5 Jawaban2026-01-16 18:53:50
แหล่งแรกที่ฉันมักจะแนะนำคือเว็บคอร์ดต่างประเทศที่มีฐานข้อมูลกว้างและชุมชนคนเล่นดนตรีเยอะ เช่น 'Ultimate Guitar' ที่มักมีทั้งเนื้อร้องและคอร์ดให้สมาชิกโพสต์ไว้ พร้อมเวอร์ชันที่คนปรับคีย์แล้วด้วย
ฉันมองว่าการใช้เว็บแบบนี้สะดวกตรงที่มีหลายเวอร์ชันให้เลือก ถ้ามีเพลงเชียร์ฮิปโปที่คนรู้จักกันอยู่แล้ว ลองพิมพ์ชื่อเพลงตามด้วยคำว่า 'chords' จะเจอหลายเวอร์ชัน จากนั้นก็ปรับคีย์ให้ร้องสบาย หรือพิมพ์คีย์ที่ต้องการในช่องค้นหา บางโพสต์ยังมีคอมเมนต์แนะนำริทึมน่าสนใจสำหรับวงเชียร์ด้วย เรียกว่าหยิบมาเป็นฐานแล้วปรับจังหวะเอาเองได้เลย
ท้ายที่สุดสิ่งที่ฉันอยากเน้นคืออย่าลืมเช็กลิขสิทธิ์ก่อนนำไปร้องในงานใหญ่ ถ้าจะแชร์ต่อหรือบันทึกวิดีโอ บางเพลงอาจต้องขออนุญาต แต่ถ้าใช้เพื่อฝึกซ้อมในสนามหรืองานโรงเรียน ส่วนใหญ่ปรับแล้วใช้กันอย่างปลอดภัย แล้วก็สนุกกับการทดลองคอร์ดใหม่ ๆ ดู
5 Jawaban2026-01-16 09:24:16
ลองนึกภาพฮิปโปตัวใหญ่เดินเข้ามาแถวหน้าพร้อมจังหวะกลองหนักๆ แล้วทุกคนตะโกนตามผมแบบเป็นคอรัส นั่นแหละเป็นทิศทางที่ผมชอบที่สุด: เน้นการเดิน-สเต็ปที่ชัดเจนและซีนการ์ดง่ายๆ เพื่อให้คนดูจับจังหวะได้ทันที
ผมอยากให้ท่าเชียร์เริ่มจากการ 'เดินหนัก' สองก้าวแล้วปล่อยแขนกว้าง เป็นสัญลักษณ์ของฮิปโปที่ยืนกร้าง แล้วเปลี่ยนเป็นท่าเขย่งตัวเล็กน้อยเพื่อโชว์พลังตามบีต ต่อด้วยช่วงที่ฮิปโปชูหัวขึ้นและคนในแถวทำท่าโบกมือเป็นคลื่น ทำให้เกิดไดนามิกระหว่างความหนักและความนุ่มนวลในเพลง
ท้ายสุดผมมักใส่ท่าเรียกคนดู เช่น ชูมือเรียงสลับกับการตบพื้นเป็นรอยคลื่น เพื่อให้มวลชนมีส่วนร่วม ท่าเหล่านี้เรียบง่ายพอสำหรับเด็กประถม แต่มีจังหวะและเว้นวรรคเพียงพอที่จะดูเท่บนสนาม และเมื่อฮิปโปโบกครั้งสุดท้าย เสียงเฮจะพีคอย่างที่หวังไว้
7 Jawaban2026-01-16 21:03:34
เสียงเชียร์ 'ฮิปโป' ติดหูและมีกลิ่นอายของสนามโรงเรียนอย่างแรงกล้า
ในความทรงจำของฉัน เพลงนี้ไม่ได้มาจากนักแต่งเพลงดังระดับชาติ แต่เป็นเพลงที่เติบโตมาจากชุมชนโรงเรียนมากกว่า หลายคนเล่าว่าเมโลดี้กับจังหวะของ 'ฮิปโป' ถูกประดิษฐ์ขึ้นจากการด้นสดของครูฝึกเชียร์หรือรุ่นพี่ที่อยากได้ท่อนที่ร้องง่าย เหมาะกับการตะโกนและต่อจังหวะด้วยการปรบมือและสเต็ปง่าย ๆ
