เ***สาวออฟฟิศ

แบบทดสอบบุคลิกภาพ ABO
ทำแบบทดสอบอย่างรวดเร็วเพื่อค้นหาว่าคุณเป็น Alpha, Beta หรือ Omega
เริ่มการทดสอบ

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

เลขาบนเตียง

เลขาบนเตียง

เธอเฉิ่ม เธอเชย และเธอเป็นเลขาของเขา หน้าที่ของเธอคือเลขาหน้าห้อง แต่หลังจากความผิดพลาดในค่ำคืนนั้นเกิดขึ้น สถานะของเธอก็เปลี่ยนไปจากเดิม จากเลขาหน้าห้อง กลับกลายเป็นเลขาบนเตียงแทน... “เวลาทำงาน คุณก็เป็นเลขาหน้าห้องของผม แต่ถ้าผมเหงา คุณก็ต้องทำหน้าที่เลขาบนเตียง...” “บอส...?!” “ผมรู้ว่าคุณตกใจ ผมเองก็ตกใจเหมือนกันกับสถานะของพวกเรา แต่มันเกิดขึ้นแล้ว จะทำยังไงได้ล่ะ” “บอสคะ...” หล่อนขยับตัวพยายามจะออกจากอ้อมแขนของเขา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย “ว่าไงครับ” “แก้ว... แก้วว่าให้แก้วทำเหมือนเดิมดีกว่าค่ะ หรือไม่ก็ให้แก้วลาออกไป...” “ผมให้คุณลาออกไม่ได้หรอก คุณเป็นเลขาที่รู้ใจผมที่สุด อย่าลืมสิแก้ว” “แต่แก้ว...” หล่อนอยู่ในฐานะนางบำเรอของเขาไม่ได้ หล่อนทะเยอทะยานต้องการมากกว่านั้น แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีวันจะได้สิ่งที่หวังมาครอบครอง “ทำตามที่ผมบอก ไม่มีอะไรยากเย็นเลย”
0 125 บท
Lust Company ออฟฟิศนี้มีเสียว

Lust Company ออฟฟิศนี้มีเสียว

แต่ละแผนกมีงานของตัวเอง แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังประตูห้องประชุม ห้องเก็บของ ไปจนถึงห้องทำงานของCEO คือเรื่องราวของ “เขาและเธอ” ที่ไม่มีใครกล้าบันทึกในรีพอร์ต เพราะที่นี่...เสียวกว่าออฟฟิศใดๆ ในมหานครที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ และรสนิยมบนเตียง
0 25 บท
 บอสสายโหด กับ สาวโสดสายดุ

บอสสายโหด กับ สาวโสดสายดุ

เธอพลาดที่เดินเข้าห้องทำงานเขาไปแค่ครั้งเดียว แต่กลับถูกบอสโหดอย่างเขากินไม่ยอมปล่อย.... “ลองตะคอกอีกทีสิ จะทำจนลืมทางกลับบ้านเลย” เรื่องราวของบอสหนุ่มสุดโหดที่ดุ เผด็จการและขี้โมโห กับโปรแกรมเมอร์สาวสวย หัวหน้าทีมในบริษัทพีวี กรุ๊ป เมื่อเธอต้องแก้ไขงานในออฟฟิศตอนดึกคนเดียว และเมื่อนำงานไปส่งในห้องของบอสจอมโหด หลังจากนั้นชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป...... “เหนื่อยไหม” “ไม่น่าถาม” “แสดงว่าไม่เหนื่อย ถ้าอย่างนั้นต่อนะ” “บอสคะ!! พอแล้วมิลินแทบจะหมดแรงแล้วค่ะ” “แต่ถุงยางยังเหลือ” “เก็บเอาไปใช้กับคนอื่นเถอะ หึ” “ว่ายังไงนะ”
0 38 บท
ร่านรักสาวฟรีแลนซ์

