ブロックした恋が、抱きしめてきたー冬空の告白、秋山真琴の選択ー

ブロックした恋が、抱きしめてきたー冬空の告白、秋山真琴の選択ー

last updateLast Updated : 2026-02-13
By:  marimoCompleted
Language: Japanese
goodnovel18goodnovel
10
1 rating. 1 review
105Chapters
7.4Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

Synopsis

現代

CEO・社長・御曹司

弁護士

失恋

誤解

裏切り

恋と裏切り、運命の再会を描くドラマチックロマンス。広告会社チーフの秋山真琴は巨大イベント成功の中心で走り続けるが、信頼していた仲間との関係に亀裂が入る。さらに誕生日の夜の“ある誤解”をきっかけに、特別な存在になりかけた後藤慎一とも距離が生まれてしまう。「逃げるなよ!」雪舞う夜に慎一が初めて見せた感情の真意とは。ブロックされた想いは消えたのか、それとも。真琴が扉を開くとき、物語が動き出す。

View More

Chapter 1

第1話  値引きシールの向こう側

"พี่จะไปก่อน 1 อาทิตย์แล้วจะให้อีธานมารับ" เจ้าของร่างสูงในชุดโค้ทยาวสีดำยืนหันหลังบอกลากับหญิงสาวผู้เป็นน้อง มือข้างหนึ่งของเธอ ดึงรั้งไว้ ใบหน้าฉายแววเศร้าโศกเคล้าน้ำตาแสดงถึงความรู้สึกผิดขณะผู้เป็นพี่ชายเอ่ยด้วยรอยยิ้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

"ท่านพี่" แม้เอื้อมหมายรั้งไว้อีกครั้ง แต่เขากลับลอยหายจากเธอไปท่ามกลางหิมะบริเวณประตูหน้าคฤหาสน์ ซึ่งก่อนหน้านั้น 1 อาทิตย์เป็นท่านพ่อของเธอกระทำอย่างเดียวกัน นั่นเป็นเหตุการณ์ในคืนหนึ่ง อันเป็นคืนของคฤหาสน์ตระกูลคาสเชล ซึ่งเคยเป็นครอบครัวพ่อ ลูกชาย ลูกสาวได้กลับย้อนมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข มีความสุข เป็นระยะเวลาราว 1 ปีจนเต็มอิ่ม

รัฐซิลเวีย 1 ตุลาคม ปีถัดมา...

"พี่ซิลวี่บอกพี่อีธานแล้วใช่ไหม ว่าเราจะไปโรงแรมกันเอง" สาววัย 21 ในชุดโค้ทยาวสีแดงหมุนตัวหันหลังมาถามบอดี้การ์ดสาวหรือพี่เลี้ยงคนสนิทขณะเดินอยู่บนฟุตบาทภายในรัฐซิลเวียเขต 1

"ค่ะ ท่านอีธานรับทราบแล้ว จึงขอตัวกลับเชคเวียเห็นว่าได้รับภารกิจเร่งด่วนค่ะ"

"โอเค งั้น... คนพูดกุมมือไว้ยังหน้าอกอย่างครุ่นคิด... แวะซื้อขนมก่อนกลับโรงแรมหน่อยดีกว่า" สายตาซุกซนมองไปรอบๆ พบว่ามีร้านขนม หรือ คาเฟ่กาแฟมากมาย จนดันไปสะดุดตากับร้านหนึ่ง Sweet Soft ชื่อร้านขนมเค้กและร้านกาแฟตั้งอยู่บริเวณริมถนน ตรงข้ามกับสวนสาธารณะติดแม่น้ำสายใหญ่

เนรา รู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่เห็นหน้าร้าน ป้ายชื่อสีชมพูขาวตลอดจนภายในร้าน เธอเดินเข้าไปได้อย่างมั่นใจราวกับรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน กลิ่นหอมอ่อนๆรอบกาย เป็นกลิ่นแปลกใหม่ไม่มีอาจหาผู้ใดเสมอเหมือน ยามมนุษย์ธรรมดาหรือมนุษย์พิเศษเดินผ่านพลันเหลียวกลับมามองเธอ สำหรับมนุษย์ธรรมดาอาจคิดไปว่าคงเป็นกลิ่นน้ำหอมระดับสูง ทว่ามนุษย์พิเศษอย่างหมาป่า จิ้งจอก เงือก หรือแม้แต่แวมไพร์ต่างตั้งข้อสงสัยว่าเป็นกลิ่นใด แม้จะมีกลิ่นเจ้าแห่งหมาป่าวนเวียนรอบกายไม่จางก็ตาม แต่กลิ่นหอมในลักษณะต่างออกไปนั้นยังเคล้าผสมอยู่ด้วย...

เนราเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากแวมไพร์ตนอื่น ไร้เขี้ยว ด้อยพละกำลัง แม้แต่กลิ่นเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนแห่งแวมไพร์ มิอาจมีเฉกเช่นคนอื่นๆ นอกจากบิดาและพี่ชาย ผู้จะสามารถรู้ว่าเธอคือแวมไพร์ มีแต่สิ่งมีชีวิตพิเศษผู้ครองครองความพิเศษเหนือกว่าเท่านั้น นั่นคือการใช้ประสาททางจิตมองเข้าไปยังภายใน ถึงจะเห็นดวงจิตแท้จริงอันไหลเวียนอยู่ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คน อย่างน้อยบรรดาหัวหน้าของแต่ละเผ่าพันธุ์ล่ะนะ

ชายอาวุโสผู้ยืนอยู่ส่วนเคาน์เตอร์ มองร่างหญิงสาวในชุดโค้ทสีแดง บุคคลที่เขาไม่ได้เห็นมาเหยียบปี เพราะปกติเธอมาเกือบทุกวันด้วยกันกับชายคนรักอย่างสเวน เขาสัมผัสได้ว่าหญิงสาวดูแปลกไป จะว่าผ่องราศีกว่าเก่าคงได้

"หมดนี่ค่ะ" เสียงใสพูดขึ้นพร้อมวางบัตรใส่ถาดขนมหลายชิ้นก่อนชี้เมนูน้ำเติมวิปครีมสูงๆเพิ่ม ชายอาวุโสยังคงมองหญิงสาวไปเรื่อย จัดขนมใส่กล่องไปด้วยขณะสาวรุ่นหลานเดินไปดูใบปลิวร้านอย่างสนใจ ซิลวี่ผู้ไม่ทราบว่าชายผู้นี้รู้จักนายตน จึงได้แต่จ้องท่าทีนั้น และทำให้เขาต้องหลุบตาลงทันที

"ได้แล้วค่ะ" ซิลวี่ส่งแก้วน้ำปั่นของเนราที่สั่งไว้ให้เจ้าตัวก่อน ส่วนตนกลับมารอขนมกำลังจัดใส่กล่อง ซึ่งระหว่างนั้นเนราขอตัวไปรอนอกร้านเพราะรู้สึกถึงสายตาหลายคู่จับจ้องมาอย่างไม่มีช่องส่วนตัว ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าสายตาเหล่านั้นคือผู้คน ที่เคยเคารพตนในฐานะนายหญิง แต่ด้วยการหายไปของเธอโดยปริศนา ไม่มีการบอกเล่าเรื่องราวจากผู้ใดจึงทำให้พวกเขาต่างพากันสงสัยว่าทั้งคู่อาจจบชีวิตครอบครัวแล้วแยกย้ายกันไปแบบนั้นหรือเปล่า

สองเท้าหุ้มบูทยาวถึงน่องสีดำก้าวเดินอย่างมั่นใจไปจนถึงประตูร้าน ทว่ามือยังคงพัลวันกับแก้วน้ำและช้อนตักวิปครีมจึงหันหลังใช้เป็นฝ่ายเปิดประตูแทน ขณะกำลังดันเต็มแรงด้วยบานประตูแก้วชั่งหนัก คนข้างนอกผู้กำลังเข้ามาได้ใช้มือเปิดพอดี ทำให้ร่างหันหลังผลักประตูเคลื่อนพลาด แทบจะหงายลงไป โชคดีที่ฝ่ายคนข้างนอกรับร่างคนเผลอเหว๋อปล่อยแก้วน้ำตกกระจายไปกับพื้นไว้ทัน

