ทวงรักในรอยมลทิน(When my love to retune)

ทวงรักในรอยมลทิน(When my love to retune)

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-25
โดย:  จิ้งจอกหางไหม้อัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
40บท
75views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

"จากความอยากเอาชนะ กลายเป็นความรักที่ถอนตัวไม่ขึ้น..พวกเขาจะยอมแลกทุกอย่างในชีวิตเพื่อความรักที่ไร้ทางออกนี้..จริงหรือ!!?"

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1

ในรั้วโรงเรียนชายล้วนเอกชนชื่อดัง กฤษติน วรโชติเมธากุล นักเรียน ม.6/1 คือภาพแทนของความสมบูรณ์แบบ นิ่ง เฉียบ และเย็นชาจนใคร ๆ ขนานนามว่า “ปีศาจในคราบชุดนักเรียน”

ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาเชื้อสายไทย–จีน เขาซ่อนรอยร้าวเอาไว้ลึกเกินกว่าจะมองเห็น ตั้งแต่อายุสิบขวบ วันที่พ่อศัลยแพทย์ชื่อดัง เลือกหย่าร้างและไปสร้างครอบครัวใหม่ในต่างประเทศ ทิ้งให้เขาเติบโตท่ามกลางแรงกดดันของคุณหญิงมลฤดี วรโชติเมธากุล ผู้เป็นแม่ นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลในวงการโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพ

เธอเลี้ยงและหล่อหลอมเขาเพียงลำพัง ใช้อำนาจเงินมหาศาลเติมเต็มช่องว่างในใจลูก ทั้งซูเปอร์คาร์ ชีวิตหรูหรา และทุกสิ่งที่เงินซื้อได้ โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว “เขาต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ”

กฤษตินจึงใช้ชีวิตราวกับประชดโลก บ้าระห่ำ ไร้ความกลัว แต่ยังคงรักษาผลการเรียนให้อยู่ระดับท็อปอย่างไม่เคยตกหล่น เพียงเพื่อไม่ให้แม่ต้องเสียหน้า ลึกลงไป เขาไม่ใช่คนเลวร้าย แค่เหนื่อยหน่ายกับการเป็น “หุ่นเชิด” ที่ต้องแบกรับความคาดหวังของคนทั้งโลกไว้เพียงลำพัง

กลุ่มเพื่อนสนิทของเขาคือเหล่าทายาทมหาเศรษฐีที่ต่างก็มีภาระหนักไม่ต่างกัน แต่บาดแผลในอดีตได้หล่อหลอมให้กฤษตินเติบโตเกินวัย สุขุม เฉียบคม และมองโลกอย่างเย็นชา

เขาเลือกสวมหน้ากากของ “ตัวร้าย” เป็นเกราะกำบังตนเองแต่ในส่วนลึกที่สุด เขายังคงยึดมั่นในบทบาท “ลูกชายที่สมบูรณ์แบบ” อย่างไม่เคยสั่นคลอน เพราะเขารู้ดี ความสำเร็จของเขา คือสิ่งเดียวที่หลงเหลือให้แม่ใช้ยึดเหนี่ยวหายใจต่อไป 

 ก่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1...

ภายในโถงกว้างของคฤหาสน์ที่เงียบเชียบจนชวนให้ใจหาย คุณหญิงมลฤดียืนสง่าในชุดแบรนด์เนมเรียบหรูสมฐานะนักธุรกิจหญิงผู้ทระนง สายตาคมกริบทอดมองลูกชายเพียงคนเดียวที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จ เตรียมออกไปงานประชุมผู้ปกครอง

ตามปกติ หน้าที่นี้มักเป็นของเลขาส่วนตัว ผู้คอยติดตามและรายงานทุกความเคลื่อนไหวของกฤษตินให้เธอรับรู้ในทุกฝีก้าวโดยที่ไม่ต้องลงมือเอง ซึ่งกฤษตินเองก็ซึมซับ “สายตา” ที่คอยไล่ตามนั้นได้ดีอยู่แล้ว

แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป คุณหญิงมลฤดีเลือก ‘เจียดเวลา’ อันแสนมีค่าจากตารางธุรกิจที่แน่นขนัด มาปรากฏตัวด้วยตัวเอง

กฤษตินรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติและการที่แม่ยอมสละเวลามาโรงเรียน ย่อมหมายถึงความคาดหวังที่หนักหน่วงและกดดันกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

