Chapter: บทพิเศษ 2 : พาลูก ๆ กลับมาเยี่ยมท่านย่าเสียงล้อรถม้าบดไปตามถนนสายหลักของเมืองหลวง จ้าวเหมยเลิกม่านหน้าต่างรถม้าขึ้นเล็กน้อย มองดูความพลุกพล่านที่ยังคงเจริญไม่เปลี่ยน ทว่าในใจของนางกลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำทะเลสาบ“ถึงแล้วหรือท่านแม่”เสียงใสของเด็กชายวัยเจ็ดขวบดังขึ้น โจวหมินเซินในชุดสีน้ำเงินเข้มขลิบทอง เขาประคองร่างของน้องสาววัยหนึ่งขวบไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังโจวหลินหลิน คุณหนูตัวอวบส่งเสียงอ้อแอ้ ดวงตากลมโตสุกใสมองพี่ชายพลางหัวเราะร่า เด็กหญิงคือโซ่ทองคล้องใจที่เกิดจากความรักของพ่อแม่ผู้เป็นที่รัก“ใกล้ถึงแล้วเซินเอ๋อร์ เจ้าดูแลน้องให้ดี อย่าให้นางซนจนหัวกระแทกขอบรถม้านะลูก” จ้าวเหมยกำชับด้วยรอยยิ้ม“ลูกจะดูแลหลินเอ๋อร์ให้ดีขอรับ” เด็กชายยืดอกตอบรถม้าหยุดลงหน้าประตูจวนอ๋องในเมืองหลวง ร่างสูงใหญ่ในชุดทางการสีม่วงเข้มของโจวเหล่ยก้าวลงไปคนแรก เขายื่นมือหนาไปรับภรรยาและลูก ๆ ลงจากรถม้าด้วยความทะนุถนอม“ท่านย่ารอพวกเจ้าอยู่ด้านใน ไปกันเถิด”ที่โถงกลางจวนอ๋อง ฮูหยินผู้เฒ่าโจวนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักด้วยอาการกระวนกระวาย มือที่ถือลูกประคำสั่นน้อย ๆ ด้วยความตื่นเต้น จนกระทั่งเสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังใกล้เข้ามา“
Last Updated: 2026-07-20
Chapter: บทพิเศษ 1 : ท่วงท่าเช่นนี้ดียิ่งนัก NC25+พายุรักก่อตัวขึ้นทันทีหลังคู่รักจุมพิกันอย่างเร่าร้อน แสงเทียนสลัวฉายให้เห็นเงาของร่างสองร่างที่พัวพันกันอยู่บนเตียงกว้าง โจวเหล่ยอดกลั้นความต้องการมานาน บัดนี้ไม่อาจเก็บงำความโหยหาได้อีกต่อไป“เหมยเอ๋อร์ของข้า เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ฝ่ามือร้อนผ่าวจะเริ่มซุกซนถอดเปลื้องชุดนอนผ้าไหมเนื้อบางเบาให้พ้นไปจากกายงามเมื่อไร้ปราการขวางกั้น ผิวขาวเนียนละเอียดของจ้าวเหมยก็ปรากฏแก่สายตาลึกล้ำ โจวเหล่ยไม่รอช้า เขาโน้มกายลงไปคลอเคลีย ลากไล้ปลายลิ้นร้อนผ่านลำคอระหงลงมายังจุดอ่อนไหว เสียงครางกระเส่าในลำคอของหญิงสาวทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มพลุ่งพล่าน“ท่านพี่... อ๊ะ” จ้าวเหมยแอ่นกายรับสัมผัส มือเรียวขยุ้มเส้นผมของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่กำลังเกิดขึ้นโจวเหล่ยยกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลิกกายให้นางอยู่ในท่วงท่าที่เขาปรารถนามาตลอด “เช่นนั้น ลองท่วงท่าที่ข้าเคยอ่านเจอในตำราภาพวังวสันต์ดีหรือไม่ ท่วงท่าเช่นนี้จะทำให้ข้าได้มองเห็นความงดงามของเจ้าจากด้านหลังอย่างถนัดตา”เขาประคองร่างบางให้ลุกขึ้นคุกเข่าหันหน้าเข้าหาหัวเตียง จ้าวเหมยหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายแต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย นางโ
Last Updated: 2026-07-20
Chapter: บทที่ 32.2 : บทสรุปของพระเอกธงแดงและนางร้ายโจวเหล่ยเอ่ยน้ำเสียงออดอ้อน “ข้าสละทุกอย่างในเมืองหลวงมาอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องเจ้าและเซินเอ๋อร์ เจ้าจะไม่เมตตารับข้าไว้สักคนหรือ”ยังไม่ทันที่จ้าวเหมยจะตอบ เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนลั่น “ท่านพ่อ!”โจวหมินเซินวิ่งออกมาจากด้านหลังหอโฉมสะคราญ เด็กชายตัวน้อยโถมเข้ากอดขาของโจวเหล่ยไว้แน่น โจวเหล่ยอุ้มบุตรชายขึ้นมาแนบอก ความรู้สึกผิดในใจเรื่องชาติกำเนิดสลายหาย เมื่อนึกถึงคำพูดของฮ่องเต้ที่ให้โอกาสแก่เด็กบริสุทธิ์“เซินเอ๋อร์ พ่อกลับมาแล้ว ต่อไปนี้พ่อจะไม่ไปไหนอีก พ่อจะอยู่ที่นี่กับเจ้าและท่านแม่เจ้าตลอดไป”จ้าวเหมยมองภาพพ่อลูกกอดกันกลม นางเห็นความอบอุ่นที่โหยหาหามาตลอดชีวิต บทนางร้ายตามเนื้อเรื่องนิยาย ความขมขื่นในจวนสกุลจ้าว หรือความโดดเดี่ยวในจวนอ๋องที่เมืองหลวง ทั้งหมดนั้นถูกชะล้างออกจนหมดแล้วยามเย็นที่เมืองหนานเฉิง แสงของดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทะเลสะท้อนประกายระยิบระยับ โจวเหล่ยอุ้มบุตรชายไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของจ้าวเหมยไว้อย่างแผ่วเบาหอโฉมสะคราญยามปิดทำการกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง จ้าวเหมยนำทางทั้งสองไปยังเรือนพักส่วนตัวหลังร้านท
