Masukแม้จะเริ่มต้นเพราะการเดิมพัน แต่เธอก็รักเขาด้วยใจจริง ส่วนเขาชอบในความกล้าของเธอ ในวันที่หัวใจยังว่าง หลังจากถูกหักหลังจากแฟนเก่า จึงเลือกที่จะคบกับเธอ แต่ทว่า.... เธอกลับทำซ้ำรอยเดิม หักหลังต่อความไว้ใจที่เขามีให้ เขาเริ่มหันหลังให้กับความไว้ใจ จนเธอเริ่มทนไม่ไหว "เราเลิกกันเถอะค่ะ" "ว่ายังไงนะ" เอี๊ยด....โครม!! ไม่นะ เกรซ!!!! หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น เธอก็เริ่มตัดใจจากเขา หลังจากเฝ้าเอาใจใส่กับความรักที่ไร้ค่ามาถึงสามเดือน ส่วนคนที่ขับรถชนเธอ กลับเป็นรุ่นพี่ต่างคณะ ซึ่งเข้ามาดูแล และรับผิดชอบเธอเป็นอย่างดี จนกระทั่ง... "มึงเลิกยุ่งกับแฟนกู" "เลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ คำนี้นายคงไม่มีสิทธิ์ใช้แล้วล่ะ" "พอได้แล้วค่ะพี่เซริว... เราเลิกกันแล้ว จากนี้ไปอย่ามายุ่งกับฉันอีก" หลังจากวันนั้น เขาพึ่งจะรู้สึกได้ว่า ทำหัวใจของตัวเองหายไป "เลิกแล้วก็ใช่ว่าจะจีบใหม่ไม่ได้ เกรซ... พี่จะต้องทำให้เกรซกลับมารักพี่อีกครั้งให้ได้" ฝากติดตามเรื่องราวของเกียร์โบ้คนล่าสุดด้วยนะคะ
Lihat lebih banyakผับ FL
ท่ามกลางแสง สี เสียงที่จัดเต็มในผับยามค่ำคืน บรรดาหนุ่มสาวที่เมามายกับเครื่องดื่มในมือ ก็เริ่มออกมาเปิดสเต็ปกันด้วยความสำราญใจ อีกด้านหนึ่ง สาวน้อยอายุเพียงยี่สิบปี ค่อย ๆ เดินเข้ามาข้างใน สายตาของเธอเริ่มมองหาใครบางคนในความมืด เสียงดังจากลำโพงรอบทิศทาง กระตุ้นให้ศีรษะของเธอปวดหนึบ
“น้องสาว ชนแก้วกับพี่มั้ยครับ”
“ขอโทษค่ะ ขอทางหน่อย”
“เกรซ” หรือ สุพิชญา สาวน้อยคณะมนุษยศาสตร์ปีสอง ค่อย ๆ เดินเบียดคนเข้าไปในผับ สายตาที่เริ่มพล่าเลือนเพราะฤทธิ์หวัด หัวเริ่มปวดตุบตับเพราะเสียงที่ดังกระตุ้น แต่เพราะรูปที่เพื่อนของเธอส่งมา
‘นี่ใช่พ่อแฟนแสนดีของมึงหรือเปล่าเกรซ ฉันเห็นเขามากับผู้หญิงด้วยนะ มึงรีบมาเถอะ แทบจะขี่กันอยู่ในร้านแล้ว’
เพียงแค่นั้น เกรซจึงอยากมาให้เห็นกับตาว่า แฟนหนุ่มนิสัยเสียของเธอ จะทำเรื่องแย่ ๆ กับเธอได้มากกว่านี้อีกมั้ย เมื่อเธอเดินเข้ามาหาเพื่อนที่รออยู่ ฝ้าย และ แอล ก็รีบฟ้องทันที
“มึงมาแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้างเดินไหวอยู่มั้ย”
“ยังไหว ว่าแต่… เขาอยู่ที่ไหน”
“โน่นไง โต๊ะที่ชั้นลอยนั่น เห็นอีชุดแดงนั่นมั้ย มันนั่งยั่วแฟนแกอยู่นานละ จะเอายังไง จัดที่นี่เลยมั้ย หรือลากไปตบข้างนอก”
“มึงดูสภาพมันก่อนอีแอล เดินแทบจะไม่ไหวแบบนี้ จะมีแรงไปตบอีบ้านั่นเหรอ”
“กูไม่ได้บอกให้อีเกรซเปิดซะหน่อย แค่ไปยืนยัน เดี๋ยวตัวเปิดน่ะกูเอง มีอะไรค่อยให้พ่อตามไปเคลียร์ทีหลัง”
“เก่งฉิบหายเลยนะมึง มึงเอายังไงเกรซ”
เกรซหันไปมองที่โต๊ะของ “เซริว” หรือ ศิครินทร์ แฟนหนุ่มของเธอ เขาเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสาม สิ่งที่เธอเห็น เขากำลังโอบรอบเอวผู้หญิงคนหนึ่งหลวม ๆ ด้วยสีหน้าที่เริ่มเมา หัวใจที่เจ็บอยู่แล้ว เหมือนถูกกระชากออกมา และเอามีดกรีดเลือดออกมา เจ็บจนเธอจุกและพูดไม่ออก นี่น่ะเหรอผู้ชายที่เธอเรียกว่าแฟนมาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา
“กูไปเอง”
“กูไปด้วย”
“เฮ้ย! รอด้วยสิวะ พวกมึงนี่เร็วจริง ๆ เลย อีก้าวมึงกับอีวาเฝ้าโต๊ะไว้ เดี๋ยวกุมา”
“โอเค”
เพื่อนที่เหลือรับปาก เมื่อเกรซเดินไปที่โต๊ะของแฟนหนุ่ม ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก เขายังไม่เห็นเธอ แต่ว่าเพื่อนของเขาเห็นแล้ว จึงรีบเรียก
“ไอ้เซริว แม่มึงมา!”
เซริวที่กำลังกระดกแก้วสีอำพันในมือ หันไปมองข้างหลัง เขาตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเกรซอยู่ที่นี่
“เกรซ!”
มือหนาที่โอบรอบเอวผู้หญิงที่สวมชุดเดรสสีแดงสด หุ่นบางได้รูป แต่หน้าอกและสะโพกผายนั่น เป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจเหล่าผีเสื้อกลางคืนได้ดีมาก เซริวรีบเดินเข้ามาหาเกรซทันที
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือบางฟาดไปที่หน้าเขาเต็มแรง แม้จะเหลือแรงอยู่น้อยนิดก็ตาม ทำเอาคนที่นั่งอยู่ในร้านต่างก็ตกใจ เพราะแฟนของเซริว ไม่ว่าจะโกรธมากขนาดไหน แต่ก็ไม่เคยลงมือทำร้ายเซริวแบบนี้
“เกรซ....มึงเริ่มเลยเหรอวะ”
เซริวรู้สึกชาจนสร่างเมา เขามองหน้าเธอชัด ๆ ถึงได้เห็นว่า วันนี้ใบหน้าของเกรซดูซีดเซียวเหมือนคนหมดแรง แต่กลับตบเขาจนเจ็บได้ขนาดนี้ เธอคงโกรธจริง ๆ
“เกรซ… ทำบ้าอะไรเนี่ย!”
“ที่พี่บอกว่าไปติวหนังสือกับเพื่อน ก็คือที่นี่งั้นเหรอคะ”
“ไม่ใช่นะเกรซ พี่ก็แค่มาผ่อนคลายหลังจากติวเสร็จแล้วเท่านั้นเอง”
“เหรอคะ แล้วอีนี่มันเป็นใครล่ะ”
เธอชี้ไปที่สาวน้อยชุดสีแดง ที่เดินเข้ามากอดแขนของเซริว แฟนหนุ่มของเธออย่างไม่เกรงกลัว
“พี่เซริวคะ เธอเป็นใครเหรอ อย่าบอกนะคะว่า พี่แอบมีคนอื่น นีน่าไม่ชอบเลยนะแบบนี้”
“เอ่อ…เธอออกไปก่อน”
“ก็ได้ค่ะพี่เซริว… แต่อย่านานนักนะคะ คนอื่นจะหมดสนุกเอา”
เกรซกำหมัดแน่น ศีรษะเริ่มปวดหนึบ ขอบตาร้อนผ่าว ก่อนหน้านี้ทำไมเธอไม่เคยรูเลยว่า เซริวจะเป็นผู้ชายที่เจ้าชู้ได้ถึงขนาดนี้ ตลอดเวลาสามเดือนที่คบกับเธอเป็นแฟน เขาโกหกเธอมากี่เรื่องแล้วนะ ไหนจะเรื่องที่ทำให้เธอผิดหวังและเจ็บปวด เธอเจ็บเพราะเขามามากเท่าไหร่แล้ว แต่ก็ยังพร้อมจะให้อภัยเขาเสมอ แต่ว่าวันนี้…. เธอหมดความอดทนแล้ว!
“ที่นี่เสียงดัง กลับบ้านกับพี่แล้วค่อยไปคุยกันเถอะ”
เขาเดินเข้ามาจะจับตัวเธอ แต่เกรซถอยหนี เป็นครั้งแรกที่เซริวรู้สึกถึงความห่างเหิน หัวใจของเขาเริ่มปวดหนึบ เพราะเกรซไม่เคยทำแบบนี้กับเขา
“เกรซ…”
“พี่เซริวคะ เราเลิกกันเถอะค่ะ!”
ตอนที่ 23 ไม่อนุญาต!“ไม่ใช่ ๆ ขอโทษทีนะ”“เชี่ย…. ตกใจหมด ขวัญหายหมดแล้วกู วัน ๆ เจอแต่เรื่องอะไรเนี่ย”เกรซรีบหยิบมือถือและเดินออกไปรับข้างนอก “ค่ะพี่เซริว มีอะไรเหรอคะ”“เห็นเกรซเปิดอ่านข้อความแล้ว ก็เลยคิดว่าคงจะเลิกเรียนแล้ว พี่อยากกินบะหมี่เกี๊ยวที่เยาวราช เย็นนี้ไปกินเป็นเพื่อนหน่อยสิ”“ไปถึงเยาวราชเลยเหรอคะ ไกลเกินไป”“งั้นก็หมี่เกี๊ยวหน้ามหาลัย ร้านเจ้อุ๋ยเจ้าเก่าที่ชอบกิน ใกล้พอมั้ย”“พี่ว่างเหรอคะ แต่เย็นนี้เกรซมีประชุมที่คณะค่ะ น่าจะเลิกช้า”“ประชุมอะไรเหรอ”“เรื่องกีฬาภายในมหาลัยค่ะ”“อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง แล้วทำไมเกรซต้องเข้าประชุมด้วย พี่ไปรอก็ได้ เลิกกี่โมงล่ะ”“คือว่า… รุ่นพี่ขอให้เกรซกับเพื่อน ๆ ไปเป็นเชียร์หลีดเดอร์ของคณะให้น่ะค่ะ”“ว่ายังไงนะ! เชียร์หลีดเดอร์เหรอ ทำไมไม่ถามพี่ก่อนเลย แล้วนี่ต้องใส่ชุดสั้น ๆ ถือปอม ๆ กระโดดไป กระโดดมาแบบนั้นน่ะเหรอ ไม่เอาหรอก พี่ไม่อนุญาต!”“ว่ายังไงนะคะ พี่เซริวคะเราเลิกกันแล้วนะคะ เกรซจะทำอะไรก็ไม่ต้องขออนุญาตใครก่อน ถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้นะคะ”“เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนสิ อย่าพึ่งวางสายนะ”เกรซนิ่งไปและฟังเขา ใจจริงเธอเริ่มใจอ่อนนานแล้ว แต
ตอนที่ 22 ไม่ใช่สักหน่อย!ทั้งสามคนตกใจจนไม่กล้าหันไปมอง แอลเป็นคนแรกที่กล้าหันไปมอง และตะโกนขึ้นมาทันที“พี่กฤษ! ทำไมมาเงียบ ๆ แบบนี้ล่ะคะ”“เอ๊า! ถ้าไม่ย่องมาแบบนี้ จะรู้เหรอว่าพวกเรากำลังเม้าส์ใครอยู่ ตกลงว่าแอบนินทาพี่อยู่หรือเปล่า”“ไม่ใช่สักหน่อย!”ธนกฤษ พี่รหัสของแอล เป็นหนุ่มหล่อหน้าตาดี เขาเป็นเดือนคณะตอนที่พวกเธออยู่ปีหนึ่ง และส่งต่อตำแหน่งนี้ให้เพื่อนของพวกเธอในปีนั้น ซึ่งเขาเป็นพี่รหัสสายตรงของแอล และแอลดูจะดีใจมาก ที่มีพี่ระหัสเป็นอดีตเดือนคณะ ฝ้ายกับเกรซรู้ดีว่า แอลแอบรักพี่รหัสของเธอมานานแล้ว แต่เขากลับไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้น“ไม่ใช่แล้วร้อนตัวทำไมล่ะ”“พี่กฤษละก็…มาแบบนั้นใครบ้างไม่ตกใจ ว่าแต่พี่มีธุระอะไรให้แอลช่วยเหรอคะ”“ถามมาพอดีเลย คือแบบนี้นะ เทอมหน้าจะมีการแข่งขันกีฬาภายใน พี่ยังขาดเชียร์หลีดเดอร์ของคณะน่ะ ก็เลยว่าจะมาทาบทามน้องทั้งสามคน พอจะช่วยพี่หน่อยได้มั้ย”“เชียร์หลีดเดอร์เหรอคะ ว้าว…เอาสิ ๆ แอลช่วยได้ เกรซ ฝ้ายพวกมึงว่าไง”ฝ้่ายยักไหล่และตอบกลับไป เพราะเห็นสายตาแพรวพราวของเพื่อนก็รู้ดีว่า แอลกำลังคิดอะไรอยู่“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เกรซแล้วมึงล่ะ”“เอาน่าเกรซ
ตอนที่ 21 เรื่องราวน่าขนลุกเกรซตกใจมาก เมื่อรู้ว่าธรรณ์ทำเรื่องแบบนี้ มิน่าล่ะเพื่อนสนิทของเธอ ถึงได้เข้าข้างเซริว และพยายามให้เขาพาเธอไปทานข้าว แทนที่จะไปนั่งรอกาแฟของธรรณ์“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”“ฉันฟังฝ้ายเล่ายังขนลุกเลย นี่เขาจะแสดงความรับผิดชอบเกินหน้าเกินตาไปหรือเปล่าวะเกรซ กูว่ามันไม่ปกติแล้วนะ”“กูสิต้องขนลุก เชี่ย… จู่ ๆ ก็โผล่มาที่หน้าตึก แล้วถามหามึง กูแทบจะหาคำตอบไม่ได้”“แล้วมึงตอบไปว่ายังไง”“ก็บอกไปว่ามึงไม่ได้อยู่ที่นี่ ขอโทษนะเกรซ แต่กูว่าถึงจะโกหกไป สักวันอีรุ่นพี่คนนี้ ก็คงตามสืบจนรู้อยู่ดี แต่ไว้ใจกูได้ กูไม่ได้บอกว่ามึงพักอยู่ที่ไหน”“ฉิบหาย… ไม่คิดว่าจะตามตื๊อขนาดนี้ กาแฟที่เขาซื้อให้ พวกกูยังไม่กล้ากินเลย ระแวงไปหมด จากที่เห็นเป็นคนดี แต่มาตามตื๊อแบบนี้ กูว่าไม่ไหวจริง ๆ ว่ะ”เกรซถึงกับหน้าซีดลงทันที เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่า ธรรณ์จะกล้าทำถึงขนาดนี้“ตกลงว่ามึงกับพี่เซริวคืนดีกันหรือยังวะเกรซ ถ้ายังกูว่ามึงก็รีบ ๆ เข้าเถอะ กูรู้สึกทะแม่ง ๆ กับรุ่นพี่ธรรณ์ว่ะ เขาคงไม่หยุดแค่นี้แน่ แค่คิดก็กลัวแทนแล้วมึง”“นั่นสิฝ้ายพูดถูกนะเกรซ กูเองแค่ฟังยังรู้สึกขนลุกเลย เมื่อเ
ตอนที่ 20 พอแล้วค่ะ!ธรรณ์ขับรถกลับไปที่คณะ โดยที่ทั้งเซริวและเกรซเองก็ไม่ทันได้สังเกต เพราะมัวแต่เลือกอาหารกันอยู่“ถ้าเลือกไม่ได้ก็ซื้อไปหมดนี่เลยก็ได้ จะได้ไม่เสียเวลา ยืนนานแล้วนะพี่เมื่อย”“จะซื้อไปถมที่เหรอคะ เยอะขนาดนี้ ซื้อแค่นี้ก็พอแล้ว”“แต่ขนมปังนั่นก็น่ากินนะ ซาลาเปานั่นก็…”“พี่มีกี่กระเพาะคะ พอแล้วค่ะ!”“ก็ได้ ๆ พอแล้วก็พอแล้ว มานี่พี่ถือเอง คิดเงินด้วยครับป้า”“ได้เลยจ้าสุดหล่อ เงินสดหรือสแกนจ่ายดี”เซริวหยิบมือถือขึ้นมาสแกนจ่ายค่าอาหาร ทั้งคู่ตกเป็นเป้าสายตาในทันที เพราะนาน ๆ จะมีหนุ่มคณะอื่นมาทานข้าวที่นี่ โดยเฉพาะรุ่นพี่คณะวิศวะ ซึ่งไม่ค่อยมีใครเจอมาก่อน แม้ว่าเซริวจะคบกับเกรซมานานเกือบหนึ่งเทอม แต่กลับไม่เคยมีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งวันนี้“นี่พวกเขากำลังคบกันอยู่เหรอ ไม่ใช่ว่ารุ่นพี่คนนั้น เป็นอดีตเดือนคณะวิศวะหรอกเหรอ มาคบกับเด็กคณะเราตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”“เขามีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ คนที่เรียนคณะเดียวกันน่ะ”“เห็นบอกว่าเลิกกันนานแล้วนะ กับคนนี้ก็คบมาได้สักพักแล้ว ฉันเคยเห็นพวกเขาเดินขึ้นคอนโดไปด้วยกัน พักอยู่ที่คอนโดไม่ไกลจากมหาลัยนี่เอง”“จริงเหรอ แต่ทำไมถึงพึ