สองสายตาสบกันอย่างอัตโนมัติ ทันใดหัวใจพลันระรัว ทั้งตกใจปนตื่นเต้น ชายผู้รับเธอไว้คือสเวน สามีผู้ไม่อยู่ในความทรงจำ นัยน์ตาสีดำเคลื่อนสำรวจแววตาคู่สีขุ่นเขียวอมเทา ใบหน้างามแบบบุรุษในเทพนิยาย หากไม่ใช่เธอคงมีหญิงจำนวนไม่น้อยตกหลุมพลางอันอดจะเหลียวมองแล้วมองอีกไม่ได้ เธอเหลือบไปเห็นรอยตำหนิบนใบหน้าหล่อเหลานั่น รอยแผลเป็นทางด้านขมับซ้ายเลยมาถึงดวงตาสามแถบ เจ้ารอยนั่นทำให้เธอรู้สึกแย่ขึ้นมาผิดปกติและถ้าจำไม่ผิด... "รอยแผลที่หน้าด้านซ้ายของเขามาจากการปกป้องภรรยาที่เขารักมากที่สุด"... เนราย้อนนึกถึงคำพูดของอีเมอร์สัน ชายผู้พี่เคยเล่าให้ฟัง ขณะที่สเวนเองก็ตกใจไม่น้อยยามได้สัมผัสร่างกายและกลิ่นแสนคุ้นเคย หญิงสาว ที่เขาเฝ้ารอเวลาเหมาะสมเพื่อได้พบอีกครั้ง

"ขอโทษค่ะ" เธอรีบกระเด้งตัวออกมาจากเขาพลางก้มหัวลงเล็กน้อย

"หันหลังเปิดประตู?... ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มเหมือนไม่พอใจเล็กๆ... คนข้างนอกจะดึงเพื่อเปิด คนข้างในจะผลักเพื่อเปิดออก หากใช้หลังดันแบบนี้อาจทำให้พลาด... ชายหนุ่มคลุกเข่าลงไปด้านล่าง ไม่ใช่เก็บแก้วร่วงหล่นจนน้ำเปรอะพื้น แต่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับสิ่งกระเซ็นติดช่วงกระโปรงหญิงสาว บริเวณเข่า และรองเท้าบูธ เวลานี้เนราตัวแข็ง เธอทำตัวไม่ถูก เพราะต่อให้ไร้ความทรงจำตลอดระยะเวลาราว 1 ปีที่ผ่านมา ก็ใช่ว่าเธอจะไม่ได้รับรู้เรื่องราว หรือไร้ความรู้สึกต่อเขาเลย เพราะความคิดถึงและอยากเจอมันดันตั้งอยู่บนข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะบนสิ่งที่เรียกว่า ลืม คิดถึงทั้งๆยังไร้ความจำเรื่องเกี่ยวกับชายผู้นี้... ถ้าหัวฟาดพื้นไปจะเป็นยังไง" ร่างสูงยืนขึ้น จ้องไปยังดวงตาคู่สีดำของผู้เพิ่งได้สติ แถมยังเบนสายตาหลีกหนีเขาไป

"เอ่อ..."

"มาถึงนี่ตั้งแต่เมื่อไร" เขาเปลี่ยนมาถามคนหน้าซีดแทน คงตามอารมณ์เขาไม่ทันยามถูกดุก่อนหน้า ซึ่งคำถามเหมือนรู้อยู่ก่อนว่าเธอจะมา... แน่ล่ะ เพราะเขามาที่นี่ในวันนี้เพื่อมาซื้อขนมเค้กรสชาดโปรดของเธอ เขาพอคุ้นเคยว่าเธอชอบอะไร เพื่อต้อนรับเนรากลับมา หลังจากได้รับข้อความจากอีเมอร์สัน

"เมื่อเช้าค่ะ" เนรารู้สึกตัวเองรักษาภาพพจน์นิ่งๆต่อหน้าเขาไม่ได้นัก เหมือนไม่อยู่กับร่องกับรอย ราวกับหัวใจเธออยากจะออกโลดแล่นไปหาอีกฝ่ายเสียให้ได้

"ท่านเนรา..." ซิลวี่เรียกขึ้นพร้อมเดินออกมาจากร้าน แววตาเรียวคมสีน้ำตาลมองใบหน้าชายหนุ่มผู้ที่ตนไม่อยากให้นายผู้หญิงต้องมาเจอด้วยความแปลกใจ เหตุใดเขาถึงมาอยู่ตรงนี้ แถมดูท่าทางนายหญิงของตน ยังมีแววตาสดใสมากกว่าตอนมาถึงสีหน้าออกเขินอายตามประสาหญิงสาวยามมีความรู้สึกดีดีให้ชายผู้หนึ่ง

"เสร็จแล้วเหรอ"

"เรียบร้อยค่ะ ไปโรงแรมกันเลยไหมคะ ท่านจะได้พักผ่อนด้วย"

"ผมจะไปส่งเนราที่โรงแรมเอง ไหนๆเจอแล้วคงต้องขอคุยด้วยหน่อย"

"คงไม่ได้ค่ะ... ซิลวี่ค้านขึ้นทันควัน หากปล่อยไปให้ได้ใกล้ชิดหรือสนทนาอาจทำให้เนราได้ความทรงจำคืน แผนการที่เธออยากให้นายหญิงของตนอยู่กับนายผู้ชายตลอดไปเมื่อผ่านมาคงพังลงทันที เธอทั้งพยายามให้เนราถอดสร้อยเขี้ยวหมาป่าแก้วออกรวมถึงแหวนประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งไม่สัมฤทธิ์ผล หรือจะพูดจาว่าความต่อสเวน เจ้าแห่งหมาป่าผู้พาเนรามาเพราะดวงชะตาผูกจิตตั้งแต่ต้น ไม่ได้มีความรักความผูกพันดังท่านอีเมอร์สันคนรอคอยเนรามาด้วยความระทมทุกข์ เฝ้ามองอยู่ห่างๆมาโดยตลอด ซึ่งสิ่งที่ตนได้พูด เหมือนจะประสบผลสำเร็จเพราะเนราเกิดอาการลังเล แต่นั่นไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเชื่อสนิทใจ ดังนั้นการดี คือหลีกเลี่ยงให้ทั้งคู่ได้พบกัน... คำสั่งท่านอีเมอร์สัน คือการพาท่านเนราไปยังโรงแรม"

"งั้นลองถามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอเป็นไง..." เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นแวมไพร์หนุ่มมือขวาของอีเมอร์สันปรากฏตัวอยู่หลังคู่หูสาว

"โลแกน นาย..." ซิลวี่หันกลับไปหาคู่หูตนผู้ไม่ได้พบหน้ากันกว่าหนึ่งสัปดาห์ เพราะชายหนุ่มต้องตามอีเมอร์สันมาซิลเวียก่อน

"เป็นคำสั่งของท่านเมอร์สัน จากวินาทีนี้ให้คุณสเวนจัดการ" เมื่อได้ยินแบบนั้นซิลวี่จึงต้องก้มหน้ารับคำสั่งของอีเมอร์สัน แม้จะไม่สามารถเดาทางข้างหน้าที่อีเมอร์สันวางหมากไว้ได้แต่เธอไม่ต้องการให้เนรากลับไปอยู่กับเจ้าแห่งหมาป่าผู้นี้ ทางด้านเนราไม่สามารถสรุปความรู้สึกตนเองได้ ก่อนกลับมาอีเมอร์สันได้ลั่นคำถามแสนอึดอัดไว้กับตน

"ทำไมล่ะคะท่านพี่ เนอยู่ทรานซิลเวเนีย เราอยู่ด้วยกันที่นี่ก็มีความสุขดี"

"ความสุข? งั้นพิสูจน์สิ... ฝ่ามือใหญ่เอื้อมลงมาจับปลายคางหญิงสาวเบาๆก่อนยื่นหน้ามาประชิดปลายจมูก... ถ้าการ กลับไปซิลเวียครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้เนรู้สึกว่าได้รับบางสิ่งกลับคืน พี่จะยอมทำตามที่เธอพูด"

"ตามมาสิ " สเวนพูดขึ้นเมื่อตนเดินไปได้สองสามก้าว ขณะหญิงสาวยังยืนทำหน้าครุ่นคิดบางเรื่อง เนรายามได้สติคิดว่าการเรียกเธอนั้นชั่งเป็นน้ำเสียงขัดหู เหมือนว่าตนจะต้องเป็นคนทำตาม เธอไม่รู้ว่าเนราก่อนหน้าเป็นเช่นไรแต่ตอนนี้...

