ข้าขอนอนสักงีบเถิด

ข้าขอนอนสักงีบเถิด

last updateآخر تحديث : 2026-08-02
بواسطة:  กัญฉัตรتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
110فصول
616وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ในสามภพภูมิ สี่คาบสมุทร หกดินแดน ล้วนมีเทพผู้มีฤทธิ์เดชกล้าแกร่ง เซียนผู้หลุดพ้น มนุษย์วีรบุรุษ และปีศาจดุร้าย ทว่า หลิวฟางซวง กลับแหวกทุกขนบธรรมเนียมอันพึงมีของเผ่าสวรรค์ เป็นเทพธิดาซึ่งขึ้นชื่อเรื่องขี้เกียจเป็นงานหลัก นอนหลับเป็นงานอดิเรก ด้วยเหตุนี้เมื่อโดนโทษทัณฑ์ให้ลงมาใช้กรรมบนโลกมนุษย์เป็นเวลาห้าร้อยปี นางจึงเผลอรับเด็กน้อยสามคนมาเลี้ยงดูหวังจะช่วยลดโทษให้เบาลง คนหนึ่ง คือมนุษย์ผู้กินของวิเศษเข้าไป อีกคนหนึ่ง คือครึ่งมนุษย์ครึ่งปีศาจงูขาว ส่วนคนสุดท้าย คือครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพมังกร เทพธิดาแสนเอื่อยเฉื่อยต้องมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงจำเป็น โดยที่ไม่ได้เอะใจเลยสักนิดว่าที่มาของบทบาทนี้จะมีเบื้องหลังอันยิ่งใหญ่ นางเห็นชีวิตอันสงบสุขของตนกำลังจะถูกทำลาย จึงทำได้เพียงร้องตะโกนว่า... "ข้าขอนอนสักงีบเถิด!"

عرض المزيد

الفصل الأول

1

序言

ภพชาติที่หนึ่ง เทพธิดาผู้แสนเกียจคร้าน

“อาซวง...”

          เสียงเล็กที่ร้องเรียกมาพร้อมกับแรงสะกิดบนไหล่บาง ปลุกให้ผู้ที่กำลังจมอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขกดหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีเปลือกลี่จือ[1] ขยับพลางครางออกมาอย่างขัดใจ “อื้อ...”

            “ท่านอาซวง ท่านอาซวง”

            ครานี้มิใช่แค่การสะกิด ทว่ายังพ่วงมาด้วยการเขย่าไหล่พลางส่งเสียงร้อนรนเป็นพิเศษ

หลิวฟางซวงซึ่งยังเหลือเค้าความงัวเงียสะบัดมือออกหนหนึ่ง เด็กชายร่างเล็กวัยเจ็ดขวบที่มาปลุกก็ถูกคลื่นพลังไร้รูปผลักจนหล่นตุ้บลงไปกองบนพื้นหญ้า

            “อย่ามากวนใจข้า ข้าขอนอนหลับอีกสักงีบ” นางกล่าวจบก็พลิกตัวนอนตะแคง หันหนีไปอีกทางอย่างไม่ใส่ใจ

เตียงไม้ขนาดใหญ่ปูรองด้วยขนแกะนุ่มสบายคล้ายก้อนเมฆาบนสรวงสวรรค์เสียสี่ส่วน แสงแดดรำไรสาดผ่านร่มไม้อุ่นนวลกำลังพอดี สายลมยามชุนเทียน[2] เย็นสบายพัดพาเอากลิ่นมวลบุปผาที่กำลังเบ่งบาน ส่งความฟุ้งหอมละมุนละไมเกลี่ยผ่านหมู่แมลงที่โอบล้อม

อา... หากนอนจำศีลสักประเดี๋ยวก็คงครบห้าร้อยปี

ร่างอรชรคิดพลางซุกใบหน้าลงกับหมอนนิ่มมากขึ้น หากพอเคลิ้มใกล้ผล็อยกลับ ก็ถูกเสียงเดิมกวนใจขึ้นมาอีกหน

            “ท่านอาซวง! อาจูกับอาหลงทะเลาะกันอีกแล้ว!”

            หลิวฟางซวงมินำพาต่อน้ำเสียงร้อนรนของเด็กชายที่แว่วอยู่ข้างหู ดวงตายังคงปิดสนิทขณะที่โบกมือไปมาในอากาศอย่างเกียจคร้าน “เขาอยากจะตีกันก็ปล่อยให้เขาตีกันไป”

            ว่าแล้วก็เตรียมนอนต่อ...

“ท่านอาซวง! อาจูกลายร่างเปลี่ยนเป็นงูแล้วขอรับ!”

