LOGINเมื่อคนสองคนที่เลิกรากันไปแล้วต้องวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง 'เธอ' ที่ไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เลย และ 'เขา' ที่เริ่มต้นใหม่หลายต่อหลายครั้งเพื่อตามหาเธอคนที่สอง
View Moreเคยมีใครบางคนกล่าวไว้ว่า ‘เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง’ แต่ประโยคนี้กลับไม่สามารถใช้กับ ‘เขา’ ได้เลย ร่างหนาของชายหนุ่มเจ้าของร่างสูง 180 เซนติเมตร ที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ท่อนบนเปลือยเปล่าปราศจากเสื้อผ้า ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงขายาวเพียงตัวเดียว เขากำลังนอนกอด ‘แฟนสาวคนใหม่’ ที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราภายในห้องนอนของเธอ ในขณะที่ร่างสูงของชายหนุ่มนาม ‘เหมราช’ ยังไม่สามารถหลับตาลงได้
ภายในห้วงความคิดของเหมราชยังคงนึกถึงเรื่องราวของเขาและ ‘เธอ’ ผู้เป็นความรักที่ยังติดอยู่ภายในความทรงจำ ภาพวันวานที่เคยใช้เวลาร่วมกันยังคงลอยเข้ามาในหัวราวกับวิดีโอที่ถูกตั้งค่าเอาไว้ให้เล่นซ้ำ ๆ
เป็นเวลาหลายชั่วโมงที่ร่างหนาพยายามข่มตาลงให้หลับ แต่ทว่าก็หลับไม่ลงจริงๆ ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นทำให้เขาหลับไม่ลงจริงๆ สุดท้ายก็ตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสีดำสนิทแล้วโทรหาเพื่อนสนิท
(ว่า) รอเพียงไม่นาน ปลายสายก็รับสายและตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“ออกมากินเหล้าเป็นเพื่อนกูหน่อย”
(มึงคิดถึงร่มเกล้าอีกแล้ว?)
“เสือก”
(ถามแค่นี้ทำด่า เออๆ เดี๋ยวกูเรียกไอ้เจกับไอ้เซนก่อน)
“เออ มึงรีบมา”
(ร้านเดิมป่ะ)
“เออ โซน VVIP นะ”
ตู๊ดๆ ...
ทันทีที่วางสายจาก ‘เพลิงกัลป์’ เพื่อนสนิทในกลุ่มที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมจวบจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังเรียนที่เดียวกัน คณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน อีกทั้งยังเซคชั่นเดียวกันอีกด้วย ก็อาจจะเป็นเพราะว่าฐานะ สถานภาพทางสังคม รสนิยม อุปนิสัย ความชั่วเรื่องผู้หญิงที่อยู่ในระดับเดียวกันทำให้พวกเขาสามารถเป็นเพื่อนกันมาได้อย่างยาวนาน
นอกเหนือจากเพลิงกัลป์แล้ว ยังมี ‘เจเดน’ หนุ่มนักธุรกิจลูกครึ่งเจ้าของบริษัทนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีมูลค่าทรัพย์สินมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และ ‘เซน’ หนุ่มนักลงทุนผู้ถือหุ้นในบริษัทใหญ่หลายๆ แห่ง
@ Aspire Club 23:00
(เหมราช’ s Part)
“มาเร็วกันจังนะพวกมึง” ผมกล่าวทักทายพวกเพื่อนเวรที่มาถึงร้านก่อนหลังจากผมโทรเรียกไอ้เพลิงออกมากินเหล้าด้วยกัน
“ใครจะช้าเหมือนมึง” เพลิงกัลป์
“เป็นคนนัดพวกกูออกมาแต่ถึงช้าชิบหาย” เจเดน
“นัดพวกกูออกมานี่ คิดถึงอีกแล้ว?” เซน
“…”
ผมชะงักเล็กน้อยกับประโยคคำถามสุดแสนจะแทงใจของไอ้เซน เลยเลือกที่จะไม่ตอบอะไรกับคำถามของมัน หันมาสนใจขวดเหล้าที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าแล้วจัดการเทเหล้าใส่แก้วตัวเอง
“มึงเลิกกันมาสามปีแล้วนะเว้ย”
“เออ ทำไมยังไม่ลืมอีก”
“มึงจมปลักไปป่ะ?”