Last Updated: 2026-07-20
Chapter: บทที่ 32.1: บทสรุปของพระเอกธงแดงและนางร้ายบรรยากาศภายในตำหนักเฉียนชิงเงียบสงัด โจวเหล่ยรู้สึกราวกับอากาศรอบกายแข็งตัวฉับพลัน คำถามของฮ่องเต้เปรียบเสมือนลูกธนูที่ปักลงกลางอกได้อย่างแม่นยำจนเขาตั้งตัวไม่ทันโจวเหล่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง ความสมหวังที่เพิ่งได้รับในท้องพระโรงพลันจางหาย แทนที่ด้วยความหวาดหวั่นถึงความปลอดภัยของจ้าวเหมยและโจวหมินเซิน“ทูลฝ่าบาท เรื่องนี้...” โจวเหล่ยสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะทรุดกายลงคุกเข่า โขกศีรษะลงกับพื้นตำหนักเสียงดังสนั่น “กระหม่อมมีความผิดที่ปิดบัง แต่เหมยเอ๋อร์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นางเพียงแต่มีเมตตาและรักเด็กคนนั้นด้วยใจจริง หากฝ่าบาทจะเอาความ กระหม่อมขอรับโทษทัณฑ์ทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียวพ่ะย่ะค่ะ โปรดละเว้นนางและเด็กคนนั้นด้วย”ฮ่องเต้มองภาพท่านอ๋องผู้ยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อปกป้องสตรีและเด็กชาย พระองค์ทรงนิ่งเงียบนานจนความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วตำหนัก ก่อนที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำจะหลุดออกมาจากพระโอษฐ์“ฮ่า ๆ ๆ ลุกขึ้นเถิดโจวอ๋อง ดูเจ้าทำเข้าสิ ขวัญกล้าเทียมฟ้าปราบกบฏนับหมื่นไม่กะพริบตา แต่กลับมาสั่นต่อหน้าข้า”ฮ่องเต้ทรงก้าวลงจากแท่นประทับ เดินมาหยุดตรงหน้าโจวอ๋อง แววตาที่เคยดุดันตามอำนาจเปลี่ยนเป็นความเอ็นดู“ข
Last Updated: 2026-07-20
Chapter: บทที่ 31.2 : สะสางเรื่องค้างคาจ้าวเหมยฟังคำตอบของลูกถึงกับหน้าแดง หญิงสาวนั่งลงแล้วเอื้อมมือไปจับแก้มกลมเหมือนซาลาเปา “ไม่ใช่เซินเอ๋อร์ เจ้าตาฝาดแล้ว”“…” โจวหมินเซินเอียงคอด้วยความสงสัย เขาอยากเถียงมารดา แต่ในเมื่อท่านแม่ยืนยันเช่นนั้น ตนก็ไม่อยากพูดให้มากความโจวอ๋องนั่งลงบ้าง เขาดึงบุตรชายเข้ามากอด “ที่ผ่านมา ลำบากเจ้าแล้ว รอพ่อกลับจากเมืองหลวง รายงานราชสำนัก ต่อจากนี้เราจะได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว”เดิมทีเขาแค่เพียงสงสารโจวหมินเซินในวัยแบเบาะ จึงเลือกพากลับไปเมืองหลวงให้จ้าวเหมยเลี้ยง ทว่าตนไม่ได้คลุกคลีกับเด็กเท่าใด จึงไม่ได้มีความรู้สึกมากมายนัก ทว่าจ้าวเหมยรักโจวหมินเซินมาก เขาที่รักจ้าวเหมยจึงรักตามไปด้วย และยินดีจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้เหมือนลูกแท้ ๆ คนหนึ่งโจวหมินเซินขยับกายออกจากบิดา แม้ตนไม่รู้ว่าพ่อแท้จริงคือใคร และมารดาแท้จริงก็ไม่ได้รัก ทว่าตรงหน้ามีบิดาและมารดาบุญธรรมอยู่ ชีวิตเขาไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว“ขอรับ เซินเอ๋อร์จะรอ”จ้าวเหมยยิ้ม นางจะไม่เอาความเลวของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดมาตัดสินเด็กคนหนึ่ง โจวหมินเซินบริสุทธิ์ เขาไม่รู้เรื่องราวของหลี่เหวินและจ้าวโม่แม้แต่น้อย ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าลูกคน
Last Updated: 2026-07-20
Chapter: บทที่ 31.1 : สะสางเรื่องค้างคาแสงรุ่งอรุณเมืองหนานเฉิงปรากฏขึ้นเมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนตัวขึ้นสูง จ้าวเหมยผละออกจากอ้อมกอดของโจวเหล่ยช้า ๆ นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้และคราบเขม่าดินปืน แววตาของเขาดูอ่อนล้าแต่กลับมีประกายแห่งความโล่งใจนางเอื้อมมือไปจับข้อมือหนาของเขา เห็นผ้าไหมสีแดงที่นางผูกไว้ให้เป็นเครื่องรางยังคงพันอยู่อย่างแน่นหนา แม้ขอบผ้าจะรุ่ยและเปื้อนคราบเลือดศัตรูไปบ้างก็ตาม“ท่านทำเครื่องรางของข้าสกปรกเสียแล้ว” จ้าวเหมยเอ่ยเย้าทั้งน้ำตาที่ยังคลอหน่วย มือเรียวบางค่อย ๆ แก้มัดผ้าไหมออกอย่างเบามือ “ข้าบอกแล้วว่าขี้เกียจซัก ดูสิ เลือดกบฏติดแน่นถึงเพียงนี้ จะซักออกได้อย่างไร”โจวเหล่ยไม่ตอบ สายตาเขาพลันสะดุดเข้ากับบางอย่างบนมวยผมของนาง แสงอาทิตย์ยามเช้าตกกระทบลงบนปิ่นหยกมันแพะที่เขาเคยมอบให้หลายปีก่อน บัดนี้ปิ่นถูกปักอยู่บนศีรษะของนางอย่างสง่างาม เป็นสิ่งยืนยันว่าจ้าวเหมยไม่ได้ทิ้ง หนำซ้ำยังรักษาเป็นอย่างดีน้ำเสียงทุ้มสั่นเครือด้วยความตื้นตัน “เหมยเอ๋อร์ เจ้ายังเก็บมันไว้ ข้าคิดว่าเจ้าเกลียดทุกอย่างที่มาจากข้าเสียอีก”หลังจ้าวเหมยแกะเครื่องรางที่มอบให้เขาแล้ว หญิงสาวยกมื
