Jake Lack วิศวะไร้รัก

Jake Lack วิศวะไร้รัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-29
Oleh:  Sweet_MoonOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
27Bab
402Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ผู้ชายขี้เซาที่เอาแต่นอนทั้งวัน ทำตัวประหลาดไม่สมกับหน้าตาหล่อๆ แบบนั้น ต้องการให้ฉันเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาเพื่ออะไรวะ?

Lihat lebih banyak

Bab 1

วิศวะไร้รัก :: INTRO [50%]

Jake Lack วิศวะไร้รัก

Because in his heart There was never room for our stories.

เพราะในใจของเขาไม่เคยมีพื้นที่ให้กับเรื่องราวของเราเลย

‘จำเอาไว้นะลูก ถ้าลูกไม่อยากได้ยินหรือไม่อยากฟังอะไร แค่ลูกหลับตาเรื่องทุกอย่างที่ลูกได้ยินก็จะเป็นเพียงแค่ความฝันยามที่ลูกหลับ’

‘จริงเหรอฮะ’

‘จริงสิลูก มาหนุนตักแม่มา แม่จะกล่อมให้ลูกนอนเองนะ’

ศีรษะเล็กเอนหนุนตักของผู้เป็นแม่ ขณะเงยหน้ามองใบหน้าสวยหวานหากแต่ว่ากลับถูกเติมเต็มไปด้วยแววตาที่เศร้าหมอง ทว่ารอยยิ้มของผู้ให้กำเนิดยังคงสดใสทุกครั้งที่มองมา สัมผัสจากมือที่อบอุ่นลูบไล้ศีรษะและขับขานบรรเลงเพลงกล่อมเพื่อกลบเกลื่อนเสียงอะไรก็ตามแต่ที่เข้ามาในโสตประสาทของเด็กน้อยวัยเพียงแค่สิบขวบ ใช่ว่าจะไม่รู้ประสีประสาอะไร ถ้อยคำมากมายที่เต็มไปด้วยคำโสมมทะลุผ่านห้องนอน

และใช่ แค่เพียงได้มองใบหน้าสวย มองริมฝีปากบางที่ขยับขึ้นลงเพื่อร้องเพลงกล่อมให้หันมาโฟกัสแค่ผู้เป็นแม่ ที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของลูกชายตัวน้อย

‘เพียงแค่ลูกนึกถึงแม่ จดจำเพลงกล่อมของแม่เอาไว้เวลาที่ลูกอยากจะหนีจากโลกภายนอก แม่จะอยู่ข้างๆ ลูกเสมอ’

‘ผมรักแม่ฮะ’

‘แม่ก็รักลูก รักมากที่สุดในชีวิตของแม่’

‘เจ้านกขมิ้นเหลืองอ่อนเอย ค่ำแล้วจะนอนที่ตรงไหน นอนที่ไหนก็นอนได้...’ (เพลงกล่อมลูก - นกขมิ้น)

“เฮ้ย! ตื่นได้แล้วมึง เดี๋ยวเพื่อนมึงก็โผล่จากบึงมานอนข้างๆ หรอก”

ปลายเท้าของใครบางคนสะกิดให้ผมตื่นจากความฝันที่ทุกครั้งยามหลับตา มักจะนึกถึงผู้เป็นแม่อยู่เสมอ ดวงตาคมเหลือบมองร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์โน้มตัวโก้งโค้งชะโงกหน้ามามองว่าผมตื่นหรือยัง พอเห็นว่าลืมตาก็ขยับไปนั่งที่โต๊ะหินอ่อนประจำหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ลุกขึ้นนั่งพลางยกมือยีเส้นผมสีดำสนิทและเอี้ยวหน้ามองไอ้ตัวที่มาปลุกผม ตอนนี้มันกำลังนั่งออดอ้อนออเซาะคู่หมั้นของตัวเองอยู่จนผมส่ายหน้าไปมา

“พี่เจค ทานแซนวิชด้วยกันไหมคะ”

“ไม่เป็นไร”

“นี่ชามะนาวค่ะ หนูซื้อมาฝาก” คนตรงหน้าดันแก้วชามะนาวของโปรดมาให้ ส่งผลให้ไอ้ตัวที่นั่งกอดคอคู่หมั้นเด็กวิศวะคอมฯ ปี 2 ทำหน้าบูดบึ้งใส่ผมที่ไม่คิดจะแคร์ว่ามันจะรู้สึกยังไง

“หนูทำแบบนี้อีกแล้วนะนินิว”

“หนูทำอะไรคะ” เอาอีกแล้ว... เหี้ยโฬม หาเรื่องเมียตัวเองเพราะผมอีกตามเคย

“ก็หนูแคร์ไอ้เจค”

“พี่เจคเป็นเพื่อนพี่โฬมนะคะ ที่สำคัญพี่เจคก็เหมือนพี่ชายของหนู”

“แต่เมื่อก่อนหนูเคยหวั่นไหวกับมันอะ!” ไอ้โฬมตวาดใส่ผมพลางมองหน้านิ่งๆ “กูเกลียดมึง”

“ไม่ได้ขอให้ชอบ” ผมตอบแค่นั้นก็ดูดชามะนาวกินหน้าตาเฉย “ช่วยไม่ได้”

“มึงกำลังจะบอกว่าที่เมียกูเคยหวั่นไหวกับมึง เพราะมึงหล่องี้?”