มีเรื่องเล่าว่าต้นแบบท่อนฮุคของเพลงอาจได้รับอิทธิพลจากเพลงเชียร์ต่างประเทศที่แต่งเมโลดี้สั้นจับใจ แล้วถูกปรับคำให้เข้ากับคำไทย กลายเป็นท่อนเรียบ ๆ ที่เด็ก ๆ สามารถจำได้เร็วที่สุด ความน่าสนใจคือผู้แต่งดั้งเดิมมักไม่ถูกจดบันทึกเป็นทางการ ดังนั้นเพลงจึงเป็นสมบัติร่วมที่เปลี่ยนแปลงตามโรงเรียน แต่จะเห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์เดียวคือกระตุ้นพลังและสร้างเอกลักษณ์ให้ทีม ช่วงเวลาที่ได้ยินเสียงเชียร์นั้นจึงเป็นทั้งเสียงของการแข่งขันและความเป็นชุมชนในแบบที่ไม่ค่อยมีคนเขียนประวัติไว้
5 Jawaban2026-01-16 09:29:31
เริ่มจากการคิดคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการทำคัฟเวอร์ 'ฮิปโป' ให้ติดเทรนด์ ฉันมักเริ่มด้วยการตั้งคำถามสองข้อ: อยากให้คนจดจำอะไร และอยากให้คนทำอะไรต่อหลังดูจบ
การแบ่งงานออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ช่วยให้ทุกอย่างจัดการได้ง่ายขึ้น — เมโลดี้ฮุคที่ติดหูต้องชัดใน 6–15 วินาทีแรก, วิดีโอควรมีไทม์โค๊ดที่เหมาะสำหรับรีลสั้น ๆ, ส่วนการเต้นหรือท่าพิเศษต้องทำซ้ำได้ง่ายจนใคร ๆ จะลองเลียนแบบได้ อีกเรื่องที่ฉันใส่ใจคือลายสีของชุดและพร็อป ถ้าเลือกสีโรงเรียนหรือสีตรงกับธีมธีมกีฬา คนดูจะรับรู้ถึงความเป็นทีมทันที เช่นเดียวกับที่ฉันชอบดูการแสดงของ 'K-On!' ซึ่งการจัดแสงและมุมกล้องทำให้คลิปดูสนุกขึ้นมาก
ปล่อยคลิปด้วยจังหวะที่เน้นความต่อเนื่อง: เฟสแรกเป็นคลิปเต็มที่โชว์คอนเซ็ปต์, เฟสสองเป็นคลิปสั้น 15 วินาทีสำหรับแพลตฟอร์มต่าง ๆ, เฟสสามคือคลิปเบื้องหลังหรือรีแอคชั่นจากนักเรียน การชวนอินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่นหรืออาจารย์ที่มีผู้ตามเยอะเข้าร่วม จะช่วยให้วงกว้างขึ้น และอย่าลืมกดแฮชแท็กที่ชัดเจน เช่น #ฮิปโปเชียร์#สีโรงเรียน ช่วงเวลาปล่อยสำคัญมาก ให้ตรงกับพักกลางวันหรือก่อนแข่งกีฬา แล้วค่อยปรับตามผลตอบรับจากคนดู
5 Jawaban2026-01-16 10:27:03
บอกเลยว่าเพลง 'ฮิปโป' เวอร์ชัน Remix ฟังแล้วมันปลุกพลังวัยเรียนได้จริง ๆ — ไม่ใช่แค่จังหวะที่เร็วขึ้น แต่การจัดเรียงเสียงที่เติมเบสและสแนร์หนัก ๆ ทำให้บรรยากาศกีฬาสีร้อนแรงขึ้นจนยากจะต้านทาน
ผมมองแบบคนที่เคยเป็นเด็กเชียร์มาก่อนว่าเพลงแบบนี้เหมาะกับงานโรงเรียน เพราะมันสร้างพลังร่วมกันได้ดี นักเรียนจะลุกขึ้นเต้น ส่งเสียงเชียร์ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม แต่ต้องระวังคือเนื้อร้องบางท่อนกับโทนเสียงที่หนักอาจทำให้ผู้ใหญ่มองว่าเสียงดังเกินไปหรือไม่เหมาะสม หากจัดใช้ให้เหมาะกับช่วงเวลา เช่น ก่อนแข่งหรือช่วงพักระหว่างกิจกรรมสั้น ๆ จะช่วยลดปัญหาได้
