゼロの距離じゃなく、未来の距離。「もう一度、あの日からやり直したい」真琴はプレゼントを見てから目を上げ、慎一と見つめ合った。 そして――「うん」小さく、そして確かに頷いた。翌日。オーロラ社のイベント2日目。 会場に真琴の姿はなかった。誰も驚かなかった。皆うすうす理解していたから
「真琴!」久しぶりに慎一に名前を呼ばれた瞬間、真琴の全身がびりりと震えた。 耳に届いたその声は、かつて何度も聞いてきたはずの温度と響きを持っているのに、今日はまるで別の意味を帯びていた。懐かしさと痛み、安堵と恐怖、怒りと未練――そのすべてが同時に喉元までせり上がり、胸の奥を強くかき乱す。身体が縮こまるように冷え込んでいるのに、心臓だけが焼けるように熱く脈打っていた。駆け寄って、慎一と抱き合って……そんな光景が一瞬だけ頭をよぎった。 だが、現実の真琴の足は地面に縫いつけられたように動かない。 逃げ出したいわけじゃない。飛び込みたいわけでもない。 ただ、「どう反応すれば正解なのか」が分からなかった。慎一は数メートル先から、ゆっくりと確実な歩幅で真琴の前まで歩いてきた。 息は少し白く揺れているのに、表情は穏やかだ。彼は立ち止まると、懐かしい癖のように目を細め、柔らかく微笑んだ。「真琴、やっと会えた」その笑顔は昔と同じなのに、真琴は笑い返すことができなかった。 口角は微動だにしない。代わりに視線だけが彼を凝視する。 慎一の瞳の奥に、何か変わらない光と、変わってしまった焦燥が混ざっている。「真琴、どうしても聞いて欲しい話があるんだ」慎一はそう言い、もう一歩前へ出た。 コートの裾が冬風に揺れる。 その距離は逃げ場を奪うためじゃない。…だが真琴には逃げ場が無いと思わせるほど近かった。真琴は反射的に言葉を返した。「片付けが残ってるから…」声は弱い。だが震えはない。心が折れているのに、逃げるための理由だけは冷静に組み立ててしまう自分に、真琴はさらに絶望した。彼に背を向け、会場の方へ身体をひねる。歩き出そうとしたその瞬間――「逃げるなよ!!」空気が裂けた。慎一の怒鳴り声だった。 低く荒げた声が夜空に跳ね返り、遠くのイルミネーションすら一瞬くすんだ気がした。 真琴は反射的に振り返った。肩が跳ね、指先が凍る。今まで――大学生の頃からずっと一緒にいた慎一が、声を荒げたことなど一度もなかった。温厚で理性的で、感情をぶつけるより言葉で整える男。それが慎一だった。 その彼が、怒鳴った。 真琴は目を見開き、信じられないものを見るような顔で彼を見つめた。慎一はその視線すら逃がさず、真琴の腕を取った。 指の力は強い。だが握りつぶす強さではない。
身体が痺れるような熱気から逃れるように会場の外へ出ると、真琴は冬の夜風を肺いっぱいに吸い込み、大きくため息をついた。冷たい空気が、まだ火照った身体の内側をそっと撫でていく。「やっと終わった……」その声は安堵というより、糸が切れたような脱力に近かった。 年末から今日まで、オーロラ社の一大イベント『AURORA FES 2026 -冬空に響く光の歌声-』開催に向けて、彼女はほとんど眠れない日々を送っていた。企画、協賛、会場設計、リハーサルの調整、役員対応、スポンサーからの懸念払拭、そして現場スタッフのフォローまで――オーロラ社からの、今後の契約をとの考えのもと、会社全体の期待を背負い、真琴は常に中心で走り続けた。それだけでも過酷だったのに、彼女はさらに大きなものを失っていた。 親友と呼べると思っていた友、”茜”。 信じていた、積み重ねてきた時間、何でも話せると思っていた関係。その全てが、茜の妨害と裏切りで一瞬にして崩れた。人を信じることは簡単だが、その信頼を壊すのは驚くほど容易いのだと、真琴は身をもって知った。慎一とも、うまくいきそうだった。 真琴は、いつの間にか彼の前では自然体でいられる自分に気づいていた。無理をしなくていい。話さなくても伝わる間がある。ふとした優しさに触れるたび、胸の奥で何かが温かく灯る。自分も、楓や冬真のように、心の底から愛すことができそうな人ができたと思った……思ったのに。結局、32歳の誕生日の夜から、彼との連絡は途絶えたまま。 ブロックしたのは自分。解除しなかったのも自分。理由を作って逃げたのも自分。 気づけば、仕事の鬼になることで心を誤魔化す毎日だった。真琴はコートのポケットからスマホを取り出した。 指先がかじかんでいるのに、画面に触れる指はわずかに震えていた。連絡先の”後藤慎一”の場所を開く。 そこには名前だけが変わらず存在していた。通知も、メッセージも、履歴も、全て自分で消してしまったはずなのに、名前だけはまだ消えずにここにいる。まるで彼自身のようだ、と真琴は思った。そしてフッと笑う。 自嘲と諦めと、ほんの少しの未練が混ざった笑いだった。「今さらどうしようっていうのよ」あの日の光景が、瞼の裏で鮮明に蘇る。 慎一に「話したいことがある」と言われたときの高揚。駅から走るように向かった”Night In