"ฉันของเลือกสถานที่ที่จะไปสนทนาเองค่ะ" พูดจบหญิงสาวพลันหันเดินออกไปอีกทางทันที สเวนระบายลมหายใจเล็กน้อย ทั้งอยากจะพูดออกไป ให้เจ้าตัวทำตามคำสั่งแล้วเดินมา แต่ยากยิ่ง มีบางอย่างกดอำนาจเขาไว้ให้ต้องน้อมรับคำบัญชา

อำนาจแห่งผู้เป็นภรรยาชั่งยากต่อกร เขาไม่รู้ว่าสเวนคนก่อนตามใจเนราแค่ไหน เพราะตอนนี้เขายังรู้สึกขัดกับการต้องตามเธอไปโดยไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะหยุดลง สองเท้าของเธอจ้ำอ้าวเหมือนไร้จุดหมายโดยมีเขาเดินตามหลัง ยิ่งสเวนไม่มีปากเสียงและเดินตามอย่างสยบยอมเธอรู้สึกยิ่งสนุกเมื่อได้แกล้ง หลักฐานคือสีหน้าอมยิ้มปนหัวเราะตลอดทางเมื่อปรายหางตามองร่างสูงเดินตามอย่างไม่เว้นระยะห่าง

"ร้านซ้ายมือขึ้นชื่อเรื่องไอติมนมสดแท้ทำใหม่ และวอฟเฟิลกรอบ... คำเชิญชวนพูดขึ้นมาลอยๆ แต่กับคนฟังนี่หูผึ่ง พลันเท้าได้หยุดเดินมองร้านคาเฟ่ขนาดกลางติดถนนในซอยซ้ายมือ ขนมหวานเป็นของโปรดของเธออยู่แล้ว ยิ่งได้ยินคำยืนยันจากคนในพื้นที่ยิ่งกระตุ้นความอยาก ไม่รอช้าเธอปรี่เข้าไปหาเบาะนั่งทันทีโดยเลือกมุมในสุด ขณะเดียวกันสเวนเผลอกระตุกยิ้มอย่างไม่รู้ตัวพลางส่ายหน้าก่อนเดินตามเข้ามา เขารู้ว่าหญิงสาวแกล้งเขา เพราะเขาดันไปออกคำสั่งกับน้องสาวของชายผู้เป็นนายเหนือแห่งแวมไพร์... ช็อคโกแลตฟองดู นมชีสฟองดู ช็อคโกแลตขาว ชาเขียว มีหลายเมนูอยากได้แบบไหน" ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยยังไม่ได้ใบรายการจากพนักงาน เขารู้ได้เพราะการเดินสำรวจทำความรู้จักกับลักษณะร้าน เมนู ตลอดจนความชื่นชอบหรือระดับของแต่ละร้านไว้ครบแล้วในตลอดระยะเวลาแยกจากกับเธอ ด้วยคำบอกเล่าจากโครว์และเคธี่ถึงหนึ่งในความชอบของเนรา ฉะนั้นเขาคนก่อนซึ่งอยู่กับป่าเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าเมือง และไม่ชอบความเป็นเมือง แม้จะพาเนราเข้าเมืองมาได้ไม่กี่เดือน

แต่ก่อนหลังจากได้เนราคืนกลับ ก่อนที่ความทรงจำของเขาจะเริ่มต้นกลับคืนหลังจากได้เนรามาไว้กับตัวอย่างสมบูรณ์ เขาควรเรียนรู้ในโลกที่เนราเป็นตั้งแต่ต้น โลกของเนราที่ใช้อาศัยมาตลอดสิบกว่าปีก่อนก่อนพบเจอเขา

"เนสั่งหมดได้ไหมคะ แต่เอาแบบถ้วยเล็กๆพออยากกินหลายรสชาด" สเวนชูมือขึ้นพอระดับหัวของเขาหลังรับความต้องการ เขาสั่งไอศกรีมนมสด 5 ลูกก่อนตามด้วยฟองดูทุกรสชาดที่ทางร้านมี และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือวอฟเฟิลกรอบเนยสด ส่วนผลไม้ให้ทางร้านจัดมาอย่างที่ควร

"คุณ ไม่สั่งเหรอ"

"ผมเป็นหมาป่า เนื้อคงดีที่สุดสำหรับเรา" เนราทำหน้านึกได้ว่าคนพวกนี้ไม่ค่อยชอบของหวาน ผลไม้หรือผักสักเท่าไรก่อนจะสะดุ้งขึ้นเมื่อเพิ่งนึกออกว่าตัวเองดันหลงคำเชิญชวนของชายหนุ่มเข้ามานั่งในร้านเสียได้ อาการนั้นทำให้สเวนมองเธอด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยราวกับกำลังบอกว่า เธอตกหลุมกับดักของเขาเสียแล้ว

"แล้วคุณมีอะไรจะคุยเหรอคะ"

"คำถามนั่นคงเจ็บน่าดูถ้าผมความจำไม่ได้เสื่อม... ในขณะเหมือนโดนตอกกลับเนรามีความสงสัยขึ้น ความจำเสื่อม? ที่เขาว่าคืออะไร อีกฝ่ายเมื่อเห็นเธอสงสัยเขาจึงเริ่มบทสนทนาต่อ... วันที่เธอไปจากซิลเวีย ผมคงวิ่งตามรถเธอไปจนมีรถสวนมาทำให้พลาดตกเขา... ความเป็นห่วงเกิดขึ้นในใจผู้ฟังขึ้นมาทันที พร้อมคำถามดังว่าทำไมเธอ ถึงเป็นห่วงเขาและรู้สึกผิดเมื่อตนเป็นต้นเหตุ... อุบัติเหตุวันนั้นทำให้ผมจำเธอไม่ได้"

"สรุปว่าเราทั้งคู่จำกันไม่ได้" ทำไมเธอถึงหวั่น ทำไมถึงรู้สึกแย่ยามรู้ว่าสเวนจำเธอไม่ได้แล้ว

"คงเป็นแบบนั้น"

"หลังจากผมฟื้นจากอาการบาดเจ็บปางตายใต้เขานั่น และได้ยินชื่อของเธอจากโครว์และเคธ มันมีทั้งความเจ็บปวด จนไม่อยากได้ยิน ขณะเดียวกันกลับโหยหาจนแทบคลั่ง พอได้กลับไปโรงแรมหรือที่บ้านสวนบนเนินเขา ผมพบกับสิ่งของมากมายเป็นหลักฐานความทรงจำ ในตอนแรกพยายามผลักออกไป หากเธอเป็นต้นเหตุความเจ็บปวดแค่ผมยอมจำอะไรไม่ได้ไปตลอดแล้วปล่อยให้เธออยู่กับพี่ชายผู้ดูแลปกป้องเธอได้ คงไม่มีอะไรที่จะเป็นบ่วง..." คนฟังได้แต่ก้มหน้า เธอยังจำวันที่แสดงอาการกลัวพร้อมระแวงเขาได้ รวมถึงกล่าวหาว่าชายหนุ่มกล่าว ไร้สาระ นำเรื่องสามีภรรยามารั้งเพราะจะพาตัวเธอไปจากพี่ชายไว้ หลังจากไปอยู่ทรานซิลเวเนียได้หกเดือน เพื่อฝึกการควบคุมอารมณ์พลังแฝงเร้นในตัวเธอ และปรับความสมดุลจิตแวมไพร์ที่ถูกทำให้ตื่นหลังจากผนึกไว้ให้สงบรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตอีกครึ่งที่เธอใช้มันมาสิบกว่าปี ตอนนั้นอีเมอร์สันพอจะเล่าเรื่องราวตัวเธอยามอยู่กับครอบครัวสเวนคร่าวๆให้ฟังบ้าง แม้จะไม่ละเอียดด้วยพี่ชายตนไม่ได้ไปใช้ชีวิตร่วม แต่คำตอบนั่น เพียงพอทำให้เธอรู้ว่าพวกเขารักและดูแลเธอดีขนาดไหน...