         “ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยกฤษ... นั่งรถไปกับฉันแค่เช้านี้วันเดียวเท่านั้นแหละ จอดไอ้มอเตอร์ไซค์บ้า ๆ หรือรถสปอร์ตเสียงดังนั่นทิ้งไว้ที่บ้านนี่แหละ วันนี้แกควรทำตัวให้เรียบร้อย สมกับเป็นลูกชายของฉันหน่อย”

คุณหญิงเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้ลูกชาย พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่ไร้อารมณ์

“เราต้องไปเจอครอบครัวอื่นที่มีบารมีทางธุรกิจ มันจะส่งผลดีต่อคอนเน็กชันในอนาคต... ทั้งของฉัน และของแก”

“ครับ...”

กฤษตินถอนหายใจยาว เบือนหน้าหนีอย่างปิดไม่มิดถึงความระอา

หลังจากทั้งคู่ก้าวขึ้นรถยุโรปคันหรู บรรยากาศภายในห้องโดยสารก็เริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ จนกฤษตินรู้สึกราวกับอากาศรอบตัวถูกดูดหายไป

“แกจะขึ้น ม.6 แล้วนะ เดือนหน้าก็จะอายุครบ 18 ปีเต็ม... และอีกไม่นานก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัย”

น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบ แต่แฝงแรงกดดันที่หนักแน่น

“ฉันอยากให้แกใส่ใจเรื่องเรียนมากกว่านี้หน่อย นี่เป็นปีสุดท้ายแล้ว จะเข้าค่ายหรือทำพอร์ตโฟลิโออะไรก็จัดการเอาเอง แต่ขอให้ผลลัพธ์ออกมา ‘เพอร์เฟกต์’ ก็พอ”

กฤษตินหลุบสายตาลงต่ำ แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะปล่อยความอัดอั้นออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ถ้าแม่จะเคี่ยวเข็ญผมขนาดนี้... ทำไมไม่ส่งผมไปเรียนเมืองนอกให้มันจบ ๆ ไปตั้งแต่แรกเลยล่ะครับ”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะเลือกพูดประโยคที่รู้ดีว่าคมพอจะกรีดใจคนฟัง

“...หรือไม่ก็ส่งผมไปอยู่กับพ่อก็ได้นะ ผมจะได้ไม่ต้องอยู่เป็นภาระให้แม่ต้องคอยหงุดหงิดแบบนี้”

“โรงเรียนนี้... ตระกูลเราสนับสนุนมาตลอด ตั้งแต่สมัยที่พ่อแกยังอยู่ เขาก็ดูแลที่นี่อย่างดีมาเสมอ”

คุณหญิงมลฤดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแฝงแรงกดดันอย่างชัดเจน

“มันแทบไม่ต่างจากโรงเรียนประจำตระกูลเราเลยนะกฤษ โดยเฉพาะสำหรับคนที่จะต้องไปเป็นหมอและเป็นผู้บริหารอย่างแก... ถ้าไปเมืองนอก แกมั่นใจเหรอว่าแกจะยังเป็นที่หนึ่งได้? แล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าแกจะยังเป็น ‘ผู้ชนะ’ เหมือนตอนนี้?”

กฤษตินเบือนหน้ามองออกไปนอกกระจกรถ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเรียบ เย็นชา เขานั่งเงียบ ราวกับร่างไร้วิญญาณ ปล่อยให้คำพูดของแม่ ที่ตีค่าความสำเร็จเป็นเพียงตัวเลขและตำแหน่ง ไหลผ่านไปโดยไร้ความหมาย

“ฉันรู้... ว่าแกคงไม่พอใจที่ฉันขีดเส้นให้เดิน ตอนนี้แกอาจยังไม่เข้าใจความหวังดีของฉัน”

คุณหญิงมลฤดีเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น ด้วยน้ำเสียงเดิมที่ราบเรียบแต่ทรงอำนาจ

“ม.6 แล้ว เรื่องเรียนฉันไม่ค่อยห่วงหรอก ไม่ว่าโรงเรียนจะส่งไปแข่งอะไร แกก็กวาดรางวัลมาหมด ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังสักครั้ง... ซึ่งมันก็เป็นผลดีกับพอร์ตของแกเองด้วย”

เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองลูกชายที่ยังคงนิ่งงัน

“แต่สิ่งที่ฉันอยากให้ลดลงบ้างคือเรื่องซิ่งรถ ฉันแทบหัวใจวายทุกครั้งที่เห็นประวัติแก... เรื่องกินเรื่องเที่ยวก็เหมือนกัน แกจะดื่มหนักทุกวันไม่ได้”

“ผมรู้ลิมิตของตัวเองดีครับแม่”

เขาตอบสั้น ๆ

“ต่อให้กลับดึกแค่ไหน ผมก็ยังรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ ไม่เคยขาดเรียนสักครั้ง... แม่คงไม่เคยรู้สินะครับ”

ประโยคท้ายถูกปล่อยออกมาด้วยน้ำเสียงประชดบาง ๆ ที่กลบไม่มิดถึงความขมขื่น

“รวมถึงเรื่องไปมีเรื่องกับคนอื่นด้วย เบา ๆ ลงบ้าง ฉันไม่อยากต้องตามเช็ดตามล้างประวัติแกบ่อยนัก”

คุณหญิงกล่าวตบท้าย พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยการตำหนิอย่างชัดเจน

“ถ้าพลังมันเยอะนักจนจะจุกอกตาย ก็เอาไปลงกับการเล่นกีฬา ซ้อมมวย หรือเล่นดนตรีระบายมันทิ้งไปซะ อย่าเที่ยว

ไปหาเรื่องชกต่อยให้เสียชื่อ... มันจะเสียประวัติเปล่าๆ”

“ผมก็ทำตามที่แม่บงการทุกอย่างแล้วนี่!”

กฤษตินโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด น้ำเสียงสั่นเบาๆด้วยความอัดอั้น 

“ดนตรี กีฬา ผมไปแข่งจนได้รางวัลมาจนจะถมเต็มบ้านอยู่แล้ว หรือแม้แต่ค่ายมวยของเพื่อนแม่... ผมก็ซ้อมจนแทบจะติดทีมชาติได้อยู่แล้ว หมากรุกผมก็คว้าแชมป์มาให้... แต่แม่เคยรู้บ้างไหม? เคยเสียเวลาไปดูตอนผมแข่งสักครั้งไหม!”

คุณหญิงมลฤดีชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาสะท้อนบางอย่างขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เธอรู้สึกภาคภูมิใจใน 'ผลงาน' ที่ปั้นมากับมือ ทักษะที่ไร้ที่ติของลูกชายคือเครื่องยืนยันความสำเร็จของเธอ แม้มันจะขัดกับนิสัยดิบเถื่อนของเขาบ้าง ทว่ากฤษตินก็ยังเป็นหุ่นเชิดที่ยอดเยี่ยมเสมอมา

“งั้นเหรอ... ก็ดีแล้วนี่” 

เธอตอบรับสั้นๆ ก่อนจะวกเข้าเรื่องที่สำคัญกว่า 

“อ่อ... แล้วเรื่องผู้หญิงก็เหมือนกัน ฉันรู้ว่าหน้าตาอย่างแกไม่ต้องไปควานหาให้เหนื่อยก็มีมาประเคนให้ถึงที่ ถ้าจะควงใครไม่ซ้ำหน้าก็รู้จักป้องกันเอาไว้บ้าง อย่าให้มีปัญหาโง่ๆ ตามมาเด็ดขาด ดูคนให้ออก... ไม่ใช่หน้ามืดตามัวมีแต่จะลากขึ้นเตียงอย่างเดียว ฉันยังไม่อยากเลี้ยงหลานตอนนี้ อยากให้แกโฟกัสเรื่องเรียนเป็นหลัก แต่ถ้าจะแค่ 'ผ่อนคลาย' บ้าง... ฉันก็พอจะเข้าใจได้”

“แม่ครับ! เรื่องนี้ผมขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวของผมบ้างเถอะ!” 

กฤษตินขึ้นเสียงเข้ม แววตาขบถลุกโชน 

“ชีวิตผมแม่ก็บงการไปหมดทุกอย่างแล้ว เว้นที่ให้ผมหายใจบ้าง... แม่จะตามเข้าไปจัดการพื้นที่ในใจผมด้วยเงินกับอำนาจอีกเหรอ?”