“...”
ผมยังคงแค่นยิ้มและไม่ตอบอะไรกับคำถามของพวกมันและกระดกเหล้าเข้าปากอยู่เหมือนเดิม ปล่อยให้พวกมันรุมด่าเรียกสติให้ผมอยู่อย่างนั้น
ก็อย่างที่พวกมันพูด ผมเลิกกับ ‘ร่มเกล้า’ มาได้ 3 ปี แล้ว ถ้าเป็นคนปกติเลิกกันได้สักสองสามเดือนก็คงมีใหม่ได้แล้วล่ะมั้ง ผมก็คนปกติคนหนึ่ง หลังจากเลิกกับเธอได้ไม่นาน ผมก็มีแฟนใหม่เรื่อย ๆ คบคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง บางคนก็คบนานเป็นเดือน บางคนคบแค่ไม่กี่อาทิตย์ก็เลิก
ผมไม่เคยจริงจังกับความสัมพันธ์ไหนอีกเลยหลังจากที่เลิกกับร่มเกล้า เธอเป็นเหมือนกับความทรงจำตามหลอกหลอนผมอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะความผูกพันหรืออะไรก็ตามที่ทำให้ผมยังคิดถึงเธอ ยังจำทุกๆ อย่างเกี่ยวกับเธอได้ เราเคยใช้เวลาร่วมกัน เคยใช้คำว่า ‘แฟน’ กัน เป็นปี
แต่แล้วความสัมพันธ์ของผมและเธอก็ต้องจบลงเพราะความเบื่อ ผมเริ่มใช้เวลากับกลุ่มเพื่อนมากขึ้น สนใจเธอน้อยลง ให้เวลาเธอน้อยลง เปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในความสัมพันธ์ของเรา จนสุดท้ายเมื่อเธอทนไม่ไหว...
‘ที่พี่เคยพูดว่าอยากเลิกกัน พี่พูดจริงๆ ใช่ไหม?’
‘อืม’
‘ค่ะ เราเลิกกัน’
‘แน่ใจ?’
‘แน่ใจค่ะ’
เสี้ยววินาทีที่เธอบอกเลิกกันตามที่ผมเคยพร่ำบอกว่าอยากจะเลิกกับเธอมาตลอด ความรู้สึกเจ็บปวดตรงอกข้างซ้ายแล่นเข้ามาเหมือนมีคนเข้ามารุมกระทืบหัวใจของผม แต่มันก็แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ต้องการมาตลอด
...จากวันเป็นสัปดาห์...
...จากสัปดาห์เป็นเดือน...