" ถึงจะอยากกลับไปตอนนี้พี่คงต้องปฏิเสธ... เสียงอีเมอร์สันพูดขึ้นเมื่อมักเห็นน้องสาวชอบออกมานั่งกุมจี้เขี้ยวแก้วหมาป่าพลางขบคิดบางอย่าง เหมือนกำลังตามหาความทรงจำที่หายไป ซึ่งในบางขณะยังเห็นเนราแอบร้องไห้ออกมาโดยเจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว... จนกว่าเธอจะควบคุมพลังของตนเองได้ โดยเฉพาะจิตแวมไพร์นั่น ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เธอครอบครองอยู่จะทำลายคนรอบข้าง โดยเฉพาะสเวน ในตอนนี้หากพลั้งมืออาจไม่ได้คิดเสียใจ แต่เมื่อใดที่ได้ความทรงจำคืน เธอเจ็บปวดที่ทำร้ายเขา"

ในตอนนั้นเนราได้แต่ตอบปัดปฏิเสธว่าตนไม่ได้ต้องการไปตามหาความทรงจำหรือนึกถึงชายชื่อสเวน ขอแค่ตนได้อยู่กับอีเมอร์สันและผู้เป็นบิดานั้นเพียงพอ เธอไม่ต้องการความทรงจำนั้นคืน หากทำให้เธอต้องแยกจากอีเมอร์สันอีก ซึ่งผู้เป็นพี่ชายรู้ดีว่าเธอกำลังต่อต้านความรู้สึกที่เนรากดทับเอาไว้หลังจากตื่นขึ้นตามสายเลือดแท้จริง จริงอยู่ว่าเนราต้องการเขาแต่ใช่ว่าจะไม่ต้องการสเวน มันเป็นความรักที่แตกต่างกันคนละแบบเลย...

"แต่ทำไม่ได้ พอได้เห็นรูปถ่าย ข้าวของ กลิ่นเธอที่ยังคงวนเวียน มันทำให้ผมรู้จักที่จะอดทนรอ อีเมอร์สันบอกเหตุผล ที่ผมไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้ในเวลานั้น ผมจำนนเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอ เพื่อให้เนได้ฝึกการควบคุมตามที่พี่ชายเธอกล่าวมา โชคดีที่ผมจำอะไรไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคงทำใจลำบาก..."

"ที่จะไม่ไปพบฉันเหรอคะ" เธอถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ เท่าที่จำได้ชายเจ้าของดวงตาสีเขียวอมเทาผู้เข้ามากอดเธอในตอนนั้น ชั่งเปี่ยมไปด้วยความโหยหา ทั้งยังต้องการชิงตัวเธอกลับอย่างเต็มหัวใจ ไม่ว่าจะสีหน้า ท่าทางหรืออารมณ์ส่งผ่านอ้อมแขน โดยเฉพาะแววตาโศกเศร้า ยามเธอปัดป้องแสดงท่าทางโกรธเคืองเพราะจำไม่ได้ว่าเขาคือใคร นั่นเป็นแววตาราวกับคนพร้อมจะลาจากโลกนี้ไปทันที ต่างกับตอนนี้เขาดูสุภาพ นิ่ง สุขุม ดูใจเย็น ทั้งที่เคยคิดว่าเจ้าตัวนั้นพร้อมแย่งเธอไปจากอีเมอร์สัน หากเว้นช่องว่างให้เขาได้ทำล่ะก็ สำคัญกว่านั้นตอนนี้ ยังพยายามเว้นระยะห่างจากเธอไว้ เหมือนว่าจงใจจะทำอย่างนั้นเสียด้วยซ้ำหรือเป็นเพราะหากอยู่ใกล้เกินจะทำให้เขาอดที่จะสัมผัสเธอไม่ได้กันแน่... แล้วนี่เธอคิดเช่นนั้นในใจเพราะอะไรเรียกร้องให้เขาทำตามใจ หรือเปล่านะ

"โครว์กับเคธบอกผมว่าสเวนคนก่อนนั้นรักเนรามาก... พอได้ยินคำว่ารักเธออดเขินไม่ได้อีกแล้ว... เขาวางแผนหยุดการเรียนปี 4 เทอมสองเพื่อไปเฝ้าดูแลเธออยู่ห่างๆที่ทรานซิลเวเนีย รอให้เนราร่างกายสมบูรณ์พร้อมที่รับการฟื้นฟูความทรงจำ ไม่ว่าเนราจะผลักไสไล่ส่ง ไม่อยากพบหน้าก็ตาม ขอเพียงเขาได้เห็นหน้าเธอ... การพูดไล่ตั้งแต่ประโยคกลางๆมา แววตา สีหน้าชายหนุ่มเปลี่ยนไป เขามีรอยยิ้มเล็กๆเหมือนกับกำลังภูมิใจเมื่อตนเป็นเช่นนั้น ขณะเดียวกันแปลกใจ รู้สีกขัดกับภาพพจน์หรือตัวตนที่แสนอ่อนแอของตนเองไปด้วย... ผมจำไม่ได้ว่าเป็นคนแบบนั้น ยอมจะสละสังคมหมาป่าทางนี้ หรือละทิ้งหน้าที่ประจำถิ่นของเผ่าพันธุ์ แต่มันไม่ผิดนัก แม้ความทรงจำจะหายไป แต่ความรู้สึกไม่ได้เลือนลางเลยแม้แต่น้อย"

เขากำลังบอกเธอว่าแม้ความจำจะหายไป แต่ความรู้สึกรักในตัวเธอยังอยู่แบบนั้นหรือเปล่า เนราตั้งคำถามก่อนหลุบตาต่ำอีกครั้งเมื่อไม่อาจทนทานต่อสายตาเยิ้มมองเธออย่างถวิลหาได้นานๆ เพราะยิ่งสบดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกอาจออกมาทางปากเป็นแน่ ใช่ ตัวเธอจำเขาไม่ได้แต่ความรู้สึกไม่ได้หาย เธอเองยังอยากพบเขาอยู่ลึกๆ และเฝ้าคำนึงในบางครั้งขณะปล่อยตัวเองคนเดียวภายในสวนดอกกุหลาบพิเศษที่อีเมอร์สันปลูกไว้เพื่อเธอ อดคิดไม่ได้ว่าชายคนมาป่าวประกาศเป็นสามีคงมาเยี่ยมเธอบ้าง ความรักอันแรงกล้าที่ส่งมายังดวงใจ คงไม่อาจทำให้เขาอยู่นิ่งหรือนอนดูดายกับที่ แต่ผิดคาด สเวนไม่มา แต่เพียงเหตุผลเมื่อครู่ความรู้สึกที่แปลว่าน้อยใจกลับมลายสูญสิ้นลงทันตา

"เราน้อยใจที่เขาไม่มาหาทั้งที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขา ทุเรศจริงๆ ในเมื่อไม่มีภาพร่วมกัน เราจะไปมีสิทธิ์โกรธหรือน้อยใจเขาได้ยังไงเนรา" เธอได้แต่นั่งพึมพำในใจ แม้ขนมหวานจะมาเสิรฟ์ แต่ไม่ได้สร้างความชื่นชมนักขณะรับประทาน

เนราไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร ควรดีใจเมื่อได้พบ หรือเสียใจเพราะหากพบแล้ว คนตรงหน้าอาจทำให้ตนและอีเมอร์สันต้องแยกจากกัน แต่ถึงอย่างนั้นดวงใจเจ้ากรรมกลับเหมือนได้เติมเต็ม ชายผู้นี้คือสิ่งที่เธอกำลังปิดตายไว้ในห้วงลึกของจิตใต้สำนึกแบบเดียวกับตัวตนของอีเมอร์สัน ที่เคยถูกกดทับเอาไว้ เธอเชื่อว่าสเวนคงได้ความทรงจำคืนกลับในอีกไม่นาน เพราะเขาอยู่ซิลเวียตลอดซ้ำยังมีหลักฐานชิ้นสำคัญช่วยเหลือในเรื่องการฟื้นคืนความจำ แต่กับเธอผู้เอาแต่นั่งนึกกุมสร้อยคอกุมแหวนแต่งงานไม่ยอมถอดแม้พยายามจะถอนมันเกือบหลุดแต่สุดท้ายกลับรีบถดถอยเข้ายังจุดเดิมอย่างรวดเร็วกลัวว่ามันจะหายไป เธอมีตัวช่วยเพียงได้แค่นึกอย่างล่องลอย หากสเวนจำได้ก่อนเขาคงต้องเจ็บปวดใจอย่างมากเป็นแน่...