“มั้ง”

“เหี้ยเจค” ทั้งที่มันกับนินิวคู่หมั้นสาวหมั้นกันอย่างเป็นทางการ ใครต่อใครในคณะหรือมหาลัยก็รู้กันหมด ไอ้เวรตะไลเพื่อนตัวดีก็ยังคงหึงผมกับเมียมัน ใช่ ผมเพิ่งจะรู้ว่านินิวเคยหวั่นไหวกับผม หากแต่ว่าผมกลับไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอ ไม่สิ ต้องบอกว่ากับผู้หญิงทุกคนเลยก็ว่าได้ “หนูหวั่นไหวกับเพื่อนพี่ เพราะมันหล่อกว่าพี่ใช่ไหม”

“พี่โฬม” นินิวหลับตาลงถอนหายใจและเรียกชื่อมันเสียงเย็น “ยังไม่หยุด หนูโกรธจริงๆ นะ”

“เอ่อ...” พอเห็นว่าเมียตัวเองเอาจริง มันก็กระพริบตาถี่รัวพลางเสมองผมที่ยักไหล่ไหว ไม่ต้องมาขอความเห็นเลยผมไม่มีทางช่วยมันแน่นอน สมน้ำหน้านะนิสัยชอบแกล้งเมียตัวเองและสุดท้ายก็มาโดนโกรธทีหลัง มันทำตัวเอง ผมไม่เกี่ยวด้วยเลยแม้แต่นิด “อะ โอเค เรื่องมันผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วกันไป”

“หึ” ผมยกยิ้มมุมปากก่อนจะเหลือบมองร่างสูงของใครอีกคนที่สวมเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูเหมือนกัน เดินพ่นควันบุหรี่มาแต่ไกล พอมาถึงโต๊ะประจำก็ทิ้งตัวลงนั่งยกเท้าพาดบนโต๊ะจนไอ้โฬมเอากล่องแซนวิชหลบแทบไม่ทัน

“สัตว์เกียร์ ของแดก”

“กินมั้ง”

“น้องปั้นหยาไม่ทำให้แดกหรือไง” ไอ้โฬมคือตั้งแต่มีเมียก็หวงของกินจากเมียตัวเองมากจนผมกลอกตาขึ้นบน

“น้องไปค้างกับปลายฟ้าที่ร้านเจ๊นัตตี้”

“อ๋อ ถึงว่า... เมื่อคืนทักชวนกูไปผับ LC” ขมวดคิ้วสบตากับไอ้เกียร์ที่คีบบุหรี่ออกจากปาก เพราะนินิวเป็นฝ่ายดันแซนวิชจากมือไอ้โฬมให้มัน “เผอิญว่ากูไม่ว่างไง กำลังสร้างครอบครัวกับเมียอยู่”

“พี่โฬม” นินิวตีมือลงบนท่อนแขนแกร่งพลางมองหน้าผมกับไอ้เกียร์ เห็นถึงแก้มนวลแดงระเรื่อราวกับลูกมะเขือเทศ “นะ หนูไปหาเพื่อนแล้ว เอาไปเลย!”

“เขินอะไรของหนู พี่หมายถึงเราสร้างครอบครัวกันจริงๆ ไม่ใช่เหรอ เล่นเกมกันน่ะ”

“พี่โฬม!”

“เมียพี่แอบทะลึ่งนะเนี่ย” ไอ้โฬมเอื้อมมือไปจี้เอวนินิวที่หันมาตีมือมันอีกรอบ ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวไปไกล ทิ้งไว้แค่เสียงหัวเราะของไอ้โฬมและใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ก็นับตั้งแต่มีเมียมันก็ไม่ได้เล่นพนันเลย ยกเว้นพนันรถที่นินิวให้ได้ นอกนั้นคือห้ามเด็ดขาดไอ้โฬมเองก็แลดูสดใสมากขึ้นด้วยนะ จากผู้ชายที่คิดว่าคงหาเมียได้ยาก

หมั้นนำหน้าไอ้เกียร์ไปแล้วไง...

“แล้วห้องเป็นไง” ผมดูดชามะนาวจนเกือบหมดแก้วเสมองไอ้เกียร์ที่กัดแซนวิชเข้าปาก

“ดี” ตอบแค่นั้น ปกติของผมนั่นแหละพวกมันเข้าใจนิสัยของผมดีว่าพูดน้อยและขี้เกียจพูดมากแค่ไหน ขยับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หินอ่อนยกมือปิดปากเพื่อหาวออกมา รู้สึกง่วงนอนตลอดเวลาเลยแหะ “พอไปได้”

“แข่งรถชนะทุกรอบ มีเงินเยอะกว่ากูอีกมั้ง” ไอ้โฬมเบ้ปากใส่ผมพลางหยิบแก้วกาแฟเย็นขึ้นมาดูด “สบายเลยดิ ไม่ต้องพึ่งพาเงินคุณลุงแล้ว จะตัดบัตรไม่ให้รถขับ แล้วไงไม่ได้แคร์”

