LOGINพระเอกอยากได้นางเอกมาเป็นของเล่นชั่วคราว จึงไปทำดีกับนางเอก หลอกให้นางเอกตายใจและหลงรัก พอได้สมใจแล้ว พระเอกก็ทิ้งนางเอก นางเอกเสียใจมาก และความโกรธนั้นก็กลับกลายเป็นความแค้น… —- ใครกันแน่ที่ติดกับ! “อย่ามาเสือกเรื่องของฉัน!” “ฉันจะเสือก!” “เหรอ นายมีสิทธิ์อะไรไม่ทราบ เราเป็นอะไรกันเหรอ?” “ฉันเป็นผัวเธอไง!” “ก็แค่ผัวเก่า!” เพราะความโง่ เธอถึงติดกับดักคนเลวจนต้องเจ็บเจียนตาย แต่ควายโง่ๆ เป็นครั้งเดียวก็เกินพอ! “โอ๊ย!” “คิดจะหนีไปไหน แล้วจะไปทั้งแก้ผ้าล่อนจ้อนแบบนี้อ่ะเหรอ นี่อ่ะเหรอที่บอกว่าจะเก่งขึ้น หึ ควายขึ้นต่างหาก!” “นายนั่นแหละควาย!” “หึ แต่ปากอ่ะเก่งจริง ฉันยอมรับเลยว่ะ งั้นก็ช่วยเก่งให้ตลอดด้วยนะ ครางให้เก่งเหมือนเวลาด่าด้วยนะแม่ง!” สวบบ!!
View MoreATLAS UNIVERSITY
@FACAUTY OF ENGINEERING “ใช่ห้องนี้มั้ยนะ” ฉันพึมพำกับตัวเองอย่างไม่ค่อยแน่ใจ ตาก็หันมองห้องสลับกับตารางเรียนในโทรศัพท์ในมือหลายรอบมาก กลัวจะผิดน่ะ แต่จากที่มองอยู่หลายรอบ ฉันคิดว่าใช่แหละ งั้นเข้าไปเลยแล้วกัน ฉันย้ายมาจากม.อื่นน่ะ ตอนแรกก็เรียนวิศวะโยธานี่แหละ แต่เรียนอยู่ต่างจังหวัด แต่พ่อแม่ต้องย้ายมาทำงานที่นี่ ฉันก็เลยอยากย้ายตามมาด้วย โชคดีที่ย้ายได้ ทั้งๆที่มันเป็นกลางๆเทอมแล้ว จริงสิ ฉันชื่อโมนานะ เรียกสั้นๆว่าโมก็ได้ เรียนวิศวะโยธาปีสามแล้วล่ะ ถามว่าทำไมถึงเรียนวิศวะโยธาน่ะเหรอ ทั้งๆที่สาขานี้ ส่วนใหญ่ผู้ชายเขาเรียนกัน ก็นะ ฉันชอบเป็นการส่วนตัวตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ ตอนนั้นฉันดูซีรี่ส์เรื่องนึง นางเอกเรียนวิศวะโยธา เห็นแล้วมันคือดีอ่ะ ทำอะไรๆได้ตั้งหลายอย่าง เท่ห์มากด้วย ฉันก็เลยตัดสินใจแน่วแน่ตั้งแต่ตอนนั้น ว่าจะเรียนวิศวะโยธา ถึงแม้ว่าดูทรงฉันแล้ว มันจะไม่ค่อยให้กับการเรียนวิศวะโยธาก็เถอะ เพราะฉันไม่ได้ดูเป็นหญิงแกร่งที่พึ่งพาได้อย่างกับผู้ชายหรอก ตรงกันข้าม ฉันดูเหมือนยัยแว่นจอมซื่อบื้อที่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นมากกว่า แบบว่าฉันสายตาสั้นน่ะ เลยต้องใส่แว่น แล้วฉันก็พูดไม่ค่อยเก่งด้วย เลยไม่ค่อยกล้าเข้าหาใคร กลัวเผลอไปพูดหรือทำอะไรที่น่าขายหน้าใส่เขาเข้าน่ะ เพราะงั้นถ้าเกิดว่าไม่จำเป็นต้องทำงานกลุ่มหรือทำอะไรที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ฉันก็จะไม่ค่อยเข้าหาใคร