LOGINเรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่ฉัน 'ฟิล์ม' เด็กเฟรชชี่ปีหนึ่ง เผลอไปเหยียบเท้า 'พี่เฟียต' เจ้าของฉายา 'ขาโหดของคณะวิศวะ' เข้าโดยบังเอิญ ขณะที่กำลังเดินหาตึกเรียน ถ้าดูจากหน้าตาที่ไม่เถื่อน(?)ก็ดูเหมือนพี่เขาจะเป็นคนดีระดับหนึ่ง แต่คำพูดที่หลุดออกจากปากกลับห่ามเกินหน้าตาไปหลายขุม "เหยียบตีนพี่..อยากลองดีเหรอครับน้อง" ประโยคที่พี่เฟียตส่งมาให้ฉันล้วนมีรอยยิ้มพิฆาตมาด้วยทุกครั้ง ขนาดรุ่นพี่ปีเดียวกันยังไม่กล้าต่อกรกับพี่เฟียต แล้วเฟรชชี่ตัวน้อยนิดอย่างฉันจะไปเหลืออะไรล่ะเนี่ย T^T
View More[หอเป็นยังไงบ้างลูก?]
เสียงของหญิงวัยกลางคนถามผ่านสายโทรศัพท์ซึ่งคนถือกำลังใช้มันแนบกับหูพร้อมกับใช้ไหล่หนีบเอาไว้กันมันร่วงลงพื้นอยู่ ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วมหาวิทยาลัยที่ตัวเองสอบเข้าได้ ก่อนจะเอ่ยตอบปลายสาย
“ก็โอเคค่ะแม่ หอสะอาดมากกกกก”
มือข้างหนึ่งของเธอถือกองหนังสือกองโตที่เพิ่งไปซื้อมาจากบรรณสาร ส่วนมืออีกข้างก็กำลังถือกระเป๋าสะพายพะรุงพะรังของตัวเอง
[อยู่ได้ใช่ไหมฟิล์ม?] คนในสายถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
เป็นธรรมดาที่คนเป็นแม่จะห่วงลูก ยิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวที่ต้องออกไปเผชิญโลกอันโหดร้ายด้วยตัวเอง คนเป็นแม่ก็ยิ่งห่วงมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
“อยู่ได้ค่ะแม่ เดี๋ยวฟิล์มไปเรียนก่อนนะคะแม่ มันจะสายแล้ว” เธอรีบบอกอย่างว่องไวเมื่อสายตาเหลือบไปมองนาฬิกาที่ข้อมือ
08 : 19 น.
หัวใจของสาวน้อยวัยแรกแย้มกระหน่ำเต้นด้วยความรัวเร็ว เธอมีเรียนตอนแปดโมงยี่สิบ แต่นี่แปดโมงสิบเก้า แค่วิ่งไปได้ไม่ถึงสิบก้าวก็หมดเวลาแล้ว แถมตอนนี้ตึกเรียนอยู่ที่ไหนเธอยังไม่รู้แน่ชัดเลยด้วย
[โอเค ดูแลตัวเองด้วยนะลูก] เสียงปลายสายบอกทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนที่สัญญาณจะถูกตัดไป
สาวน้อยรีบยัดโทรศัพท์มือถือของตัวเองลงกระเป๋าสะพายด้วยความเร็วแสง ก่อนที่เท้าจะติดสปริงแล้ววิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต เธอตายเพราะหายใจไม่ทันน่ะไม่เป็นไร แต่ถ้าวันแรกไปเรียนสายมีปัญหาแน่นอน
เพราะกฎของมหาวิทยาลัยที่นี่คือคะแนนความประพฤติหนึ่งร้อยคะแนนเต็ม ถ้ามีคะแนนสะสมน้อยกว่ายี่สิบคะแนนเตรียมโดนไล่ออกได้เลย!
เข้าเรียนสายก็โดนหักไปห้าสิบคะแนน!
“แฮ่กๆ!” เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังออกมาเป็นระยะๆพร้อมกับเสียงสับฝีเท้าที่ดังตุบตับอยู่ตลอดเวลาก่อนที่จะหยุดวิ่งลงเมื่อถึงหน้าโรงอาหาร
ดวงตากลมโตกวาดมองไปยังตึกที่อยู่รอบๆตัว เธอเดินไปด้านหน้าสามก้าวพร้อมกับถอยหลังอีกสี่ก้าวก่อนจะหยิบช็อตโน้ตที่รุ่นพี่เขียนไว้ให้ขึ้นมาดู
‘เลี้ยวขวาหน้าโรงอาหาร มีต้นไม้ใหญ่อยู่หน้าตึกตรงข้ามกับโรงอาหาร เดินไปประมาณสามสิบก้าวจะเจอโต๊ะม้าหินอ่อน หมุนตัวสามร้อยหกสิบองศา เดินหน้าอีกร้อยก้าว ตรงหน้าจะเป็นตึก CL’
คิ้วเรียวขมวดมุ่นพลางมองไปยังโรงอาหารที่ตัวเองเดินมาถึง และถ้าจำไม่ผิด วันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยบอกว่าโรงอาหารมีถึงสามโรง!