ร่านรักสาวฟรีแลนซ์

งานฟรีแลนซ์ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหน เพราะลูกค้าคนใหม่ของ “มีนา” ไม่ได้ต้องการแค่คอนเทนต์ แต่ต้องการ “เธอ” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตัวตนด้านมืดที่มองภายนอกไม่มีทางรู้ได้เลย “มีนา” สาวสวยวัย 28 ปี ที่ยึดอาชีพเป็นฟรีแลนซ์ในแวดวงของการเขียนนิยายและบทความ วันหนึ่งเธอได้พบกับเขา “ธันวา” ผู้ว่าจ้างที่รู้จักกันผ่านแพลตฟอร์มการจ้างงานแห่งหนึ่ง เขาเสนองานที่เธอไม่เคยทำมาก่อนนั่นก็คือการเขียนเรื่องเสียวลงเว็บไซต์ของเขา เธอตัดสินใจรับงานเพราะเขาให้ราคาที่สูงทีเดียวเมื่อเทียบกับงานที่เธอเคยทำมา แต่มีนาไม่รู้เลยว่าการรับงานครั้งนี้จะพาชีวิตของเธอเข้าสู่วังวนสวาทที่ยากจะถอนตัว
0 31 บท
สาวไซด์ไลน์ยั่วสวาท

สาวไซด์ไลน์ยั่วสวาท

สวย รวย เผ็ด เด็ดทุกดีล! แชมเปญ : สาวนิเทศฯ สุดยั่ว ที่ใช้เรือนร่างเป็นอาวุธแลกความหรูหรา เธอคือมาดามผู้ไม่รู้จักพอ ผู้เชื่อว่าอำนาจของหญิงสาวคือการควบคุมเกมสวาทเพื่อชีวิตที่เหนือกว่า
0 50 บท
แอบรักเลขา

แอบรักเลขา

เมื่อบอสหนุ่มสุดหล่อแอบรักเลขาฯ หน้าห้องของตัวเอง เขาจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง “ว่าไงครับ ชอบตอนไหนที่สุด” สาวน้อยหลบตาอย่างเอียงอาย ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบออกไปเสียงแผ่วเบา “ตอน... บอส... เลียค่ะ” เขาครางกระเส่าอย่างถูกใจคำตอบ แต่ก็ยังคงเดินหน้าแกล้งหล่อนอีก “เลียตรงไหน” “บอส... อย่าแกล้งถามข้าวแบบนี้สิคะ” “ผมไม่ได้แกล้ง... อยากรู้จริงๆ ว่าชอบตอนผมเลียตรงไหน” “บอสน่ะ” “ถ้าไม่ตอบ ผมจะเลียทั้งตัวเลยนะ”
0 20 บท

สาวออฟฟิศ 2000 ปี เรื่องย่อสั้นๆ คืออะไร?

4 คำตอบ2026-01-16 03:33:14
นี่คือเรื่องสั้นที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน: 'สาวออฟฟิศ 2000 ปี' เล่าเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชีวิตมายาวนานจนเห็นยุคสมัยเปลี่ยนผ่านจากอดีตไกลโพ้นมาสู่โลกออฟฟิศยุคใหม่

ฉันชอบการบาลานซ์ระหว่างมุกฮาๆ ของการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ กับความเหงาเชิงลึกที่เกิดจากการเป็นอมตะ เรื่องราวไม่ได้เน้นแอ็คชั่นยิ่งใหญ่ แต่ให้ความสนใจกับรายละเอียดชีวิตประจำวัน เช่น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน งานเลี้ยงบริษัท หรือการต้องปกปิดอดีตที่ยาวนาน ความย้อนแย้งระหว่างความชำนาญในเรื่องบางอย่างจากอดีตกับความไม่เข้าใจของคนรุ่นใหม่สร้างทั้งฉากตลกและฉากเศร้าได้ดี

ฉันมองว่านี่เป็นงานที่อ่านสบายแต่น่าคิด เหมือนการได้คุยกับคนที่ผ่านประวัติศาสตร์มาหลายหน้าแล้วยังพยายามทำกาแฟให้ถูกใจคนรุ่นใหม่—มันทำให้หัวเราะและแอบคิดถึงเรื่องความหมายของเวลา เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอยากจะนั่งฟังประสบการณ์ของตัวละครต่ออีกสักเยอะๆ

สาวออฟฟิศ 2000 ปี ผู้แต่งหรือผู้สร้างผลงานคือใคร?