“ฉันไม่ได้บงการแก กฤษ...ฉันแค่อยากเลือกสิ่งที่ 'ดีที่สุด' ให้แก และถ้าใครจะมาทำตัวเกาะแกะจนทำให้แกเสียการเรียนล่ะก็ ฉันก็พร้อมจะกวาด 'ขยะ' พวกนั้นให้พ้นทางเสมอ”

คุณหญิงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ 

“จำไว้ว่าผู้หญิงที่จะเข้ามาในชีวิตแก ต้องส่งเสริมหน้าตาตระกูลเรา ไม่ใช่ใครก็ได้ที่แกคว้ามาจากข้างทางหรือผับพวกนั้น!”

กฤษตินกำหมัดแน่น ท่ามกลางความเงียบที่แสนอึดอัดที่ปกคลุมทั้งคันรถ ลึกลงไปในใจ… เขาโหยหาเหลือเกิน โหยหาคนสักคนที่จะมองเห็นเขาเป็นแค่ “กฤษติน” ผู้ชายธรรมดาที่มีหัวใจ ไม่ใช่หุ่นเชิดของทายาทมหาเศรษฐีที่ต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าโดยไร้อิสระแบบนี้

“อย่าลืมว่า… วันหนึ่งแกต้องขึ้นมารับช่วงต่อทั้งหมดแทนฉัน ทั้งโรงพยาบาลและธุรกิจมูลค่ามหาศาลนั่น ทั้งหมดมันจะเป็นของแก”

คุณหญิงมลฤดีพูดปิดท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบและเฉียบคม

“ก่อนจะทำอะไรบ้าบิ่น ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือชั่ว ให้คิดถึง ‘มูลค่า’  ของมันให้มากๆ ฉันมีแกคนเดียว... อยากใช้เงินเท่าไหร่ฉันไม่ว่า ขอแค่แกไม่ทิ้งการเรียนก็พอ”

คุณหญิงเบือนหน้ามองออกไปนอกรถอย่างเฉยชา ทิ้งให้ลูกชายจมอยู่กับความอ้างว้างในกรงทอง... โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ยิ่งพยายามกวาด ‘ขยะ’ ออกไปมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งผลักลูกชายให้ถลำลึกเข้าหา ‘รักแท้’  ที่เธอตราหน้าว่าไร้ค่า... เร็วขึ้นเท่านั้น!

