ช่วงนี้แฟชั่นแวมไพร์กำลังบูมสุดๆ เลยนะ โดยเฉพาะจากอนิเมะ 'The Case Study of Vanitas' ที่ปล่อยตอนใหม่ปี 2023 ตอนแรกที่เห็นชุดของโนเอะกับวานิทัสก็ตะลึงไปเลย เพราะดีเทลงานเย็บปักถักร้อยมันละเอียดยิบ แถมยังใส่คอนเซปต์สไตล์วิคตอเรียนผสมลวดลายกอธเข้าไปได้อย่างลงตัว
ช่วงนี้กระแสแวมไพร์กลับมาแรงจริงๆ นะ โดยเฉพาะกับซีรีส์ 'Interview with the Vampire' ซีซั่น 2 ที่เพิ่งออกไปเมื่อไม่นานมานี้ ซีรีส์นี้ดัดแปลงจากนิยายคลาสสิกของ Anne Rice แต่ถูกนำมาทำใหม่ด้วยมุมมองที่ทันสมัยและหลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีซีรีส์ 'The Last Voyage of the Demeter' ที่ดัดแปลงจากบทหนึ่งใน 'Dracula' แต่ขยายเป็นเรื่องราวเต็มตัว เล่าเรื่องผ่านการเดินทางของเรือขนส่งแวมไพร์ ซึ่งให้ความรู้สึกลึกลับและน่าหวาดเสียวแบบคลาสสิก
เราอยากเริ่มจากงานที่ให้ความรู้สึกหรูหราทางอารมณ์อย่าง 'Interview with the Vampire' — ตัวละครอย่างเลสแตทมีความซับซ้อนทางจิตวิทยา ทำให้ความโหดและเสน่ห์อยู่ด้วยกันได้แบบไม่ขัดกัน นอกจากนั้น 'Hellsing' ก็เป็นตัวอย่างของแวมไพร์ที่ถูกวางให้เป็นพลังที่เหนือมนุษย์และท้าทายศีลธรรม; อาลูคาร์ดในเรื่องนั้นมีทั้งความโหดร้ายและอารมณ์ขันแบบมืด ๆ ที่ชวนติดตาม
อีกงานที่ทำให้เราหยุดคิดคือ 'Let the Right One In' ซึ่งทำให้แวมไพร์กลายเป็นตัวแทนของความเหงาและความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยว ความเงียบของตัวละครสร้างบรรยากาศได้ดี ส่วน 'Vampire Hunter D' ให้กลิ่นของไซไฟผสมแฟนตาซี — ตัวเอกไม่ใช่แวมไพร์ล้วน ๆ แต่โลกของมันเต็มไปด้วยตำนานและการออกแบบตัวละครที่คลาสสิก ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นว่าแวมไพร์ไม่ใช่รูปแบบเดียว แต่เป็นฟอร์มที่ปรับได้ตามโทนเรื่องและการเล่าเรื่อง ซึ่งสำหรับเราแล้วนั่นแหละคือเสน่ห์สำคัญของพวกเขา
หนึ่งในชื่อที่มักถูกหยิบมาพูดถึงบ่อยคือ 'Vampire Hunter D' ซึ่งเริ่มต้นจากนิยายของนักเขียนญี่ปุ่นก่อนจะกลายเป็นงานแอนิเมชั่นที่มีอิทธิพลมากเรื่องหนึ่งในระดับโลก