ส่วนใหญ่จะอยู่กับหนังสือหรือไม่ก็นั่งซ่อมของที่พังแล้วเป็นงานอดิเรก ว่าแล้วก็ขอเอาหนังสือขึ้นมานั่งอ่านหน่อยแล้วกัน เพราะตอนนี้ฉันเข้ามานั่งในห้องได้สักนาทีสองนาทีแล้ว แต่อาจารย์ก็ยังไม่มาน่ะ อาจเพราะฉันเองที่มาก่อนเวลาอ่านหนังสือไปได้สี่ห้าหน้าแล้วล่ะ แต่อาจารย์ก็ยังไม่มา เพราะมันก็ยังไม่ถึงเวลาเรียน อีกห้านาทีน่ะ กว่าจะถึง งั้นฉันอ่านต่อแล้วกัน เดี๋ยวอาจารย์มาค่อยเก็บ^^
“นี่มึง วันนี้ไปดูแก็งค์ซีดีเขาซ้อมบาสกันป้ะ” “แหม ไปสิคะมึง แก็งค์คิงวิศวะเขาซ้อมบาสกันทั้งที กูจะพลาดได้ไง แม่งหล่อน้ำเดินยกเซ็ตขนาดนั้น บอกเลยว่าต่อชีวิตกูได้หลายวัน” “กรี๊ดด อีดอก พูดถูกใจกูสุด เอ๊ะ แต่จะว่าไป วันนี้ซีดีแอ็นด์เดอะแก็งค์เขาจะเข้าเรียนมั้ยนะ กูชักจะรอตอนเย็นไม่ไหวง่ะ อยากให้เข้า เพราะถ้าเข้านะ อร๊ายย คลาสนี้คงจะสดใสขึ้นหลายเท่าเลยอ่าา” “เออจริง กรี๊ดด งั้นกูภาวนาแป๊บ” “กูด้วย” เอิ่ม.. แบบว่าพอฉันทำท่าจะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ จู่ๆเสียงคุยกันของนักศึกษาสองคนที่นั่งอยู่ใกล้ฉันก็ดังขึ้นจนสมาธิของฉันมันกระเจิงไปซะอย่างนั้น กลายเป็นสมาธิของฉันมันไปอยู่ที่เสียงสนทนาพวกนั้นแทน หรือที่เรียกง่ายๆว่าสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านนั่นแหละ ก็ช่วยไม่ได้นี่นา มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ใช่มั้ย ไอ้นิสัยขี้เผือกน่ะ แต่ถึงแม้ว่าหูฉันจะเผือกได้โคตรดีจนเก็บมาได้ทุกคำ แต่ฉันก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่อยู่ดี โดยเฉพาะแก็งค์คิงวิศวะอะไรนั่น ฉันก็ไม่รู้จักหรอก ก็ฉันเพิ่งย้ายมา ผู้ชายที่ถูกพูดถึงนั่นด้วย ถ้ารู้จักก็บ้าแล้ว “ซีดี? ใครกันนะ” แล้วผลของการไม่รู้จัก ฉันก็เลยนั่งพึมพำกับตัวเองพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด แต่ก็นะ พอคิดไปคิดมา ฉันว่าไม่รู้จะคิดไปทำไมว่ามั้ย เพราะไม่ว่าเขาจะเป็นใคร มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันเลยนี่นา คิดไปก็เสียเวลาเปล่าๆ เรื่องไร้สาระ งั้นเลิกคิดแล้วอ่านหนังสือต่อแล้วกัน มีประโยชน์กว่าเยอะเลย:) MONA END“วันนี้เอาไว้แค่นี้ครับนักศึกษา ไว้เจอกันคาบต่อไป สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” เสียงนักศึกษาตอบรับ ก่อนอาจารย์จะเดินออกจากคลาสไป ส่วนฉันยังหรอก