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
40
ตอนที่ 1
ในรั้วโรงเรียนชายล้วนเอกชนชื่อดัง กฤษติน วรโชติเมธากุล นักเรียน ม.6/1 คือภาพแทนของความสมบูรณ์แบบ นิ่ง เฉียบ และเย็นชาจนใคร ๆ ขนานนามว่า “ปีศาจในคราบชุดนักเรียน”ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาเชื้อสายไทย–จีน เขาซ่อนรอยร้าวเอาไว้ลึกเกินกว่าจะมองเห็น ตั้งแต่อายุสิบขวบ วันที่พ่อศัลยแพทย์ชื่อดัง เลือกหย่าร้างและไปสร้างครอบครัวใหม่ในต่างประเทศ ทิ้งให้เขาเติบโตท่ามกลางแรงกดดันของคุณหญิงมลฤดี วรโชติเมธากุล ผู้เป็นแม่ นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลในวงการโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพเธอเลี้ยงและหล่อหลอมเขาเพียงลำพัง ใช้อำนาจเงินมหาศาลเติมเต็มช่องว่างในใจลูก ทั้งซูเปอร์คาร์ ชีวิตหรูหรา และทุกสิ่งที่เงินซื้อได้ โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว “เขาต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ”กฤษตินจึงใช้ชีวิตราวกับประชดโลก บ้าระห่ำ ไร้ความกลัว แต่ยังคงรักษาผลการเรียนให้อยู่ระดับท็อปอย่างไม่เคยตกหล่น เพียงเพื่อไม่ให้แม่ต้องเสียหน้า ลึกลงไป เขาไม่ใช่คนเลวร้าย แค่เหนื่อยหน่ายกับการเป็น “หุ่นเชิด” ที่ต้องแบกรับความคาดหวังของคนทั้งโลกไว้เพียงลำพังกลุ่มเพื่อนสนิทของเขาคือเหล่าทายาทมหาเศรษฐีที่ต่างก็มีภาระหนักไม่ต่างกัน แต่บาดแผลในอดีตได้หล่อห
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2
เช้าวันจันทร์ที่ควรจะสดใส กลับกลายเป็นเพียงอีกวันที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกสำหรับกฤษติน เขายืนจ้องเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ เนิ่นนานกว่าที่ควร มือขยับปมเนกไทบนชุดนักเรียนสีขาวเรียบกริบอย่างเชื่องช้า สายตาว่างเปล่าราวกับไร้ชีวิตสำหรับสายตาคนนอก เขาคือ “เจ้าชาย” ผู้เพียบพร้อมไร้ที่ติ แต่สำหรับตัวเขาเอง ยูนิฟอร์มชุดนี้กลับไม่ต่างจากเครื่องแบบของนักโทษในกรงทองคำ สวยงาม แต่ไม่มีอิสระเสียงฝีเท้าของคนใช้ที่เดินผ่านหน้าห้องอย่างระมัดระวัง แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน กลับยิ่งตอกย้ำความเงียบงันและโดดเดี่ยวที่ปกคลุมอยู่ทุกอณูของบ้านหลังนี้เมื่อก้าวลงมายังโถงด้านล่าง เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังก้องสะท้อนกลับมาเหมือนเสียงของตัวเองในที่ว่างเปล่า กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศที่อบอวลทั่วบ้านชวนคลื่นไส้ ทุกสิ่งถูกจัดวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ จนไร้ชีวิต และไร้ที่ว่างให้เขาได้หายใจอย่างแท้จริงกฤษตินเมินรถยุโรปคันหรูที่มีคนขับจอดรออยู่โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ก่อนจะก้าวตรงไปยังโรงรถส่วนตัว มือผลักประตูอย่างแรงเกินจำเป็น เขาเลือกซูเปอร์คาร์สีแดงเพลิงคันโปรด สตาร์ตเครื่องยนต์ที่คำรามก้อง ราวกับต้องการกลบเสียงบาง
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3
ณิชา หรือ ณัทณิชา วุฒิไพศาล บัณฑิตป้ายแดงจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง เธอคือผลิตผลที่งดงามซึ่งเติบโตมาท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาในแถบภาคตะวันออก ครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของสวนผลไม้ผืนใหญ่ที่มีทุเรียนพันธุ์ดีเป็นหัวใจหลัก แม้จะไม่ได้ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีแถวหน้าของเมืองไทย แต่ขุมทรัพย์สีทองจากผืนดินนั้นก็มั่งคั่งและมั่นคงพอที่จะเนรมิตชีวิตให้เธอสุขสบายไปทั้งชาติพ่อของเธอลุงไพบูลย์ คือชาวสวนขนานแท้ที่ฝากชีวิตไว้กับหยาดเหงื่อและผืนดิน