เข้าสู่ระบบจากคำว่า “ดีลธุรกิจ” ค่อย ๆ กลายเป็น “พันธะผูกพัน” เพราะเมื่อใจไม่ใช่สิ่งที่ต่อรองได้ เธออาจต้องจ่ายด้วยบางอย่าง...ที่มีค่ามากกว่าชีวิต 🖤จากคืนนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “พันธะลับ” ที่ผูกชีวิตทั้งสองเข้าไว้ด้วยข้อตกลงที่ไม่มีใครคาดคิด เธอต้องแลกศักดิ์ศรีกับโอกาส ส่วนเขา...ต้องแลกหัวใจที่เคยเยือกเย็นกับความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป ❌เพราะบางครั้ง “ความผูกพัน” ที่เกิดขึ้นจากข้อตกลง ...อาจร้ายแรงกว่าคำว่า “รัก” เสียอีก🖤
ดูเพิ่มเติมตอนที่1 พันธะลับ NC++
เสียงครางกระเส่าดังก้องสะท้อนภายในห้องคอนโดหรู สองร่างชายหญิงกำลังกอดรัดกันอยู่บนเตียงด้วยความเร่าร้อน เงาดำของสองคนสะท้อนอยู่บนผนัง เสียงหอบหายใจดังประสานกันอย่างรุนแรง ร่างสูงของชายหนุ่มยังคงเคลื่อนไหวอยู่บนร่างบาง มานานนับสองชั่วโมง เขายังคงครอบครองเธอแม้ว่าเสียงเล็กนั้นจะเอ่ยอ้อนวิงวอนอยู่ทุกขณะแต่ทว่าเขาก็ไม่สามารถหยุดความต้องการที่มีต่อเธอได้เลย "อ่าา จะ..จุก" "จุกหรือเสียว เอาให้แน่" เสียงหวานเอ่ยครางกระเส่าเมื่อเขาค่อย ๆ บดคลึงความเป็นชายลงมาอย่างหนักหน่วง สะโพกสอบจู่โจมจนร่างเล็กเกร็งสั่นสะท้าน เสียงร้องครวญครางถูกกลืนกินเพราะพิษจูบ เขาดูดดึงริมฝีปากที่กำลังเปียกชุ่ม เธอเผยอออกเล็กน้อยเมื่อเขาสอดแทรกลิ้นร้อนเข้ามาอย่างจาบจ้วง บรรจงดูดดื่มอย่างเร้าอารมณ์ กลิ่นกายหอมกรุ่นที่เขาสัมผัสกลายเป็นสิ่งเสพติดที่ไม่มีวันเบื่อ "อ๊าาส์ อ้าขาออก" "มะ...มันจุก พี่ศาเบาหน่อยได้ไหม" "ฉันเบาสุดแล้ว" ร่างสูงยังคงกระแทกกระทั้นอยู่อย่างนั้นจนร่างเล็กโยกคลอน ไฟสวาทกำลังแผดเผาให้ร่างกายร้อนรุ่ม องศาคำรามออกมาเสียงดัง เขาคุกเข่ามือจับเอวบางไว้แน่นเมื่อเข้าใกล้ความเสร็จสม แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ดันดังขึ้นเสียก่อน ทำให้อารมณ์ที่กำลังปะทุหยุดชะงักแต่เอวก็ยังคงเคลื่อนไหวเข้าออกอย่าไม่ปรานี เขาชักสีหน้าอย่างหงุดหงิดก่อนจะสบถออกมา "เวรชิบ!!" "ระ..