เข้าสู่ระบบรวมเรื่องสั้นแซ่บ 25+ รวมเรื่องรักเร่าร้อนของ CEO สายคลั่งรัก เกมอำนาจ ความลับ และความปรารถนาที่ค่อย ๆ ดึงหัวใจให้ถลำลึก ทุกเรื่องจบฟิน อ่านเพลิน แซ่บถึงใจ
ดูเพิ่มเติมฝนเมืองกรุงเทพมหานครในตอนเจ็ดโมงครึ่ง แม้ไม่ได้ตกหนัก แต่กลับทำให้ตัวเหนียวเหนอะหนะจนน่ารำคาญใจ
ลินกำลังยืนอยู่หน้าตึกกระจกสูงห้าสิบชั้น มือข้างหนึ่งยกปิดหน้าผากที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เสื้อเชิ้ตสีครีมตัวบางราคาสองร้อยเก้าสิบบาทแนบติดหลังตั้งแต่ลงรถเมล์มา
“โอ้ย… สูงเป็นบ้าเลย” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนรีบยกมือปิดปาก หันซ้ายหันขวาแบบกลัวใครได้ยิน
เสียงน้ำพุหน้าตึกพุ่งขึ้นลงดังซู่ซ่า พนักงานเดินผ่านไปมาสวมสูทเรียบกริบ ใบหน้าตึงเครียดเหมือนทุกคนกำลังแข่งกับเวลา
ส่วนเธอยืนตัวเล็ก ๆ ตรงกลางนั้น ก้มมองโน๊ตในมือถือเป็นครั้งที่สิบ บริษัท ภคภูมิ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด ชั้น 41
แม่เคยบอกว่า ‘ไปทำงานกรุงเทพฯ แล้วชีวิตจะดีขึ้น’ แต่แม่ไม่เคยบอกว่ากรุงเทพฯ จะทำให้คนตัวเล็กอย่างเธอรู้สึกตัวเองเล็กลงไปอีกเป็นสิบเท่า
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก้าวเท้าเข้าไปในตึก รองเท้าคัทชูมือสองกัดส้นเท้าเธอทุกก้าว เธอเม้มปากกลั้นเจ็บก่อนจะฝืนยิ้มแห้ง ๆ ที่คิดว่าหวานที่สุดที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ
“ติดต่ออะไรคะ”
“มาทำงานวันแรกค่ะ” ลินยื่นเอกสารด้วยมือที่ชื้นไปหมด “เลขาซีอีโอ”
รอยยิ้มของอีกฝ่ายค้างไปชั่ววินาที ก่อนจะพิมพ์ข้อมูลแล้วมองเธอจากหัวจดเท้า เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ กระโปรงยาวเกือบข้อเท้า แว่นหนาเตอะ ผมหางม้าที่มัดลวก ๆ
“ลิฟต์ขวาสุดค่ะ ชั้นสี่สิบเอ็ด”
ลินโค้งขอบคุณแล้วรีบเดินเกือบวิ่ง ปึก ! แต่เธอดันชนเข้ากับผู้ชายในสูทสีกรมเต็มแรง แฟ้มในมือเขากระจายเกลื่อนพื้น
“ว้าย ! ขอโทษค่ะ ขอโทษ ๆ” ลินย่อตัวลงเก็บเอกสารอย่างตื่นตระหนก
“คุณเดินยังไงเนี่ย” เสียงชายคนนั้นดุ แต่พอเห็นป้ายพนักงานใหม่บนอกเธอ ก็ชะงัก “เด็กใหม่ ?”