สิ่งสำคัญคือปรับความดังและตัดส่วนที่อาจไม่เหมาะสมออก แล้วเตรียมเวอร์ชันที่สุภาพสำหรับกิจกรรมที่มีผู้ปกครองเข้าร่วม เท่าที่เห็น เพลงเวอร์ชัน Remix ของ 'ฮิปโป' เหมาะกับวัยเรียนในแง่ของพลังและการสร้างบรรยากาศ แต่การควบคุมจังหวะ เวลาร้อง และเนื้อหาจะเป็นตัวกำหนดว่าเหมาะสมจริง ๆ หรือไม่ — ผมคิดว่าเมื่อปรับให้เข้าระบบแล้ว มันจะเป็นเพลงเชียร์ที่สนุกและจดจำได้
2 Jawaban2025-12-30 12:21:12
รู้ไหมว่าเพลงกีฬาสีไม่ได้มีสูตรตายตัว—แต่อารมณ์ที่ส่งต่อระหว่างนักกีฬากับคนดูต่างหากที่เป็นหัวใจของงาน ฉันเป็นคนที่ชอบเลือกเพลงตาม 'จังหวะ' กับ 'โมเมนต์' มากกว่าแค่เลือกเพลงฮิตแล้วเปิดไปเรื่อย ๆ ในงานกีฬาสีที่เคยเข้าร่วมมา เพลงบางเพลงเหมาะกับการเดินแถว พาเหรด หรือการเปิดเพื่อกระตุ้นกำลังใจ ในขณะที่บางเพลงทำหน้าที่เป็นเพลงเชียร์ที่ทำให้คนทั้งสนามตบมือพร้อมกันได้ทันที
ลองดูเป็นหมวด ๆ แล้วเลือกตามอารมณ์ที่ต้องการ: เพลงมาร์ช/เดินแถวสำหรับเชิดหน้าชูตา, เพลงปั๊มพลังสำหรับช่วงวอร์มอัพหรือเชียร์ระหว่างการแข่งขัน, และเพลงแชมป์/อารมณ์ภาคภูมิใจสำหรับพิธีปิดหรือขึ้นรับรางวัล ตัวอย่างเพลงที่ฉันมักแนะนำและเหตุผลคร่าว ๆ ได้แก่ 'We Will Rock You' (จังหวะกระแทกง่าย สำหรับเชียร์ทั้งสนาม) — คาราโอเกะ: https://www.youtube.com/results?searchquery=We+Will+Rock+You+karaoke — โน้ต/คอร์ด: https://www.google.com/search?q=โน้ตเพลง+We+Will+Rock+You
'We Are the Champions' (เพลงปิดพิธีที่ให้ความรู้สึกสำเร็จร่วมกัน) — คาราโอเกะ: https://www.youtube.com/results?searchquery=We+Are+The+Champions+karaoke — โน้ต/คอร์ด: https://www.google.com/search?q=โน้ตเพลง+We+Are+The+Champions
'Eye of the Tiger' (กระตุ้นสมาธิและพลังสำหรับนักกีฬา) — คาราโอเกะ: https://www.youtube.com/results?searchquery=Eye+of+the+Tiger+karaoke — โน้ต/คอร์ด: https://www.google.com/search?q=โน้ตเพลง+Eye+of+the+Tiger
'The Final Countdown' (ซาวด์ที่ยิ่งใหญ่ เหมาะกับช่วงเปิดรายการหรือเดินขบวน) — คาราโอเกะ: https://www.youtube.com/results?searchquery=The+Final+Countdown+karaoke — โน้ต/คอร์ด: https://www.google.com/search?q=โน้ตเพลง+The+Final+Countdown
"สำหรับเพลงไทยที่มักใช้ในงานกีฬา ฉันชอบ 'ก้าวคนละก้าว' เป็นเพลงให้กำลังใจที่เข้ากับธีมการแข่งขันได้ดี — คาราโอเกะ: https://www.youtube.com/results?searchquery=ก้าวคนละก้าว+คาราโอเกะ — โน้ต/คอร์ด: https://www.google.com/search?q=โน้ตเพลง+ก้าวคนละก้าว" สุดท้ายอย่าลืมลองมิกซ์เพลงมาร์ชของโรงเรียนหรือวงโยธวาทิตกับเพลงป๊อปจังหวะเร็ว เพื่อสร้างจังหวะที่ต่อเนื่องและไม่สะดุด งานกีฬาสีที่ดีคือการจับจังหวะและโมเมนต์ให้ลงตัว—เพลงที่เลือกจะกลายเป็นความทรงจำของวันนั้นไปอีกนาน