4 คำตอบ2026-01-16 09:31:01
หัวข้อนี้ชวนให้ยิ้มเพราะชื่อมันดูคอนทราสต์ระหว่างความเป็นออฟฟิศกับความเหนือกาลเวลาแบบไม่เข้ากันเลย

ฉันไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีผลงานสากลหรือผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ชื่อว่า 'สาวออฟฟิศ 2000 ปี' ในฐานข้อมูลหลักๆ ที่คุ้นเคย ดังนั้นความเป็นไปได้สูงคือชื่อนี้เป็นชื่อแปลไทยที่ใช้เรียกผลงานจากต่างประเทศ หรืออาจเป็นคอมิกส์/มินิสตริปสั้นที่ปล่อยบนแพลตฟอร์มออนไลน์โดยศิลปินอิสระ

เมื่อลองคิดเชื่อมโยงกับแนวเรื่องที่ชวนให้นึกถึง เช่น ตัวละครอมตะที่ต้องใช้ชีวิตในสำนักงาน จะเจอกรณีคล้ายๆ กันในงานหลายชิ้นที่ถูกตั้งชื่อแตกต่างกันตามภาษาหรือการแปล ฉันจึงมองว่าผู้สร้างที่แท้จริงน่าจะเป็นศิลปินเว็บคอมิกส์หรือมังงะที่ยังไม่ได้รับการแปลอย่างเป็นทางการมากกว่าจะเป็นนักเขียนจากสำนักพิมพ์ใหญ่

ถ้าอยากติดตามต่อแบบรวดเร็ว ให้มองหาข้อมูลประกอบเช่นเครดิตใต้ภาพนิ่งหรือโพสต์ต้นฉบับ เพราะส่วนใหญ่ศิลปินอิสระจะใส่ชื่อหรือชื่อลงท้ายเอาไว้ ซึ่งช่วยยืนยันว่าผลงานมาจากใครและจะได้ติดตามงานอื่นๆ ของเขาได้อย่างต่อเนื่อง

บทเรียนชีวิตจากนิยายที่มีตัวเอกเป็นสาวออฟฟิศมีอะไรบ้าง

3 คำตอบ2026-05-18 01:04:02
ความทรงจำของการนั่งทำงานแถวโต๊ะคนเดียวในออฟฟิศมักจะโยงไปที่ความขัดแย้งระหว่างความทะเยอทะยานกับความเป็นตัวเอง — และ 'The Devil Wears Prada' เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความสำเร็จไม่จำเป็นต้องมีความสุขเสมอไป

ฉันมองเห็นบทเรียนแรกคือการตั้งขอบเขตอย่างชัดเจน บทของแอนดรีย์ที่ทุ่มเทจนสูญเสียมิตรภาพและเวลาส่วนตัวเตือนว่าการยอมทำทุกอย่างเพื่อโปรโมชันมีต้นทุน ถ้าความสำเร็จมาพร้อมกับการทำร้ายตัวเองหรือคนรอบข้าง มันคุ้มค่าจริงหรือ การเรียนรู้ปฏิเสธอย่างสุภาพไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็จำเป็น