Last Updated: 2026-07-20
Chapter: บทที่ 6.2 เหมือนมีใครมองนางเหลียงจินดึงมือกลับมา ทำแก้มพองลม “ท่านอ๋องยังไม่ตอบคำถามหม่อมฉัน” “ข้าให้ยืมหนึ่งหมื่นตำลึงทอง” “เพคะ ท่านอ๋องให้ยืมก็นับว่าเมตตาหม่อมฉันมากแล้ว” เหลียงจินไม่งอแงอ้อนวอนให้จวิ้นอ๋องมอบเงินเพิ่ม แต่หยิบกาน้ำชาเทลงจอกแล้วยื่นไปตรงหน้าเพื่อเป็นการขอบคุณ หากไม่มีเขา แค่ลำพังของวิเศษย่อมเปิดร้านไม่ได้ เพราะการเช่าร้านทำเลดีต้องใช้เงินลงทุน ไหนจะค่าจ้างคนงานในร้านอีก นางทำคนเดียวไม่มีทางไหวอย่างแน่นอน จวิ้นอ๋องยอมรับจอกชาจากมือนางแล้วดื่มรวดเดียวจนหมดเหลียงจินคิดว่าควรทำภารกิจก่อน ต้องทำให้เขายิ้ม มิเช่นนั้นจะเข้าไปใช้งานของวิเศษไม่ได้ นางนำนิ้วชี้จี้บริเวณเอวอีกฝ่าย แค่เพียงลองดูเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินเสียงหัวเราะจริง ๆ “ฮ่า ๆ” เซียวโจวจงไม่อาจอดกลั้น เขาเป็นคนประเภทอ่อนไหว หากมีใครยุ่งวุ่นวายตรงเอว มักจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างมิอาจควบคุม เหลียงจินเหลือบมองโคมไฟขนาดเล็กที่นางนำติดตัวมาด้วย มันเหมือนกำลังกักเก็บพลังแห่งความสุขเข้าด้านใน โชคดีที่สาวรับใช้สองคนและจวิ้นอ๋องไม่ถาม เขาอาจคิดว่ามันคือโคมไฟธรรมดา ใช้ถือยามกลาง
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 6.1 : เหมือนมีใครมองนางทันใดนั้น ในหูเหลียงจินก็มีเสียงประหลาดดังขึ้น ‘ข้าคือเทพผู้ดูแลโลกนิยาย เพราะชีวิตหลังจากทะลุมิติของเจ้าอาภัพเกินไป ข้าจึงมอบของวิเศษหนึ่งอย่าง แค่เพียงเจ้าลูบมันสามครั้งก็จะสามารถเข้าไปด้านใน มีอุปกรณ์สำหรับทำเสื้อผ้า และยังมีผ้าชนิดต่าง ๆ เจ้ามิต้องใช้เงินลงทุนซื้อ หากจะออกมาก็ให้ลูบสามครั้งเช่นเดียวกัน’ ดวงตาเหลียงจินพลันเบิกกว้างขึ้น หากก่อนทะลุมิติมาคงยากจะเชื่อเรื่องพวกนี้ ทว่าวิญญาณนางทะลุมิติเข้าโลกนิยาย จึงยอมรับคำพูดของท่านเทพ อย่างน้อยของวิเศษยังพอช่วยเหลือนางประหยัดค่าใช้จ่ายต้นทุนในการทำเสื้อผ้า เหลือแค่เพียงหาทำเลเช่าร้านดี ๆ ก็สามารถเปิดกิจการของตนเองในยุคโบราณ ‘ทว่าตอนนี้เจ้ายังเข้าไปไม่ได้ การจะใช้ของวิเศษต้องมีข้อแลกเปลี่ยน เพราะของสิ่งนี้โปรดปรานรอยยิ้มบุรุษ แต่มิใช่บุรุษทั่วไป ต้องเป็นเชื้อพระวงศ์เท่านั้น วิธีการง่ายมาก นำของวิเศษไปหาเชื้อพระวงศ์หนึ่งคน ทำให้เขายิ้ม แล้วของวิเศษจะกักเก็บพลังไว้ เจ้าจึงจะใช้งานได้ หากของวิเศษใช้พลังจนหมดแล้วมีการเตือน ต้องนำไปหาเชื้อพระวงศ์อีก ทำให้เขายิ้ม เพียงเท่านี้ก็จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ’
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 5.2 ของวิเศษ? “แบ่งคนของกองทัพส่วนหนึ่งตระเวนรอบเมืองหลวงอย่าให้ขาด จัดสรรเวรยามให้ดี ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ” ฮ่องเต้เซียวลู่เสียนเอ่ยเสียงราบเรียบ ทว่าทอดมองพระอนุชาด้วยความอ่อนโยน หลายปีมานี้มีจวิ้นอ๋องช่วยเหลืองานในกองทัพ พระองค์จึงวางใจลงหลายส่วน แคว้นหลินไร้สงครามมานาน แต่จู่ ๆ ช่วงหลังกลับมีคนก่อความวุ่นวาย ซึ่งยังสืบหาต้นสายปลายเหตุไม่พบ แล้วฮ่องเต้จะวางใจได้อย่างไร “พ่ะย่ะค่ะ” “ฮองเฮาเสด็จ” เสียงขันทีประกาศขึ้นจากบริเวณหน้าตำหนักเฉียนชิง “ให้นางเข้ามา” ฮ่องเต้หนุ่มระบายยิ้ม เขาไม่ได้พบหน้าดวงใจมาสามวันแล้ว เนื่องจากมัวแต่สะสางกองฎีกาและจัดการงานในราชสำนัก อาจเพราะฮองเฮาคะนึงหาพระสวามีกระมัง นางจึงมาหาด้วยตนเอง ช่างเป็นภรรยาที่น่ารักจริง ๆ ผู้คนต่างพูดไม่ขาดปาก ฮ่องเต้เซียวลู่เสียนเป็นรายแรกที่มีเพียงฮองเฮา สนมน้อยใหญ่ไม่เคยคิดรับมาเลย แม้ขุนนางร้องเรียนให้พยายามรวบรวมอำนาจสกุลต่าง ๆ พระองค์ก็รับสั่งเพียงว่า ‘หากฮ่องเต้พึ่งอำนาจจากสตรี แล้วจะเอาความสามารถใดปกครองแคว้น’ “ฝ่าบาท ขออภัยเพ