รับสายก่อนสิคะพี่ศา อ๊าา!" "อย่ามาสั่ง ฉันกระแทกเธอเสร็จเมื่อไรก็เมื่อนั้นแหละ" องศายังคงกระแทกแก่นกายอยู่อย่างนั้นโดยที่เขาไม่ได้สนใจเสียงโทรศัพท์เลยด้วยซ้ำจนกระทั่งสายนั้นถูกตัดไป ภายในห้องจึงเหลือเพียงเสียงครางกระเส่าของสองคนที่กำลังดังสอดประสานกันอย่างลงตัว ร่างเล็กเริ่มมวนท้องน้อย เมื่อเขาร่อนส่ายสะโพกอย่างเชื่องช้า จังหวะที่กระแทกเข้าออกนั้นเหมือนกับเปลวเพลิงที่สุ่มอยู่ในอก สมองเธอขาวโพลนดวงหน้าแดงก่ำดวงตาพร่าเบลอ เธอกำลังถูกหลอมละลายด้วยพิศวาสที่ชายหนุ่มปรนเปรอ ความหวาดเสียวแล่นเข้าใส่ยังกึ่งกลางจนขนในกายลุกซู่ เมื่อใกล้ถึงฝั่งปรารถนาสองร่างรวมกันเป็นหนึ่ง องศาเร่งสะโพกอย่างรัวเร็ว สองมือกอบกุมเต้างามเอาไว้แนบแน่นก่อนจะบีบเร้นมันเพื่อระบายอารมณ์ โพลงสวาทกลืนกินเอ็นร้อนจนร่างกายเขาปวดหนึบ ปากทางเข้ายังคงฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำรักที่กำลังไหลชโลมออกมาจนเปียกชุ่ม องศาเร่งเอวให้รัวเร็วเมื่อใกล้ถึงทางสวรรค์ เขาเริ่มนับจังหวะอย่างชำนาญก่อนที่ร่างกายจะเกร็งกระตุกแล้วปลดปล่อยน้ำรักเข้าใส่กายสาวทุกหยาดหยด "อ๊าาส์ ซี๊ดดดด!" "อ่าาา" ครืดดด ครืดดด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งเป็นรอบที่สอง ในขณะที่องศากำลังนอนหอบหายใจด้วยความถี่เร็วอยู่บนอกอวบใหญ่ เอาชักสีหน้าไม่พอใจก่อนจะจิ๊ปากเบา ๆ อย่างเบื่อหน่าย แต่ก็มิวายเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดูว่าใครกันแน่ที่โทรมาในยามราตรีเช่นนี้ แต่ทว่าเมื่อชื่อที่โชว์บนหน้าจอกลับทำให้เขาตกใจไม่น้อย "ซีเนียร์?" องศากระตุกคิ้วอย่างงงงวย สายตาเขาจดจ่อไปที่ร่างบางตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ "อะ...อะไรคะ?" "เธออยู่นี่ แล้วใครแม่ง! เอาโทรศัพท์โทรมาได้ว่ะ!" ซีเนียร์ที่นอนอยู่ใต้ร่างเขาพลันนึกขึ้นได้ว่าเธอน่าจะทำโทรศัพท์ร่วงหายไปเมื่อตอนเย็น ตอนที่องศากำลังโมโหที่เธอขัดใจเขา "นะ..น่าจะเป็นของฉันเอง มันหายไปตอนพี่ศาดึงออกมาจากร้าน" "แล้วทำไมไม่บอกว่ะเนียร์!" เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน จ้องร่างบางตรงหน้าไม่วางตา ซึ่งส่วนนั้นก็ยังคงเชื่อมต่อกันอยู่ "ก็พี่ศาดูอารมณ์ไม่ดีนิคะ! เนียร์ไม่กล้าบอก" "ดื้อชิบ!" องศาชักสีหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่เขาจะกดรับสายทันที ปลายสาย : พอดีผมเก็บโทรศัพท์ได้ครับ ที่ร้านเค้กที่คุณผู้หญิงมาทานเมื่อช่วงค่ำๆ องศา : แล้วมึงโทรมาบอกเวลานี้? ปลายสาย : เอ่อ...พอดีผมพึ่งเห็นตอนจะปิดร้าน แล้วพึ่งเปิดกล้องวงจรดูครับ (ปลายสายพูดเสียงตะกุกตะกักเมื่อสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของอีกฝ่าย) องศา : เออ! เดี๋ยวไปเอา ยังไม่ทันที่ปลายสายจะพูดจบองศาก็ชิงตัดสายไปเสียก่อน เขาโยนโทรศัพท์ทิ้งลงพื้นอย่างไม่แยแส สายตาคมเข้มจดจ่อมองมาที่เธอเขม็ง "อร่อยมากใช่ไหมเค้กไอ้เหี้ยนั่น" "กะ...