18.00 น. โรงแรมเครือตระกูลคาสเชล

"ถึงจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน แต่ไม่มีอะไรที่เราสื่อสารกันนอกจากความเงียบ พูดง่ายๆคือไม่มีอะไรคืบหน้าหลังจบจากร้านขนมไอศกรีมนมสดและวอฟเฟิลกรอบขึ้นชื่อนั่น เขาเหมือนจะแนะนำร้านทุกร้านตามตรอกซอยยามฉันเดิน เขาเดินตามฉันโดยเว้นระยะ่ห่างสองแขน แต่ก็เฝ้ามองทุกการย่างก้าวราวกับกลัวว่าฉันจะบาดเจ็บ สำหรับคนอื่นในฐานะคนที่ไ่ม่ได้พบกันเกือบปี และไร้ความทรงจำต่อกัน ที่สำคัญยังมีสถานะฉันท์สามีภรรยา มาบรรจบพบคงเป็นเรื่องแปลกและการสนทนาอาจไม่ได้ราบรื่น หรือจบตั้งแต่หน้าประตูร้านขนมหวาน Sweet Soft ซึ่งฉันมารู้ทีหลังจากสเวน ว่าเป็นร้านประจำที่ฉันมักให้เขานั่งรอเวลาฉันไปเที่ยวกับเพื่อน อ่า ฉันทำให้เจ้าแห่งหมาป่านั่งรองั้นเหรอ? เนราคนเก่าร้ายขนาดนั้นเลยหรือไงนะ... แต่ว่า ฉันกลับรู้สึกมันเป็นเรื่องธรรมดา ที่สุดๆของความธรรมดา การสนทนากันหรือเดินไปด้วยกันมันปกติ แม้ไร้ซึ่งเสียง คำพูด ไม่มีแม้ความทรงจำใดๆ แต่ทุกย่างก้าวของเราทั้งคู่มันคือภาพของคู่รักมาเดินเล่นในวันว่าง และอบอุ่นท่ามกลางหิมะรวยรินอย่างแผ่วเบาเท่านั้น..."

"ผมอยู่ชั้นล่าง มีอะไรโทรเรียก... ชายหนุ่มชี้นิ้วไปยังแผ่นกระดาษบนกล่องโดนัทที่เขาซื้อไว้ให้เธอ... ไม่สิ หากตกอยู่ในอันตรายผมจะมาช่วยทันที" เนราหันหลังกลับตามเสียงเอ่ยขึ้นจากด้านหลังเมื่อเดินมาจนสุดทางริมประตูห้องพักของอีเมอร์สันหญิงสาวคิดว่าคำบอกกล่าวของอีกฝ่าย ชั่งแปลกโรงแรมนี้เป็นของพี่ชายเธอมีใครจะกล้ามาทำเรื่องร้ายๆงั้นเหรอ คงเป็นไปไม่ได้

"ขอบคุณที่สละเวลาพาเดินเที่ยวค่ะ" เธอก้มโค้งเล็กน้อยก่อนหันหลังพร้อมจะกดกริ่งเพื่อให้ซิลวี่เปิดประตูรับ

"ผมรักเธอนะเนรา... คำพูดนั่นถูกเอ่ยเบาๆ ทั้งที่ร่างสูงก้าวพ้นตัวเธอไปได้สี่ห้าก้าวแล้ว แต่กลับชัด มันชัดเจนในจิตใจล้ำลึกไปสู่จิตวิญญาณกำลังวิ่งเต้นเหมือนถูกไขปริศนา... ถึงจะจำไม่ได้ แม้ภาพของเราทั้งคู่จะเลือนลาง แต่จิตวิญญาณของผมต่างเรียกร้องแต่ชื่อ กลิ่น สัมผัส พยายามบอกให้รู้ว่าผมรักใครอยู่เสมอ เธอเป็นเดียวในโลก เป็นเจ้าชีวิตและนายเหนือของจิตใจ... มือบางสั่นชะงักคากริ่งก่อนดึงกลับมาไว้ข้างตัวพลางกำแน่น ไม่ หากกดตอนนี้ ซิลวี่โผล่มาเธออาจอยู่กับเขาได้น้อย ตอนนี้เนราไม่ได้แม้แต่จะหันไปมองชายผู้หันหลังกลับมาพูดกับเธอ... ผมอยากให้เธอรู้ไว้ว่าจะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าเธอจะเฉยชากับผมแค่ไหนก็ตาม ฝันดี เนรา" สิ้นประโยคนั่นร่างของเธอหลั่งน้ำตาทันที พลันหันกลับไปหาเจ้าของประโยคที่พยายามเอ่ยอย่างละเมมียดละไม ซึ่งขณะเดียวกัน สเวนได้หันหลังกลับด้วยรอยยิ้มหลังจากได้ปลดปล่อยสิ่งอัดอั้น เขาไม่คิดว่าเธอจะหันกลับมาเสียด้วยซ้ำ คงจะกดกริ่งเพื่อพาตัวเองเข้าไปในห้อง

มือบางยื่นแขนราวกับต้องการไขว่คว้าร่างนั้นไว้ ร่างกายขยับตามจิตวิญญาณผูกพัน ขณะสมองส่วนความทรงจำกลับลางเลือน มีแต่ความรู้สึกหลงเหลือ ทำให้เธอเจ็บปวดตนต้องกุมหน้าอกสะอื้นราวกับคนหายใจไม่ออก

"ผมรักเธอเนรา... ผมรักเธอ... ผมรักเธอมากกว่าใคร... เธอเป็นสิ่งสำคัญเพียงคนเดียวในโลกนี้..." ภาพในจิตใต้สำนึกวับไปแวบมาในหลายๆสถานที่ ใบหน้ายิ้มหวานของชายหนุ่มกำลังพร่ำบอกรักอย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะในห้องดูจะเป็นบ้านไม้ ป่า ภูเขา หรือโรงแรม ราวกับคำพูดนั้นถูกพร่ำย้ำเตือนอยู่เสมอ ร่างหอบเหนื่อยคุกเข่าหน้าประตูค่อยๆลูบใบหน้าเปรอะน้ำตาตนเองก่อนกดกริ่งเรียกคนข้างใน

"ท่านพี่ล่ะ" คำถามแรกหลังจากเธอถอดโค้ทสีแดงที่สวมออกส่งให้ซิลวี่ผู้เป็นพี่เลี้ยง

"ท่านบอกว่าวันนี้จะไม่กลับค่ะ เห็นว่ามีงานที่เชคเวีย"

"เวลา?" ทำหน้าได้เพราะบางทีเธออาจจะบอกว่าอาจพบกันในวันที่เธอมาถึงเจลเวีย

"ค่ะ"

"แปลกแล้วทำไมถึงส่งพี่โลแกนมาเรื่อยๆล่ะคะพี่ซิลวี่"

"ท่านอยากให้แกนมาช่วยดูแลท่านเนรา เบาค่ะ... อย่าลืมเกาท้ายทอยซอฟต์แวร์ดังกล่าวตัวโซฟาโดยขายังทิ้งพวงกุญแจไว้นึกถึงความรู้สึกน้อยที่กลับมาไม่เห็นอีเมอร์สัน... ต้องทำงานหนักและต้องเตรียมเนื้อหาให้อาบดีไหม"

"ไม่ใช่หรอกค่ะ" เธอปรากฏตัวขึ้นเพื่อแสดงว่าอยากเตรียมทุกอย่างเองและสามารถดูดซึมน้ำที่อาบหรือใส่นอนเพราะตั้งแต่ไปอยู่ทรานซิลเวเนียก็สามารถเพิ่มตุ๊กตาได้แต่คนคอยควบคุมแจงทุกอย่างอย่างครอบคลุมอย่างครบถ้วนและรองรับสิ่งที่เธอจะเป็นพอ

"ท่านเนรา... คนกำลังบิดตัวการ์ตูนเดินสวนชะงักพร้อมเอียงข้างมองหาคนเรียก... ท่านยังอยากใช้ชีวิตอยู่กับท่านเมอร์สันอย่างที่เคยพูดและคะ... อาจเป็นไปได้ว่าทำให้เนราแน่นิ่งยังคงเป็นเพราะจี้จุดหรืออะไรแต่คือคนถามคือซิลวี่...