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 5.1 ของวิเศษ? เซียวโจวจงกำมือแน่น ความคิดหลายอย่างตีกันจนยุ่งวุ่นวายในหัว เหลียงจินเป็นสตรีคนแรกที่กล้าขอเขามากมาย ซึ่งนางเป็นแค่เพียงสตรีอุ่นเตียง มิได้มีตำแหน่งใดในจวนหากเป็นพระชายาจวิ้นอ๋องก็ว่าไปอย่าง อาจพิจารณาง่ายกว่านี้ ถ้าให้ยืมเงินแล้ว สุดท้ายกิจการล้มเหลวไม่เป็นท่า มิใช่ว่าต้องสูญเสียเงินเปล่าเลยหรืออย่างไร อีกอย่าง...นางไม่สลักสำคัญในหัวใจเขาสักนิด“หม่อมฉันจะขัดผิวกายให้ท่านอ๋องเพคะ”ครั้นการร้องขอไม่เป็นผล เหลียงจินจึงทำหน้าที่ของตนเองให้เสร็จลุล่วง ชะตาชีวิตถูกลิขิตเช่นนี้แล้ว มิอาจหลีกหนีหญิงสาวเดินเข้าใกล้ขอบสระ หยิบผ้าผืนเดิมมาถือไว้แล้วเริ่มไล่ขัดร่างกายให้จวิ้นอ๋อง น้ำหนักมือสลับเบาและหนัก อากัปกิริยาของสตรีตัวเล็กอยู่ในสายตาคมตลอดเวลา มีหรือจะมองไม่ออกว่านางกำลังต่อว่าเขาในใจ“เจ้ากำลังต่อว่าข้า”“…” เขามีวิชาอ่านใจคนหรือ!เหลียงจินไม่ตอบ ตั้งใจใช้ผ้าขัดผิวแก่เขา เพราะส่วนสูงที่แตกต่าง กอปรกับขนาดของสระ ไหล่ของนางเลยผิวน้ำมาเพียงนิดเดียวเท่านั้น และน้ำใสมาก นางจึงมองเห็นอกแกร่งกำยำและกล้ามหน้าท้องเรียงตัวสวยอย่างชัดเจนสรุปแล้วตอนนี้นางทะลุมิติเข้ามาช่วงไหนของนิยายกันแน่ เพรา
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 4.2 หม่อมฉันอยากยืมเงินท่านอ๋อง“หม่อมฉันอยากเก็บสิ่งหวงแหนไว้ให้บุรุษที่แต่งงานด้วยเพคะ” เอ่ยโดยไม่ลังเลแล้วช้อนตาแป๋วมองคนตัวโตกว่าอย่างอ้อน ๆ “สถานะของเจ้าตอนนี้ยังกล้าคิดถึงเรื่องนั้นหรือ ในเมื่อข้าใช้เงินซื้อเจ้าต่อจากอัครเสนาบดีแล้ว ตอนนี้นับว่าเป็นสตรีของข้า” ลงทุนด้วยเงินห้าหมื่นตำลึงทอง หากให้นางใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในจวน จะนับว่าคุ้มค่าได้อย่างไร เป็นหญิงอุ่นเตียงจวิ้นอ๋อง ไม่มีสิ่งใดเสียหาย หากนางทำตัวดี เขาจะดูแลจนสุขสบายจนแก่เฒ่า แค่มิได้มียศตำแหน่งเท่านั้น พระชายาจวิ้นอ๋องถูกกำหนดไว้แล้วโดยฮ่องเต้พระองค์ก่อน สัญญาหมั้นหมายนี้ เขาเพิ่งทราบในภายหลังและมิอาจปฏิเสธ เพราะมีผลกับความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น แต่ไม่เคยเห็นใบหน้าคู่หมั้นสักครา ชื่อเสียงเรียงนามยังมิทราบเลยเกรงว่าเขาคงได้รู้จักนามและเห็นใบหน้านางวันอภิเษกสมรสกระมัง “ท่านอ๋อง หม่อมฉันอยากยืมเงินท่านอ๋องเพคะ” เหลียงจินทำตาแป๋ว “ยืมเงินข้า?” จวิ้นอ๋องเลิกคิ้ว ความใจกล้าของสตรีคนนี้จะสิ้นสุดตรงไหน ตั้งแต่เด็กจนอายุยี่สิบสี่ ไม่เคยมีใครกล้ายืมเงินเขาเลยสักครั้ง นางเป็นคนแรก มิหนำซ้ำยั
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 4.1 หม่อมฉันอยากยืมเงินท่านอ๋องเหลียงจินก้าวเข้าไปหาจวิ้นอ๋อง นั่งลงข้างเขาโดยไม่ลงน้ำ นำมือประสานกัน รอคอยคำสั่งอย่างเจียมตัว วิชาปรนนิบัติบุรุษล้วนเป็นเหลียงจินคนเดิมร่ำเรียนกับนายหญิงชุนม่าน นางไม่มีสิ่งเหล่านั้นในหัวเลย มืดแปดด้านนัก มิรู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร “ช้าอยู่ไย ขัดตัวให้ข้าสิ” “พะ...เพคะ” เอ่ยตอบตะกุกตะกัก พลางเหลียวซ้ายแลขวามองหาอุปกรณ์ขัดผิว ครั้นเห็นโต๊ะตัวเตี้ยตั้งไม่ไกลมากจึงค่อยขยับไปดู ซึ่งมันมีอ่างสำริดขนาดพอประมาณและผ้าผืนสะอาดวางไว้ข้างกัน นางหยิบชุบน้ำบิดพอหมาดกลับไปหาจวิ้นอ๋อง “ถอดหมวกม่านแพรออก” เซียวโจวจงหันมองเหลียงจินท่าทางไม่พอใจ หนก่อนใบหน้านางดำ ล้วนจงใจหลีกหนีมิอยากปรนนิบัติเขา พอมาวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ถึงขั้นสวมหมวกปิดบังใบหน้าตลอดเวลา เหลียงจินกำผ้าในมือแน่น นางจำได้ว่าเขาให้เวลาสามวันในการนำเงินห้าหมื่นตำลึงทองมาคืน วันนี้ยังไม่ครบกำหนดด้วยซ้ำ เขาจะทวงถามหรือไม่นะ “ท่านอ๋อง เรื่องเงินห้าหมื่นตำลึงทอง...” “ข้ารู้แล้ว” เซียวโจวจงเอ่ยน้ำเสียงเรียบ “...” เหลียงจินเบิกตากว้าง “วันนี้ข้าได้