“อือ”

“หายนานขนาดนี้ จะดีเหรอ” คำถามนี้เป็นของไอ้เกียร์ที่ทำให้ผมกำแก้วชามะนาวในมือ คงดีสำหรับเขานั่นแหละและมันก็ดีสำหรับผมด้วยที่จะได้ไม่ต้องทนให้ถูกเหยียบย่ำจนแทบจะไม่ใช่คน “บางเรื่องเล่าสู่กันฟังได้”

“...” ผมเข้าใจถึงความหมายที่ไอ้เกียร์ต้องการจะสื่อ หากแต่ว่าผมไม่ได้พร้อมจะเล่าไง ดังนั้นจึงลอบมองใบหน้าของเพื่อนทั้งสองที่ถึงแม้จะไม่ได้กดดัน ก็พยายามบอกเสมอว่ามีอะไรควรคุยกันไม่ใช่ปิดกั้น

“เข้าใจปะ ใครทำเหี้ยไรให้บอก ไม่สิ บอกแค่กูพออย่าบอกไอ้เกียร์”

“ทำไม?”

“กล้าพูดนะไอ้เวร กูไม่อยากเห็นภาพมึงตอนนั้นไง” ไอ้โฬมคงจะหมายถึงตอนที่ไอ้เกียร์รุมยำไอ้แฟนเก่าของปั้นหยา บางทีมันอาจจะเป็นเหตุผลที่ผมไม่อยากเล่าเรื่องที่เจอภายในครอบครัวตัวเองให้ไอ้เกียร์ฟัง ถึงผมจะหยุดมันได้... ใช่ว่าจะหยุดได้ตลอดนี่นา สำหรับมันใครทำให้รู้สึกหงุดหงิดหรือมาทำให้คนข้างกายต้องเจ็บปวด มันแทบจะไม่สนใจอะไรเลยด้วยซ้ำ แม้กระทั่งตัวของพ่อแม่มันเองก็ตาม “ก่อนหน้านั้นกูก็เจอน้องอัญชันด้วย”

อัญชันเหรอ

“น้องถามหามึง บอกว่าคุณลุงเป็นห่วงมึงมากที่หนีหายออกจากบ้านไปหลายเดือน” ชื่อของคนอีกหนึ่งคนที่ทำให้ผมอยากหนีออกจากบ้านหลังนั้นให้เสียพ้นๆ และไม่อยากเจอกับเธอด้วย “กูถามจริงนะ มึงกับอัญชัน...”

“ไม่มีอะไร”

“แต่น้องเหมือนมีนะ” ไอ้โฬมถามย้ำ

“บอกว่าไม่มีก็ไม่มี” พอเห็นว่าผมเริ่มขึ้นเสียงไอ้โฬมก็ถอนหายใจเสมองไอ้เกียร์

“โอเค”

“ไม่ได้บอกใช่ไหม”

“ถ้ากูบอก ป่านนี้มึงคงด่าหัวกูแล้วล่ะ” หมายถึงบอกที่อยู่ของผมให้กับอัญชันรู้นั่นแหละ เป็นเรื่องเดียวที่ไม่อยากให้เธอรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน มันไม่ปลอดภัยสำหรับตัวของเธอและรวมไปถึงผมด้วย “เออ!”

“ตกใจหมด” ไอ้เกียร์กำลังพิมพ์ข้อความคุยกับเมียตกใจเกือบทำมือถือร่วงที่ไอ้โฬมแผดเสียงขึ้นมา “อะไร”

“มีใครเคยกินคุกกี้จากสนามแข่งปะ”

“คุกกี้” ผมเลิกคิ้วถามไอ้โฬมที่พยักหน้ารับ

“แม่งโคตรอร่อย! นินิวซื้อมากิน แบ่งให้กูกินด้วย มันอร่อยมากราคาก็ถูก”

“อ้อ” ไอ้เกียร์ลากเสียงยาวพลางเอามือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกง “เด็กหญิงกับเด็กชายมาขาย”

“ถูก น้องทำเองด้วยนะ นินิวถามอะทำหน้าแบบนี้ยังไม่เคยแดกใช่ปะไอ้เจค” ผมส่ายหน้าไปมา ปกติผมเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบกินของพวกนี้สักเท่าไหร่ “ลองดู”

“ไม่ชอบ”

“ไม่ลองมึงจะรู้เหรอ” ไอ้โฬมกลอกตาขึ้นบนพลางถอนหายใจอย่างหงุดหงิด “บางสิ่งบางอย่างก็ต้องลองก่อน ถึงจะรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ”

“...”

“ยังไม่ลองแล้วบอกว่าไม่ชอบ ระวังจะพลาดของดีๆ ไอ้เวร!”