ส่วนแม่ป้าเกศสินี คืออดีตแม่พิมพ์ของชาติที่เพิ่งเกษียณอายุราชการมาได้ไม่นาน สายใยแห่งความหวังทั้งหมดจึงถูกถักทอส่งต่อมายังลูกสาวเพียงคนเดียว แม่หมายมั่นปั้นมืออยากให้ณิชาเจริญรอยตามในวิชาชีพครู เพื่อสืบทอดเกียรติยศของวงศ์ตระกูลให้งดงามสืบไปแม้เบื้องหลังจะมีสวนทุเรียนผืนใหญ่ที่พร้อมจะอ้าแขนรับให้เธอกลับไปนั่งแท่นดูแลกิจการต่อได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องดิ้นรน แต่ณัทณิชากลับเลือกทางเดินที่ท้าทายกว่านั้นเธอปฏิเสธที่จะเป็นเพียง "ลูกสาวเจ้าของสวน" ที่นอนกินบุญเก่าไปวันๆ แต่เลือกที่จะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง ดิ้นรนสร้างตัวตนในป่าคอนกรีตที่แสนวุ่นวาย เพื่อพิสูจน์ให้ท
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 บรรยากาศภายในห้อง ม.6/1 ของเช้าวันใหม่คึกคักกว่าปกติห้องเรียนของเหล่าเด็กกิฟต์ระดับหัวกะทิเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบเกี่ยวกับ “ครูคนใหม่” ที่กำลังจะเข้ามาประจำชั้น “ได้ยินว่าเป็นผู้หญิงนะเว้ย” “สวยปะวะ?” “สวยดิ ไม่งั้นเขาจะส่งมาห้องเราเหรอวะ” “แล้วจะโหดมั้ยวะ หรือจะสายใจดีแบบที่พวกกูชอบ” เสียงพูดคุยดังระงมไปทั่วห้องแต่กฤษตินกลับไม่สนใจแม้แต่น้อยเขานั่งกอดอกอยู่โต๊ะหลังสุด มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย รอยช้ำบริเวณมุมปากและโหนกแก้มจากเหตุการณ์เมื่อวานยังคงปรากฏให้เห็นชัดเจน..บาสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองเพื่อน ก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างคนรู้ทัน “เฮ้ย... กฤษ..วันนี้มึงแม่งดูแปลก ๆ ว่ะ” กฤษตินไม่ตอบ “ปกติมึงมีเรื่องกับชาวบ้านเขาไปทั่ว กูก็ไม่เคยเห็นมึงทำหน้าเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกแบบเสียทรงขนาดนี้เลยว่ะ” มุมปากบาสกระตุกขึ้นอีกนิด “หรือมึงแม่งรู้สึกผิดเรื่องไอ้เจวะ?” กฤษตินขบกรามแน่น“กูโอเค มึงหุบปากแล้วไปไกล ๆ ได้ไหม” บาสหัวเราะในลำคอ “ถ้
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5
หลังจบคาบโฮมรูม ครูเพ็ญวดีปลีกตัวออกไป ทิ้งให้ณัทณิชายืนจัดแจงสมุดเช็กชื่ออยู่เพียงลำพังภายในห้องเรียน ม.6/1 ที่ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ล้ำสมัย บรรยากาศเงียบสงัดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อนักเรียนทายาทมหาเศรษฐีทยอยเดินออกไปพักกฤษตินไม่รอช้า...เขาไม่ได้เดินออกจากห้องตามเพื่อนคนอื่น แต่กลับสาวเท้าตรงดิ่งมาหาณัทณิชาด้วยท่าทีคุกคามเสียงรองเท้าหนังแบรนด์เนมราคาแพงกระทบพื้นดังเป็นจังหวะหนักแน่น“ไม่นึกเลยนะครับ...”เขาเว้นจังหวะ พลางแค่นยิ้มเย็นที่มุมปาก“ว่าพี่สาวใจกล้าเมื่อวาน จะกลายมาเป็น ‘ครูประจำชั้น’ ในชุดทำงานที่ดู... เรียบร้อยจนผิดหูผิดตาขนาดนี้”กฤษตินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าวน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยใกล้ ๆ ทำให้ณิชาชะงักไปทันทีเธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าสบตาเขา แม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่เพียงระดับอกของเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่แววตากลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างไม่ยอมถอย“กฤษติน... กลับไปที่โต๊ะของเธอซะ นี่คือเวลาเรียน และกรุณาสำรวมคำพูดกับครูด้วย”กฤษตินหัวเราะในลำคอเบา ๆเสียงนั้นต่ำและเย็นยะเยือก“ไม่มีใครเตือนครูบ้างเหรอครับว่า... ที่ห้อง 6/1 มันถิ่นของเด็กเกเร ครูที่นี่เขาเรียกพวกผมว่า ‘เด็กเปรต’ กันท
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 6