1 Jawaban2025-12-30 20:21:40
สะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินกลองเปิดงานกีฬาสี เพราะเสียงจังหวะแรกเป็นสัญญาณว่าพลังทั้งหมดจะพุ่งขึ้นมาในไม่กี่วินาทีต่อมา นี่คือรายการเพลงเชียร์และมาร์ชที่เห็นใช้จริงบ่อย ๆ ในสนาม — ทั้งเพลงสำหรับวงโยธวาทิต มาร์ชขบวนพาเหรด และเพลงสำหรับทีมเชียร์ที่ต้องการโซนพลังสั้น ๆ เอาไว้ชูเชียร์ให้เด่น เพลงมาร์ชคลาสสิกที่มักได้ยินบ่อยคือ 'Pomp and Circumstance' ซึ่งเหมาะกับช่วงเดินเรียงหน้าพาเหรดเพราะมีความยิ่งใหญ่และจังหวะเดินชัดเจน อีกชิ้นที่วงเดินขบวนหลายที่ชอบใช้คือ 'Colonel Bogey March' ส่วนถ้าต้องการจังหวะเร้า ๆ แบบชาตินิยมหรือต้องการให้คนดูปรบมือพร้อมกัน 'Radetzky March' ก็เป็นตัวเลือกที่ได้ผลเสมอ
สนามกีฬาสีในยุคใหม่มักผสมผสานป๊อปและร็อกเข้ามาเพื่อกระตุ้นอารมณ์ของนักกีฬาและผู้ชม เพลงที่เห็นใช้จริงในการเชียร์รวมถึง 'We Will Rock You' ของ Queen ซึ่งจังหวะเตะ-เตะ-ตบมือ เป็นอะไรที่ง่ายต่อการสอนคนจำนวนมากให้ร่วมจังหวะได้ทันที อีกเพลงที่แทบกลายเป็นสูตรตายตัวของการปั่นพลังคือ 'Eye of the Tiger' ที่มีบีตคม ๆ สะท้อนความท้าทายและการต่อสู้ สำหรับโทนฉลองชัยและตอนประกาศผล 'We Are the Champions' มักตามมาเป็นธรรมเนียม ในยุคหลังยังมีเพลงป๊อปที่วงเชียร์และดีเจนำมาทำเป็นมิกซ์เพื่อทำให้เชียร์สดทันสมัย เช่น 'Can't Stop the Feeling' หรือ 'Happy' ที่มีทำนองสดใส เหมาะกับการกระโดดและการเต้นตามจังหวะ นอกจากนี้ท่อนเบสของ 'Seven Nation Army' นิยมถูกยกขึ้นมาเป็นคอล-เชนท์ (chant) สั้น ๆ ให้คนดูร้องตามได้ง่าย
วงโยธวาทิตและกองเชียร์ไทยมักดึงเอาเพลง K-pop และเพลงจากอนิเมะมาผสมเพื่อเพิ่มสีสัน — ตัวอย่างที่เห็นใช้จริงคือ 'Dynamite' หรือ 'Fire' ของ BTS สำหรับท่าเต้นที่ชัดเจนและจังหวะสูง ส่วนเพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง 'Gonna Fly Now' (ธีมจาก 'Rocky') ใช้สำหรับฉากพลังชนิดชวนฮึด นอกจากนี้การประยุกต์แต่งเชียร์ด้วยท่อนฮุกสั้น ๆ จากเพลงฮิต เช่น นำท่อนร้องของ 'Bang Bang Bang' มาผสมกับจังหวะกลอง จะได้พลังอีกแบบ สำหรับการเรียบเรียงควรคำนึงถึงความยาวของแต่ละส่วน: มาร์ชสำหรับเดินขบวนกะไว้ราว 90–120 วินาที จังหวะประมาณ 110–120 BPM ส่วนเพลงเชียร์สั้น ๆ ที่จะเล่นซ้ำ ๆ อาจต้องอยู่ราว 30–60 วินาทีและมีคอร์สที่คนจำได้ง่าย เช่น การแบ่งเป็นคอล-เชนท์ (lead shout) แล้วตามด้วยฮุกที่คนดูร้องซ้ำได้