ของบางอย่างมันไม่จำเป็นต้องลองแล้วถึงจะชอบ ในเมื่อถ้าไม่ชอบจะต้องลองให้เสียเวลาทำไมกันล่ะ ผมได้แต่ตอบไอ้โฬมในใจเพียงแค่ไม่อยากคุยกับมันให้ยืดยาว คว้าซองบุหรี่มาร์โบโล่ เมนทอลแบบเดียวกับของไอ้เกียร์ขึ้นมาสูบ ปกติผมมักจะสูบไม่บ่อยเหมือนไอ้เกียร์กับไอ้โฬม มักจะสูบเวลาที่อยากสูบเท่านั้น

“แล้วหาของเจอหรือยัง”

“ไม่เจอ”

“คงจะเจอหรอกนะ ผ่านมาตั้งแต่ปีกว่าละ” ไอ้โฬมปิดท้าย ของที่ว่าคือของสำคัญที่ทำหล่นหายไปเมื่อหนึ่งปีก่อน “เอาไงล่ะมึง”

“พลิกสนามหาก็ไม่เจอ” ผมใช้เวลาตลอดครึ่งปีเพื่อตามหาของสำคัญ ทว่ามันกลับหายสาบสูญไปก็เลยทำให้ผมหมดหวังจะตามหามัน ในเมื่อมันหายไปแล้วก็คงต้องช่างมันนั่นแหละ

“เสียดายแทนว่ะ ไม่น่าสะเพร่าเลย”

“ช่างเถอะ”

บอกปัดไอ้โฬม ถึงจะเสียใจเพราะมันเป็นของสำคัญมากๆ ในชีวิตของผม แต่ผมก็คงทำอะไรมากไม่ได้เพราะต่อให้ไปแจ้งความของหายมีรูปภาพก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ขนาดที่ว่าผมระดมคนในสนามแข่งรถมาช่วยกันหามันก็ยังไม่เจอเลย ดังนั้นของบางอย่างถ้าหากมันหลุดมือไปแล้วก็คงไม่สามารถวนกลับมาอยู่ที่เดิมได้หรอก

ผมพยายามแล้วไม่ใช่ว่าไม่ได้พยายามนะ ในเมื่อลองได้พยายามแล้วสุดท้ายมันไม่ได้ผล... ผมก็ต้องปล่อยมันไป แม้ลึกๆ จะเสียดายจนมาถึงทุกวันนี้ก็ตาม

[50%]