ก็อร่อยดีค่ะ" "ซีเนียร์!" องศากดเสียงต่ำทันทีที่ได้ยินเธอพูดจบ "อะ..อะไรคะ ฉันพูดผิดตรงไหน" ซีเนียร์ละล่ำละลักตอบ เธอรู้ว่าเขามันคนใจร้อนและโหดร้าย ซึ่งต่างจากบุคลิกที่อยู่ต่อหน้าทุกคนโดยสิ้นเชิง "เห็นแก่กิน!" "ก็มันอร่อยนิหน่า" "ยังจะมาเถียงอีก! กระแทกอีกรอบดีไหม ปากดีชะมัด" องศาค่อย ๆ ถอนแก่นกายที่ชโลมไปด้วยน้ำรักออก เขาหยัดกายขึ้นก่อนจะอุ้มเธอเข้าห้องน้ำไป ซึ่งเขาจะทำแบบนี้ทุกครั้งหลังมีอะไรกันแต่ทว่าซีเนียร์ ก็ยังคงไม่ชินสักที "ฉันจะล้างเอง พี่ออกไป" "อย่ามาเรื่องมาก ปกติไม่เห็นอาย อ้าขาออก" องศาบอกพลางจับขาเธอให้แยกออกจากกันในขณะที่เธอนั่งอยู่บนเคาร์เตอร์อ่างล้างหน้า "พี่ศา~" "เร็ว! ฉันต้องขับรถวนไปเอาโทรศัพท์ให้เธออีก อย่ามาดื้อตอนนี้มันดึกแล้ว" "ก็ไปสิคะ ฉันจะทำเอง!" "เรื่องมาก" เสียงประตูรถกระแทกปังกลางความเงียบของลานจอดองศาทอดตัวลงนั่งบนเบาะหนังสีดำ พลางพ่นลมหายใจออกมาช้า ๆ ปลายนิ้วหนากระชับพวงมาลัยแน่นก่อนสตาร์ทรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำสะท้อนในลานโล่ง รถสปอร์ตสีเทาดำเคลื่อนออกจากที่จอดด้วยความเร็วที่ไม่มากแต่ทว่ากับมั่นคง ท้องถนนยามห้าทุ่มว่างเปล่า มีเพียงแสงไฟถนนทอดยาวกับเงาเสาไฟที่ทอดสลับกัน เขาเปิดกระจกรถลงครึ่งหนึ่ง ลมกลางคืนพัดเข้ามาปะทะใบหน้า ทำให้ควันบุหรี่ที่เขาจุดลอยออกไปรวดเดียว “ซีเนียร์...ให้ตายสิ” เสียงพึมพำต่ำแทบไม่ได้ตั้งใจเปล่ง องศาไม่รู้ว่าหงุดหงิดเพราะอะไร เพราะเธอทำโทรศัพท์หล่น เพราะเธอเถียง หรือเพราะสายตาใส ๆ ที่มองเขาแบบนั้นก่อนเขาจะออกมา แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น รถของเขาก็เลี้ยวเข้าเส้นทางไปยังร้านเค้กนั้นโดยอัตโนมัติ ถนนเส้นย่อยเงียบสงบ มีเพียงป้ายไฟร้านส่องแสง อ่อนๆ อยู่ท้ายซอย เขาลงจากรถเสียงรองเท้ากระทบพื้นซีเมนต์ดังก้องเมื่อเดินเข้าไปหาเจ้าของร้านที่ยังเปิดไฟรออยู่ “คุณคือ...