ซิลวี่เคยฟังเธอถอดสร้อยเขี้ยวหมาป่าแก้วมังกรพร้อมแหวนแต่งงานออกด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพาตัวเนราแยกจากอีเมอร์สันไปแพลตฟอร์มเนราตัดสินใจดึงสร้อยให้ขาดจากคอด้วยซ้ำท... แต่นั่นไม่ได้ทำให้เนราสามารถถอดส่วนนั้นออกจากคอได้อีกครั้ง

"เรื่องนั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้นั่นเองค่ะ แต่อย่างไรก็ตามเนว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องของสถึงแม้ว่าจะจำเอาไว้ว่าเป็นความรักที่มีประธานจะเปลี่ยนหรือน้อยลง" เท้าก้าวเข้าสู่ห้องด้วยตนเองก่อนค่อย ๆ วางตัวลงไปที่นุ่มนวลต่อร่างกายรวมถึงผืนผ้ายังไร้การเสียดสีกับผิวและปล่อยทิ้งไว้ยกเกย์บิดทิศทางเดินกับแนวคิดของความคิดในหัว

“ท่านเมอร์สันยิ้มอย่างมีความสุขเช่นนี้เป็นของคุณเนราเท่านั้นนะคะ”

"ท่านอ๋อส่งลงกว่าแต่ก่อนมากผมว่าคงเป็นท่านเนรากลับมา"

"ถ้าคุณเนราอยากอยู่กับท่านเมอร์สันที่เลิกคิดถึงความทรงจำที่หายไปและได้รับความแน่นอนจริงๆค่ะ เริ่มต้นแค่ชายที่พาคุณไปอยู่ด้วยตามสัญชาตญาณเขาจะกลายเป็นรักอย่างหนึ่งที่เมอร์สันรักคุณพบกับท่านที่ผู้ชายรอคอยอยู่ตลอดด้วยความสูญเสียและความทรมานอยากจะหาแต่ทำได้แค่มอง"

แผ่นเสียงบอกของซิลวี่ดังในหัวแม้จ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