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 6.2 อาหลันทำหน้าที่แม่สื่อละ!เว่ยหย่งหลันมองมารดาที่ยังคงปากแข็งสลับกับมองบิดาที่นั่งหน้าแดง เด็กน้อยถอนหายใจยาวเหยียดประหนึ่งผู้ใหญ่ที่เหนื่อยหน่ายกับการอบรมสั่งสอนเด็กไม่รู้จักโต นางขยับตัวบนตักกว้างของเว่ยจวินเหยียนแล้วใช้มือน้อย ๆ กุมมือใหญ่“ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านแม่บอกว่าไม่ยุ่งกับท่านแล้ว ท่านพ่อก็ต้องง้อสิเจ้าคะ” เว่ยหย่งหลันเอ่ยเสียงใสพลางเขย่ามือบิดา “ท่านแม่น่ะใจอ่อนง่ายหากรักใครแล้ว ถ้าท่านพ่อพูดจาดี ๆ สักนิด ซื้อขนมที่ท่านแม่ชอบมาฝากสักหน่อย แป๊บเดียวท่านแม่ก็ยอมให้ท่านพ่อกอดแล้วเจ้าค่ะ”“อาหลัน แม่ไปบอกเจ้าตอนไหนว่าจะยอมให้เขากอด” ฟ่านหลิงเซวียแทบจะแทรกแผ่นดินหนี“ก็ในนิทานที่ท่านแม่เล่าให้อาหลันฟังไงเจ้าคะ ท่านแม่บอกว่านางเอกน่ะชอบเล่นตัวไปอย่างนั้นเอง จริง ๆ ในใจอยากให้พระเอกอุ้มจะตายไป”เว่ยจวินเหยียนที่ฟังอยู่นิ่ง ๆ พลันกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาเหลือบมองฟ่านหลิงเซวียด้วยสายตาเจ้าเล่ห์“ในเมื่ออาหลันแนะนำเช่นนี้ คุณหนูฟ่าน ข้าคงต้องทบทวนวิธีง้อของข้าใหม่เสียแล้ว” เว่ยจวินเหยียนอมยิ้มเอ่ยฟ่านหลิงเซวียหัวใจเต้นโครมคราม “ท่านโหวจะง้อข้าทำไม”รถม้าเคลื่อนตัวผ่านตลาดทิศตะวันตกที่เริ่มสงบลง เว่ยจวินเหยียนไม
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 6.1 อาหลันทำหน้าที่แม่สื่อละ!ภายในรถม้าคันใหญ่ประจำจวนหย่งอันโหวดูคับแคบลงเมื่อมีผู้ใหญ่สองคนและเด็กหญิงตัวน้อยอีกหนึ่งคนนั่งร่วมกัน เสียงล้อรถม้ากระทบพื้นหินดังกึกกักสม่ำเสมอทว่าหัวใจของฟ่านหลิงเซวียกลับเต้นระรัว นางนั่งตัวตรง สายตาจับจ้องไปที่ผนังรถม้าราวกับมันเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งในความเป็นจริง นางกำลังพยายามไม่หันไปสบตากับบุรุษที่ตนคิดว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาแล้วเว่ยจวินเหยียนนั่งหลังตรงองอาจ นัยน์ตาคมกริบของเขามองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่ามือกำเข้าหากันแน่นคล้ายกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างส่วนตัวต้นเรื่องอย่างเว่ยหย่งหลัน บัดนี้นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง เด็กน้อยแกว่งขาสั้น ๆ ไปมาอย่างอารมณ์ดี ในมือถือขนมถังหูลู่ไม้ใหญ่ที่ท่านพ่อเพิ่งจะแวะซื้อให้ นางกัดพุทราเคลือบน้ำตาลเข้าปากจนแก้มตุ่ยฟ่านหลิงเซวียเอ่ยขึ้นเบา ๆ น้ำเสียงแฝงความตำหนิ “อาหลัน เจ้าทำตัวเสียมารยาทเกินไปแล้วนะที่งานเลี้ยง รู้หรือไม่ว่าการพูดจาเช่นนั้นอาจทำให้ตระกูลฟ่านและท่านโหวเดือดร้อนได้”เด็กหญิงชะงักการเคี้ยวไปครู่หนึ่ง นางเงยหน้ามองมารดาด้วยดวงตาใส “อาหลันขอโทษเจ้าค่ะท่านแม่ แต่อาหลันเห็นปีศาจสีขาวนั่นจ้อง
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 5.2 นั่นคืออาหลันมิใช่หรือเฉิงอี้เอ่ยเสียงหลง เขาเหงื่อตกเมื่อเห็นสายตาหย่งอันโหวที่จ้องเขม็งมา รองแม่ทัพอดย้อนนึกย้อนไปถึงตอนที่ยอมใจอ่อนพาอาหลันหนีออกมาจากจวนคหบดีไม่ได้ ตนแอบไปสืบเรื่องบางอย่างตามคำสั่งท่านโหว พอพบเด็กน้อย อีกฝ่ายอ้างว่ามีเรื่องสำคัญต้องพบท่านแม่ตอนนี้ ด้วยเสียงออดอ้อนที่ไหนได้ พอเท้าถึงพื้นดินหน้าจวนเสนาบดี นางก็วิ่งปร๋อราวกับม้าศึกฟ่านหลิงเซวียถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ “นั่นคืออาหลันมิใช่หรือ... แล้วเหตุใดรองแม่ทัพเฉิงถึงพานางมาที่นี่”สิ้นคำอุทานจากปากหญิงสาว เด็กหญิงที่บัดนี้ชายกระโปรงเต็มไปด้วยเศษหญ้าและใบไม้แห้งก็พุ่งทะยานฝ่าดงคุณหนูที่กำลังนั่งจิบชาชมดอกไม้ อาหลันใช้ความเร็วระดับลูกธนู นัยน์ตากลมโตจดจ้องเพียงเป้าหมายเดียว นั่นคือศาลาที่ท่านแม่และท่านพ่อกำลังนั่งอยู่“ท่านแม่~ อาหลันมาช่วยท่านแม่แล้วเจ้าค่ะ”เว่ยหย่งหลันพุ่งพรวดขึ้นมาบนศาลาล้ำค่าของเสนาบดีโจว นางไม่รอให้ใครอนุญาตก็กระโดดเข้ากอดขาฟ่านหลิงเซวียไว้แน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มซุกลงกับผ้าไหมสีม่วงราคาแพงพลางเงยหน้าขึ้นทำตาปริบ ๆ อย่างน่าเวทนา“ท่านแม่ ท่านแม่ทิ้งอาหลันมาทำไมเจ้าคะ อาหลันฝันร้ายว่ามีงูสีขาวตัวใหญ่จ้องจะกัดท่านแ