บทเรียนถัดมาที่ฉันเอากลับมาใช้คือเรื่องของการเลือกค่านิยมและรักษาอัตลักษณ์ แม้เสื้อผ้าจะเปลี่ยน ความเห็นของหัวหน้าอาจกดดัน แต่การรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร จะช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกกว่า นอกจากนี้มุมมองเรื่องผู้ช่วยกับคนที่เป็นเมนทอร์ก็สอนว่าคนที่ดูเข้มแข็งอาจมีความเปราะบาง การเห็นใจคนรอบข้างและไม่ยอมให้ตัวเองหายไปกับงานคือสิ่งที่ฉันพกติดตัวเสมอ

ผู้อ่านควรเริ่มอ่านนิยายสาวออฟฟิศเรื่องไหนก่อน?

3 คำตอบ2026-05-09 15:20:18
อยากแนะนำให้เริ่มที่ 'The Devil Wears Prada' ถ้ากำลังมองนิยายสาวออฟฟิศที่เข้าถึงง่ายและมีมิติ

เล่มนี้อ่านสนุกตรงที่ไม่ต้องมีพื้นฐานเกี่ยวกับแฟชั่นเลยก็เข้าใจความขัดแย้งในที่ทำงานได้ทันที ฉันชอบมุมมองของตัวเอกที่ค่อยๆ พบตัวเองระหว่างการทำงานให้หัวหน้างานที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหล บทสนทนาและฉากออฟฟิศเต็มไปด้วยความตลกขบขันและความกดดันที่รู้สึกได้จริง ทำให้คนอ่านหลายคนอดคิดตามไม่ได้ว่าเราจะเลือกเส้นทางแบบไหนเมื่อความทะเยอทะยานและชีวิตส่วนตัวมาชนกัน

อีกจุดที่ทำให้แนะนำนิยายเล่มนี้ก่อนคือจังหวะการเล่าเรื่องที่ไม่ยัดเยียดบทเรียนมากเกินไป แต่ก็มีข้อคิดเกี่ยวกับการเติบโต การประนีประนอม และการตั้งค่าความคาดหวังกับตัวเอง อ่านแล้วได้ทั้งความบันเทิงและมุมมองต่ออาชีพที่หลากหลาย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มจากเรื่องมีเส้นเรื่องชัดเจน คาแรกเตอร์เด่น และไม่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางเยอะ

ปิดท้ายแบบส่วนตัวแล้ว เล่มนี้ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งคุยกับเพื่อนที่เล่าเรื่องการทำงานในเมืองใหญ่ ฟังง่าย จบแล้วมีเรื่องให้คิดต่อยาวๆ

สาวออฟฟิศในซีรีส์ญี่ปุ่นมักถูกจำลองอย่างไร

3 คำตอบ2026-05-18 22:48:36
ฉันชอบสังเกตการวาดภาพ 'สาวออฟฟิศ' ในซีรีส์ญี่ปุ่นเพราะแต่ละเรื่องหยิบยกมุมที่ต่างกันออกไปจนเห็นภาพรวมของสังคมและความคาดหวังได้ชัดเจนมากขึ้น

บางเรื่องอย่าง 'Haken no Hinkaku' จะนำเสนอผู้หญิงในที่ทำงานเป็นคนเก่ง มีทักษะเฉพาะตัวและภูมิต้านทานทางอารมณ์ แต่กลับถูกระบบงานและตำแหน่งกดทับจนต้องใช้เลห์กลหรือความเด็ดขาดในการอยู่รอด ตัวละครแบบนี้มักไม่หวือหวาด้านความรัก แต่เน้นการพิสูจน์คุณค่าและศักยภาพของตัวเอง ทำให้ฉันมองเห็นความขัดแย้งระหว่างความสามารถกับการยอมรับในองค์กรญี่ปุ่นที่เข้มงวด