ผ่านไปร่วมเดือนหลังจากจบความสัมพันธ์กับเธอ ผมกลับเริ่มรู้สึกขาดหาย เมื่อกลับมาคอนโดมิเนียมที่ผมและเธอเคยอาศัยอยู่ร่วมกัน มันกลับว่างเปล่า เธอเก็บข้าวของทุกอย่างของตัวเองออกไป ไม่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้าสักชิ้นเดียว ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แม้แต่แปรงสีฟันที่เคยวางอยู่คู่กันเธอก็เก็บเอาของเธอไป เหลือทิ้งไว้แค่ของผม
เคยคิดว่าผมอาจจะแค่เหงาเลยคิดถึงเธอ เลยลองคบหากับผู้หญิงหลายๆ คนที่เข้ามาในชีวิต แต่ทุกอย่างกลับยิ่งชัดเจนเมื่อผมยิ่งคิดถึงเธอมากกว่าเดิม มองภาพซ้อนของผู้หญิงเหล่านั้นเป็นร่มเกล้า
ส่วนร่มเกล้านั้น หลังจากเลิกกับผมไป เธอได้ทำการบล็อกช่องทางการติดต่อของผมทุกช่องทาง ไม่เคยผ่านมาให้ผมเห็น แม้จะบังเอิญเดินผ่านก็ไม่เคยหันมามอง เธอใช้ชีวิตของเธอได้ดี ไม่ฟูมฟาย ไม่เพ้อ แถมไม่โพสต์อะไรเศร้าๆ ลงบนโซเชียลมีเดียเลย เธอยังไม่เริ่มต้นใหม่ ยังไม่ได้คบใคร แม้จะผ่านไปสามปีแล้ว ผมจึงแอบคิดอย่างคนเข้าข้างตัวเองว่า ลึกๆ แล้วเธออาจจะยังรักผมอยู่
ถ้าถามว่าผมรู้เรื่องราวของเธอได้ยังไงนั้น ค่อนข้างจะน่าอายนิดหน่อยที่ผมรับฟังเอาเรื่องราวของเธอมาจากไอ้พวกเพื่อนๆ เวรของตัวเอง เพราะเธอดันบล็อกแค่ผมแต่ยังมีไอ้พวกนี้เป็นเพื่อนบนเฟซบุ๊คและยังมีเพื่อนของผมติดตามอยู่ในไอจี
“ไอ้เหม”
“ไอ้เหม!”
“ไอ้เชี่ยเหม!”
เสียงของไอ้เจปลุกให้ผมหลุดออกมาจากความคิดของตัวเองก่อนจะหันไปมองหน้ามันอย่างเคืองๆ อยู่ใกล้แค่นี้ จะแหกปากทำไมวะ
“มึงจะแหกปากเพื่อ?” ผมถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กๆ
“ไอ้เจเรียกมึงจนคอจะแตกแล้วเถอะ” เพลิงกัลป์
“ลืมปากไว้ที่ห้อง?” ไอ้เซนเลิกคิ้วถามพร้อมกับคำพูดหมาๆ ออกมาจากปากมัน
“แล้วสรุปมีไร?” ผมตัดบทคำพูดไร้สาระของพวกมัน
“มึงได้บอกนิด้าก่อนออกมาป่าว?” ผมขมวดคิ้วลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ ‘แฟนคนล่าสุด’ ของตัวเองจากประโยคคำถามของไอ้เซน
“ไม่ได้บอก ทำไม?” ผมถามกลับ
“พนักงานข้างล่างโทรมาบอกกูว่านิด้ามาโวยวายตามมึงกลับ” ลืมบอกไป ไอ้เซนถือหุ้นใหญ่ของร้านนี้ซึ่งลงทุนร่วมกับเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ของมัน จึงไม่แปลกที่พนักงานจะรายงานมันและค่อนข้างให้เกียรติพวกผมเป็นพิเศษ
ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงโวยวายจากข้างนอกห้องทำให้ผมถอนหายใจออกมาด้วยความรำคาญแล้วหันไปกระดกเหล้าเข้าปากต่อด้วยความเซ็ง
ได้เวลาอีกแล้วสินะ...
ปึง!