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 5.1 นั่นคืออาหลันมิใช่หรือฟ่านหลิงเซวียหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงทุ้ม ซึ่งเขามองมายังนางด้วยสายตาเวทนา “ที่ว่าเพียบพร้อม พระองค์หมายถึงความพร้อมที่จะเป็นหมากในกระดานของใครบางคนหรือเพคะ”หรงเยี่ยนชะงัก รอยยิ้มค้างเติ่ง “ข้าเพียงแต่เห็นใจเจ้าที่ถูกหย่งอันโหวหักหน้าต่อหน้าคุณหนูโจว”“ขอบพระทัยในความเมตตาขององค์ชายเพคะ ทว่าหม่อมฉันไม่ได้สนใจจริง ๆ ยามนี้หม่อมฉันมีความสุขด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งบุรุษ”องค์ชายสี่เม้มปาก ฟ่านหลิงเซวียเปลี่ยนไปมากจริง ๆ เขาที่คิดว่ามีโอกาสเข้าหานางเหมือนวันวาน ยามนี้ราวกับมีกำแพงขวางกั้นหญิงสาวเห็นคนรักเก่าเงียบไป นางจึงเอ่ยต่อ “ห่วงตนเองก่อนเถิดเพคะองค์ชาย ยามที่คุณหนูโจวกำลังสนทนากับบุรุษอื่น เกรงว่าหมากในกระดานของพระองค์อาจจะเดินผิดทิศผิดทางไปเสียเอง”ฟ่านหลิงเซวียขยับยิ้ม แววตาของนางเฉยชาจนหรงเยี่ยนรู้สึกใจหาย“เจ้าพูดจาเลอะเลือนอันใด ข้ากับคุณหนูโจวหาได้...”“มีสิ่งใดกันหรือไม่ หม่อมฉันมิได้อยากรู้ ขอตัวไปชมบุปผาทางโน้นก่อนแล้วกันเพคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างไม่ไยดีฟ่านหลิงเซวียย่อกายอย่างงดงามทว่าห่างเหิน ก่อนจะสะบัดชายกระโปรงก้าวเดินจากมา หรงเยี่ยนมองตามแผ่นหลัง
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 4.2 อาหลันต้องช่วยท่านแม่แม่ทัพใหญ่แคว้นต้าถังขบกรามจนเป็นสันนูน เขามองตามแผ่นหลังบอบบางของฟ่านหลิงเซวียที่หายลับเข้าไปในเขตท่าเรือส่วนตัวด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนจะก้มลงมองภาระในอ้อมแขนที่กำลังส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้เว่ยจวินเยียนคิดว่าเด็กตรงหน้าฉลาดเกินวัยไปมาก กระนั้นเขาก็เดินไปยังบริเวณโรงน้ำชาอย่างหาคำตอบให้ตนเองไม่ได้ว่าเหตุใดจึงตามใจเด็กหญิงคนนี้ โดยมีเฉิงอี้เดินตามหลังมาติด ๆ พร้อมกับกลั้นขำจนหน้าแดงเมื่อถึงร้านน้ำชา เสี่ยวเอ้อยกชามาต้อนรับ ท่านโหวหนุ่มวางเด็กน้อยลงบนเก้าอี้ไม้ เว่ยหย่งหลันนั่งแกว่งขาไปมาอย่างอารมณ์ดี “ท่านพ่อ เอาถังหูลู่สองไม้ อ้อ ไม่สิ สามไม้เจ้าค่ะ เผื่อท่านแม่ไม้นึง”ของตนสองไม้เพราะเป็นเด็ก ส่วนท่านแม่กินหนึ่งไม้ก็พออาหลันน่ารักมาก ๆ นะ นึกถึงท่านแม่ด้วย~“แล้วเจ้าชื่ออะไร”เด็กหญิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบน้ำเสียงสดใส “อาหลันเจ้าค่ะ เว่ยหย่งหลัน”คำว่า ‘เว่ยหย่งหลัน’ ทำเอาเว่ยจวินเหยียนที่กำลังจะยกถ้วยชาขึ้นดื่มถึงกับชะงักเขารีบวางถ้วยชาลงอย่างแรง “ใครอนุญาตให้เจ้าเอาแซ่ของข้าไปใช้ เจ้าเด็กคนนี้ ช่างสามหาวนัก”เฉิงอี้ที่ยืนอยู่ข้างหลังแอบกลืนน้ำลาย แววตาเลิ่กลั่กมองผู้เป็นนายสลับ
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 4.1 : อาหลันต้องช่วยท่านแม่คำพูดของฟ่านหลิงเซวียทำให้เว่ยจวินเหยียนชะงักไปชั่วครู่ ชายหนุ่มไม่ได้ตอบกลับ เขาเพียงแต่กระชับบังเหียนม้าให้มั่นคงขึ้น ควบทะยานอาชาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ครั้นเดินทางมาถึงท่าเรือทิศใต้ ฟ่านหลิงเซวียพยายามขยับกายออกห่างจากแผ่นอกกว้างของบุรุษที่นั่งซ้อนหลังอยู่บนอาชาตัวเดียวกันวงแขนแกร่งของเว่ยจวินเหยียนไม่ได้คลายออกในทันที เขายังคงกระชับบังเหียนไว้เช่นนั้น ฟ่านหลิงเซวียคิดหนัก ตนอยากสลัดหย่งอันโหวออกไปแทบแย่ เพราะหากเขายังเป็นเงาตามติดตัว คงทำงานไม่สะดวกนัก เพราะต้องคอยตอบข้อสงสัยบุรุษตรงหน้า“ส่งข้าเพียงเท่านี้เถิดเจ้าค่ะท่านโหว ข้ามีธุระต้องจัดการเพียงลำพัง” ฟ่านหลิงเซวียเอ่ยเสียงแข็ง พลางพยายามดันมือแกร่งที่โอบรัดเอวออกเว่ยจวินเหยียนก้มลงมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสตรีที่เพิ่งจะประกาศตัดขาดกับเขาเมื่อวาน“ข้าจะไปกับเจ้า ท่าเรือยามเช้าหาใช่ที่เที่ยวเล่นของสตรีร่ำรวยเช่นเจ้า ข้ามีหน้าที่ต้องตรวจตราความเรียบร้อย และเจ้ามีท่าทางน่าสงสัย”“น่าสงสัยอันใดกันเจ้าคะ ข้าเพียงมาตรวจดูสินค้าของตระกูล” หญิงสาวโต้กลับ ทั้งที่ใจเต้นรัวประหนึ่งกลองศึก หากเขาตามนางลงเรือ แผนการปกป้อง