อีกมุมหนึ่งคือการให้รายละเอียดเรื่องแฟชั่น การแต่งหน้า และมารยาทเล็กๆ น้อยๆ ที่บอกสถานะและบุคลิก เช่นการเลือกกระเป๋า ชุดทำงาน หรือการนั่งคุยกับหัวหน้า ฉากเล็กๆ เหล่านี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าผู้สร้างตั้งใจสื่อสารความละเอียดอ่อนของชีวิตชั้นกลางในเมืองใหญ่ มากกว่าจะเป็นแค่ฉากโรแมนติก คล้ายการลากเส้นระหว่างความฝันกับความเป็นจริงในการทำงานประจำ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้บทบาทสาวออฟฟิศในซีรีส์มีทั้งความเท่และความเปราะบางควบคู่กันไป

นิยาย พระเอก เป็นประธานบริษัท นางเอก เป็นเลขา มีฉากออฟฟิศโรแมนซ์ฉบับคลาสสิกอะไรบ้าง?

3 คำตอบ2026-01-12 19:48:21
ฉากแรกที่โผล่มาในหัวคือฉากที่ประธานบริษัทเรียกเลขาส่วนตัวเข้าไปในห้องทำงานเฉพาะแล้วอากาศเงียบกริบ เงาที่ยาวบนพรม แสงจากหน้าต่างกระทบแว่น เขาตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบแล้วความใกล้ชิดก็เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ฉันมักสนใจการเล่นกับพลังและตำแหน่งในฉากแบบนี้ เพราะมันทำให้รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการจับแฟ้ม การยื่นปากกากลายเป็นสื่อที่พูดแทนคำพูดได้

บรรยากาศอีกแบบที่ทำให้ใจเต้นคือฉากในลิฟต์หรือหน้าลิฟต์เวลางานเลิก พื้นที่แคบ ๆ ทำให้การสบตาและการหายใจมีความหมายมากขึ้น เสียงลิฟต์กับการหยุดชั่วคราวมักถูกใช้เป็นช่วงเวลาที่อารมณ์เปลี่ยน ฉันชอบการเขียนที่ใช้จังหวะของลิฟต์เป็นตัวคุมจังหวะของบทสนทนาแล้วค่อย ๆ ไล่ความตึงเครียดออกมา

ช็อตสุดคลาสสิกอย่างการประกาศโปรเจ็กต์ใหญ่กลางห้องประชุมแล้วมีการสัมผัสที่ไม่คาดคิด เช่น การตบข้อมือให้กำลังใจหรือการสั่งแก้วกาแฟแล้วส่งมอบแบบจงใจ ถือเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องชั้นดีที่ทำให้ผู้อ่านรับรู้ว่าอารมณ์ระหว่างสองคนเปลี่ยนไปอย่างไร ฉันมักจะจินตนาการฉากเหล่านี้ให้เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กน้อย เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้คนอ่านจะยิ้มหรือใจสั่นตามไปด้วย

สาวออฟฟิศ 2000 ปี ตัวเอกมีพลังพิเศษอะไรบ้าง?

4 คำตอบ2026-01-16 18:18:38
ฉันชอบนึกภาพสาวออฟฟิศที่อายุอานามเกือบสองพันปีเหมือนเป็นห้องสมุดมีขาและเสื้อสูทตัวหนึ่ง: ทุก ๆ ปีที่ผ่านคือหน้าหนังสือที่เธอเก็บไว้ในหัว

ความสามารถพื้นฐานที่สุดคือการไม่แก่และฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็ว—บาดแผลลึกก็คืนสภาพได้ในไม่กี่วัน เส้นผมไม่หลุดร่วงตามกาลเวลา แต่นี่ไม่ใช่แค่อมตะแบบโรแมนติก เธอยังมี 'ความทรงจำพหุวัฒนธรรม' ที่รวมทั้งภาษาโบราณ ความรู้เรื่องสมุนไพร การต่อสู้แบบอดีต และนิสัยการอยู่รอดจากยุคต่าง ๆ ทำให้เธออ่านหน้าต่างความเป็นมนุษย์ได้ดีเหมือนอ่านรายงานงาน