*----------------------------------------------------*

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
27 Bab
วิศวะไร้รัก :: INTRO [50%]
Jake Lack วิศวะไร้รักBecause in his heart There was never room for our stories.เพราะในใจของเขาไม่เคยมีพื้นที่ให้กับเรื่องราวของเราเลย‘จำเอาไว้นะลูก ถ้าลูกไม่อยากได้ยินหรือไม่อยากฟังอะไร แค่ลูกหลับตาเรื่องทุกอย่างที่ลูกได้ยินก็จะเป็นเพียงแค่ความฝันยามที่ลูกหลับ’‘จริงเหรอฮะ’‘จริงสิลูก มาหนุนตักแม่มา แม่จะกล่อมให้ลูกนอนเองนะ’ศีรษะเล็กเอนหนุนตักของผู้เป็นแม่ ขณะเงยหน้ามองใบหน้าสวยหวานหากแต่ว่ากลับถูกเติมเต็มไปด้วยแววตาที่เศร้าหมอง ทว่ารอยยิ้มของผู้ให้กำเนิดยังคงสดใสทุกครั้งที่มองมา สัมผัสจากมือที่อบอุ่นลูบไล้ศีรษะและขับขานบรรเลงเพลงกล่อมเพื่อกลบเกลื่อนเสียงอะไรก็ตามแต่ที่เข้ามาในโสตประสาทของเด็กน้อยวัยเพียงแค่สิบขวบ ใช่ว่าจะไม่รู้ประสีประสาอะไร ถ้อยคำมากมายที่เต็มไปด้วยคำโสมมทะลุผ่านห้องนอนและใช่ แค่เพียงได้มองใบหน้าสวย มองริมฝีปากบางที่ขยับขึ้นลงเพื่อร้องเพลงกล่อมให้หันมาโฟกัสแค่ผู้เป็นแม่ ที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของลูกชายตัวน้อย‘เพียงแค่ลูกนึกถึงแม่ จดจำเพลงกล่อมของแม่เอาไว้เวลาที่ลูกอยากจะหนีจากโลกภายนอก แม่จะอยู่ข้างๆ ลูกเสมอ’‘ผมรักแม่ฮะ’‘แม่ก็รักลูก รักมากที่สุดในชีวิต
Baca selengkapnya
วิศวะไร้รัก :: INTRO [100%]
สนามแข่งรถเถื่อนพัทยา เวลา 18.48 น.เสียงเครื่องยนต์รถดังกึกก้องไปทั่วห้องสนามพร้อมเสียงเชียร์จากผู้คนที่หลั่งไหลกันเข้ามาอยู่บนอัฒจันทร์ขนาดใหญ่ยักษ์ ด้วยเพราะเป็นสนามแข่งรถเถื่อนทำให้การก่อตั้งที่นี่จะค่อนข้างเป็นที่ลับตาคนและอยู่ค่อนข้างลึกพอควร เหมือนกับอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร ดังนั้นน้อยคนที่จะรู้จักที่แห่งนี้นอกจากบอกกันปากต่อปาก ที่นี่ไม่เคยถูกสั่งปิดด้วยเพราะเจ้าของอย่างพี่เต้มีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่มากพอ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ได้แข่งขันมาตลอดสามปีเต็มหรอก ถ้าหากจะต้องถูกสั่งปิดนะ“พวกมึงสองตัวต้องชนะ เค?” ไอ้โฬมวางมือลงบนบ่าผมและหันไปมองไอ้เกียร์ที่สวมถุงมือสำหรับแข่งขันแบบทางเรียบ เป็นการแข่งขันที่มันถนัดมากที่สุดและไม่เคยมีใครโค่นมันได้นอกจากตัวของมันเอง แพ้ครั้งแรกก็เพราะเมียโบกธงผิดส่วนผมน่ะเหรอ... ขี้เกียจก็คือปล่อยเบลอ ทว่าตอนนี้ขี้เกียจไม่ได้ ผมจำเป็นต้องแข่งรถเพื่อหาเงินมาเช่าห้องและเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวันหลังจากทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาหนีออกจากบ้าน ถูกตัดเงินทุกช่องทางแม้กระทั่งรถเองก็ไม่มีขับ จะได้อนิสงค์จากเฮียใจ๋เจ้าของอู่รถคนดังมาขับเพราะสร้างเม็ดเงินให้เข
Baca selengkapnya
วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 1 รุ่นพี่วิศวะโยธา [30%]