ส่วนเทคนิคเชิงปฏิบัติที่มักเห็นใช้ได้ผลจริงคือการทำเวอร์ชันที่เน้นเพียงท่อนฮุกหรือริฟฟ์หลักแล้วเพิ่มกลองสแนร์และเบสให้หนักขึ้น การใส่คอรัสสั้น ๆ ให้คนดูร้องตามง่าย ๆ (เช่น เรียกชื่อสีหรือเชียร์ทีมเป็นคำสั้น ๆ) ทำให้บรรยากาศอุ่นขึ้น และการใช้สัญลักษณ์จังหวะจากวงดุริยางค์อย่างเสียงฉาบหรือสแนร์แบบสั้น ๆ จะช่วยตัดช่วงให้เชียร์ดูมีไดนามิก เห็นใช้กันบ่อยในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ส่วนตัวรู้สึกว่าการได้ยินทั้งมาร์ชคลาสสิกผสมกับมิกซ์ป๊อปสมัยใหม่ทำให้สนามกีฬามีความหลากหลายและสนุกมากขึ้น เพลงพวกนี้ยังทำให้หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยิน
3 Jawaban2025-12-30 17:49:33
ในฐานะแฟนกีฬาสีที่ตามดูการแข่งขันมานาน ผมชอบจับจุดว่าทำไมบางเพลงถึงถูกเลือกมาใช้บ่อยๆ ในการประกวดเชียร์ลีดเดอร์: จังหวะต้องชัด กระชับ และมีช่วงให้ทีมได้โชว์พีคทั้งท่าเต้นและการยกคน เพลงคลาสสิกที่มักโผล่มาเสมอคือ 'We Will Rock You' ที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับจังหวะสเตปหนักๆ กับเสียงปรบมือรวมของผู้ชม อีกเพลงที่แทบจะเป็นมาตรฐานคือ 'Eye of the Tiger' ซึ่งให้ความรู้สึกฮึกเหิมและเข้ากับคอนเซ็ปต์การต่อสู้ของกีฬาสีได้ดี
นอกเหนือจากเพลงร็อกคลาสสิก ผมเห็นทีมหลายทีมเลือกเพลงป็อปหรือฟังก์ที่มีเบสเด่นและคอรัสติดหู เช่น 'Uptown Funk' ที่ทำให้การโชว์ดูสนุกสดใส หรือ 'Believer' ที่จังหวะหนักเหมาะกับการสลับระหว่างลีลาการเต้นกับสเต็ปกระโดด ส่วนเพลงจากวงดนตรีร่วมสมัยอย่าง 'The Final Countdown' ก็ยังคงถูกยืมมาใช้เมื่อต้องการบิวท์อารมณ์ก่อนพีคของโชว์
เทรนด์ใหม่ๆ ที่ผมชอบคือการเอาเพลงจาก K-pop และอนิเมะมาผสมเป็นเมดลีย์ เช่น การหยิบท่อนฮุคของ 'Dynamite' มารวมกับจังหวะหนักจากซาวด์แทร็กอนิเมะอย่าง 'Gurenge' หรือแม้แต่ 'Silhouette' เพื่อสร้างโมเมนต์ที่แฟนๆ รู้สึกคุ้นเคย แต่ทีมก็สามารถใส่ริเริ่มใหม่ๆ ได้ด้วยการเปลี่ยนบีตหรือแทรกเสียงเชียร์แบบสด ส่วนการเลือกเพลงไทยมักจะเป็นการดัดแปลงจังหวะให้ทันสมัย เพราะสำคัญคือพลังของทีมและการสื่อสารกับคนดู มากกว่าจะยึดติดกับเพลงที่เป็นกระแสเพียงอย่างเดียว — เพลงที่ทำให้ทุกคนพร้อมลุกขึ้นเชียร์ต่างหากที่เป็นหัวใจของการประกวด
1 Jawaban2025-12-30 09:31:22