“ค่ะ… เลขาซีอีโอ”
เธอขมวดคิ้วเมื่ออีกฝ่ายเงียบไปสองวินาทีเต็ม ๆ ก่อนพูดเบา ๆ “โชคดีนะ”
เธอยืนงง แต่ประตูลิฟต์เปิดออกเสียก่อน พอเห็นเขาก้าวเข้าไป ลินรีบตามเข้าไปด้วย
ภายในลิฟต์เงียบสนิท แสงเงาวับจากกระจกรอบด้าน เธอเห็นภาพตัวเองชัดเจนที่ดูเหมือนครูสอนคณิตศาสตร์ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ขออย่าให้โดนไล่ออกตั้งแต่วันแรกเลย…” เธอพึมพำ
ชายข้าง ๆ หัวเราะฮึ “ทำงานกับคุณธนัช… เตรียมใจไว้หน่อยแล้วกัน”
ไม่ทันขาดคำประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นสี่สิบเอ็ดที่เงียบผิดปกติจนเธอขยาด พื้นหินอ่อนสีดำสะท้อนแสงไฟ พนักงานทุกคนหน้าตึงเครียด เสียงคีย์บอร์ดดังระงมแต่ไม่มีใครพูดคุยกัน
อะไรกันเนี่ย...
“เอ่อ… โต๊ะเลขาอยู่ตรงไหนคะ” ลินถามเสียงแผ่ว
ผู้หญิงวัยสามสิบเศษคนหนึ่งเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาสงสาร “เด็กใหม่เหรอ… มานี่ ฉันชื่อพิม”
พิมพาเธอเดินไปที่โต๊ะตัวเล็กข้างห้องกระจกบานใหญ่
“นั่นห้องคุณธนัช” พิมชี้ “ฟังนะลิน ถ้าเขาด่า… อย่าเถียง ถ้าโยนเอกสาร… หลบ แล้วห้ามร้องไห้เด็ดขาด”
ลินหน้าซีด ขาเริ่มสั่น กลืนน้ำลายก่อนจะถามออกไป “ก่อนหน้านี้มีเลขาออกไปกี่คน... คะ ?”
“สี่คนในปีเดียว คนล่าสุดอยู่ได้สิบสองวัน”
สิบสองวัน ! เธอสะท้านในใจ
“แล้ว… ทำไมยังรับคนใหม่อีก”
พิมยิ้มเศร้า ๆ ส่ายหน้าระอา “เพราะไม่มีใครทนได้ไงล่ะ”
แกร๊ก ! จู่ ๆ ประตูห้องกระจกก็เปิดออก ทั้งชั้นเงียบกริบ ลินขนลุกเกรียว
ธนัช ภคภูมิ เดินออกมาในสูทสีเทาเข้ม ร่างเขาสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชา คิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบ สันกรามชัดเจน เขาเดินผ่านโต๊ะเลขาแล้วหยุด สายตาคมกริบจับจ้องลินตั้งแต่หัวจดเท้า
“นี่ใคร” เสียงทุ้มนุ่มดั่งน้ำผึ้งผิดไปจากดวงตาดุดัน
“เลขาใหม่ค่ะ” พิมตอบเร็ว ๆ
ธนัชหรี่ตา “ชื่อ”
เธอชะงัก เขาถามใคร ถามเธอหรือถามพี่พิม แต่สายตาของเขาจับจ้องเธอไม่วางตา เธอลอบกลืนน้ำลาย “ลินค่ะ”
“พิมพ์เร็วไหม”
“เออ... กลาง ๆ ค่ะ”
“อังกฤษ”
“ได้ค่ะ”
“ชวเลข”
“…ไม่เป็นค่ะ”
เขามองเธออีกครู่ ก่อนพูดเสียงเรียบ “กาแฟผม อเมริกาโน่ ไม่ใส่น้ำตาล สามนาที”
แล้วเขาก็หันหลังเดินกลับเข้าห้อง ลินยังยืนตัวแข็งขาก้าวไม่ออก เสียงพิมถอนหายใจยาวโล่งอก
“ตามฉันมา”
...........................
สิบสองนาทีต่อมา ในห้องประชุมอันเงียบสงบก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้เมื่อลินทำกาแฟหกใส่เอกสารประชุมมูลค่ากว่าสองร้อยล้านบาท
เธอยืนหน้าซีด มือสั่นเทา มองแก้วที่ล้มคว่ำเพราะเธอสะดุดสายชาร์จโน้ตบุ๊กตัวเอง ธนัชที่นั่งหัวโต๊ะมองเอกสารเปียกช้า ๆ แล้วเลื่อนสายตามองเธอ
“คุณเพิ่งทำอะไรลงไป”
ลินรีบคว้าทิชชู “ขอโทษค่ะ เดี๋ยวหนูเช็ด...”