คนที่จะมารับโทรศัพท์ใช่ไหมครับ?” เจ้าของร้านพูดอย่างเกรง ๆ “อืม” เขาตอบสั้น ๆ “นี่ครับ โทรศัพท์ของแฟนคุณ” "..." "ผมเห็นตอนจะปิดร้านพอดี ว่าจะรอโทรพรุ่งนี้เช้าแต่กลัวว่าเจ้าของจะหาน่ะครับแต่ก็ไม่คิดว่าจะดึกขนาดนี้" องศารับโทรศัพท์มาโดยไม่พูดอะไร แค่พยักหน้าขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกไป เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกครั้งในความเงียบของถนนตอนตีหนึ่ง ระหว่างทางกลับ เขาเหลือบมองโทรศัพท์ในมือหน้าจอขึ้นภาพวอลล์เปเปอร์ที่เธอถ่ายเล่น แสงแดดที่ส่องผ่านกระจกห้องเรียนกับเงาเส้นผมของเธอ องศาเผลอยกมุมปากขึ้นนิดๆ แล้วสบถเบา ๆ “เก่งจังนะซีเนียร์ ที่ทำฉันหงุดหงิดได้...” องศาเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้นอีก สายตาคมเข้มยังคงจดจ่อไปที่ถนนเบื้องหน้า ซึ่งตอนนี้ก็ดึกพอสมควรจึงไม่ค่อยมีรถสัญจร สองข้างทางประดับประดาไปด้วยเสาไฟแสงสีส้มที่ทอดยาวมาจนถึงคอนโคหรูที่เขาพักอาศัยอยู่ เมื่อกลับมาถึงคอนโดแล้วองศาเปิดประตูเข้ามาก็พบว่าไฟในห้องมืดสนิทมีเพียงแสงไฟเล็ก ๆ ลอดผ่านประตูห้องนอนออกมา เขาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแร่ออกมากระดกดื่มเพื่อดับความกระหาย ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป ร่างบางนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างไม่ไหวติง ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราอันลึกล้ำไปแล้ว องศาเดินไปถอดเสื้อยืดที่ใส่อยู่ออก เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำสมชายชาตรี ตรงต้นแขนมีรอยสักรูปนกอินทรีที่กำลังกระพือปีก รอบหน้าอกถูกสักด้วยตัวภาษาอังกฤษและใต้บริเวณราวนม ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง ร่างสูงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เพราะทั้งเหนื่อยและง่วงเต็มที เขาค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนา ดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนกอดกระชับเธอแน่นขึ้น ซีเนียร์เองก็ซุกหน้าเข้าหาอกกว้างที่คุ้นเคยและองศาก็หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมๆ กับเธอตอนที่13 แค่ขอโทษ (ไม่พอ) NC+++กลิ่นควันบุหรี่เจืออยู่ในอากาศ เสียงฝนข้างนอกกระทบกระจกเป็นจังหวะช้า ๆ เหมือนจงใจตอกย้ำความเงียบในห้ององศานั่งเอนหลังบนโซฟา แขนพาดพนักอย่างคนไม่สนโลกปลายนิ้วคีบบุหรี่ไว้หลวม ๆ แสงไฟสีส้มปลายมวนสะท้อนแววตาคมเข้มของเขาให้ดูเย็นจนเกือบเยือก ซีเนียร์มองอยู่ห่าง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไป เสียงเท้าเปล่าของเธอแทบไม่ดังบนพื้นไม้“พี่ศา...”