紀久子
紀久子
75話迄読みましたが、こんな優柔不断な 慎一の様な人は絶対やめた方がいいですね。 いくら仕事できても、過去の恋愛を見ても 常に振られるのが怖くて告白すらできなかった 様な人は絶対に避けるべきですよ。 真琴にはもっと素敵な人がいるはず!
2026-02-04 16:08:32
1
0
105 Chapters
第1話  値引きシールの向こう側
 仕事帰りに立ち寄った、いつものスーパー。 閉店まであと一時間を切った総菜コーナーには、赤い値引きシールが並び始めていた。 秋山真琴は、何の気なしに、ひじきの煮物のパックを手に取る。 貼られていたのは――「30円引き」。 その瞬間だった。 商品棚の横、すり切れたステンレスの壁に映った自分の姿が、視界に入った。 くすんだ照明。 仕事帰りの地味な服装。 肩から提げたバッグの重み。 ――あ。 喉の奥が、ひゅっと鳴る。 「すべてを投げ捨てて、逃げたい」 理由は分からない。 ただ、そう思った。 ステンレスに映る自分の顔は、どこか擦り切れて見えた。 何度も磨かれて、角がなくなった金属みたいに。 これが、今の私? 慌てて視線を逸らし、真琴はひじきのパックをカゴに入れた。 なぜか胸の奥が落ち着かず、他の商品を見る気になれない。 レジを済ませ、外に出ると、夜風が頬を撫でた。 春先のはずなのに、少しだけ冷たい。 親友の楓を助けるつもりだった。 それは、嘘じゃない。 広告代理店で積み上げてきたキャリアを手放し、 診療報酬請求事務の資格を取り、 楓が立ち上げた外科病院を手伝った。 「ありがとう、真琴がいてくれて本当に助かる」 そう言って笑う楓の顔を見るたび、 自分の選択は間違っていないと思っていた。 ――思おうとしていた。 病院を辞めると決めたとき、 真琴は楓に、こう伝えた。「実家に戻らなきゃいけなくなって」「え……急だね」「うん。ちょっと、いろいろあって」 本当の理由は言わなかった。 言えなかった。 楓は一瞬だけ、何か言いたそうな顔をしたが、 すぐに微笑んで、「そっか」と頷いた。「今まで、本当にありがとう」 それだけだった。 あっさりしすぎていて、 胸の奥が、ちくりと痛んだ。 少し離れた街に引っ越し、就職活動は思った以上に難航した。 結局、資格があるからという理由で、別の病院に採用された。 生活のための就職。 そう割り切ったはずだった。 毎日、同じ時間に出勤し、 書類を整理し、 数字をパソコンに打ち込む。 退勤後は、スーパーで値引き品を買って帰る。 それだけの生活。 アパートの部屋に戻り、 買ってきたひじきの煮物を皿に移す。 テレビをつけても、内容は頭に入らない。 缶ビールを開
Read more
第2話
「楓が自分で病院の経営をするの!?」裁判が終わり、賠償金と慰謝料を手にした楓は、勤務医ではなく、開業医になることを決めた。莫大な賠償金が入ったといっても、病院を経営しようと思ったら、もっと莫大な金額が掛かる。普通の会社を経営するのとはわけが違う。医療機器を幾つも置き、看護師も雇わなければならない。そんなことを一瞬で考えながら、真琴は「楓………大丈夫なの……その、お金とか…」と聞いた。ここはいつものイタリアンレストラン。「今回は、重大発表がある」と楓に言われてやってきた。今の楓は、無職の医師だ。真琴は楓の姿を見つけ、テーブルの向かいに座った。「ごめん、帰り際にチーフに捕まっってさ~。アイツ、ホント空気読まないんだから!!」と言いながら、ワインを注文する。「楓、食事はした?」突風が吹くようにやって来て、座ってワインを注文するまでに、3分経ってないだろう。真琴の勢いに、楓は圧倒されていた。「………まだ。真琴…ちょっと落ち着いて座ってよ」と苦笑する。真琴も。、手に取りかけたメニューを置き、「ゴメン。今回のイベント広告が大変で、テンションが上がったままきちゃったから…」と、届いたワインのグラスを手に取ると、楓に掲げて一口飲んだ。「相変わらずなんだから……体調は……良さそうね」楓が呆れて、真琴の顔色を見る。真琴は腕を出して、「楓先生、脈拍も!」と言う。「慌てて来た挙句に、ワイン飲んじゃったんだから、心拍数が上がってて当たり前でしょ!!」と、真琴の手を軽く叩いた。二人は顔を見合わせ、一緒に笑うと、「私、病院の経営をしようと思ってるの」と、楓が言った。真琴はワインを吹き出しそうになりながら、「楓が!? 自分で病院の経営をするの!?」という、冒頭のセリフに行きついた。楓はテーブルに肘をつき、顔の前で指を組むと、「冬真がね、不動産会社の会長のご子息で、自分も不動産業を極めるって。不動産学の学位を持ってるらしくて、用地買収から建設、その後の経営方針なんかも考えてくれて……サポートするからやってみろって。」「それで決めたんだ……そう言うってことは、決めたんでしょ、楓?」楓は真琴の目を見つめ、「うん、やってみようと思うの」と頷いた。真琴は内心羨ましいと思ったが、親友の楓が幸せであるなら、羨ましさよりも、今は協力を申し出る時だと考え
Read more
第3話
「ホントに猪突猛進型だね、真琴」苦笑いをしながら、陽斗は本屋の通路を歩く真琴の背中を見つめていた。目的地が決まったら一直線。迷いなく進み、途中で立ち止まることはほとんどない。その歩調に合わせるのは、もうすっかり陽斗の役目になっていた。四つ年下の陽斗は、いつも真琴のワガママに振り回されている。けれど、それを不満に思ったことは一度もなかった。むしろ、その強引さや思い切りの良さに、何度も背中を押されてきたのは自分のほうだと、陽斗はよく分かっている。(ちょっと年上の、あねさん女房ってやつもいいな……)ふと浮かんだ考えに、陽斗は小さく息を吐いた。真琴と並んで歩く時間は、いつの間にか日常になっていた。特別な約束を交わさなくても、互いの予定を自然と把握していて、困ったことがあれば一番に相談する。その距離感が、陽斗には心地よかった。同じように、真琴も感じていた。陽斗は、年下なのに妙に頼りがいがあって、余計なことを言わず、必要なときには必ず隣にいる。気づけば、未来の話をすることにも抵抗がなくなっていた。結婚を、どちらが言い出すのか……それくらい、二人の関係は親密だった。「ところで、何の本を探してるんだっけ?」陽斗が尋ねる。陽斗の方がずっと背が高い。資格コーナーに並ぶ棚の上段を見上げる役目は、いつの間にか彼に固定されていた。「高い位置を探すのは、陽斗の担当ね」そう言われて、陽斗は苦笑しながら棚に目を走らせていたが、その問いかけに、真琴は背を伸ばして答えた。「ハル。それを知らずに探してたの?」陽斗も苦笑して言う。「だって、まだ教えてくれてないよ」真琴は一瞬、しまったという顔をしたが、すぐにいたずらっぽく笑った。隠していたわけではない。ただ、言葉にする準備が、少しだけ足りなかった。「医療事務審査試験。メディカル クラークとか書いてないかな?」その言葉を口にした瞬間、胸の奥がきゅっと締めつけられる。軽い気持ちで決めたわけじゃない。楓の顔が浮かび、その病院の空気が、真琴の心を離れなかった。「医療事務審査……あぁ、これかな?」陽斗が棚の上段から、慣れた動作で一冊の本を取り出す。「どれどれ。医療事務審査とは……実務で必要とされる技能者の養成を図るため、診療報酬請求事務技能はもちろん、窓口業務等で求められる患者接遇の技能も試験科目に
Read more
第4話
 仕事の合間を縫って、真琴は机に向かい続けた。 昼休みの短い時間、帰宅後の疲れ切った夜、眠気と戦いながらページをめくる日々。 それでも不思議と苦ではなかった。 目標がはっきりしていたからだ。 そして―― 医療事務技能審査試験、合格。 その知らせを聞いた楓は、電話口で一瞬言葉を失い、それから弾けるように驚いた声を上げた。 すぐに「お祝いしよう」と話がまとまり、久しぶりに皆で、いつものイタリアンレストランに集まることになった。 楓と冬真、真琴と陽斗。 見慣れた顔ぶれ。 それだけで、真琴の胸は高鳴った。 席に着くなり、真琴は周囲を見渡す。 この空気、この距離感。 ここに戻ってきた、という実感が湧き、思わず口元が緩んだ。「では、真琴さんの合格を祝って、乾杯!!」 冬真がワイングラスを高く掲げる。「真琴、おめでとう!!」「頑張ったね、真琴!」 口々に投げかけられる祝福の言葉。 その一つひとつが、胸の奥に温かく染み込んでいく。 真琴は得意満面だった。 努力が、こうして形になり、皆に認められる。 その事実が、何より嬉しかった。 乾杯を終え、グラスを置くと、ようやく皆が席に落ち着き、料理に手を伸ばし始める。「医療事務技能って、結局、何ができるの?」 陽斗が真琴に料理を取り分けながら聞いた。 世話焼きな仕草は、いつも通りだ。 真琴は皿を受け取りながら、少しだけ背筋を伸ばす。「メディカルクラークって、医療用語や書類作成とか、医師・看護師と患者との架け橋のような立場で話ができたりする、医療事務の資格だよ。診療報酬とか、医療保険制度や高齢者医療制度、介護保険制度なんかの知識を勉強したから、患者の相談に乗ることもできる資格なの」 覚えた知識を口にするたび、真琴は実感していた。 自分は、確かに一歩進んだのだと。「へえ。ってことは、楓さんの病院に勤めよう、なんて考えてるとか?」 陽斗が続けて聞く。 その瞬間、真琴は楓の顔を見た。 視線が合い、すぐに笑って言う。「バレたか!」 楓は、やはりという思いだった。 試験を受けると聞いた時から、心のどこかで覚悟していた。 だからこそ、嬉しさと同時に、別の感情も込み上げる。「私は構わないよ。真琴が一緒に居てくれたら頼もしいし。…でも、今の仕事はどうするの?」「辞めちゃう!!だっ
Read more
第5話
 イタリアンレストランでの賑やかな夜が終わり、日常が戻ってきた途端、真琴の胸の奥に、わずかな重みが残り始めた。 朝の通勤電車。 窓に映る自分の顔をぼんやりと眺めながら、真琴は前夜の会話を思い返していた。(辞めちゃう!!って……私、即答しすぎたかな) あの場では、迷いなどなかった。 楓の力になりたい。その気持ちは、今もまったく揺らいでいない。 けれど、実際に「辞める」と決めた瞬間から、今の職場で過ごしてきた年月が、次々と頭に浮かんでくる。 慣れたデスク。 顔なじみの同僚。 文句を言いながらも続けてきた仕事。 それらを、手放す。(……まあ、考えすぎても仕方ないか) 真琴は、いつものように勢いで自分を納得させた。 迷いはあっても、立ち止まる性分ではない。 前を向いて進む。それが、自分らしさだと分かっている。 一方で―― 楓は、病院の執務室で、真琴の顔を思い浮かべていた。 合格の知らせを聞いたとき、心から嬉しかった。 真琴が一緒に働いてくれたら、どれほど心強いか。 それは本心だった。 だが同時に、院長としての理性が、静かに警鐘を鳴らしていた。(友だちだから、ではダメ) 病院は、遊びではない。 経営も、人材も、すべてが現実だ。 給与、役割、責任。 そこに「親しいから」という理由を持ち込むことの危うさを、楓は誰よりも理解していた。 デスクに置かれた書類に目を落としながら、楓は小さく息を吐く。(真琴……勢いで決めてないよね) 信じたい。 けれど、止めるべきなのか、支えるべきなのか。 その境界線が、まだ見えなかった。 その日の夜。 真琴と陽斗は、並んで夕食を取っていた。「ねえ、ハル」 箸を止めずに、真琴が言う。「なに?」「私さ……本当に辞めちゃっていいのかな?」 唐突な問いに、陽斗は一瞬だけ動きを止めた。 そして、真琴の顔を見る。 そこには、昨夜の強気な表情とは違う、ほんのわずかな不安が滲んでいた。「珍しいね。弱気じゃん」「弱気っていうか……現実?」 真琴は苦笑する。 資格を取った瞬間までは、未来が一直線に見えていた。 けれど、動き出そうとすると、足元の感触が変わる。「後悔しそう?」 陽斗の問いは、責めるでもなく、誘導するでもない。「……分かんない。でも、やらなかったら、もっと後悔する気
