ฉันชอบที่ 'the shape of love' เลือกเล่าเรื่องความรักด้วยมุมมองที่หลากหลายและซับซ้อน ไม่ได้ขายความรักแบบโรแมนติกเพียงครึ่งเดียว แต่เจาะลึกถึงองค์ประกอบของมันทั้งความหวาน ขม และการเติบโต
ในมุมมองส่วนตัว ฉันพอจะอธิบายได้ว่าเรื่องการแปลไทยของ 'The Shape of Love' ขึ้นอยู่กับว่าเล่มที่คุณหมายถึงเป็นผลงานของใครและการจัดจำหน่ายอยู่กับสำนักพิมพ์ใด
ความรักถูกมองเป็นรูปร่างและเงาในบทสัมภาษณ์ของผู้เขียน 'the shape of love' ซึ่งทำให้ผมคล้อยตามได้ง่ายเพราะภาพเปรียบเทียบมีพลังมาก
คำสัมภาษณ์สะท้อนแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม ความทรงจำในเมืองเก่า และภาพวาดที่คั่นกลางความเหงากับความหวัง ผู้เขียนเล่าว่าเคยนั่งมองหน้าต่างอพาร์ตเมนต์เก่าแล้วคิดถึงเส้นสายของความสัมพันธ์เหมือนหน้าต่างที่เปิด-ปิดได้ตามช่วงเวลา ความคิดนี้ถูกย้ำด้วยเพลงบรรเลงช้าๆ และภาพยนตร์เรื่องที่เล่าเรื่องความรักอย่างละเอียดอ่อนอย่าง 'Call Me by Your Name' จนลงตัวเป็นวิธีเล่าเรื่องแบบนุ่มนวลแต่ไม่หวานจนเกินไป