2月14日、バレンタインデー当日。 オーロラ・エンタテインメント・ホールディングスが主催した『AURORA FES 2026 -冬空に響く光の歌声-』は、まるでこの日のために世界のすべての光と音を集めたかのような規模で開催されていた。年末から続いた準備期間。社内の誰もがこの案件に人生の一部を注ぎ込み、現場は常に熱を帯びていた。関係企業の役員たちは、フェスの成功を願うだけでなく――このイベントを足掛かりにオーロラ社との強固な協力関係を取り付けたいという打算と期待を胸に秘めていた。結果は、期待以上。 フェスティバル自体は大成功と言って差し支えなく、会場の至るところから興奮と安堵の入り混じったため息が聞こえてくる。スポンサー企業のロゴが輝く巨大LED、各広告会社の技術とセンスがぶつかり合って生まれた演出の数々、アーティストの歌声が雪をも溶かしそうな熱量で冬空に響く。アークライト・コミュニケーションズのチーフ・秋山真琴とチームも、朝から会場入りしていた。 クライアントとしてではなく、関係企業の一員として、ただ成功の瞬間を見届けるために。真琴は腕を組みながらステージ全体を視界に収め、ゆっくりと息を吸った。「…すごい」フェスは、企業同士の競技場のようでもあり、同時に共創の結晶でもあった。複数の広告会社が同時に携わったことで、会場の空気はいつものオーロラ案件とは違う。プライドの衝突、技術の競り合い、そして互いを認めざるを得ないほどのクオリティ――すべてが巨大なうねりとなり、観客席もスタッフエリアも同じ熱で包まれていた。そんな時だった。「真琴さん」低く落ち着いた声が背後から飛んできて、真琴はハッと目を開いた。 振り向くと、そこに立っていたのは天ヶ瀬昴。オーロラ社の社長でありながら、いつも驕らず、穏やかに人と向き合う男。「天ヶ瀬社長!!」周囲のスタッフが一斉に姿勢を正し、頭を下げる。まるで波が割れるように人の道が開いた。 天ヶ瀬昴はその敬意の道を当然のように受け止めるでもなく、誰かを威圧するでもなく、ただ静かに、ゆっくりと真琴のもとへ歩いてくる。その歩幅は大きくないのに、なぜか視線を奪う。 黒いロングコートの裾がわずかに揺れ、会場のライトが反射して肩のラインを縁取った。「天ヶ瀬社長、今日の満足度はいかほどですか?」すれ違う関係企業の社員たちから
「ホントに猪突猛進型だね、真琴」苦笑いをしながら、陽斗は本屋の通路を歩く真琴の背中を見つめていた。目的地が決まったら一直線。迷いなく進み、途中で立ち止まることはほとんどない。その歩調に合わせるのは、もうすっかり陽斗の役目になっていた。四つ年下の陽斗は、いつも真琴のワガママに振り回されている。けれど、それを不満に思ったことは一度もなかった。むしろ、その強引さや思い切りの良さに、何度も背中を押されてきたのは自分のほうだと、陽斗はよく分かっている。(ちょっと年上の、あねさん女房ってやつもいいな……)ふと浮かんだ考えに、陽斗は小さく息を吐いた。真琴と並んで歩く時間は、いつの間にか日常
真琴が、楓の病院――『 Maple Grove Surgical Hospital 』で働き始めて、三カ月が経った。 最初から、特別扱いはなかった。 楓ははっきりと、「他の人と同じように、面接をしてから採用するか決める」と言った。 その言葉に、真琴は少しだけ安心し、同時に身が引き締まる思いがした。 面接当日。 楓だけでなく、病院に勤める他の医師たち数名も同席していた。 専門用語が飛び交う空気の中、真琴は広告代理店で培った度胸と、必死に積み上げた知識で応じた。 医療事務技能審査試験
イタリアンレストランでの賑やかな夜が終わり、日常が戻ってきた途端、真琴の胸の奥に、わずかな重みが残り始めた。 朝の通勤電車。 窓に映る自分の顔をぼんやりと眺めながら、真琴は前夜の会話を思い返していた。(辞めちゃう!!って……私、即答しすぎたかな) あの場では、迷いなどなかった。 楓の力になりたい。その気持ちは、今もまったく揺らいでいない。 けれど、実際に「辞める」と決めた瞬間から、今の職場で過ごしてきた年月が、次々と頭に浮かんでくる。 慣れたデスク。 顔なじみの同僚。 文句を言いながらも続けてきた仕事。 それらを、手放す。(……まあ、考えすぎても仕方ないか) 真琴は
仕事の合間を縫って、真琴は机に向かい続けた。 昼休みの短い時間、帰宅後の疲れ切った夜、眠気と戦いながらページをめくる日々。 それでも不思議と苦ではなかった。 目標がはっきりしていたからだ。 そして―― 医療事務技能審査試験、合格。 その知らせを聞いた楓は、電話口で一瞬言葉を失い、それから弾けるように驚いた声を上げた。 すぐに「お祝いしよう」と話がまとまり、久しぶりに皆で、いつものイタリアンレストランに集まることになった。 楓と冬真、真琴と陽斗。 見慣れた顔ぶれ。 それだけで、真琴の胸は高鳴った。 席に着くなり、真琴は周囲を見渡す。 この空気、この距離感。 ここに戻
reviews