เธอเลี้ยวขวาตามที่รุ่นพี่เขียนโน้ตไว้ให้เผื่อจะโชคดีไปถูกทางก็เป็นได้ พอเลี้ยวมาได้ก็กวาดตามองต้นไม้ใหญ่ที่หน้าตึกก่อนจะมองลาดยาวไปอีกสามสี่ตึกถัดไป ต้นไม้ใหญ่ที่ว่ามีทุกตึกเลยนะ!
ร่างเล็กเริ่มถอนหายใจ เธอเริ่มมองรอบๆตัวอีกครั้ง โต๊ะม้าหินอ่อนที่ว่ามันมีกระจายอยู่แทบจะทุกตารางกิโลเมตรในมหาวิทยาลัย!
นี่รุ่นพี่เขียนอะไรให้เธอเนี่ย!!!
เธอเดินถอยหลังอย่างเหนื่อยหน่าย
กึก!
ก่อนที่รองเท้าจะเหยียบลงบนอะไรแข็งๆแต่ทว่ามันกลับยืดหยุ่นจนรู้สึกได้ เธอหันกลับไปอย่างรวดเร็ว สิ่งแรกที่ปรากฏตรงหน้าคือแผงอกล่ำกำยำในแบบชายฉกรรจ์ ส่วนอย่างที่สองเธอเลือกที่จะก้มลงมองพื้น เท้าของคนตรงหน้าถูกเธอเหยียบเอาไว้ ร่างเล็กรีบผละออกมาด้วยความรวดเร็ว
เท้าของคนตรงหน้าแดงเถือกเนื่องจากถูกเธอเหยียบเข้าอย่างจัง แถมเขายังใส่รองเท้าแตะแบบหนีบ!
โอ้พระเจ้า!
“ขะ..ขอโทษค่ะ ขอโทษ” เธอรีบพนมมือไหว้คนตรงหน้าทันทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง
รอยยิ้มพิฆาตถูกสาดใส่จนเธอแทบจะยืนทรงตัวไม่ไหวเนื่องจากถูกเสน่ห์ของคนตรงหน้าเล่นงาน
“เหยียบตีนพี่..อยากลองดีเหรอครับน้อง? :) ”
“โอ๊ย!” ฉันทึ้งหัวตัวเองแรงๆหนึ่งทีก่อนจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ ‘ทำยังไงดีนะฟิล์มเอ๊ย ทำยังไงดี!’ ฉันบ่นอุบในใจ จ๊อก~ แต่ยังไม่ทันที่จะนึกอะไรให้หม่นหมองจิตใจ เสียงท้องที่ร้องเรียกอาหารดันร้องประท้วงขึ้นมา ฉันกุมท้องตัวเองไว้แน่น หัวคิ้วจรดเข้าหากัน รู้สึกแสบท้องเพราะยังไม่มีอาหารตกถึงตั้งแต่ตอนเช้า! ตอนเช้าฉันกินข้าวไม่ทันเพราะต้องไปเรียน ส่วนตอนเที่ยงก็เกิดเหตุการณ์บ้าๆนั่นเลยทำให้ไม่ได้กินข้าวอีก ส่วนตอนเย็นหลังจากเรียนเสร็จก็ดันลืมซื้อขึ้นมาอีก เวรกรรมของชะนีฟิล์มแท้ๆเลย เมื่อสมองด้านดีและด้านลบโต้เถียงกันจนสำเร็จก็ได้ข้อสรุปว่า ด้านลบชนะด้านดีเป็นที่เรียบร้อย จากที่ตั้งใจว่าจะอ่านวิชาที่จะต้องเรียนในวันพรุ่งนี้ ฉันกลับถูกด้านเดวิลครอบงำจิตใจให้ลงไปหาอะไรกินที่ข้างล่างเพื่อประทังชีวิตในวันนี้แทน ฉันหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋าเรียนก่อนจะหยิบแบงค์ร้อยออกมาสองใบแล้วรีบวิ่งออกจากห้องด้วยความเร็วแสง ร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้หอคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เดินไปพลางสูดกลิ่นหอมจากน้ำซุปไปพล
“ก็คงต้องหาเวลาไปเจรจาขอโทษพี่เขาอ่ะ แต่ตารางเรียนเราไม่มีทางตรงกับพี่เขาแน่ อีกอย่างช่วงนี้ปีสี่น่าจะเริ่มส่งโปรไฟล์เพื่อไปฝึกงานกันแล้วนะ” ฉันบอกพลางเก็บหนังสือเรียนวิชาแคลคูลัสเข้ากระเป๋าไว้เหมือนเดิมเพราะนาฬิกาข้อมือบอกเวลาใกล้เข้าเรียนแล้ว “เรียนอิ๊งห้องไหนกัน” ปิ่นถาม “เราห้องสอง” พาร์ทตอบเป็นคนแรก ฉันหยิบตารางเรียนที่ปรินท์ออกมาจากเว็บขึ้นมาดู “เราห้องสามอ่ะ” “เราห้องเดียวกับพาร์ท” ปิ่นบอกก่อนจะหันไปทางแก้ว “แล้วแก้วอ่ะ” “เราห้องหนึ่ง” แก้วบอก “โอเค งั้นแยกย้ายกันตรงนี้เลยก็ได้ พรุ่งนี้เจอกันนะทุกคน” ฉันโบกมือลาเพื่อนๆ เพราะทุกคนเรียนอังกฤษกันคนละห้อง แถมหอพวกเราแต่ละคนยังคนละหออีกด้วย ฉันพักอยู่หอนอกใกล้ๆกับมหาวิทยาลัย ส่วนพาร์ทกับปิ่นอยู่หอใน แก้วอยู่คอนโดญาติซึ่งห่างจากมหาวิทยาลัยไปค่อนข้างไกลนิดหน่อย ตอนนี้ก็เป็นเวลาบ่ายสองกว่าๆแล้วด้วย เรียนคลาสนี้ก็กินเวลาไปตั้งสองชั่วโมง เลิกคลาสก็คงเย็น เพราะฉะนั้นแยกย้ายกันตรงนี้เลยดีกว่า พอเรียนเสร็จฉั
