การได้ชมตัวอย่างจากงานคลาสสิกอย่าง 'As Good as It Gets' ช่วยผมคิดถึงการถ่วงน้ำหนักระหว่างความจริงจังกับความเป็นตัวละคร: ต้องเคารพความเจ็บปวดที่แท้จริงของคนที่มีอาการ แต่ในฉากเดียวกันต้องคำนึงถึงจังหวะภาพยนตร์และการตอบโต้จากนักแสดงคนอื่น ๆ ฉันมักคุยกับผู้กำกับและที่ปรึกษาทางการแพทย์เพื่อกำหนดขอบเขตที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ก่อนจะลงซ้อมจริงจบด้วยเทคนิคการหายใจและการตั้งเข็มวัดความเครียดของตัวเองไว้ เหมือนเป็นกรอบให้การแสดงไม่ล้นออกไปนอกบทและยังรักษาสุขภาพจิตไว้ได้