“นั่นต้นฉบับ เซ็นแล้ว”
เสียงเขานิ่ง แต่หนักแน่นจนอากาศในห้องเย็นลง ลินตัวแข็งยิ่งกว่าเดิม ธนัชนั่งพิงเก้าอี้ มองเธอด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรง
“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ… แต่คนมีสมองไม่มีใครทำตัวโง่ขนาดนี้หรอก”
คำพูดนั้นแทงใจเธออย่างแรง เธอเม้มปากแน่น แก้มร้อนผ่าว แต่แทนที่จะก้มหน้าร้องไห้ เธอกลับหลุดปากออกไปเบา ๆ
“…ก็ไม่เห็นต้องด่ากันแรงขนาดนั้นเลยนี่คะ”
ทั่วทั้งห้องเงียบสนิท... พนักงานที่นั่งประชุมต่างชะงัก มองเธอตาโต ส่วนธนัชหรี่ตาลง มองเธอเหมือนเพิ่งพบสิ่งมีชีวิตแปลกใหม่
“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ”
และเธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าปากไวเกินไป ทำงานวันแรก ขอเถอะอย่าไล่ฉันออกเลยยย
“…เปล่าค่ะ”
“เงยหน้า”
เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ขาสั่น ธนัชมองตรงเข้าไปในดวงตาของเธอผ่านแว่นหนาเตอะเป็นเวลานานราวกับเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
“ออกไปพิมพ์เอกสารใหม่ทั้งชุด” เขาพูดช้า ๆ “แล้วถ้าพลาดอีก… คุณได้กลับสุโขทัยแน่”
ลินกอดแฟ้มแน่น ก้มหัวหลาย ๆ ครั้งติด ๆ กัน แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง ประตูปิดดังปัง !
พิมรีบเดินตามออกมา “เป็นไงบ้าง”
ลินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาวแรง
“คุณซีอีโอคนนี้ แม่งน่ากลัวชิบหายเลยค่ะพี่”
“ผมขอโทษ... ผมไม่รู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในออฟฟิศ” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด “หยุดร้องไห้เถอะนะคนเก่ง ผมอยู่นี่แล้ว”“ฮึก... บอสเลิกยุ่งกับฉันเถอะนะคะ... ถือซะว่าเรื่องของเรามันไม่เคยเกิดขึ้น ส่วนค่าเนกไท ฉันจะผ่อนจ่ายให้ทุกบาททุกสตางค์เลย...” ข้าวหอมสะอื้นอู้อี้อยู่กับอกเขา“ผมไม่เลิก”กวินตอบกลับเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด เชยคางมนให้เงยขึ้นสบตา นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังที่ทำเอาข้าวหอมใจสั่น“ผมไม่มีวันปล่อยคุณไปแน่ ๆ ข้าวหอม... ส่วนเรื่องข่าวลือไร้สาระนั่น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมจัดการเอง”ชายหนุ่มใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแสนรัก“อาทิตย์หน้าบริษัทเรามีทริปไปดูงานต่างจังหวัด... คุณต้องไปกับผม ในฐานะ 'ผู้ช่วยส่วนตัว' แล้วผมจะทำให้ทุกคนเห็นเอง... ว่าคุณไม่ได้ใช้เต้าไต่ แต่เป็นผมต่างหาก... ที่กำลังตามจีบคุณอยู่”คำประกาศิตของท่านประธานทำเอาข้าวหอมตาโต หยุดร้องไห้เป็นปลิดทิ้ง หัวใจดวงน้อยเต้นกระดอนอย่างรุนแรงราวกับตีกลอง