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 6.2 บุตรสาวนางร้ายต้องเอาตัวรอดในเรือนพักส่วนตัวของซูไท่เฟย ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจวนเซี่ยอ๋อง บุรุษในชุดสีเข้มคุกเข่าลงต่อหน้ามารดาเซี่ยอ๋องเขาคือองครักษ์เงาที่ขึ้นตรงต่อซูไท่เฟย สตรีผู้ทรงอำนาจและอาวุโสที่สุดในจวนเซี่ยอ๋อง“เจ้ากลับมาแล้วหรือ เรื่องที่ข้าให้ไปสืบเป็นอย่างไรบ้าง สตรีผู้นั้นยอมอยู่อย่างสงบจริงหรือไม่”นับตั้งแต่โจวลี่เหยียนถูกขับไล่ออกไปจากจวนเมื่อหลายเดือนก่อน ในฐานะคนเป็นแม่ ซูไท่เฟยย่อมไม่เคยปักใจเชื่อว่าสะใภ้ที่มาจากตระกูลกบฏอย่างโจวลี่เหยียนจะยอมรับหนังสือหย่าแล้วเดินจากไปเงียบ ๆ โดยไม่มีแผนการซ่อนเร้น“ทูลไท่เฟย ตอนนี้อดีตพระชายามีเพียงเสี่ยวชุ่ยสาวใช้คนสนิทและสัตว์เลี้ยงเฝ้าบ้านตัวหนึ่งขอรับ” องครักษ์เงารายงานตามที่ตนสืบมา“สัตว์เลี้ยงงั้นหรือ” คิ้วที่เขียนอย่างประณีตของซูไท่เฟยขมวดเข้าหากัน แววตาฉายแววเคลือบแคลง“ขอรับ ยามวิกาลเช่นนั้น สตรีในบ้านอ้างว่ามีสามีเป็นนายพราน และมีเสียงสุนัขร้อง ข้าแอบมองลอดช่องไม้ก็เห็นเพียงเงาผ้าห่มขยับ”ซูไท่เฟยเงียบไปครู่ใหญ่ มือเคาะกับตั่งอย่างใช้ความคิด “โจวลี่เหยียนตบตาคนเก่งมาแต่ไหนแต่ไร เจ้าแน่ใจหรือว่าเสียงที่ได้ยินคือสุนัข มิใช่เสียงทารกที่โจวลี่เ
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 6.1 : บุตรสาวนางร้ายต้องเอาตัวรอดท่านอ๋องหนุ่มยืนคิดอยู่นาน เวลาผ่านไปพักใหญ่ เขาก็ส่ายศีรษะ สลัดความคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องทิ้งไป หากโจวลี่เหยียนตั้งครรภ์จริง นางคงมาบอกเขาด้วยตนเอง ทำทุกวิถีทางให้เขาพานางกลับจวนอ๋อง มิใช่ยอมใช้ชีวิตลำบากเช่นนี้ บ้านหลังเล็กในชนบทนอกเมืองหลวง เสียงแมลงกลางคืนดังระงม ทารกวัยสามเดือนกำลังนอนลืมตาใสแป๋ว‘แปลกมาก ทำไมถึงรู้สึกเย็นสันหลังวาบขึ้นมาเฉย ๆ’ เจ้าก้อนแป้งคิดในใจ พลางขยับเอียงซ้ายเอียงขวา พยายามออกแรงฮึดสู้จนหน้าดำหน้าแดง พ่นน้ำลายออกมาเป็นฟอง จนในที่สุดก็สามารถพลิกคว่ำร่างกายอันอวบอ้วนได้สำเร็จเป็นครั้งแรก“อ้อแอ้ อ้อแอ้” เถาเถาเปล่งเสียงด้วยความดีใจ ทว่าดีใจได้ไม่นาน หูของทารกก็ได้ยินบางอย่างเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากทางรั้วไม้ไผ่หน้าบ้าน ฝีเท้านั้นสม่ำเสมอ แผ่วเบา และเต็มไปด้วยพลังเถาเถาเบิกตากว้าง คิ้วเล็ก ๆ ขมวดแน่นเป็นปมทันที ร่างกายทารกน้อยพลันแข็งทื่อยามนั้นเสี่ยวชุ่ยที่กำลังนั่งถักรองเท้าฟางอยู่บนตั่งก็สะดุ้งเมื่อเถาเถาอ้าปากส่งเสียงอ้อแอ้พลางใช้มือสั้นป้อมชี้ไปทางประตูบ้าน“คุณหนูเถาเถา เป็นอะไรไปเจ้าคะ” เสี่ยวชุ่ยเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทว่าไม่นานเสียงเคาะ
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 5.2 หย่ากันแล้วเหตุใดท่านอ๋องไม่ปล่อยข้าเจ้าของร้านขายยาดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินประโยค ‘คนจากตระกูลกบฏ’ เขารีบคุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะกับพื้นติด ๆ กัน ลนลานเอ่ย“ท่านอ๋องได้โปรดเมตตาด้วยขอรับ ขะ...ข้าเพียงเห็นว่าเป็นสมุนไพรล้ำค่าชั้นเลิศเท่านั้น ไม่ทราบเรื่องตระกูลโจวเลยขอรับ!”เซี่ยเฉิงข่ายมองชายชราครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือเล็กน้อย ฉีเฟิงจึงสั่งทหารให้ลากตัวเถ้าแก่ร้านขายยาออกไปทันทีโจวลี่เหยียนสูดหายใจเข้าลึก ควบคุมมือใต้แขนเสื้อไม่ให้สั่น นางดัดเสียงแหบต่ำ “ใต้เท้า ข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ขึ้นเขาเก็บสมุนไพรป่ามาขายเพื่อประทังชีวิต ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับกบฏ หากใต้เท้าไม่มีธุระอันใดแล้ว ข้าขอตัว”หญิงสาวเอ่ยจบก็จะเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงใหญ่ไป ทว่าเซี่ยเฉิงข่ายขยับขวางนางไว้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ“ชาวบ้านธรรมดางั้นหรือ” เซี่ยอ๋องหัวเราะในลำคอ มือหนาเอื้อมออกไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว กระชากหมวกม่านแพรออกจากศีรษะของนางอย่างแรงจนกระเด็นตกพื้นเส้นผมยาวสลวยสีดำขลับร่วงหล่นลงมาคลอเคลียไหล่บาง ใบหน้างดงามหมดจดปรากฏสู่สายตาเซี่ยอ๋อง แม้นางไม่ได้แต่งแต้มเครื่องประทินโฉม ทว่าความงามโดดเด่นยังคงมิแปรเปลี่ยน “โจวลี่เหยียน เป็