“ไอ้ฟิล์ม!!!” เสียงเรียกชื่อจากปิ่นทำให้สติฉันกระเจิดกระเจิงทั้งๆที่ใช้เวลาพยายามนั่งรวบรวมมันมาเป็นเวลาสองชั่วโมงแล้ว ฉันหันไปมองปิ่น ก่อนจะตอบเสียงเนือยๆเนื่องจากเอฟเฟกต์จากเหตุการณ์หน้าแตกเป็นผุยผงเมื่อช่วงเที่ยงยังคงตามหลอกหลอน “ว่าไงปิ่น” ฉันหยิบหนังสือเรียนวิชาแคลคูลัสขึ้นมาอ่านสมการฆ่าเวลาเพื่อรอเรียนวิชาภาษาอังกฤษ “แกดังใหญ่แล้วนะฟิล์ม” ดัง? อาการงงงวยตรงเข้าเล่นงานจนทำคิ้วฉันขมวด “ดังอะไรอ่ะปิ่น เรางงว่ะ” “…” ไอ้ปิ่นไม่ได้อธิบายอะไรให้ฉันฟัง มันทำเพียงแค่กวักมือเรียกฉันให้ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์หน้าจอเกือบหกนิ้วมาให้แล้วชี้นิ้วใส่มันถี่ๆ ‘ขาโหดวิศวะ ปะทะ เฟรชชี่หน้าใส’ ฉันอ่านชื่อเพจ ก่อนจะอ่านทวนซ้ำอีกรอบ นี่มันอะไรเนี่ย! “อะไรวะเนี่ย” ฉันแผดเสียงเมื่อกดเข้าดูรูปโปรไฟล์ของเพจที่ว่า รูปฉันที่ยืนเถียงกันกับรุ่นพี่สองคนนั้นเมื่อช่วงเที่ยงไงล่ะ ฉันเลื่อนนิ้วดูข้อมูลบนเพจ มันเขียนบอกว่า ‘เพจนี้เป็นเพจแฟนคลับของน้องผู้หญิงปีหน
ปึก!เสียงฝ่ามือกระทบลงบนบ่าผมหนักๆหนึ่งทีจนผมหันไปมอง เป็นไอ้คินทร์ที่เดินมาสมทบด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน“มีไรวะ” มันถามพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักๆ“นั่นมันโต๊ะกินข้าวประจำของกู” ผมพยักพเยิดหน้าไปยังโต๊ะกินข้าวของตัวเองไอ้คินทร์มองตามก่อนที่มันจะหันกลับมามองที่ผม พร้อมกับสายตาและใบหน้าที่แสดงออกถึงอาการสงสัยอยากจะโบกแม่งให้ความจำเสื่อม โทษฐานโง่เกินมนุษย์มนา...“มึงไม่เห็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้นเหรอ” ผมถามมันพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ตัวผู้หญิงใจกล้าที่นั่งโต๊ะประจำของตัวเองอยู่“ก็เห็น แล้วไงวะ” ไอ้คินทร์ยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองควายยังเรียกพี่ เผลอๆควายยังฉลาดกว่ามันนะผมว่า“เพื่อนคินทร์ ใครๆก็รู้ว่านั่นโต๊ะประจำของกูกับมึง ไม่เคยมีใครกล้านั่งมาก่อน” ผมพยายามอธิบายให้มันฟังด้วยอาการใจเย็น“อ้อ.. ให้กูจัดเลยป่ะ” ไอ้คินทร์ทำท่าพับแขนเสื้อขึ้น ใบหน้าฉายแววหื่นกามจนผมอดส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาไม่ได้“มึงพอเลยไอ้สัตว์ เดี๋ยวกูไล่เอง” ผมรั้งแขนมันไว้ก่อนจะเดินนำหน้าไปดูเหมือนเธอจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผมกำลังจะเดินไปหาเรื่อง เธอยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนไปไหนแม้แต่เซนต์เดียว“น้องครับ” ผมเรียกหล
![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