มะปรางดึงแขนเพื่อนรักให้มุดเข้ามาหลังฉากกั้นโต๊ะทำงาน สีหน้าของเพื่อนสาวดูเคร่งเครียดจนข้าวหอมใจคอไม่ดี“มีอะไรเหรอแก ทำหน้ายังกับเห็นผี”“ยิ่งกว่าผีอีกยะ ! ตอนนี้ทั้งออฟฟิศเขาลือกันให้แซ่ด ว่าแกกำลังใช้เต้าไต่ ! แอบไปอ่อยบอสกวินถึงห้องทำงานทุกเย็น !” มะปรางกระซิบ“คนในแผนกบัญชีที่อยู่ชั้นล่างบอกว่าเห็นแกขึ้นลิฟต์ไปชั้น 35 ตอนเลิกงานทุกวัน แถมกว่าจะลงมาก็ดึกดื่นค่อนคืน... นี่แกแอบไปรับจ๊อบเป็นเด็กเสี่ย... เอ้ย เด็กบอสตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ สารภาพมา !”ข้าวหอมเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ คำว่า 'ใช้เต้าไต่' แทงฉึกเข้าที่กลางใจ เพราะถึงแม้เธอจะไม่ได้ตั้งใจอ่อยและเริ่มจากการโดนแบล็กเมล์เรื่องเนกไท แต่สุดท้าย... เมื่อคืนเธอก็เผลอใจไปมีอะไรกับเขาจริง ๆ“มะ... ไม่ใช่นะ ! ฉันไม่ได้ใช้เต้าไต่บอสสักหน่อย ! ฉันแค่... แค่ไปช่วยงานเอกสารนิดหน่อยเอง” ข้าวหอมแก้ตัวเสียงสั่น หลบสายตาเพื่อนรัก“งานเอกสารอะไรต้องทำหลังเลิกงานแถมทำกันสองต่อสองฮะ ! แกฟังนะข้าวหอม พวกยัยป้าแผนกอื่นเมาท์กันแรงมาก ว่าแกเป็น
กวินยิ้มมุมปาก ดูดแรงขึ้นจนเกิดเสียง “ชวบ ชวบ” น้อย ๆ แล้วกัดเบา ๆ ที่หัวนม ก่อนจะเลียวนวนปลอบมือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้ต้นขาเนียนนุ่ม เลิกกระโปรงทรงสอบขึ้นจนม้วนที่เอว ก่อนจะสอดปลายนิ้วผ่านชั้นในตัวจิ๋วที่เปียกชุ่มเข้าไปสัมผัสกับร่องร้อน แฉะ และอ่อนนุ่มนิ้วเขาเลื่อนไปตามรอยแยก วนวนเม็ดกระสันบวมแดง แล้วสะกิดเบา ๆ ข้าวหอมสะดุ้งตัวสั่น บิดสะโพกไปมาเพื่อให้ได้สัมผัสมากขึ้น น้ำหล่อลื่นไหลซึมเปียกนิ้วเขาเต็มมือ“แฉะขนาดนี้... ปากบอกไม่เอา แต่ของคุณมันเรียกร้องผมอยู่นะ ยัยตัวแสบ” กวินกระซิบเสียงทุ้มด้วยความพึงพอใจเขาจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตและเข็มขัดตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่มีกล้ามเนื้อชัดเจน หน้าท้องเป็นลอนสวย และลำเนื้อท่องยาวที่แข็งตัวเต็มที่ ปลายป้านแดงฉ่ำกวินจับเรียวขาเล็กของเธอแยกออกกว้าง ขยับกายเข้าประชิด แล้วค่อย ๆ สอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปในช่องทางรักที่คับแคบและร้อนผ่าวอย่างช้า ๆ“อึก... บอส... เจ็บ” ข้าวหอมนิ่วหน้า เล็บจิกเข้าที่ไหล่กว้างแน่นจนเป็นรอยแดง&ldq