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 5.1 หย่ากันแล้วเหตุใดท่านอ๋องไม่ปล่อยข้าท่านอ๋องหนุ่มหลับตาลงชั่วครู่ ภาพใบหน้างดงามที่มักจะมองเขาด้วยความรักปรากฏขึ้นในหัว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพในวันที่นางยอมรับหนังสือหย่าโดยไม่อ้อนวอนขอความเมตตาเมื่อลืมตาขึ้น แววตาของเซี่ยเฉิงข่ายก็กลับมาราบเรียบตามเดิม“นางไม่ใช่พระชายาของข้าอีกต่อไป แต่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ชีวิตใครชีวิตมัน ในเมื่อนางเลือกที่จะดิ้นรนหาทางรอดในแบบของนาง ข้าก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับนางอีก” “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”“ออกไปได้แล้ว ข้าต้องการความสงบ”“ขอรับ” ทหารคนสนิทประสานมือแล้วค่อย ๆ ถอยหลังเดินออกไปจากห้องหนังสือ ปิดประตูลงอย่างเบามือเมื่ออยู่ตามลำพัง เซี่ยเฉิงข่ายทอดถอนใจออกมาเบา ๆ เขาหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง มือหนานิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ในใจเกิดความรู้สึกสับสนไม่น้อยในเมื่อหย่าขาดกันแล้ว เหตุใดอีกฝ่ายต้องกลับมาเมืองหลวง ไยไม่ใช้ชีวิตของตนเองอย่างสงบสุข หรือโจวลี่เหยียนอยากกลับมาเป็นพระชายาอ๋อง?บัดนี้เถาเถามีอายุครบสามเดือนเต็มแล้ว การที่ต้องมาติดอยู่ในร่างทารกไม่ได้ทำให้นางท้อแม้แต่น้อย เพราะเด็กหญิงอยากโตเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้แบ่งเบาภาระมารดาในทุก ๆ วัน เถาเถากางแขนขาส
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 4.2 เซี่ยอ๋องทว่ายามนี้ไม่มีทางเลือก ทหารเริ่มขยายกำลังกั้นผู้คน โจวลี่เหยียนทำได้เพียงรีบย่อกายคุกเข่าปะปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้าน สองมือประสานกันแน่นภายใต้แขนเสื้อเสียงเกือกม้าศึกกระทบพื้นดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ บรรยากาศรอบกายพลันหนักอึ้งโจวลี่เหยียนก้มหน้าลง ทว่าในใจกลับเต้นระรัว ยามนี้จางฮั่นคงได้พบเซี่ยอ๋องแล้ว หากอีกฝ่ายรายงานเรื่องเด็กหนุ่มชาวบ้านเมื่อครู่เล่าสายลมพัดโชย พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษบนหลังม้าศึก ร่างสูงใหญ่กำยำควบม้านำหน้าขบวนอย่างองอาจเซี่ยเฉิงข่ายหรือเซี่ยอ๋องสวมชุดเกราะสีเงิน ใบหน้าของเขาคมคาย รูปโฉมหล่อเหลา คิ้วกระบี่พาดเฉียงดุดัน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว ริมฝีปากหยักได้รูปโจวลี่เหยียนลอบมองเขา เพราะไม่พบกันมาหลายเดือน ยามนี้ใบหน้าของอดีตสามีดูซูบตอบลงไปเล็กน้อย แววตาเหนื่อยล้ายิ่งนักแต่เมื่อนึกถึงวันที่เขาหย่าขาดและไล่นางออกจากจวน หัวใจหญิงสาวก็พลันเจ็บปวดเขาไม่มีเสี้ยนหนามเช่นนางคอยกวนใจ ยามนี้กลับเมืองหลวง ย่อมพร้อมจะเสวยสุขกับเมิ่งหรูซิวแล้ว อย่าได้อาลัยอาวรณ์อีก เขาไม่รักนาง ไม่เคยคิดจะรักทว่าในขณะที่ม้าศึกของเซี่ยเฉิงข่ายกำลังจะควบผ่านจุดที่โจวลี่เหยี
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: บทที่ 4.1 เซี่ยอ๋องแม้หญิงสาวตกใจ แต่ก็พยายามตั้งสติ ตนแต่งกายชุดบุรุษ ผ้าเนื้อหยาบสีเข้ม ใบหน้าป้ายด้วยถ่านและผงขมิ้นจนดูหมองคล้ำ ทว่า ‘จางฮั่น’ หนึ่งในทหารคนสนิทของเซี่ยอ๋องจะจำนางได้หรือไม่หากถูกจับได้ เขาอาจไปรายงานเซี่ยอ๋อง และอีกฝ่ายอาจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับนางอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเขาพบเถาเถาเข้า ตนอาจถูกพรากลูก เรื่องนี้โจวลี่เหยียนมิอาจยอมรับหญิงสาวภาวนาให้ทุกอย่างผ่านพ้น ทว่าสวรรค์กลับไม่เห็นใจเมื่อเสียงของจางฮั่นดังขึ้น“เจ้าหนุ่มตรงนั้น ตะกร้าบนหลังของเจ้ามีอะไรอยู่ข้างใน ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ หน้าตาไม่คุ้น”ฝีเท้าหนักของทหารสามสี่นายเริ่มก้าวตรงเข้ามา โจวลี่เหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นระริก ในสถานการณ์เช่นนี้ หากนางหันหลังวิ่งหนี ย่อมเป็นการยอมรับว่าตนเองมีความผิดโจวลี่เหยียนแสร้งทำเป็นทรุดลงกับพื้น ร่างผอมบางเซไปเซมา ส่งผลให้ตะกร้าไม้ไผ่บนบ่าร่วงหล่น รากสมุนไพรจื่อฮวาเทียนตงที่บดเป็นผงและบางส่วนที่ยังเป็นรากแห้งกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นดินหญิงสาวดัดเสียงให้คล้ายชายหนุ่มชาวบ้านที่ตื่นตระหนก รีบคุกเข่าลงบนพื้น แสร้งทำเป็นไอติดกันอย่างรุนแรงจนตัวโยน “ท่านเจ้าหน้าที่ ไ
Last Updated: 2026-07-31