แบบว่ายังงงๆที่อาจารย์สอนเมื่อกี้อยู่นิดหน่อย เลยยังนั่งจ้องตัวหนังสือในชีทอยู่เลย “เป็นไรรึเปล่า ไม่เข้าใจตรงไหนเหรอ” ซีดีลุกมาหาฉันที่โต๊ะ ฉันเลยจำต้องละสายตาจากชีทแล้วเงยมองเขา “อ๋อ ติดตรงนี้นิดหน่อยน่ะ” ฉันบอกเขาพร้อมกับชี้ไปที่ตัวหนังสือในชีท “อ๋อ การหาค่าสัมประสิทธิ์ความซึมได้ของดินเหรอ” “อืม เรายังงงๆอยู่นิดหน่อยน่ะ” “งั้นฉันติวให้เอามั้ย” “หืม? จะดีเหรอ เสียเวลานายรึเปล่า” “ไม่เลยสักนิด บอกแล้วไง เรียนด้วยกันก็ต้องช่วยกัน งั้นสรุปว่าตามนี้นะ เดี๋ยวฉันติวให้เธอเอง เอาเป็นเย็นนี้แล้วกัน สักทุ่มนึงโอเคมั้ย” “ทุ่มนึงเหรอ อืม ได้ ขอบใจนะ” “ไม่เป็นไร งั้นทุ่มนึง เธอไปหาฉันที่โรงยิมของคณะแล้วกัน อยู่ติดกับตึกนี้นี่แหละ พอดีฉันมีซ้อมบาสตอนห้าโมงเย็น ใกล้แข่งแล้วน่ะ ช่วงนี้เลยต้องซ้อมถี่” เขาบอกยิ้มๆเหมือนไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก แต่มันก็ทำให้ฉันนึกเกรงใจขึ้นมา “เอ่อ แล้วนายไม่เหนื่อยเหรอ ถ้าซ้อมเสร็จแล้วต้องมาติวให้ฉันอีก ถ้
10 นาทีผ่านไปในที่สุดก็ถึงแล้วล่ะครับ และตอนแรกผมนึกว่าจะเข้าสายแล้วนะ เพราะอย่างที่เห็นว่าเมื่อกี้ผมมัวยืนกัดกับไอ้พวกเหี้ยสี่ตัวนี่อยู่ แต่ปรากฏว่าอาจารย์ยังไม่เข้าว่ะ รอดตัวไปดิ แต่แปลกนะ ทำไมอาจารย์ยังไม่เข้าสอนวะ ทั้งๆที่มันถึงเวลาแล้ว“จารย์ยกคลาสป่ะวะ ไม่เห็นวี่แววเลย” ไอ้เคซีพูดขึ้นมา ก่อนเดินไปนั่งลง“ไม่รู้ว่ะ รถติดมั้ง”ผมตอบในสิ่งที่อาจจะเป็นไปได้ออกไป ก่อนเดินไปนั่งบ้าง ไอ้นายกับไอ้นนท์แล้วก็ไอ้เซนก็เดินมานั่งลงบนเก้าอี้เหมือนๆผม“เออ เย็นนี้กูอาจจะซ้อมได้ไม่นานนะ ลืมบอกพวกมึงไปว่าบุพการีชวนไปกินข้าวที่บ้านว่ะ” จู่ๆผมก็พูดขึ้นมา พอดีเพิ่งนึกออกน่ะครับ ว่าเฮียแบดซ์กับหม่อมแม่เอวาสุดที่รักชวนไปกินข้าวที่บ้าน ผมเลยคงต้องเลิกซ้อมบาสก่อนเวลาสักหน่อย แต่ไม่น่าจะเป็นไรหรอกมั้งครับ ถึงแม้ว่าใกล้จะแข่งแล้วก็เหอะ เพราะก่อนหน้านี้ก็ซ้อมหนักกันมาทุกวัน“เค ตามนั้นว่ะ”“ฝากหวัดดีป๊าม๊าสุดที่รักด้วยละกัน”“บอกว่าพวกกูคิดถึงฝุดๆ”“นั่นดิ คิดถึงในสามโลกเลยว่ะ” ไอ้สี่ตัวบอกยิ้มๆ“เออ เดี๋ยวบอกให้” ผมบอกพวกมันกลับไป ก่อนจะหันไปมองที่ประตู จะดูว่าอาจารย์มารึยังน่ะครับ“หืม?” เอ่อ.. จะดูอาจ
“ไอ้เหี้ยซีดี ไอ้สัส แม่งรอพวกกูด้วยดิ จะรีบเดินไปไหนวะ คลาสแม่งไม่หายหรอก อีกอย่างนึงนะ มึงแม่ง มาเสือกขยันเชี่ยไรเอาวันนี้วะ เห็นทุกทีพวกกูชวนโดด มึงก็เอาด้วยทุกรอบ”“แล้วทำไมวะ ก็วันนี้กูมีอารมณ์ขยัน พวกมึงรีบตามมาเหอะ อย่ามัวแต่แหกปากไอ้สัส” ผมหันไปสวนไอ้เหี้ยเคซีไปสองสามดอกตามสันดานปากปีจอของผมแหละครับ ใครใช้ให้มันบ่นมาก ถามมากอีกต่างหาก จะสงสัยอะไรนักหนา กับการที่วันนี้ผมอยากขยันอ้อใช่! ชื่อซีดีที่ไอ้เวรเคซีมันเรียกอ่ะ ชื่อผมเอง ผมชื่อซีดี ย้ำว่าซีดีนะ อย่าเผลอสับสนกับไอ้เหี้ยเคซีมันล่ะ ถึงชื่อผมจะเสือกคล้ายกับชื่อมันก็เหอะ แต่สันดานผมกับมันไม่ได้เหมือนกันหรอก ผมแม่งปากหมากว่ามันเยอะ รวมถึงสันดานอย่างอื่นด้วย บอกเลยว่าเหี้ยกว่าไอ้เคซีกับไอ้สามตัวในแก็งค์เยอะเลย เตรียมใจรับกันให้ได้แล้วกัน แต่ถ้าไม่รับก็ช่างแม่ง ผม don’ t care!“สารเลว สันดานปากหมาของมึงนี่ไม่แผ่วเลยนะครับไอ้เวร” ไอ้เคซีสวนผมกลับมาอีกดอก อ้อ! ไอ้เคซีอ่ะ เหมือนผมจะลืมบอกไปใช่ป่ะ ว่ามันเป็นใคร มันเป็นเพื่อนสนิทผมครับ สนิทกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วได้มั้ง“โธ่ สัสเคครับ ถ้าแผ่วก็ไม่ใช่ไอ้เหี้ยซีดีสิครับ” เสียงไอ้นายตอ
ATLAS UNIVERSITY@FACAUTY OF ENGINEERING“ใช่ห้องนี้มั้ยนะ”ฉันพึมพำกับตัวเองอย่างไม่ค่อยแน่ใจ ตาก็หันมองห้องสลับกับตารางเรียนในโทรศัพท์ในมือหลายรอบมาก กลัวจะผิดน่ะ แต่จากที่มองอยู่หลายรอบ ฉันคิดว่าใช่แหละ งั้นเข้าไปเลยแล้วกันฉันย้ายมาจากม.อื่นน่ะ ตอนแรกก็เรียนวิศวะโยธานี่แหละ แต่เรียนอยู่ต่างจังหวัด แต่พ่อแม่ต้องย้ายมาทำงานที่นี่ ฉันก็เลยอยากย้ายตามมาด้วย โชคดีที่ย้ายได้ ทั้งๆที่มันเป็นกลางๆเทอมแล้ว จริงสิ ฉันชื่อโมนานะ เรียกสั้นๆว่าโมก็ได้ เรียนวิศวะโยธาปีสามแล้วล่ะถามว่าทำไมถึงเรียนวิศวะโยธาน่ะเหรอ ทั้งๆที่สาขานี้ ส่วนใหญ่ผู้ชายเขาเรียนกัน ก็นะ ฉันชอบเป็นการส่วนตัวตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ ตอนนั้นฉันดูซีรี่ส์เรื่องนึง นางเอกเรียนวิศวะโยธา เห็นแล้วมันคือดีอ่ะ ทำอะไรๆได้ตั้งหลายอย่าง เท่ห์มากด้วย ฉันก็เลยตัดสินใจแน่วแน่ตั้งแต่ตอนนั้น ว่าจะเรียนวิศวะโยธาถึงแม้ว่าดูทรงฉันแล้ว มันจะไม่ค่อยให้กับการเรียนวิศวะโยธาก็เถอะ เพราะฉันไม่ได้ดูเป็นหญิงแกร่งที่พึ่งพาได้อย่างกับผู้ชายหรอก ตรงกันข้าม ฉันดูเหมือนยัยแว่นจอมซื่อบื้อที่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นมากกว่า แบบว่าฉันสายตาสั้นน่ะ เลยต้องใส่แว่น แล้วฉันก็