เราเป็นคนที่เคยลงเชียร์และทำเพลงเชียร์ในงานกีฬาของโรงเรียน จึงมีความเห็นว่าประเภทเพลงที่ได้รับความนิยมมักแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มใหญ่ ๆ และแต่ละกลุ่มให้บรรยากาศต่างกัน ทำให้กีฬาสีมีสีสันไม่เหมือนกัน เช่น เพลงมาร์ชหรือเพลงประจำโรงเรียนซึ่งใช้ตอนเปิดขบวน ให้ความรู้สึกเป็นระเบียบและภูมิฐาน เหมาะกับขบวนพาเหรดและการเดินนำธง อีกกลุ่มคือเพลงเชียร์ที่มีจังหวะหนัก ๆ กระชับ เหมาะกับท่อนตะโกนและการประสานเสียงระหว่างเชียร์ลีดเดอร์กับฝูงชน กลุ่มที่สามเป็นเพลงป็อปหรือร็อกสากลที่สร้างพลังอย่าง 'We Will Rock You' หรือ 'Eye of the Tiger' ซึ่งพอเอามารีมิกซ์หรือเพิ่มท่อนชักจูงให้คนร้องตามได้จะเปลี่ยนบรรยากาศให้คึกคักทันที ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือเพลงฮิตจากวง K-pop หรือเพลงไทยจังหวะสนุกที่วัยรุ่นรู้จักกันดี ทำให้ทีมเชียร์สร้างท่าเต้นสั้น ๆ โชว์ได้ทันที
เราสังเกตว่าทำไมบางเพลงถึงถูกหยิบมาใช้บ่อย เพราะคุณสมบัติของเพลงมีผลมาก เพลงที่จังหวะชัด กระชับ และมีท่อนซ้ำง่ายจะถูกเลือกก่อน เนื้อหาที่มีคำพูดสั้น ๆ กระตุ้นกำลังใจ เช่น ท่อนที่ตะโกนพร้อมกันได้ ทำให้คนรวมพลังได้เร็ว เพลงที่มีเบสหนักหรือจังหวะกลองชัด ๆ ก็ช่วยให้ฝูงชนอารมณ์ร่วม นอกจากนี้เพลงที่เป็นสากลหรือฮิตตลอดกาลยังได้เปรียบเพราะทุกคนรู้ท่อนฮุกแล้ว จึงไม่ต้องฝึกเยอะ ยกตัวอย่างเช่นเพลงฟังง่ายอย่าง 'We Are The Champions' ถูกใช้จบกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลอง ส่วนเพลง K-pop อย่าง 'Dynamite' หรือ 'Bang Bang Bang' ถูกเลือกเพราะมีพาร์ทเต้นสั้น ๆ ให้โชว์และกระตุ้นให้คนเข้าใจท่าได้เร็ว ในขณะเดียวกัน เพลงไทยจังหวะสนุกที่กำลังเป็นกระแสก็ถูกนำมาปรับให้เข้ากับสีประจำทีม เป็นวิธีผสมผสานความร่วมสมัยและอัตลักษณ์โรงเรียน
เราอยากบอกว่าการจัดเพลงกีฬาสีไม่ได้ขึ้นกับความดังของเพลงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงการเรียงพาร์ท การเว้นจังหวะให้เชียร์ และการออกแบบจังหวะตะโกนเล็ก ๆ ระหว่างท่อนดนตรี เพื่อให้คนทั้งโรงเรียนเข้าร่วมได้ง่าย บางทีมเอาเพลงสากลมาเล่นแบบมาร์ชโดยให้วงโยธวาทิตหรือวงดุริยางค์เรียบเรียงใหม่ กลายเป็นเสียงคุ้นหูแต่ทรงพลัง ในมุมของคนเคยอยู่ข้างสนาม สิ่งที่ทำให้จำได้เสมอคือพลังเสียงกองเชียร์และทำนองที่ติดหูมากกว่าตัวศิลปิน ถ้าเลือกเพลงที่ทำให้คนยืนขึ้นตะโกนพร้อมกันได้ งานกีฬาก็จะเต็มไปด้วยความทรงจำที่ดี นี่คือเหตุผลที่เราชอบดูแล้วก็ส่วนร่วมด้วยความสนุกทุกครั้ง