หลายสัปดาห์ที่เคลื่อนผ่าน ณัทณิชายังคงทำหน้าที่ถ่ายทอดวิชาสังคมศึกษาได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยท่าทางนุ่มนวลอ่อนหวาน และวันนี้เธอก็อยู่ในชุดเชิ้ตสีครีมอ่อนทับด้วยสูทพอดีตัว กระโปรงทรงสอบที่ทำให้เธอดูสง่างามเรียบหรู ผมยาวถูกรวบเป็นหางม้าเรียบร้อยท่าทางการสอนของเธอเป็นดูธรรมชาติน่าสนใจและน่าฟัง น้ำเสียงนุ่มละมุนและรอยยิ้มที่ปราศจากความเสแสร้ง ทำให้ทุกคำที่เธอพูดฟังดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ใส่ใจกับ “สายตา” ที่ติดตามเธออยู่เสมอจากมุมหลังห้อง ลึก ๆ แล้วเธอยังปลอบใจตัวเองว่านั่นเป็นเพียงการลองดีตามประสาเด็กหนุ่มที่กำลังหาทางแก้เบื่อไปวัน ๆ เท่านั้น แต่… สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือบรรยากาศภายในห้องเรียนจากที่เคยคุกรุ่นด้วยพลังวัยรุ่นอันร้อนแรงและวุ่นวายกลับกลายเป็นว่า..ทันทีที่ครูณิชาก้าวเข้ามา ห้องทั้งห้องก็ดูสว่างไสวและอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด รอยยิ้มที่อ่อนโยนสดใสและมุมมองที่เปี่ยมไปด้วยพลังบวกของเธอ ค่อย ๆ ละลายโลกสีหม่นของโรงเรียนชายล้วนให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาทีละน้อย..และกฤษตินเอง… ก็รู้สึกเช่นนั้น ไม่ต่างจากคนอื่นเพียงแต่ภาพที่เขาสัมผัสได้ มันช่างละม
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 7
เขากวาดสายตาไปรอบห้องสมุดที่ไร้ผู้คน ความเงียบนั้นทำให้เสียงการเต้นของหัวใจชัดเจนจนน่าใจหาย ก่อนที่เขาจะเลื่อนสายตากลับมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางของครูสาวอย่างจงใจ“และตอนนี้… กติกาพวกนั้น มันมาไม่ถึงมุมห้องสมุดที่เรายืนอยู่ตรงนี้หรอกนะครับ..และตรงนี้..มันมีแค่เราสองคน… ผมไม่เป็นนักเรียนให้ครูก็ได้นะ ถ้าครูอยากจะ… ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง”ณิชารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ลมหายใจติดขัดเมื่อต้องเผชิญกับความร้ายกาจในระยะประชิด“กฤษติน… นี่ในโรงเรียนนะคะ อย่าลืมสถานะตัวเองด้วย!”กฤษตินลดน้ำหนักเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบที่ชิดใบหู“สถานะมันก็แค่ ‘หัวโขน’ ที่ผู้ใหญ่บังคับให้ใส่เท่านั้นแหละ… ณัทณิชา”เขาจงใจเปลี่ยนสรรพนามและเรียกชื่อเธอโดยตรง น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นประสาท“ผมอาจจะเป็นเด็กในสายตาคนทั้งโลก… แต่สำหรับครู ผม ‘โต’ พอที่จะทำอะไร… ได้มากกว่าที่ครูคิดไว้เยอะเลยนะครับ”เขาส่งหนังสือคืนให้เธอแต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน กฤษตินกลับจงใจลากปลายนิ้วผ่านผิวเนื้อเนียนอย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง สัมผัสที่แฝงไปด้วยความรุกรานและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยนั้น ทำเอาณัทณิชารู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงหา
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 8
ตอนที่ 6 : บทเรียนในความเงียบ... ในคาบวิชาสังคมศึกษา บรรยากาศภายในห้องเรียนยังคงสดใสเหมือนทุกวัน..แต่สำหรับณัทณิชา...ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปขณะที่เธอยืนบรรยายอยู่หน้าชั้น ร่างบางกลับตึงเครียดอย่างไม่อาจควบคุม เพราะ “รังสี” บางอย่างที่แผ่ออกมาจากมุมหลังห้องอย่างต่อเนื่องกฤษตินไม่ได้ฟุบหลับ ไม่ได้คุยเล่นกับเพื่อน และไม่ได้ทำตัวเหมือนนักเรียนทั่วไป..เขานั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง ดวงตาคมคู่นั้นจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอโดยไม่เคยละสายตาณิชารู้สึกราวกับตัวเองกำลังถูก “ล่า” ด้วยสายตาอย่างช้า ๆ และเงียบงันที่สุดในขณะที่เจ้าของสายตานั้นกลับลอบยิ้มอยู่ในใจอย่างผู้ชนะ..