เสียงประตูห้อง VVIP ถูกกระชากตามแรงอารมณ์ของสาวขี้เหวี่ยงอย่างนิด้า ที่กำลังบ่งบอกพวกผมทางอ้อมว่าคนเปิดนั้นกำลังโมโหแค่ไหน
“เหม! ออกมาเที่ยวทำไมไม่บอกนิด้าเลยคะ” เสียงแหลมถามปนตะคอก
“จำเป็น?” ผมเลิกคิ้วมองเป็นเชิงถามพรางเอาเหล้าเข้าปาก
“ไปไหนก็บอกกันบ้างสิคะ! นิด้าเป็นแฟนคุณนะ!” ผมวางแก้วเหล้าลงพร้อมกับเหยียดยิ้ม
“งั้นเราเลิกกันเถอะครับ” ผมบอกออกไป
“นะ...นิด้าขอโทษค่ะ เราไม่เลิกกันนะคะเหม” เสียงแหลมของเธออ่อนลงอย่างชัดเจน
“ผมไม่ชอบให้โอกาสใครครับ”
“เหมคะ นิด้าไม่อยากเลิกกับเหมค่ะ”
“พาเธอออกไปด้วยครับ” ผมเอ่ยบอกกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของร้านด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันมากระดกเหล้าเข้าปากโดยที่ไม่สนใจเสียงกรีดร้องโวยวายด้านนอกที่ค่อยๆ ไกลออกไป
“มึงแม่งทำแบบนี้อีกแล้ว” ไอ้เพลิงพูดพร้อมส่ายหน้าช้าๆ ไปมาอย่างเอือมระอากับเหตุการ์ตรงหน้า
“เพื่อไรวะ” ไอ้เจเดนมองผมอย่างไม่เข้าใจ
“นิด้ายังไม่ใช่” ผมตอบ
“ไม่ใช่อะไร?” ไอ้เซน
“เธอไม่เหมือนร่มเกล้า” ผมยังไม่ทันได้ตอบอะไร คนที่รู้ทุกอย่างดีอย่างไอ้เพลิงก็อธิบายทุกอย่างแทนผม
“ไหนมึงบอกว่านิด้าเหมือนร่มเกล้า” ไอ้เจถามอีกครั้งด้วยความไม่เข้าใจ เพราะก่อนหน้านี้ผมเคยบอกว่านิด้าเธอคล้ายๆ กับร่มเกล้า
“แค่คล้าย แต่ยิ่งคบยิ่งไม่เหมือนว่ะ” ผมตอบนิ่งๆ
“แล้วไง มึงจะคบคนนั้น คนนี้ไปทั่วเพื่อลืมร่มเกล้า?” เซน
“กูเปล่า”
“มึงเปล่า แต่มึงแค่คบคนอื่นเพื่อให้ตัวเองยังรู้สึกถึงเธอ” เพลิง
“ไม่ใช่มึงลืมเธอไม่ได้ แต่มึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเธอ” เจเดน
“ไม่กลับไปง้อเลยอ่ะ มึงทำขนาดนี้แล้ว” ไอ้เซนประชดผมด้วยท่าท่างนิ่งๆ ของมัน
ผมนิ่งไปเล็กน้อยกับคำพูดของมันแล้วคิดตามก่อนจะสะบัดหัวเอาความคิดโง่ๆ ออกไป ขืนกลับไปตอนนี้กูเสียศักดิ์ศรีหมดครับ เลิกกันไปตั้งสามปี ถ้ากลับไปง้อตอนนี้ ที่ผ่านมามันจะมีประโยชน์อะไร ผมกับเธอจบกันไปตั้งนานแล้ว ผ่านมาก็ใช้ชีวิตได้ ไม่เห็นต้องกลับไป ที่เผลอคิดตามคำพูดไอ้เซนต้องเป็นเพราะผมเมาแล้วแน่ ๆ
กูเมาแล้วแน่ ๆ!
“แล้วยังไงคืนนี้ ไม่สนสักคน?” หลังจากเงียบไปสักพัก ไอเดียจังไรๆ จากไอ้เพลิงที่กำลังเชิญชวนให้พวกผมออกล่าเหยื่อในคืนนี้
“ไม่มีอารมณ์ว่ะ” เจเดน
“สักคนสองคนก็ดี” เซน
“แล้วมึงอ่ะ ยังไง” ตัวต้นคิดอย่างไอ้เพลิงหันมาถามเพื่อรอฟังความเห็นจากผมเป็นคนสุดท้าย
“ก็...”
“…”
“เอาดิ”
“มันต้องแบบนี้ดิวะ!”