เขาไม่ตอบ แค่ขยับสายตาขึ้นนิด ๆ เป็นเชิงรับรู้ เธอนั่งลงบนพนักโซฟาอีกฝั่ง เหยียบปลายกระโปรงตัวเองไว้ แล้วพูดต่อเสียงเบา“เนียร์ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้พี่ไม่พอใจนะ” องศาพ่นควันออกเบา ๆ สายควันขาวลอยขึ้นเหมือนลมหายใจของเขาไม่มีน้ำหนัก“ฉันไม่ได้โกรธ” เขาว่าเสียงเรียบ แต่ในน้ำเสียงมีความเย็นที่รู้ว่าไม่จริงนัก ซีเนียร์มองเสี้ยวหน้าของเขา แสงไฟสะท้อนเส้นกรามตึงชัด“แต่พี่ศาไม่พูดกับเนียร์เลย”“ฉันก็พูดอยู่นี้ไง” องศากระตุกคิ้วเล็กน้อย “พี่ศาเป็นแบบนี้ทุกทีเลย...” เธอเม้มปาก ยกเข่าขึ้นกอดไว้กับอก “แบบไหน” เสียงเขานิ่ง แต่ดวงตาหันมาจ้องเต็มๆ“แบบที่ไม่พูด แต่เนียร์รู้ว่าพี่งอน”องศาเลิกคิ้วเล็กน้อย สูดควันเข้าปอดอีกครั
ตอนที่12 ไม่พอใจรถสีดำเคลื่อนไปอย่างเงียบงัน แสงไฟริมถนนสาดวูบเข้ามาทางกระจก สลับกับเงามืดของค่ำคืน ภายในรถ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ต่ำกับลมหายใจที่แผ่วจนแทบไม่ได้ยินองศามือข้างหนึ่งประคองพวงมาลัย อีกข้างวางสบาย ๆ บนตัก ดวงตาคมนิ่งมองถนนข้างหน้า ใบหน้าเรียบเฉยจนยากจะเดาอารมณ์ซีเนียร์นั่งเบาะข้าง ๆ แสงจากหน้าปัดรถสะท้อนบนแก้มใส เธอขยับตัวนิด ๆ เพราะรู้สึกว่าความเงียบในรถมันแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง แล้วเสียงทุ้มของเขาก็ดังขึ้น เรียบง่าย แต่แผ่วต่ำจนสะดุ้ง“กินข้าวหรือยัง”ซีเนียร์หันไปมอง เสียงหัวใจดังขึ้นอีกรอบ เขายังมองตรง ไม่ได้เหลียวมาแม้แต่น้อย แต่แค่ประโยคสั้นนั้นก็ดูอบอุ่นเกินจะปกติ“ยังค่ะ...” เธอส่ายหน้าเบา ๆ “อืม แวะกินก่อนค่อยเข้าคอนโด” เสียงนั้นสั้นและเรียบแต่ชัดเจนในทุกคำที่เปล่งออกมา“พี่ศาจะกินด้วยไหมคะ” เธอยิ้มจาง ๆ “กิน” เขาเหลือบมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะพูดออกมาแค่คำเดียว... แต่ทำให้มุมปากเธอเผลอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัวจากเบาะหลัง มายมิ้นมองภาพนั้นผ่านกระจกหน้า องศาที่พูดเพียงไม่กี่คำ แต่ทุกคำกลับทำให้คนข้าง ๆ มีรอยยิ้มในทันที รอยยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นใครทำให้ซีเนียร์ยิ้มแ