กฤษตินตีความทุกปฏิกิริยาของเธอเข้าข้างตัวเองอย่างถือดี..การที่เธอเดินผ่านใกล้ เขามองว่าเป็น “การตอบรับ”การที่เธอหลบสายตา เขากลับคิดว่าเธอ “เขินอาย”แม้แต่มือที่สั่นเล็กน้อยขณะพลิกหน้าหนังสือ เขาก็ทึกทักเอาเองว่าเป็น “ความตื่นเต้น” ที่เธอพยายามปกปิดสายตาของเขาไม่ใช่ความเจ้าชู้แบบเด็กวัยรุ่นทั่วไปแต่มันลุ่มลึก เย็นเยียบ และกดดันราวกับกำลังสำรวจเธออย่างไม่ปิดบังราวกับพยายามครอบครองทุกพื้นที่ที่สายตาของ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 9
กฤษตินถอดแว่นสายตาออกช้าๆ ก่อนจะหันมาสบตาเธอตรงๆ แววตาที่ไร้เลนส์กั้นในยามนี้ดูลุ่มลึกและคุกคามจนณิชารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ “โลกของผมมันกว้างกว่าที่ครูเห็นในห้องเรียนนี้เยอะนะครับ... ผมแค่ทำในสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ เพื่อซื้ออิสระที่จะได้ทำในสิ่งที่ ‘อยากทำ’ มากกว่า...โดยเฉพาะสิ่งที่ผมกำลัง… อยากทำในตอนนี้”เขาโน้มกายเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ปะทะกับลมหายใจของเธอ “และครูรู้ไหมครับว่า...สิ่งที่ผมอยากทำที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่การซิ่งรถ หรือการไปชู้ตบาสที่ไหนทั้งนั้น”เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทันใดนั้นพื้นที่ห้องเรียนที่เคยดูกว้างขวางกลับดูแคบลงถนัดตา กฤษตินก้าวเข้าหาเธอด้วยท่าทีคุกคามจนณัทณิชาต้องถอยหนีโดยสัญชาตญาณ แต่เพียงไม่กี่ก้าว แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะอย่างเลี่ยงไม่ได้ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาทันที ใช้แขนทั้งสองข้างค้ำโต๊ะกักร่างเล็กไว้ในอ้อมอกอย่างถือดี สายตาเขาเหลือบมองไปที่โทรศัพท์เครื่องเก่าหน้าจอแตกยับเยินของเธอที่วางอยู่ข้างๆ เขาอยากจะถามเรื่องเครื่องใหม่ที่เขาให้ไป... แต่ความหยิ่งในศักดิ์ศรีสั่งให้เขาเมินเฉยมันไปก่อน“ครูคงมองว่าผมเป็นแค่เด็กมีปัญหาใช่ไหมล่ะครับ? แต่รู้
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 10
ค่ำคืนในปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ริมถนนเกษตร-นวมินทร์ แสงไฟสีขาวสว่างจ้าสาดลงบนพื้นคอนกรีตที่ยังคงอุ่นระอุจากความร้อนของวัน เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำสลับกับเสียงเบิ้ลเครื่องของบิ๊กไบค์คันใหญ่ที่กึกก้องไปทั่วลานกว้าง กลิ่นน้ำมันผสมกับไอเสียลอยคลุ้งจนบรรยากาศพร่าเลือนณัทณิชาในชุดทำงานเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเรียบกริบกับกระโปรงสอบเข้ารูปและรองเท้าคัทชู ดูแปลกแยกอย่างชัดเจนท่ามกลางผู้คนที่แต่งตัวจัดเต็มในยามค่ำคืน แม้จะมีผู้คนเดินเข้าออก ร้านสะดวกซื้อและร้านกาแฟในปั๊มอย่างไม่ขาดสาย แต่เธอกลับรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างประหลาดเธอเพียงตั้งใจจะมารับหนังสือเตรียมสอบบรรจุเพื่อเป็นราชการจากเพื่อนที่นัดไว้แถวนี้เท่านั้น แค่เพียงก้าวลงจากรถแท็กซี่ โลกอีกใบก็เปิดออกตรงหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว ลานจอดรถฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยบิ๊กไบค์คันดุและเท่ห์จอดเรียงเป็นแถว ราวกับตั้งใจอวดโฉม เหล่าชายหนุ่มในชุดแจ็กเก็ตหนังยืนจับกลุ่ม พูดคุย หัวเราะ และส่งสายตาท้าทายกันไปมา ขณะที่หญิงสาวแต่งตัวจัดจ้านบางคนยืนพิงรถ หัวเราะเบา ๆ รอใครบางคนไม่นานนัก เสียงเครื่องยนต์แก๊งหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาเหนือเสียงอื่น รถบิ๊กไบค์คันหรูสี่คันแล่นเข้ามา
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status