“หืม ? ท่านประธานไม่กินเหรอคะ หรือว่าไม่ชอบเนื้อ ?” ข้าวหอมเงยหน้าขึ้นถามด้วยความแปลกใจ“ผมอิ่มแล้ว คุณกินเถอะ กินเยอะ ๆ จะได้มีแรงมาเถียงผมต่อ” เขายิ้มบาง ๆหญิงสาวก้มหน้าก้มตากินต่อไปด้วยความหิวโซ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีเม็ดข้าวญี่ปุ่นเหนียวนุ่มติดอยู่ที่มุมปาก กวินมองเม็ดข้าวนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทนความหมั่นเขี้ยวไม่ไหว ชายหนุ่มยื่นมือออกไป ปลายนิ้วโป้งสากเกลี่ยเบา ๆ ที่มุมปากบางเพื่อหยิบเม็ดข้าวออกให้สัมผัสอบอุ่นและอ่อนโยนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำเอาข้าวหอมชะงักกึก ชิ้นเนื้อในปากแทบจะกลืนไม่ลง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้ทอดมองมาด้วยแววตาที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง...มันไม่มีความเจ้าเล่ห์หรือแววตาจับผิดแฝงอยู่เลย มีเพียงความเอ็นดูและอบอุ่นจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ“กินเลอะเทอะเป็นเด็ก ๆ ไปได้” กวินเอ่ยเสียงเบา ปลายนิ้วยังคงคลอเคลียอยู่ที่พวงแก้มใสอย่างลืมตัวในวินาทีนั้น ข้าวหอมได้เรียนรู้ว่า ภายใต้มาด CEO จอมเผด็จการขี้แกล้ง ผู้ชายตรงหน้าก็มีมุมที่อ่อนโยนและใส่ใจจนน่าใจหาย... และมันกำลัง
ลินนั่งลง มือวางสัญญาไว้บนโต๊ะ ธนัชหยิบปากกาหมึกซึมสีเงินยื่นให้เธอ“อ่านให้ละเอียดก่อนเซ็น” เขาพูดเสียงนุ่มแต่หนักแน่น “ผมไม่ต้องการให้คุณบอกภายหลังว่าไม่รู้”ลินก้มอ่านสัญญาที่เขาเตรียมไว้อย่างละเอียดข้อ 1: เธอจะเป็น “คู่รักลับ” ของธนัช ภคภูมิข้อ 2: ต้องตอบสนองทุกความต้องการทางกายภาพของเขาข้อ
“กินต่อเถอะ ยังไม่ถึงสองทุ่ม งานยังอีกเยอะ”ลินพยายามก้มหน้ากินข้าวต่อ แต่รสชาติทุกอย่างเหมือนฝุ่นทราย เธอแอบมองเขาผ่านแว่นหนาเตอะ ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาของธนัชตอนนี้ดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย… หรือเธอคิดไปเอง ?เวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงทั้งคู่นั่งตรวจเอกสารด้วยกันบนโต๊ะประชุมยาว ธนัชอธิบายงานด้วยน้ำเสี
ธนัชถอนมือกลับช้า ๆ แต่สายตายังจ้องเธอไม่วาง“พรุ่งนี้หลังห้าโมง อย่าลืมนะ” เขาพูดจบก็ลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างกระจก มองฝนที่ยังตกหนักลินนั่งนิ่ง มือกุมอกตัวเองโดยไม่รู้ตัว เธอไม่รู้ว่าคืนนี้คือจุดเริ่มต้นของอะไรแต่ธนัชรู้ดีและเขากำลังเริ่ม “เร่งเร้า” อย่างช้า ๆ โดยที่เธอยังไม่ทันรู้ตัวเขาหั
“เปียกขนาดนี้” เขาพูดเสียงต่ำ “ทำไมไม่พกร่มมาด้วย”ลินอึ้ง “หนูไม่ทันคิดว่าฝนจะตกหนัก… แล้วหนูก็รีบ…”ก่อนที่เธอจะพูดจบ เสียงหัวเราะดังและหยาบคายก็ดังขึ้นจากด้านข้าง“เฮ้ยยย สาวน้อยคนนี้เปียกปอนเลยนะ งานเลี้ยงปีใหม่ของภคภูมิมีของขวัญแบบนี้ด้วยเหรอ?”ผู้ชายวัยสี่สิบต้น ๆ ในสูทสีน้ำเงินเข้มที่ดูเมามา