ว่าแล้วผม เพลิงกัลป์ เซน ก็เดินลงไปชั้นล่างเพื่อมองหาสาวๆ ที่จะมาสนุกด้วยกันในคืนนี้ ทิ้งไอ้เจเดนไว้ในห้อง VVIP ชั้นบนไว้คนเดียวที่ไม่ยอมหาสาวๆ เพราะกลัวว่าจะมีปัญหากับแฟนเด็กของมัน
พวกกลัวเมีย หึ!
@SRK Mallฉันไม่ได้ตอบรับหรือเอ่ยปากพูดอะไรอีกจนกระทั่งล้อรถคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เมื่อรถจอดนิ่งสนิททั้งฉันและเขาก็เปิดประตูลงจากรถแล้วเดินเข้าไปด้านในไอเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับฉันอย่างจัง ส่วนล่างที่โล่งโจ้งอยู่นั้นเลยรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมา เหมราชเองก็เหมือนจะสังเกตอาการของฉันได้ เขาจึงพาฉันมายังร้านขายชุดชั้นในของผู้หญิงแบรนด์ดัง“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงกำลังมองหาชุดชั้นในแบบไหนอยู่คะ” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ที่มองดูแล้วคงจะถูกฝึกอบรมมาอย่างดีเอ่ยถามถึงความต้องการของลูกค้า“อยากได้เซตชุดชั้นในทั้งหมดในร้านเลยครับ คัพ C34” ไม่ใช่ฉันที่เป็นคนตอบแต่เป็นเหมราชต่างหากที่แทรกเข้ามาตอบพนักงานแทนฉัน“สักครู่นะคะคุณลูกค้า” พนักงานยิ้มรับแล้วกดเครื่องมือเพื่อเช็คสต๊อกสินค้าพักหนึ่งก่อนที่ชุดชั้นในคัพซีทั้งหมดในร้านจะถูกนำออกมาบรรจุใส่ถุงกระดาษของทางแบรนด์“ตอนนี้ทางเรามีคอลเลคชั่นสุกเซ็กซี่เข้ามาใหม่พอดียังไม่ได้นำมาจัดแสดงวางขายหน้าร้าน มีไซส์
ฉันทรุดกายนั่งลงกับพื้นกระเบื้องสุดหรูที่ถูกปูด้วยพรมขนแกะราคาแพงทับอีกทีด้วยความอ่อนแรงโดยไม่สนใจอีกต่อไปว่าน้ำสีขาวขุ่นเหนียวเหนอะไหลอาบง่ามขาของตัวเองไม่หยุด ไม่รู้ว่าถูกเขาเล่นสนุกกับร่างกายของฉันนานแค่ไหนถ้าให้เดาก็คงประมาณสามชั่วโมงได้ร่างสูงของเหมราชที่เพิ่งเสร็จสมกิจกามของตัวเองไปกำลังจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิมอยู่ไม่ได้หันกลับมามองฉันที่ถูกเขารังแกเลยสักนิดทั้งๆ ที่ฉันยืนแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว อีกปัญหาใหญ่ของฉันคือกางเกงชั้นในของตัวเองถูกเขาฉีกกระชากไปจนเอากลับมาใส่ไม่ได้อีกแล้ว ให้ฉันทำงานโดยที่ไม่ได้ใส่กางเกงชั้นในมันก็ให้ความรู้สึกโรคจิตแปลกๆ“นั่งทำงานในห้องผมนี่แหละ เดี๋ยวให้เลขาไปเอาแฟ้มเอกสารมาให้ ไอแพดก็ใช้ของผมไปละกัน” เหมือนจะรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ คนตรงหน้าบอกให้ฉันนั่งทำงานอยู่ในห้องนี้ด้วยน้ำเสียงห่างเหินทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบเล็กน้อยได้เพียงปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นแบบที่ควรจะเป็นก็ดีแล้ว อย่าไปคาดหวังอะไรจากเขาให้มันมากเลย“ค่ะ ท่านประธาน” ฉันตอบรับแล้วหยิบเอาทิชชูบนโต๊ะของเขามาเช็ดทำ
