สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้พิเศษคือวิธีการเล่าที่ค่อยๆ เผยให้เห็นพัฒนาการของตัวละครผ่านหนังสือที่พวกเขาเลือกอ่านและแบ่งปันกัน หนังสือแต่ละเล่มกลายเหมือนกระจกที่สะท้อนความในใจและประสบการณ์ชีวิตของทั้งคู่ เหมือนใน 'The Great Passage' ที่สื่อถึงพลังของภาษาที่เชื่อมคนเข้าด้วยกัน
ช่วงหลังมานี่เริ่มติดใจการอ่านหนังสือออนไลน์ฟรีเพราะสะดวกมาก แค่มีมือถือเครื่องเดียวก็เข้าถึงโลกวรรณกรรมได้เต็มที่ วิธีแรกที่ชอบคือเข้าเว็บไซต์ห้องสมุดดิจิทัลของหน่วยงานรัฐอย่าง TK Park ที่มีทั้งนิยายไทยและต่างประเทศให้เลือกอ่านฟรีๆ อย่าง 'The Alchemist' หรือผลงานของนักเขียนไทยก็มีให้เลือกเยอะ
การเขียนบันทึกรักการอ่านให้สนุกนั้น ต้องเริ่มจากความตั้งใจที่จะแบ่งปันความสุขจริงๆ แนะนำให้ลองทำเป็นรูปแบบไดอารี่สไตล์ตัวเอง ไม่จำเป็นต้องยาว แต่ใส่ความรู้สึกที่สดใหม่ตอนอ่านเข้าไปด้วย เช่น พออ่าน 'The Little Prince' จบ อาจจดคำพูดที่ชอบพร้อมวาดดาวน้อยๆ ตามมุมกระดาษ แค่นี้ก็ดูมีชีวิตชีวาแล้ว
อีกเทคนิคที่ใช้บ่อยคือการเขียนในมุมมองตัวละคร ลองสมมติตัวเองเป็นโฮลเดน คอลฟิลด์จาก 'The Catcher in the Rye' แล้ววิจารณ์หนังสือที่เพิ่งอ่านด้วยภาษาสแลงแบบวัยรุ่น หรือจะทำเป็นรีวิวสไตล์ยูทูบเบอร์ก็สนุกดี เขียนแบบมีอารมณ์ขัน บางทีแทรกมุกประจำตัวเราเข้าไปด้วยก็ได้