Jake Lack #1รุ่นพี่วิศวะโยธาฯ“ยาย!”“จะตะโกนแหกปากลั่นห้องทำไมไอ้ตัง”“หาเสื้อนักเรียนไม่เจอ ยายเอาไว้ไหนอะ”“ในตู้ไง ไม่แหกตาดูก่อนเล่า ไอ้เด็กคนนี้” ร่างสูงของเด็กหนุ่มวัย 18 ปี ทำหน้าบูดบึ้งและหมุนตัวกลับเข้าไปในบ้านต่อ ส่วนฉันก็หันมาสบตากับยายนวลวัย 73 ปี กำลังนั่งเตรียมของสำหรับทำขายในช่วงเช้าของวันที่หน้าห้องเช่า สถานที่ตรงนี้ค่อนข้างพลุ่กพล่าน เนื่องจากมีคนทำมาหากินหาเช้ากินค่ำเดินออกไม่เว้นแต่ละวัน ยายนวลจึงคิดไอเดียขึ้นมาว่าขายข้าวแกงตอนเช้าได้เงินและช่วงบ่ายจะเตรียมอุปกรณ์ทำคุกกี้เอาไว้เพื่อรอฉันกลับจากเรียนมาอบเอาไปขายช่วงค่ำที่สนามแข่ง “ปวดหัวกับมันทุกวันไอ้หลานเวร”“วันนี้หนูเลิกเรียนบ่ายสองจะรีบกลับมาอบคุกกี้นะยาย”“เอาจริงนะ น่าจะลองติดต่อส่งคุกกี้ไปวางขายตามร้านกาแฟดีกว่าหิ้วไปขายไกลตั้งพัทยานะเพลิน”“ใครเขาจะรับของเรากันล่ะยาย” ฉันตอบยายพลางถอนหายใจเอาจานข้าวไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่รอนั่งกิน จากนั้นก็ปลดผ้ากันเปื้อนออกเตรียมตัวไปเรียนช่วงสิบโมง “ร้านเขาก็ต้องมีวัตถุดิบที่เลอเลิศ เอาของเราไปมีหวังคงขายไม่ออก”“แต่เราก็ขายถูกกว่าร้านนะ ไม่แน่หรอก” ยายนวลบ่นพลางเอาฝาปิด
Baca selengkapnya
วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 1 รุ่นพี่วิศวะโยธา [70%]
ตูมจังหวะที่ตัวตะกวดมันตกใจเสียงกรีดร้องของฉันก็วิ่งลงบึงไปทันทีและฉันก็ทิ้งตัวลงนั่งฟุบลงบนพื้นหญ้าที่ถูกตัดจนเกรียนพลางยกมือทาบทับตำแหน่งหน้าอกด้านซ้าย เนื่องจากหัวใจเต้นแรงจากความตื่นกลัวและรวมไปถึงการลากผู้ชายที่ตัวโตกว่าฉันประมาณร้อยเท่าได้ เขาลุกขึ้นนั่งจึงลอบมองแผ่นหลังกว้างซึ่งเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูเต็มไปด้วยเศษใบไม้และหญ้าเขียวๆ ที่ขูดเป็นรอยทาง หนำซ้ำเขายังเอามือแตะตรงบริเวณหลังรวมไปถึงช่วงเอวพลางหันมามองฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“ยุ่ง”“หนูช่วยพี่นะ ไม่งั้นโดนไอ้ตัวเหี้ยนั่นแดกไปแล้ว!” เถียงเขากลับคอเป็นเอ็น หอบหายใจหนัก น้ำ... ฉันต้องการน้ำ!“มันมีชื่อ”“ห๊า?” อะไรนะ ฉันฟังไม่ผิดใช่ปะเนี่ย “พี่จะบอกว่า...”“มันชื่อโจ๊ก” มีคนบ้าที่ไหนสนิทกับตัวตะกวดและตั้งชื่อให้มันว่าโจ๊ก ใช่ ฉันเพิ่งจะเคยเจอเนี่ยล่ะ เขาหล่อมากแต่ไม่น่าเลยจริงๆ ไม่น่าเป็นบ้าอะ “เดินผ่านไปก็จบ”“หนูจะรู้ไหม”“หนวกหู” เอานิ้วแคะที่หูตัวเอง ก่อนจะหันมามองฉัน คุณพระ! เขาหล่อจริงๆ ด้วย ตอนหลับเมื่อกี้ก็ว่าหล่อแล้วนะตอนนี้ก็คือหล่อแบบล้านเท่าเลย สายตาคมดุดันจดจ้องมองมาเล่นเอาร่างกายของฉันร้อนผะผ่าว นัยน์ตาคมสีดำสน
Baca selengkapnya
วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 1 รุ่นพี่วิศวะโยธา [100%]
“โอ๊ย ทำไมมันซวยแบบนี้วะเนี่ย” ลืมคืนให้เขาได้ไงกัน ประเด็นคือจะให้วิ่งกลับไปคืนทั้งที่วิ่งหนีเขามาเนี่ยนะ อยากจะบ้าตายของแท้เลยพรนับพัน! วันนี้ยังไม่ใช่วันที่ฉันจะต้องเอาเสื้อช้อปไปคืนเขาฉะนั้นขอยัดเก็บลงกระเป๋าสะพายผ้าสีเทาของตัวเองก่อนก็แล้วกันหมับ“กรี๊ด!”“กรี๊ดทำบ้าอะไรวะเพิร์ล ฉันเองเว้ย” วันนี้ฉันตกใจมากี่รอบแล้ววะเนี่ย เหมือนคนมีชนักติดหลังเลยอะ เพราะกลัวว่ารุ่นพี่วิศวะคนนั้นจะตามมาลากฉันไปกระทืบหรือไม่ก็อาจจะจับฉันโยนลงบึงให้ไอ้โจ๊กเพื่อนสนิทเขาแทะกินเนื้อฉันอะดิ“ตกใจหมด มาไม่ให้สุ่มให้เสียงนะเมือง!” จู่ๆ ก็เอามือมาตบบ่ากันขนาดนี้ก็ต้องตกใจปะ“กลายเป็นสาวขวัญอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ก่อน” ฉันแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทนามว่าหนุ่มเมืองเหนือ ใช่ ก็เมืองเป็นหนุ่มเมืองเหนือจริงๆ นี่นา หล่อตี๋และหน้าตาดีมากแต่ปัญญาอ่อนสุด หมอนี่เป็นเพื่อนกับฉันตั้งแต่เริ่มทำกิจกรรมรับน้องและละลายพฤติกรรมก่อนมหาลัยเปิดซะอีก“พวกแกยืนทำบ้าอะไรกันวะ มานั่งดิ” เสียงเล็กแหลมตะโกนโหวกเหวกโวยวายจนนักศึกษาคนอื่นมองพวกเราราวกับเป็นตัวตลก ถามจริงมีใครสติดีบ้างปะระหว่างฉัน เมืองและตาลเพื่อนสาวสุดแสบ “แกเอาของไปส่งใ
