เข้าสู่ระบบ"ความสัมพันธ์ของเราคือ 'ผลประโยชน์'... แต่ทำไม 'กำไร' ทั้งหมด เขาถึงอยากผูกขาดไว้คนเดียว?" กฎเหล็กของความสัมพันธ์'FWB'คือการห้ามแสดงความเป็นเจ้าของ แต่สำหรับ 'ภีม' หนุ่มวิศวกรรมจอมเผด็จการ เขากลับติดตั้ง 'ระบบจดจำใบหน้า' ไว้ที่ตัวพาย ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะ ใครหน้าไหนก็ห้ามจ้อง! ปากบอกว่าไม่รัก แต่การกระทำกลับ 'กินดุ' จนเธอรับมือไม่ไหว ทุกรอยกัดที่ซอกคอคือการประทับตราจอง ทุกการสัมผัสคือการตอกย้ำว่าเธอเป็นของใคร... "อย่าถามหาความรักจากกูพาย... เพราะกูให้มึงไม่ได้ แต่ถ้าถามหาความเร่าร้อนละก็... กูจะจัดหนักให้มึง จนมึงลืมชื่อผู้ชายทุกคนที่มึงเคยมีเลยล่ะ!"
ดูเพิ่มเติมร้านอาหารญี่ปุ่นโทนอุ่นสลัวดูจะอึดอัดน้อยลงกว่าครั้งก่อนๆ ภีมนั่งจ้องถ้วยน้ำชาในมือด้วยความรู้สึกที่เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ พ่อของเขายังคงกดดันเรื่องการหมั้นหมายไม่เลิกรา และวันนี้เขาก็ถูกกึ่งบังคับให้มาทานมื้อกลางวันกับรดาอีกครั้ง ภีมพยายามทำหน้านิ่งแต่แววตาซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด เพราะเขารู้ดีว่าเขากำลังโกหกพายว่ามาช่วยงานที่บริษัทรุ่นพี่"ภีมคะ... เลิกทำหน้าเหมือนจะไปออกรบได้แล้วค่ะ" รดาเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบาๆ ท่าทางของเธอวันนี้ดูผ่อนคลายและเป็นกันเองผิดกับวันแรกที่เจอกัน ภีมเงยหน้าขึ้นมอง "ขอโทษครับรดา ผมแค่... รู้สึกไม่ค่อยดีที่ต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ลับหลัง.....""รดารู้ค่ะ และรดาก็มีเรื่องสำคัญจะบอกภีมเหมือนกัน" หญิงสาววางตะเกียบลงแล้วจ้องหน้าเขาด้วยแววตาจริงจัง "ความจริงรดาเองก็มีคนที่รดารักอยู่แล้วค่ะ เขาเรียนอยู่ที่อังกฤษ และรดาก็ไม่คิดจะแต่งงานกับใครนอกจากเขาเหมือนกัน"คำสารภาพของรดาทำให้ภีมชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งปลดล็อกรหัสผ่านสำเร็จ ความหนักอึ้งในใจเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด"แล้วทำไมรดาถึงยอมมาเจอผมล่ะครับ?""ก็เพื่อจะมาตกลงกับภีมไงคะ ว่าเราสองคนมาเ
บรรยากาศในมหาวิทยาลัยวันแรกหลังจากกลับจากทริปเชียงใหม่ดูจะสดใสเป็นพิเศษสำหรับพวกเราสี่คน รอยยิ้มของพายยังคงประดับอยู่บนใบหน้าเหมือนคนคนมีความสุขจนล้นปรี่ ส่วนภีมเองแม้จะกลับมาสวมมาดนิ่งขรึมเหมือนเดิม แต่แววตาที่เขามองพายนั้นนุ่มนวลขึ้นจนใครๆก็สังเกตเห็น"เย็นนี้มึงอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมพาย?" ภีมถามขณะที่เดินเคียงข้างพายไปตามทางเดินใต้ตึกวิศวะ มือข้างหนึ่งของเขาคว้ากระเป๋าคอมพิวเตอร์ของพายมาถือไว้ให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ"กูเห็นมึงบ่นว่าอยากกินซูชิตั้งแต่อยู่บนเครื่องแล้ว""เออ... กูก็อยากกินนะมึง แต่รินมันบอกว่าอยากกินหมูกระทะฉลองโปรเจกต์จบ มึงโอเคเปล่าวะ?" พายเงยหน้าขึ้นถามคนตัวสูง"กูยังไงก็ได้ ตามใจมึง..."ตึ๊ด... ตึ๊ด...เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของภีมสั่นรัวขึ้นมาขัดจังหวะ ภีมขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอ 'แม่'"แป๊บนะมึง แม่กูโทรมา" ภีมบอกพายก่อนจะปลีกตัวออกไปคุยโทรศัพท์ห่างออกไปเล็กน้อย พายยืนมองแผ่นหลังของภีมที่ดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีที่รับสาย เขาพยักหน้าสองสามครั้งก่อนจะวางสายแล้วเดินกลับมาหาเธอด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก"มีอะไรหรือเปล่ามึง?" พายถามด้วยความ
