ผมนึกภาพวันแรกที่ Alan Scott ปรากฏตัวบนหน้ากระดาษ—สร้างโดย Martin Nodell ร่วมกับ Bill Finger และโผล่ครั้งแรกใน 'All-American Comics' #16 (กรกฎาคม 1940) เขาเป็นเวอร์ชันดั้งเดิมที่พลังมาจากสิ่งที่เรียกว่า Starheart เป็นแหวนที่เกี่ยวพันกับเวทมนตร์โบราณ ไม่ใช่เทคโนโลยีอวกาศแบบที่หลายคนคุ้นเคยในยุคหลัง นั่นทำให้ Alan Scott มีรากของนิทานสยองขวัญและแฟนตาซีในตัว มากกว่าจะเป็นนักบินทดสอบหรือทหารอวกาศ
เมื่อเทียบกับรุ่นหลัง ๆ แล้ว ผมชอบที่เห็นความแตกต่างของแรงบันดาลใจ: Alan Scott ให้ความรู้สึกของฮีโร่ยุคทองที่มาจากเรื่องเล่าและโชคชะตา ขณะที่เวอร์ชันต่อมาเปลี่ยนไปเป็นเรื่องของหน้าที่ในจักรวาลกว้าง ทำให้ตระกูลชื่อ 'Green Lantern' มีมิติและความหลากหลายตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน
ในบริบทของภาพยนตร์ล่าสุดเกี่ยวกับกรีน แลนเทิร์น ผมชอบว่าภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง 'Green Lantern: Beware My Power' เลือกโฟกัสที่ John Stewart เป็นหลัก และนักแสดงที่ให้เสียงตัวละครนี้คือนักแสดงชื่อ Aldis Hodge
ผมรู้สึกว่าการที่เลือก John Stewart มาเป็นตัวเอกในเวอร์ชันนี้ช่วยเปลี่ยนโทนของเรื่องให้หนักแน่นและจริงจังขึ้น เสียงของ Aldis Hodge ให้ความรู้สึกนิ่ง แน่วแน่ และมีน้ำหนักทางอารมณ์ ซึ่งเหมาะกับตัวละครที่เป็นทหารและมีหลักการชัดเจน ฉากแอ็กชันในแอนิเมชันยังช่วยแสดงจุดแข็งของ John Stewart ได้ดี ทั้งการใช้แหวนและความเป็นผู้นำในสถานการณ์ที่กดดัน
Hal Jordan คือหน้าตาของตระกูลนี้สำหรับคนจำนวนมาก เขาเป็นนักบินที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความผิดพลาดที่ตามมาซึ่งกลายเป็นแกนกลางของเรื่องราว ต่อมา John Stewart นำมิติทางทหารและความเคร่งครัดเข้ามา ให้ความรู้สึกของผู้นำที่จริงจัง ในทางกลับกัน Guy Gardner ก็เป็นตัวแทนของความโฉ่งฉ่างและอารมณ์ดิบของวงกลมสีเขียว
นอกจากนั้น Kyle Rayner เป็นนักออกแบบที่เติบโตมาเป็นพลังสำคัญ มีการเล่าเรื่องแบบศิลปิน-ฮีโร่ที่ผมชอบมาก Alan Scott ผู้เป็น Green Lantern ยุคทองคือรากฐานของตำนาน และตัวละครใหม่ๆ อย่าง Jessica Cruz กับ Simon Baz เติมความหลากหลายทั้งด้านจิตใจและประวัติความเป็นมา ไม่ควรลืม Kilowog เพื่อนร่วมกองทัพที่สอนเทคนิคและให้มุมน่ารัก-โหดผสมกัน สุดท้าย Sinestro—ครั้งหนึ่งเพื่อน เดี๋ยวนี้ศัตรู—คือหนึ่งในคนที่ทำให้เรื่องราวยิ่งเข้มข้นและมีสีสัน ความหลากหลายของตัวละครเหล่านี้คือเหตุผลที่ยังคงอ่านต่อไม่หยุดเลย
ฉันยังรู้สึกทึ่งกับการเลือกทีมงานดนตรีของภาพยนตร์ 'Green Lantern' เวอร์ชันปี 2011 เสมอ เพราะงานเพลงหลักของหนังเรื่องนี้ได้ถูกแต่งโดย James Newton Howard และอัลบั้มเป็นผลงานที่ออกโดยค่าย WaterTower Music ซึ่งเป็นสำนักเพลงภายใต้เครือของค่ายภาพยนตร์ที่ดูแลการจัดจำหน่ายซาวด์แทร็กแบบเป็นทางการ
เสียงดนตรีที่ Howard สร้างให้กับ 'Green Lantern' เน้นออเคสตราเต็มรูปแบบ ผสมกับเท็กซ์เจอร์อิเล็กทรอนิกส์บางส่วน ทำให้ชิ้นดนตรีมีทั้งมวลความยิ่งใหญ่แบบซุปเปอร์ฮีโร่และความอึมครึมเมื่อหนังต้องการบรรยากาศลึกลับ การที่ WaterTower Music เป็นผู้ดูแลการวางตลาดอัลบั้มช่วยให้แฟนๆ หาซื้อซีดีหรือดาวน์โหลดแทร็กจากแพลตฟอร์มหลักๆ ได้สะดวก และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเสียงของ Howard ในโปรเจกต์นี้ถึงถูกแพร่หลายมากพอๆ กับงานคะแนนที่เขาทำร่วมกับคนอื่นๆ ในยุคเดียวกัน เช่นผลงานที่มีลักษณะเข้มข้นและมีสเกลใหญ่ในบางหนังดังของยุคเดียวกัน