Baca selengkapnya
วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 2 เจคแลค [50%]
Jake Lack #2เจคแลค“นั่นเอ็งเอาเสื้อใครมาน่ะเพลิน”“อ๋อ” หันไปสบตากับยายนวลเมื่อเห็นว่าฉันเอาเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูออกจากกระเป๋าผ้า แขวนไว้ตรงขอบจับประตูตู้เสื้อผ้า ภายในห้องเช่ามันไม่ได้แคบมากขนาดนั้นนะ เพราะพื้นที่หลังบ้านกว้างขวางพอที่จะเป็นโซนสำหรับอบคุกกี้กับทำขนมหรืออาหารขาย ส่วนภายในจะมีห้องสองห้องและยายนวลยกห้องนอนให้ฉันกับไอ้ตัง ส่วนยายนวลจะนอนบนเตียงไม้ตัวยาวที่ลุงต๋องซื้อไว้ให้มีผ้าปูรองทับอีกที คนแก่อะนะชอบนอนที่เปิดโล่งและยิ่งนอนตรงหน้าทีวีด้วยแล้วบางวันเปิดประตูออกมาเห็นยายนวลนอนหลับเปิดทีวีไว้ พอจะปิดก็ลืมตาบอก ‘ข้าดูอยู่ จะปิดทำไม’ เอิ่ม พูดมาได้ว่าดูจริงๆ ให้ทีวีดูตัวเองเสียมากกว่าล่ะมั้ง ส่วนลุงต๋องพ่อของไอ้ตังท่านมีอาชีพขับรถบรรทุกส่งของทั่วจังหวัดไปทีก็เป็นอาทิตย์“ไอ้อ๋อน่ะใคร” ยายนวลเท้าเอว เมื่อส่งเสื้อนักศึกษาที่รีดให้จนเรียบส่งมาให้ฉันในห้องนอนที่มีแค่เตียงนอนสำหรับนอนคนเดียวกับโต๊ะทำงานตรงมุมห้อง “เสื้อตัวใหญ่ยังกับยักษ์”“เสื้อรุ่นพี่น่ะยาย”“รุ่นพี่เรอะ” จะให้อธิบายยังไงยายก็คงไม่เข้าใจ “เขาฝากไว้ พรุ่งนี้เอาไปคืน”“เดี๋ยวออกไปกินข้าวได้แล้ว”“จ้า”ฉันขาน
Baca selengkapnya
วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 2 เจคแลค [100%]
“เอ่อ...” ทำไมไม่ต่อประโยคให้มันจบในประโยคเดียวด้วยอะ เขาจะประยัดคำพูดอะไรขนาดนั้น“ไปหยิบมา” พูดจบก็ลุกขึ้นยืนเดินสวนฉันมาไปนั่งบนเก้าอี้หินอ่อนพลางยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะ ฉันย่นจมูกปากก็บ่นเขาขมุบขมิบไม่ให้ได้ยินว่าฉันบ่นอะไร เดินกระแทกเท้าไปคว้าเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูยื่นให้แบบขอไปที“นี่ค่ะ”“ส่งดีๆ”“แล้วหนูส่งไม่ดีตรงไหนอะ”“ไร้มารยาท”“พี่!” ฉันขึ้นเสียงใส่เขาก็นะปกติคือไม่พอใจอะไรก็จะทำตัวไม่ดีสักเท่าไหร่ และพอเห็นแววตาคมที่จดจ้องมองมาปุ๊บทำให้เด็กดื้อที่แก่นกะโหลกอย่างฉัน ถึงกับหงอเป็นหมาหงอยเลย ทำไมต้องจ๋องเป็นหมาด้วยเนี่ยเพิร์ล พี่เขาก็แค่คนอื่นปะ ฉันย่อตัวลงเล็กน้อยพลางเอาเสื้อช้อปวางบนมือทั้งสองและยื่นไปตรงหน้าเขา “เสื้อค่ะคุณพี่”“หึ” เขาถึงกับหลุดขำในลำคอที่ได้ฟังฉันประชดประชัน“พอใจไหมคะคุณพี่ขา~” ลากเสียงยาวจนรุ่นพี่คนนี้หยิบเสื้อช้อปของตัวเองจากมือฉันไป“ขี้ขโมย”“หนูไม่ได้ขโมยสักหน่อย พี่นั่นแหละโยนใส่หน้าหนูเอง” คนมันรีบชิ่งหนีไงก็เลยลืม ฉันจะต้องขโมยเสื้อของเขาไปทำไมกัน ฉันไม่ได้มีนิสัยแบบนั้นนะมากล่าวหากันแบบนี้ฉันไม่เอาเรื่องก็ดีแค่ไหนแล้ว โธ่ “หนูไปได้ยังคะคุณพี่”ก
Baca selengkapnya
วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 3 คุกกี้เสี่ยงทายหรือเสี่ยงตาย [50%]
Jake Lack #3คุกกี้เสี่ยงทายหรือเสี่ยงตาย“พี่...”“รู้จักเจคแลคหรือไง” ไอ้ตังคว้าข้อมือฉันและเขย่าแรงๆ จนศีรษะสั่นโยนไปตามแรง“พอแล้ว หัวจะหลุดแล้วเว้ย!”