"มึงนอนห้องกูนะภีม ถึงมันจะแคบไปหน่อยแต่เตียงกูนุ่มนะเว้ย" พายพูดพลางเปิดประตูไม้บานเก่าเข้าไปในห้องนอนที่เธอโตมาห้องนอนของพายมีกลิ่นอายความทรงจำที่เรียบง่าย มีโต๊ะไม้ตัวเล็กที่มีหนังสือวางอยู่ประปราย หมอนอิงสีตุ่นๆและหน้าต่างบานพับที่เปิดออกไปเห็นยอดไม้และท้องฟ้าสีครามเข้มภีมเดินเข้ามาในห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับความแคบ"มึงดูอะไรของมึงนักหนาวะภีม?" พายถามพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงสปริงเก่าๆที่ส่งเสียงดัง เคร้ง"กูก็แค่อยากรู้ว่ามึงโตมายังไง" ภีมตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินไปหยุดที่กรอบรูปตั้งโต๊ะรูปหนึ่ง"นี่มึงตอนประถมเหรอพาย? ทำไมหน้ามึงเหมือนเด็กผู้ชายจังวะ แววตามึงดูซนฉิบหาย""เออ... ตอนนั้นกูตัดผมสั้นเท่าหู แย่งไอติมเด็กผู้ชายแถวบ้านกินเป็นว่าเล่น" พายลุกขึ้นเดินไปยืนข้างๆเขา"แต่มึงดูตอนนี้สิ กูโตมาสวยขนาดนี้ มึงควรภูมิใจนะที่ได้กูอ่ะ"ภีมหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาหันมามองหน้าพายที่ตอนนี้อยู่ใกล้กันจนลมหายใจเป่ารดผิว"เออ... กูก็ภูมิใจอยู่นี่ไง ถึงได้หวงมึงจนหน้ามืดตามัวแบบวันนี้"ภีมรวบเอวบางของพายเข้ามากอดไว้หลวมๆ เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมๆที่ไม่มีกลิ่นน้ำหอมร
เช้าวันต่อมา อากาศที่เชียงใหม่เย็นสบายจนน่าอิจฉา ยายทองจัดแจงเตรียมตะกร้าหวายใบเก่งส่งให้พาย บอกว่าวันนี้มีตลาดนัดใหญ่ในหมู่บ้าน ให้พายพาสองหนุ่มกับหนึ่งสาวไปหาซื้อของกินมาทำกับข้าวเย็นนี้ โดยเฉพาะภีมที่ยายดูจะโอ๋เป็นพิเศษจนพายแอบหมั่นไส้"พาย... ช่วยเอาหมวกนี่ไปใส่ให้ภีมด้วย แดดเริ่มแรงเดี๋ยวผิวขาวๆของเขามันจะไหม้เอา" ยายทองสั่ง พายรับหมวกปีกกว้างมาแล้วหันไปหาภีมที่กำลังยืนบิดขี้เกียจอยู่ใต้ถุนบ้าน ภีมในชุดเสื้อยืดสีพื้นกางเกงขาสั้นดูสบายตามาก แต่ความนิ่งขรึมของเขาก็ยังทำเอาสาวๆแถวนี้มองกันตาค้าง"มานี่มามึง ยายสั่งให้กูเอาหมวกมาประเคนให้เนี่ย" พายกวักมือเรียกภีม ภีมเดินเข้ามาหาพลางย่อตัวลงนิดหนึ่งเพื่อให้พายสวมหมวกให้ได้ถนัด"ยายมึงนี่ดูจะรักกูมากกว่ามึงแล้วนะพาย" ภีมพูดพลางกระตุกยิ้มมุมปาก"เออ... กูกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้วเนี่ย ไปเหอะมึง พวกไอ้เจกับรินมันเดินนำไปถึงนู่นแล้ว" พายคว้าแขนภีมแล้วออกแรงลากให้เดินไปด้วยกันบรรยากาศตลาดนัดบ้านทุ่งคึกคักไปด้วยผู้คน กลิ่นไส้อั่วทอดหอมๆและเสียงตะโกนขายของภาษาเหนือดังระงม ภีมเดินตามพายไปติดๆมือข้างหนึ่งของเขาจับชายเสื้อพายไว้แน่นเพราะกลัวคนเ
ภีมจัดการปลดพันธนาการของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ความตื่นตัวของความเป็นชายภายใต้กางเกงยีนส์ตัวหนานูนเด่นออกมาจนแทบจะฉีกขาด ท่อนลำร้อนผ่าวขนาดใหญ่ถูกปลดปล่อยออกมาเผยให้เห็นความดุดันที่พร้อมจะบุกรุกทุกตารางนิ้วของเธอ"คราวนี้มึงถอยหนีไม่ได้แล้วนะ" ภีมเอ่ยขึ้นพลางใช้มือหนาจับยึดสะโพกมนให้แยกออกกว้างขึ้
ภีมผลักประตูห้องเข้าไปอย่างแรงก่อนจะเหวี่ยงตัวพายให้พิงเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบมือหนาของเขาฉีกทึ้งเสื้อนักศึกษาที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำจนกระดุมกระเด็นหลุดหายไปเกือบหมด ความร้อนแรงในแววตาสีเทาของเขาน่ากลัวจนพายต้องเอ่ยห้าม"ภีม จะ ใจเย็นๆ กูเปรยกทั้งตัวเลยเห็นไหม" พายพยายามเอามือยันแผงอกกว้างที่กำลังห
ลานกิจกรรมกลางวันนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานนิทรรศการวิชาการประจำปี บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่านักศึกษาที่ต่างเร่งมือจัดเตรียมบูธของคณะตนเอง เสียงค้อนเคาะตะปู เสียงลากโต๊ะ และเสียงตะโกนสั่งงานดังระงมไปทั่วบริเวณ“พาย! ทางนี้ๆยกป้ายไวนิลมาวางตรงนี้เลย” รินตะโกนเรียกเพื่อนพลางเช็ดเหงื่อที่ซึ
ตอนที่ 13: ความผิดพลาดของระบบป้องกัน (System Failure & Manual Override)เสียงทำงานของเครื่องจักรกลและเสียงพัดลมระบายอากาศจากเคสคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่อง ทุกคนในทีมกำลังเร่งมือกับการประกอบโมเดลจำลองต้นแบบซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโปรเจกต์ ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณเพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 48 ชั่วโม