ตอนที่11 ติดรถกลับเสียงนกร้องแผ่วเบาช่วงบ่ายวันใหม่ของมหาวิทยาลัยลานหน้าตึกบริหารเต็มไปด้วยนักศึกษาที่เดินสวนกันขวักไขว่ บ้างถือแฟ้ม บ้างถือแก้วกาแฟในมือ“ห้องสมุดคนเยอะมากเลยอะ!” เสียงแป้งหอมบ่นพลางเดินออกมาพร้อมโซลีนและน้ำฝน ซีเนียร์เดินตามมาด้วยใบหน้ามีเหงื่อบาง ๆ เพราะเพิ่งขึ้นไปดูเองเมื่อครู่“ไม่เหลือที่นั่งเลยแม่คุณ โต๊ะเต็มทุกมุม ทั้งชั้นสองชั้นสาม”“บอกแล้วว่าช่วงนี้เด็กปีสามกำลังสอบย่อย ห้องสมุดนี่แหละที่พวกเขายึดเป็นฐานทัพ” โซลีนทำปากจู๋ “งั้นเราไปคาเฟ่หน้าคณะไหมล่ะ เห็นเปิดใหม่ บรรยากาศก็น่ารักดี” ซีเนียร์หัวเราะ “เห็นด้วย!” แป้งหอมตอบทันที “ฉันอยากกินโกโก้เย็นพอดีเลย~” น้ำฝนพยักหน้าเงียบ ๆ ส่วนมายมิ้นที่ถือแฟ้มเอกสารหนาในมือก็ยิ้มบาง ๆ“ดีเลย ฉันจะได้เอาเครื่องคิดเลขออกมาด้วย ทำตรงนั้นสะดวกกว่า”คาเฟ่ little bear ตั้งอยู่ตรงหัวมุมตึกการตลาด กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นตั้งแต่ยังไม่เปิดประตูเข้าไป แสงแดดลอดผ่านกระจกใสสะท้อนโต๊ะไม้สีอบอุ่น เสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ คลออยู่ในอากาศ ซีเนียร์เลือกมุมริมหน้าต่าง โต๊ะใหญ่พอสำหรับห้าคน ทุกคนวางของลงแล้วเริ่มจัดระเบียบเอกสารกันคนละทิศคนละทาง“โอ
ตอนที่10 โครงงานกลุ่มช่วงบ่ายห้องเรียนขนาดใหญ่ในตึกบริหารคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่ง กลิ่นกระดาษใหม่จากแฟ้มรายงานผสมกับกลิ่นหมึกปากกาในอากาศ เสียงอาจารย์คนใหม่ดังชัดผ่านไมค์หน้าห้อง“โครงการแผนธุรกิจจำลองนี้จะเป็นงานใหญ่ประจำเทอม ต้องทำกันจริงจังเหมือนบริษัทขนาดย่อม นักศึกษาต้องวิเคราะห์ตลาด ทำงบประมาณ และจัดทำรายงานเสนอผู้ลงทุนสมมติ... ซึ่งก็คือผมนั่นแหละ” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นทั่วห้อง อาจารย์ยิ้มพลางมองไปรอบ ๆ"..."“จับกลุ่มละห้าคนครับ ใครยังไม่มีกลุ่มรีบหาภายในวันนี้ อย่ารอจนหมดเวลา เดี๋ยวจะไม่มีคนเหลือให้จับ”เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทันที ทุกโต๊ะมีการหันไปมองกันไปมา โต๊ะริมหน้าต่างด้านขวา ซีเนียร์นั่งอยู่กับโซลีนและแป้งหอม ทั้งสามสาวมองหน้ากันก่อนหัวเราะเบา ๆ“เรานี่สามคนอยู่ด้วยกันตลอดเลยนะ” โซลีนพูด“แน่นอนสิ~ ใครจะทนคนพูดเก่งอย่างฉันได้นอกจากพวกแกล่ะ” ซีเนียร์ตอบพร้อมยิ้มกว้าง“แต่เรายังขาดอีกสองคนใช่ไหม” แป้งหอมถาม ขณะนั้นเอง เสียงจากโต๊ะด้านหลังดังขึ้น“เอ่อ... ขอโทษนะ ยังขาดกลุ่มอยู่ไหม?”สาวร่างบางผมม้าตรง หน้าตานุ่มนวล เดินถือแฟ้มเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะของพวกเธอ ซีเนี