“ช็อกทำไมอะ รู้จักเจคแลคเหรอ”“เปล่า” ก็เพิ่งจะรู้ว่าพี่ชายเจ้าโจ๊กตัวตึงคณะวิศวกรรมศาสตร์คือนักแข่งรถประเภทดริฟท์ที่ชนะทุกการแข่ง เป็นคนเดียวที่ไอ้ตังบ่นยับว่าแพ้บ้างอะไรบ้างก็ได้ เห็นว่าเมื่อก่อนซิลเวอร์ที่ไอ้ตังเชียร์ชนะเสมอเพราะเจคแลคมักจะไม่ค่อยเก่งแพ้ตลอด ระยะหลังมานี้เจคแลคชนะถี่ขึ้นจนไอ้ตังแอบเซ็ง “ไปขายของต่อเถอะ จะได้กลับบ้านกัน”“อือ”ถึงไอ้ตังจะแอบเซ็งก็ที่เจคแลคชนะ มันก็ใจดีสู้เสือไปขายของต่อให้หมดอีกสิบนาทีค่อยเจอกันที่หลังอัฒจันทร์ ฉันลอบมองรุ่นพี่วิศวะที่เดินตรงเข้าไปในห้องโถง พอลับตาฉันก็หันกลับมาเดินเร่ขายคุกกี้ที่เหลืออยู่ประมาณสามห่อได้ พอคิดว่าคงไม่มีใครซื้อกินแล้วจึงพาตัวเองลงบันไดไปด้านหลังอัฒจันทร์ตุ้บ“ขอโทษครับ” จู่ๆ ตอนเดินเลี้ยวกำลังจะออกไปข้างนอกก็เดินชนเข้ากับแผงอกของใครบางคน แน่นอนว่ากลิ่นหอมจากเสื้อที่สวมใส่เล่นเอาตะกร้าสแตนเลสในมือร่วงบนพื้น ฉันย่อตัวหยิบคุกกี้ที่กระเด็นออกจากตะกร้าใส่ไปและอีกหนึ่งห
Baca selengkapnya
วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 3 คุกกี้เสี่ยงทายหรือเสี่ยงตาย [100%]
ไอ้ตังอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงขาดห้วง ส่วนฉันเองก็หยุดดีดดิ้นและนิ่งค้างไปแปบหนึ่งเมื่อรถของรุ่นพี่วิศวะหรือเจคแลคจอดรถทันทีที่ตะกร้าสแตนเลสปลิวหลุดออกจากมือ มันไม่น่าจะปลิวไปไกลขนาดที่ว่า... ปักโดนกระจกรถด้านหลังของเขาจนฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ยิ่งไปกว่านั้นรถของพี่เขาจอดกึกกระทั่งร่างสูงเปิดประตูรถลงมามองตะกร้าสแตนเลส“ขะ ขึ้นรถไอ้ตัง”“อะไรนะ”“บอกให้ขึ้นรถไงโว้ย!”ตะโกนให้ไอ้ตังที่ยืนเอ๋ออยู่ขึ้นรถและสตาร์ทขับออกไปทันทีโดยไม่สนใจว่ายางมันจะแบนหรือถูกบดจนพัง ฉันสนแค่ว่าตอนนี้ตัวเองต้องหนีไปให้เร็วที่สุด จึงเหยียบคันเร่งรถขับผ่านรุ่นพี่วิศวะที่ยืนหยิบตะกร้าสแตนเลสออกพร้อมชิ้นคุกกี้ที่ติดลอยไปด้วย เขาเหลือบมองฉันผ่านกระจกรถที่หวังขับหนีโดยเร็วที่สุด สายตาก็มองกระจกหลังไปด้วยจึงเห็นว่ารุ่นพี่ไม่ได้ขับรถตามจี้มา“เพิร์ล เธอทำบ้าอะไรวะ รถแพงนะเว้ย”“ถึงต้องหนีไง”“เวรเอ๋ย! กระจกรถหรูๆ แม่งแพงจนขายของเป็นปีก็หามาใช้เขาไม่ได้นะ”“เลิกโวยวายสักทีได้ปะ ฉันกำลังใช้สมาธิ” ในการบังคับรถที่ยางมันบดจนรถเซไปเซมาจนลงข้างทางอยู่แล้ว แค่คิดว่าขับออกมาได้ไกลพอควรจึงหักเลี้ยวรถจอดพลางพ่นลมออกทางริมฝี
Baca selengkapnya
วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 4 รับผิดชอบ [50%]
Jake Lack #4รับผิดชอบสิ่งที่คิดว่าเป็นเพียงความฝันมันเกิดขึ้นจริงยังไงทุกคน! พอตื่นเช้ามาทำแซนวิชที่จะเอาไปส่งตามออร์เดอร์ ฉันก็นั่งห่อเหี่ยวใจกว่าเดิมเสียอีก เรื่องที่ฉันทำมันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถลืมมันไปได้เลยสักนิด พอช่วยยายนวลทำข้าวแกงเสร็จตอนเช้ามืด ฉันก็เข้ามาทำแซนวิชปูอัดมายองเนสกับทูน่าโดยใช้ขนมปังโฮสวีทแบบตัดขอบเพราะลูกค้าชอบมากและมีแบบบางคนที่ชอบขอบก็มีเหมือนกันนะวันนี้ต้องไปคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้วย เขาก็คงจะนอนที่บึงตามเคยนั่นแหละ ส่งของปุ๊บก็ต้องรีบชิ่งออกมาทันที ซ้อมหาทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องเจอหน้ารุ่นพี่อีกไง“ทำบ้าอะไร” น้ำเสียงเข้มแหบพร่าของไอ้ตังทำให้ฉันหันไปมองร่างสูงที่เปลือยท่อนบน เดินงัวเงียยกมือเกาศีรษะมีผ้าขนหนูสีขาวพาดบ่า เอิ่ม หุ่นไอ้ตังมันเพอร์เฟกเวอร์ นักกีฬาบาสอะนะต้องแข็งแรงตลอดเวลา ถึงจะเห็นหุ่นมันบ่อยจนชินตาแต่ระยะหลังมานี้ไม่ชินสักที พอมันเห็นว่าฉันยืนทำท่าตามในหัวเพื่อหนีรุ่นพี่ มันก็ยกมือปิดหน้าอกตัวเอง “มองอะไรวะ”“ฉันจะฟ้องยาย”“อะไร?”“แกไปแอบสัก”“อย่านะเว้ย” ไอ้ตังรีบวิ่งมาตะครุบตัวฉันพลางยกมือแตะริมฝีปากตัวเอง “ถ้าเธอบอก ฉันก็จะฟ้อง”
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status