ปึก!“อ๊ะ!!!” ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อความแข็งขืนขนาดใหญ่กว่าแขนของตัวเองกระแทกเข้ามาในร่องสาวจนชนเข้ากับด้านในมดลูก ความเจ็บจุกผสมปนเปกับความเสียวทำให้ฉันต้องจิกเล็บลงบนฝ่ามือของตัวเองเพื่อสกัดกั้นเสียงครางอย่างเสียไม่ได้ ความเคยชินจากการเคยมีอะไรกับเขามาก่อนทำให้ฉันรู้ดีว่าเขายังไม่ได้กระแทกเข้ามาจนสุดลำ แต่มันก็มากเพียงพอที่จะชนเข้ากับมดลูกด้านในท้องน้อยของฉันแล้ว“พี่ขยับอีกนิดนะ จะสุดแล้ว” เขาบอกฉันเป็นการให้รับรู้ว่าเขาจะกระแทกเข้ามาอีก ซึ่งฉันเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้าแล้วเตรียมรับความใหญ่โตที่จะเข้ามาในร่างกายของตัวเองจนหมดตับ!“อ๊า!!! ละ...ลึกค่ะ” ฉันกรีดร้องขึ้นมาด้วยความลืมตัวเมื่อเข้าฝืนยัดตัวตนลำใหญ่เข้ามาจนสุด ส่วนหัวของเขานั้นดันกระแทกเข้าชนกับผนังมดลูกด้านในไปอีก ความจุกจากการกระแทกเข้ามาจนสุดของเขาทำให้ฉันหมดแรงเข่าอ่อนจนเขาต้องจับเอวของฉันไว้“ซี๊ดด…รูแม่งโคตรแน่น” คำพูดหยาบคายที่กำลังลุ่มหลงไปกับการกระทำอย่างว่าของเขาเอ่ยขึ้นอย่างเพ้อๆ มือหนาจับเอวของฉันไว้แน่น ก่อนจะเริ่มกร
วิเวียนกับอารินเดินออกจากห้องทำงานของเหมราชตามคำขอแกมคำสั่งของคนตรงหน้าฉันที่มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของบริษัทและมีศักดิ์เป็นเจ้านายของเราด้วย ฉันยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน เขาเองก็ยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ผู้บริหารตัวเดิมเช่นกัน“ทำไมถึงไปทะเลาะกับผู้หญิงพวกนั้นล่ะ?” นิ่งเงียบกันไปสักพักเขาก็เอ่ยปากพูดเปิดประเด็นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย“ฉันแค่ปกป้องตัวเองค่ะ”“ไม่ใช่ว่าหึงพี่จนไปตบคนอื่น?”“มีเหตุผลอะไรต้องหึงคะ?”“ตอนที่คบกันเกล้าก็หึงหวงพี่บ่อยนี่ครับ”“ยึดติดกับอดีตเกินไปแล้วค่ะ ตอนนี้คุณเป็นแค่เจ้านายของฉันเท่านั้น”“ก็ดีแล้วครับ เวลาพี่พาสาวๆ มาจะได้ไม่ลำบากใจ”คำพูดคำจาแต่ละคำของเขามันช่างอ้อนวอนต่อรองเท้าส้นสูงที่ฉันสวมใส่เหลือเกิน ไปเอาความมั่นมาจากไหนกันนะถึงคิดว่าฉันจะไปหึงหวงคนแบบเขา เขาลืมหรือยังไงกันว่าฉันเป็นคนตัดสินใจเลิกกับเขาไปเอง แล้วฉันจะไปหึงหวงเขาทำไม“อย่าหาว่าฉันก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเลยนะคะคุณเหมราช





