LOGINห้าปีที่แล้ว 'เอก้า' ต้องใจสลายเมื่อ 'ฮันนี่' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความทรงจำสีจางและความรู้สึก 'พิเศษ' ที่ยังไม่เคยได้เอ่ยปากบอกออกไป แต่แล้วในวันที่เอก้าเริ่มทำใจได้ ฮันนี่ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง! แต่เธอไม่ใช่คนเดิมที่เคยรู้จัก เธอกลับมาพร้อมเส้นผมสีบลอนด์สว่างราวเปลวเพลิง และกลิ่นอายสูงส่งน่าเกรงขามราวกับไม่ใช่ปุถุชนทั่วไป "หายไปไหนมาตั้ง 5 ปี!" "ไปทำสัญญากับซาตานมาน่ะ... เพื่อกลับมาทวงสิทธิ์ 'เพื่อนคนพิเศษ' ของเธอไง" การกลับมาครั้งนี้ ฮันนี่พกพาพลังอำนาจลึกลับที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้าใกล้เอก้า และเธอไม่ได้ต้องการแค่ความเป็นเพื่อนอีกต่อไป เพราะในโลกของซาตาน สิ่งที่เธอต้องการคือ 'การครอบครอง' ทั้งกายและใจของเอก้าเพียงคนเดียว! เตรียมพบกับความรักเหนือชะตาฟ้าลิขิต เมื่อความหวานของฮันนี่ซ่อนพิษร้ายของซาตานเอาไว้ และเอก้าจะต้านทานเสน่ห์นี้ได้นานแค่ไหน?
View Moreสิบปีผ่านไป จังหวัดระนองเปลี่ยนจากเมืองพักผ่อนเงียบๆ กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคใต้ ทุกคนรู้จัก "อาณาจักรพิกุลทอง" ไม่ใช่ในฐานะแค่ร้านกาแฟ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการยกระดับชุมชน เอก้านั่งอยู่ในห้องทำงานผนังกระจกที่มองเห็นวิวปากน้ำระนอง บนโต๊ะของเธอไม่มีเพียงเอกสารร้อยล้าน แต่มีรูปถ่ายครอบครัวที่มีเธอ วิน และ "น้องพิกุล" ลูกสาววัย 7 ขวบที่กำลังฉายแววความอัจฉริยะ วินเดินเข้ามาพร้อมถ้วยกาแฟสูตรพิเศษที่เขาคั่วเองกับมือ "เอก้า... สาขาที่ 99 ที่ลอนดอนเปิดตัวเรียบร้อยแล้วนะ คนต่อแถวยาวไปสามบล็อก เพียงเพราะอยากชิมกาแฟที่ 'มีกลิ่นอายของความรัก' แบบที่เราเขียนไว้ในปรัชญาบริษัท" เอก้ายิ้มพลางรับกาแฟมาจิบ "ไม่ใช่แค่ความรักหรอกค่ะวิน แต่มันคือ 'จิตวิญญาณ' ของระนองที่เราใส่ลงไปต่างหาก" น้องพิกุลไม่ได้เป็นเพียงเด็กธรรมดา เธอเกิดมาพร้อมกับความเฉลียวฉลาดที่เกินวัย และบางครั้งเธอมักจะพูดคุยกับ "เพื่อนในจินตนาการ" ที่เธอเรียกว่า ลุงปีกทอง กับ น้าสาวไฟลุก เอก้ารู้ดีว่านั่นไม่ใช่จินตนาการ แต่เป็นพรที่กาเบรียลและฮันนี่ทิ้งไว้ให้เพื่อคุ้มครองลูกสาวของเธอ "แม่คะ... วันนี้ลุงปีกทองบ
ในขณะที่เทือกเขาแอลป์สั่นสะเทือนด้วยพลังของสองอมนุษย์ ห่างออกไปครึ่งค่อนโลก... จังหวัดระนองกลับถูกปกคลุมด้วยม่านฝนที่แสนโรแมนติก กลิ่นดินที่ชุ่มชื้นหลอมรวมกับกลิ่นดอกพิกุลที่บานสะพรั่งรอบคฤหาสน์ไม้สักหลังงามของเอก้า ค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงคืนแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นคืนที่เอก้าจะมอบ "ทั้งหมดของชีวิต" ให้กับผู้ชายที่เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่ารักที่สุด "คุณหนูคะ... เจ้าบ่าวรออยู่ที่ห้องหอแล้วค่ะ" ป้าแม่บ้านเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม เอก้ามองตัวเองในกระจกอีกครั้ง ชุดเจ้าสาวบาบ๋าสีขาวนวลถูกถอดออก เหลือเพียงชุดคลุมผ้าไหมบางเบาที่วินเป็นคนเลือกให้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผลักประตูไม้บานใหญ่เข้าไป พบกับวินที่ยืนอยู่ริมระเบียง สายตามองฝ่าสายฝนออกไปยังท้องทะเลอันดามัน วินหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า แววตาของเขาที่เคยสุขุมกลับวาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานาน เขาเดินตรงเข้ามาหาเอก้าพลางรวบเอวบางเข้าไปชิดอกแกร่ง "วันนี้คุณสวยจนผมแทบหยุดหายใจเลยนะเอก้า... ขอบคุณนะครับที่เลือกทางเดินที่มีผมอยู่ข้างๆ" "เอก้าต่างหากที่ต้องขอบคุณวิน... ที่ทำให้เอก้ารู้ว่ารักแท้มันไม่ต้องแลกด้วยวิญญาณ แ
ท่ามกลางพายุหิมะที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอกคฤหาสน์หินอ่อนหลังงามบนยอดเขาแอลป์ กาเบรียลยืนกอดอกมองดูเกล็ดหิมะที่โปรยปรายผ่านหน้าต่างบานยักษ์ เขาสลัดชุดบาริสต้าทิ้งไปอย่างถาวร บัดนี้เขาอยู่ในชุดคลุมผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ที่เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามดุจเทวรูปที่สลักจากหินที่แข็งแกร่งที่สุดในสวรรค์ "คิดถึงยัยเด็กนั่นอยู่เหรอ กาเบรียล?" เสียงหวานทว่าแหบพร่าดังขึ้นจากเงามืดหลังโซฟากำมะหยี่สีแดง ฮันนี่เดินออกมาในชุดที่ทำเอาอากาศในห้องที่เปิดฮีตเตอร์อยู่แล้วร้อนระอุขึ้นไปอีก เธอสวมเพียงชุดชั้นในลูกไม้สีดำบางเฉียบที่แทบจะปิดบังอะไรไว้ไม่ได้เลย ผิวพรรณสีน้ำผึ้งของเธอดูตัดกับสีขาวของหิมะเบื้องหลัง แววตาซาตานสาวฉายแววท้าทายและโหยหาอย่างปิดไม่มิด "ผมแค่คิดว่า... เราใช้เวลาพิทักษ์คนอื่นมานานเกินไป จนลืมไปว่าเราเองก็น่าจะพิทักษ์ 'ความต้องการ' ของเราเองบ้าง" กาเบรียลหันกลับมามองพลางเดินเข้าไปหาฮันนี่ช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขามีแสงสีทองเรืองรองจางๆ ออกมา "งั้นจะรออะไรล่ะ?" ฮันนี่หัวเราะร่วนพลางใช้เรียวนิ้วไล้ไปตามสาบเสื้อคลุมของกาเบรียล "นรกน่ะไม่มีคำว่ารอคอยนะทูตสวรรค์... ม
ท่ามกลางแสงไฟสลัวของห้องสมุดในเวลาเช้ามืด เอก้านอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงไม้หนานุ่ม ร่างกายของเธอยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนแรงจากสัมผัสของกาเบรียลและฮันนี่เอาไว้ แต่ในใจลึกๆ เธอกลับรู้สึกถึง "ความว่างเปล่า" ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกจังหวะที่ทูตสวรรค์และซาตานสาวโถมเข้าหาเธอมันเต็มไปด้วยอำนาจและการครอบครอง แต่กับ "วิน" เดือนคณะบริหารคนนั้น... สัมผัสของเขามันคือความถวิลหาที่อ่อนโยนและให้เกียรติ "ทำไมฉันถึงลืมสัมผัสของวินไม่ได้เลยนะ..." เอก้าพึมพำพลางเอามือลูบคลำริมฝีปากตัวเองที่เคยถูกวินจูบอย่างแผ่วเบา รสสัมผัสที่นุ่มนวลและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขายังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ยิ่งถูกห้าม... เอก้ายิ่งโหยหา การแอบพบกันในเงามืด: เมื่อหัวใจแปรพักตร์ บ่ายวันต่อมา เอก้าฉวยโอกาสที่กาเบรียลกำลังยุ่งอยู่กับการคัดเลือกเมล็ดกาแฟสวรรค์ และฮันนี่ที่กำลังไปข่มขู่พวกลัทธิมืด แอบนัดพบกับวินที่ดาดฟ้าตึกคณะบริหารที่ลับตาคน วินยืนรออยู่ด้วยสีหน้ากังวลแต่เมื่อเห็นหน้าเอก้า รอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่มนุษย์จะให้ได้ก็ปรากฏขึ้น "เอก้า... ผมคิดว่าผมจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว" วินเดินเข้ามาสวมกอดเอก้าอย่างเบามือ
ตกเย็น เอก้าต้องไปเข้ากิจกรรมชมรมดนตรีสากลตามคำสั่งของอาจารย์สมยศ (อธิการบดี) เพื่อไปสืบดูว่า "กลิ่นอายปีศาจ" ที่กาเบรียลสัมผัสได้คืออะไร ในห้องชมรมที่มืดสลัวและอบอวลไปด้วยเสียงเบสหนักๆ ฮันนี่เดินเข้าไปถีบประตูโครม! "ไหน! ปีศาจตนไหนมันมาเนียนเรียนหนังสือแถวนี้ ออกมาให้เจ๊ดูหน้าหน่อยซิ!" นักศึ
บ่ายวันนั้น กลิ่น "แมวตุๆ" เริ่มโชยมาจากเจ้ากาฟิลด์ที่นอนกลิ้งเกลือกไปมาหลังจากกินลาซานญ่าจนเลอะพุง เอก้าตัดสินใจหยิบกะละมังและแชมพูสูตรอ่อนโยนออกมา พร้อมประกาศคำสั่งเด็ดขาด "วันนี้เราจะอาบน้ำให้กาฟิลด์กัน! กาเบรียลเตรียมน้ำอุ่น ฮันนี่... ไปจับแมว!" "ฮะ? ให้ราชาปีศาจไปจับแมวอาบน้ำเนี่ยนะเอก้า!
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาในห้องพักของเอก้า ร่างเล็กที่นอนอยู่ตรงกลางเริ่มขยับกายเมื่อรู้สึกถึงความว่างเปล่าข้างตัว เธอหันไปมองฝั่งซ้าย... ฮันนี่ หายไปแล้ว หันไปมองฝั่งขวา... กาเบรียล ก็ไม่อยู่ "ไปไหนกันหมดนะ..." เอก้าพึมพำพลางคว้าเสื้อคลุมมาสวมแบบล้าๆ ร่างกายเธอยังคงรู้สึก
ในขณะที่เอก้านอนหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่างของกาเบรียล ฮันนี่ที่มองดูอยู่ด้วยความอิจฉาแกมหมั่นไส้ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อของกาเบรียลให้เงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอของเอก้า "แกคิดว่าจะเอาแต่หาความสุขกับเอก้าฝ่ายเดียวงั้นเหรอ กาเบรียล?" ฮันนี่แสยะยิ้มที่ดูทั้งร้ายและยั่วยวน "ในเมื่อแ