พลังอีกชุดที่ชวนให้จินตนาการคือการปรับจังหวะเวลาเล็ก ๆ รอบตัว—ไม่ใช่การย้อนเวลาแบบใน 'Steins;Gate' แต่เป็นความสามารถชะลอหรือเร่งการรับรู้ของตัวเองชั่วคราว ทำให้เธอสามารถคิดเร็วและตอบโต้ในสถานการณ์คับขันเหมือนนักสืบ ประสาทรับกลิ่นและการรับรู้ผู้อื่นยังละเอียดจนเธอจับความห่วงใยหรือแผนการเล็ก ๆ ของเพื่อนร่วมงานได้ก่อนจะเกิดปัญหา สุดท้ายมีพลังที่ละเอียดอ่อนแบบเอมพาธีต่อธรรมชาติ—ต้นไม้เล็ก ๆ ในกระถางโตแข็งแรงขึ้นเมื่อเธอผ่านมาหรือความเสียหายในตึกเก่าดูเหมือนจะถูกบรรเทาเมื่อเธอปัดมือเบา ๆ ไม่ใช่พลังโชว์ แต่เป็นของที่ทำให้ชีวิตออฟฟิศเธอมีความหมายมากกว่าเงินเดือนทีเดียว

เนื้อเรื่องของหนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน เล่าถึงอะไรบ้าง

3 คำตอบ2026-04-29 01:38:32
เช้าวันจันทร์ที่แสงแดดสะท้อนจากหน้าจอคอมทำให้โต๊ะทำงานดูเหมือนสนามรบเล็ก ๆ ในหัวผมทั้งความฝันกับความรับผิดชอบชนกันจนเริ่มสับสน

เรื่องราวแบบ 'หนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน' โดยพื้นฐานแล้วเล่าเรื่องการเดินทางจากความไม่แน่นอนไปสู่ความชัดเจน ไม่ได้หมายถึงแค่การเลื่อนตำแหน่งหรือเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการเผชิญหน้ากับข้อสงสัยในตัวเอง ฝ่าฟันความล้มเหลว ซ้อมซักความสามารถจนแข็งแรง และเรียนรู้วิธีขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น ในแง่โครงเรื่อง เรามักเห็นฉากที่บอกว่าเขาต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อส่งโปรเจ็กต์สำคัญ ต่อสู้กับเจ้านายที่ไม่เข้าใจ มีเพื่อนร่วมงานที่กลายเป็นพันธมิตร หรือแม้กระทั่งคู่แข่งที่ผลักเขาให้พัฒนา ฉากเล็ก ๆ อย่างการเตรียมพรีเซนต์จนดึกหรือการทดลองไอเดียในโปรเจ็กต์ข้าง ๆ มักทำให้เราเห็นพัฒนาการภายในของตัวละครชัดเจนขึ้น

ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตส่วนตัวกับงาน เรื่องราวมักหยิบฉากครอบครัว เพื่อน หรือความรักมาเป็นฉากหลังที่ทดสอบความมุ่งมั่น เมื่อถึงช่วงไคลแม็กซ์ ตัวเอกต้องเลือกทางที่สะท้อนค่าของตัวเองจริง ๆ บางครั้งเขาอาจลาออกไปเริ่มธุรกิจ บางครั้งก็เปลี่ยนวิธีคิดแล้วทำงานเดิมให้มีความหมายมากขึ้น ฉากจบไม่ได้จำเป็นต้องหวือหวา อย่าง 'Shirobako' ก็แสดงให้เห็นว่าการพิชิตฝันอาจเป็นการเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของการทำงานร่วมกันมากกว่าการประสบความสำเร็จเดี่ยว ๆ นี่แหละคือเสน่ห์ของเรื่อง — ความเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอ แต่อยากก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ

การค้นหาที่เกี่ยวข้อง

ยอดนิยม
คำถามยอดนิยม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status