Read more
第6話  後悔
 真琴が、楓の病院――『 Maple Grove Surgical Hospital 』で働き始めて、三カ月が経った。 最初から、特別扱いはなかった。 楓ははっきりと、「他の人と同じように、面接をしてから採用するか決める」と言った。 その言葉に、真琴は少しだけ安心し、同時に身が引き締まる思いがした。 面接当日。 楓だけでなく、病院に勤める他の医師たち数名も同席していた。 専門用語が飛び交う空気の中、真琴は広告代理店で培った度胸と、必死に積み上げた知識で応じた。 医療事務技能審査試験で学んだ制度、患者対応の考え方。 質問に答えるたび、心臓の鼓動が高まったが、不思議と逃げ出したいとは思わなかった。 結果は、「知識は採用に値する」。 その一言で、真琴の中の迷いは、いったん消えた。 だが―― 長年勤めた広告代理店『 アークライト・コミュニケーションズ 』を退職すると伝えた途端、空気は一変した。 上司であり、チーフである三浦隼人は、机を叩く勢いで声を荒げた。「お前の考えは突飛すぎる!!」 真琴の性格を知り尽くしている三浦は、静かに、しかし強く言葉を重ねる。 「親友の、渡辺楓の病院を手伝いたい」と、熱心に訴える真琴に、「お前の才能は、病院勤務では生きない。広告の世界で発揮するべきだ!」 最後まで、三浦は反対していた。 感情論ではなく、真琴の力を本気で評価しているからこその言葉だと、分かっていた。 それでも―― 真琴は止まらなかった。「長い間、お世話になりました!!」 三浦が止めるのも聞かず、深く頭を下げると、真琴は会社を飛び出したのだった。  そして現在。 真琴は、毎日、同じような時間を過ごしていた。 先ほども、高齢者医療制度について、患者の家族に説明していた。 高齢の患者も少なくなく、こういった制度を使えば、医療費を抑えることができる。 相手の
Read more
第7話
 ストレスを抱え始めた真琴は、目に見えて楓を避け始めた。 それは、自分でもはっきり分かるほど露骨な変化だった。 廊下の向こうに楓の姿が見えると、真琴は反射的に足を止め、踵を返して反対側へ歩いて行った。 偶然を装う余裕すらなく、ただ逃げる。 胸の奥が、きゅっと縮む。 楓の背中を見るたびに、申し訳なさと、向き合うのが怖い気持ちが同時に湧き上がった。「秋山さん、渡辺先生の資料を届けて……」 そんな声がかかっても、真琴はすぐに視線を逸らす。「ゴメン。私患者さんと約束があって…」 本当は、数分あれば終わる用事だと分かっている。 それでも、楓と顔を合わせる可能性を、無意識に避けていた。 断ることが増えるたびに、胸の奥がざらつく。 こんな自分でいいわけがない。 そう思えば思うほど、行動は逆を向いてしまう。  帰宅すると、真琴はどっと疲れを感じた。 誰に何をされたわけでもない。 けれど、心だけが擦り切れている。 一人の部屋。 灯りをつけた途端、静けさが重くのしかかる。(自分で後悔しないと宣言したのに……) その言葉が、頭の中で何度も繰り返される。 そう思えば思うほど、自分自身が一番後悔していると認めているようなものだった。 洗面所に立ち、真琴は鏡に映った自分の姿を見る。 そこにいるのは、疲れた表情の女。(私、全然輝いてない……) 広告代理店に居た頃は、パーティーやお披露目会などに出席することも多かった。 ドレスを着て、ちょっと豪華なアクセサリーをつけ、 ワイングラスを片手に、会社社長などを相手に雄弁を語っていた。 言葉で空気を操り、企画で人を動かし、 自分が世界の真ん中に立っているような感覚すらあった。 それに比べて、今は――。
Read more
第8話
 真琴が限界に近づいていることを、最初に感じ取ったのは陽斗だった。 些細な言葉に過敏に反応し、黙り込んだかと思えば、急に強い口調になる。 以前なら笑って流していたことにも、刺が立つ。「……最近、どうしたの?」 夕食のあと、沈黙に耐えきれなくなった陽斗が切り出した。 真琴は一瞬だけ言葉に詰まり、視線を逸らす。「別に。何でもない」 嘘だ、と自分でも分かる答えだった。 けれど、本当のことを言う勇気もなかった。「何でもないわけないでしょ。明らかに無理してる」 その言葉に、胸の奥で何かが音を立てて崩れた。「……私さ」 真琴は、そこで一度言葉を切った。 初めて、“誰かに本音を言おう”としている自分に気づく。「病院の仕事、ちょっと……後悔してる」 絞り出すような声だった。「向いてないとか、嫌いとかじゃないけど……。 毎日が、息苦しくて。 このままでいいのか、分かんなくなってきて……」 ようやく口にした本音。 それは弱音であり、助けを求める言葉だった。 だが――「……だから言ったじゃん」 陽斗の声が、思ったより低く、硬かった。「文句言うのは贅沢だって。自分で選んだんでしょ?」 その一言が、真琴の胸を深く刺した。「分かってるよ! 分かってるけど……感情は、そう簡単じゃないでしょ!」「じゃあどうすればいいの?」「そんなの、私だって分かんない!!」 言葉がぶつかり合い、空気が荒れる。「楓さんのためって言ってたのも、本当は違ったんじゃないの?」「なに、それ……」「逃げたかっただけじゃないの?」 その瞬間、真琴の中で何かが切れた。「ひどい……! 私がどんな思いで辞めたと思ってるの!?」「じゃあ、今の不満は誰のせい?」「……っ」 答えられなかった。 沈黙が、喧嘩を決定的なものにする。「今日は、もう話せない」 陽斗はそう言って席を立ち、部屋を出ていった。 翌日。 真琴は、目の奥が重いまま病院へ向かった。 いつも以上に周囲が気になり、集中できない。 そんな中、廊下で楓と鉢合わせた。 一瞬、逃げようとしたが間に合わなかった。「……真琴。最近、元気なさそうだけど、大丈夫?」 その声は、心配そのものだった。 なのに―― 真琴の口から出たのは、冷たい言葉だった。「……忙しいので」 楓の表情が、一瞬だけ固
Read more
第9話  一人で生きるという選択
秋山真琴は、自分の人生を「失敗した」と思ったことは一度もない。 少なくとも、これまでは。 仕事はある。 生活は安定している。 誰かに依存せず、自分の足で立っている。 それは、間違いなく自分で選んできた人生だった。 流されてきたわけでも、妥協したわけでもない。 自分の判断で、選び、掴み、手放してきた。 なのに―― 新しい街で迎える朝は、いつも少しだけ静かすぎた。 カーテンを開け、朝の光を部屋に入れる。 整えられたワンルーム。 余計なものは何もない。 この空間は、真琴が「一人で生きる」と決めた結果だ。 衝動で選んだわけではない。 経済的にも、現実的にも、無理のない選択だった。 それを後悔しているわけではない―― 少なくとも、そう思おうとしている。 ただ、満足かと聞かれたら、そうとも言い切れなかった。 ――私は、何を守ろうとしてきたんだろう。 誰かと深く関わらないこと。 期待しすぎないこと。 失う前に、距離を取ること。 それは賢い選択だったはずだ。 実際、真琴はこれまで大きな傷を負わずに生きてきた。 失恋に泣き崩れることも、誰かに縋ることもなかった。 でも同時に―― 心の底から喜ぶことも、 誰かに必要とされる実感も、 どこかで避けてきたのではないか。 踏み込めば、失うかもしれない。 期待すれば、裏切られるかもしれない。 そう思うたびに、一歩引く癖がついていた。「他に好きな子ができた」 その言葉で、陽斗との関係は、あっさり終わってしまった。 泣き叫ぶような別れではなかった。 責め合うことも、縋ることもなかった。 あまりにも静かで、あまりにも現実的な終わり方だった。 お互い、“結婚”という二文字を意識していると思っていた。 少なくとも、真琴はそう信じていた。 年齢も、関係性も、タイミングも、揃っていると。 けれど、それは真琴の独りよがりだったらしい。 陽斗は、真琴が変わっていくのを、ずっと隣で見ていた。 仕事に疲れ、笑わなくなり、 苛立ちを隠さなくなっていく姿を。 支えたいと思った。 寄り添おうともした。 でも、真琴は弱音を吐く代わりに、壁を作った。 「大丈夫」と言いながら、 本当は大丈夫ではないことを、誰よりも分かっていたのに。 陽斗にとって、 “一緒に未来を想像できなく
Read more
第10話
それは、懐かしい熱だった その男は、真琴の名前をフルネームで呼んだ。「……秋山真琴?」 声に振り向くと、少し驚いたような、でも楽しそうな顔があった。  スーツ姿。ネクタイは緩め、仕事帰りらしい。「あ……」 一拍遅れて、記憶が追いつく。「久しぶり。覚えてる? 大崎」 覚えている。  忘れるほど薄い関係ではなかった。「大崎、慎也……?」「懐かしいな、その呼び方!まだ覚えてくれてたんだ」 彼はそう言って、笑った。  あの頃と変わらない、軽くて人懐っこい笑顔。 場所は、駅近くの立ち飲みバーだった。  真琴は仕事帰り、なんとなく寄っただけだった。  誰かに会う予定など、なかった。「真琴、今は何してるの?」 呼び捨て。  それだけで、胸の奥が少しだけざわつく。「医療事務。病院で働いてる」「へぇ。意外」 そう言われるのは慣れている。  広告代理店時代の真琴を知る人間は、だいたい同じ反応をする。「大崎は?」「俺? まだ広告。相変わらずだよ」 懐かしい単語だった。  締切、修羅場、深夜のコンビニ、朝焼け。「一杯、付き合わない?」 断る理由はなかった。  断る必要も、感じなかった。 グラスを合わせた瞬間、  真琴は、昔の自分に戻ったような錯覚を覚えた。 会話は軽く、テンポがいい。  仕事の愚痴、昔の同僚の噂、どうでもいい笑い話。「真琴さ、変わったよな」「そう?」「落ち着いた。でも……それ、好きだった?」 一瞬、答えに詰まる。 好きかどうか。  考えたことは、なかった。「悪くはないよ」「ふーん」 大崎はそれ以上、踏み込まなかった。  その距離感が、心地よかった。 楽しい。  ただ、それだけ。 帰り際、大崎が言った。「また飲もう。今度は、ちゃんと時間あるとき」 名刺代わりに、スマホを差し出される。  真琴は一瞬迷い、連絡先を交換した。 駅のホームで、電車を待ちながら、  胸の奥が、少しだけ熱を持っていることに気づく。 ――楽しい、だけじゃダメなんだっけ。 そんな疑問が浮かんだが、すぐに消えた。 翌日、真琴は所用で訪れていた楓と再会した。 病院のエントランス。  白衣姿の楓は、相変わらず忙しそうで、それでも凛としていた。「真琴」 名前を呼ばれて、足が止まる。「久しぶり。こ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status