พอได้เห็นตัวอย่างครั้งแรกก็ว้าวกับการเอาตำนานเก่าๆ มาผสมกับสไตล์สมัยใหม่โดยทีมสร้างของ 'A Korean Odyssey' ทำให้โยงกับต้นฉบับได้แต่ก็มีการตีความใหม่จนแยกตัวออกมาเป็นงานของตัวเอง
บรรยากาศของตำนานไซอิ๋วในฉบับเกาหลีนั้นชวนให้นึกถึงละครโทรทัศน์เรื่อง 'The Legend of the Blue Sea' ที่ปรับเปลี่ยนโครงเรื่องจากตำนานจีนเดิมให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น
เรื่องนี้เป็นเวอร์ชันที่หลายคนพูดถึงเมื่อนึกถึงการตีความไซอิ๋วในสไตล์เกาหลี — ชื่อซีรีส์ที่ชัดเจนคือ 'A Korean Odyssey' (หรือที่รู้จักในชื่อ 'Hwayugi') ซึ่งนักแสดงนำหลักประกอบด้วย Lee Seung-gi, Cha Seung-won, Oh Yeon-seo และ Lee Hong-gi.
ผมชอบภาพรวมของการคัดนักแสดงชุดนี้เพราะแต่ละคนนำสีสันแตกต่างกันมาเติมเต็มเรื่องราว: Lee Seung-gi รับบทเป็น Son Oh-gong ในเวอร์ชันนี้ ซึ่งปรับความเป็นลิงหนุ่มให้มีเสน่ห์ร่วมสมัย ขณะที่ Oh Yeon-seo สวมบท Jin Seon-mi หญิงที่มีชะตาผูกพันกับโลกวิญญาณ ส่วน Cha Seung-won กับ Lee Hong-gi ทำหน้าที่เป็นเสาหลักทั้งด้านความเข้มแข็งและมิติของมิตรภาพ/ความขบขัน การเลือกนักแสดงชุดนี้ทำให้ฉากดราม่าและฉากตลกมีความสมดุล จนคนดูที่ชื่นชอบแฟนตาซีเกาหลีอย่าง 'Goblin' อาจรู้สึกคุ้นเคยกับโทนการเล่าเรื่องแบบนี้
ถ้าตั้งใจดูแค่คำตอบสั้น ๆ นักแสดงนำคือ Lee Seung-gi, Cha Seung-won, Oh Yeon-seo และ Lee Hong-gi — แต่ถ้าอยากได้เหตุผลว่าทำไมคนถึงชอบดูเวอร์ชันนี้ ก็ต้องลองสังเกตเคมีระหว่างนักแสดงกับการดัดแปลงโทนเรื่องที่ผสมทั้งโรแมนซ์ ดราม่า และคอมเมดี้เข้าด้วยกัน
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างตำนานไซอิ๋วเวอร์ชันเกาหลีกับจีนคือตัวละครหลักและบริบททางวัฒนธรรม เวอร์ชันเกาหลีอย่าง 'The Journey of Flower' จะเน้นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับวิญญาณมากกว่า ตัวเอกมักเป็นผู้หญิงที่มีพลังพิเศษ บททดสอบที่เธอต้องเผชิญก็เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์และความเข้าใจซึ่งกันและกันมากกว่าการต่อสู้แบบกายภาพเหมือนซุนหงอคง