“ก็ปล่อยให้เปลี่ยนไป”

“อะ...อาหลงปะ...แปลงเป็นมังกรแล้ว!”

“ก็ดีแล้วนี่” นางพึมพำเสียงเนือย

“เขาจะพ่นไฟแล้ว จะพ่นไฟแล้ว!” คนพูดพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นเตียงมาปลุกนางอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนก ทว่าผู้ถูกปลุกกลับอ้าปากหาวพร้อมกับร่ายเวทมนตร์เพิ่มความสูงของเตียงให้มากขึ้นอีกครึ่งผิง[3]

ความสูงที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้ร่างเล็กๆ หล่นตุบลงบนพื้นซ้ำรอยเดิม ความเจ็บที่ระบมมากกว่าเดิมทำเอาน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างน่าสงสาร

มู่หรงอู่ลุกขึ้นยืนก่อนจะลูบก้นที่เจ็บป้อยๆ ครั้นแหงนหน้ามองขาเตียงที่พุ่งสูงขึ้นไปอย่างน่าอัศจรรย์ก็อ้าปากค้าง ในสุดแดนพงไพรแห่งนี้มีเพียงเด็กน้อยสามคนกับท่านอาหญิงซึ่งได้รับหน้าที่จากท่านผู้เฒ่าให้มาดูแลพวกเขาต่อ ดังนั้นหลังจากนี้พวกเขาจึงมีท่านอาหญิงเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว

ตัวเขาหรือก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าหากท่านอาหญิงไม่ยอมไปห้ามปรามหงหยางจูกับอี้เฟิงหลงแล้วไซร้ มีหวังผืนป่าแห่งนี้...

เด็กชายจินตนาการภาพในหัวแล้วลอบกลืนน้ำลาย ทันใดนั้นเองเสียงแหวกผ่านอากาศก็ดังกึกก้องขึ้น มู่หรงอู่หันขวับไปมองยังทิศทางดังกล่าวก่อนจะกรีดร้องเสียงหลง

“ว้ากๆๆ!”

            โครม!

ต้นไม้ที่หักโค่นล้มระเนระนาดปลุกให้หญิงสาวขี้เซาเปิดเปลือกตาขึ้นมาครึ่งหนึ่ง เห็นหางแหลมยาวที่เต็มไปด้วยเกล็ดขาวโบกสะบัดแหวกผ่านอากาศก็ยกมือปิดปากหาว

อา... หงหยางจูตัวใหญ่ขึ้นอีกแล้ว

หลิวฟางซวงหยัดกายจากท่านอนขึ้นมานั่ง เตรียมร่ายมนตร์ให้เตียงหดเล็กลงเหมือนเดิม ทว่ากลับหยุดมือเมื่ออุณหภูมิรอบกายร้อนระอุขึ้นอย่างกะทันหัน

“นี่มัน...”

ฟู่!

ฉับพลันเปลวเพลิงจากมังกรดำร่างใหญ่ที่พ่นออกมาจากปากเผาผืนป่าพังพินาศไปแถบหนึ่ง ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของมู่หรงอู่ที่วิ่งหนีวิถีของไฟที่แผดเผาได้ทันอย่างหวุดหวิด

“อ้ากๆๆ! ท่านอาซวงช่วยข้าด้วย!”

            เทพธิดาสาวยกมือเสยเรือนผมดำขลับดั่งเส้นไหมล้ำค่าให้พ้นจากใบหน้าเรียวรูปไข่ทรงมน ดวงตาที่ลืมขึ้นอย่างเต็มที่เผยให้เห็นนัยน์ตาสีอำพันแวววาว งดงามประดุจหยาดน้ำค้างทองคำสะท้อนแสงตะวัน

            หญิงงามผู้มีอายุยืนยาวกว่าหมื่นปีเพ่งสมาธิไปที่ปลายนิ้วมือขวาทั้งห้า ยามที่สะบัดออกไปก็เกิดเป็นสายลมวูบใหญ่ พัดเอาเปลวไฟที่ลุกไหม้ให้ดับมอดลงทั้งหมดในคราวเดียว

            นางมองภาพเบื้องหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากที่หาวหวอดอีกครั้ง

หลับอีกสักหน่อย... ประเดี๋ยวค่อยตื่นมาเก็บกวาด

[1] ลี่จือ (荔枝) หมายถึง ลิ้นจี่

[2] ชุนเทียน (春天) หมายถึง ฤดูใบไม้ผลิ

[3] 1 ผิง มีค่าเท่ากับ 3.3 เมตร

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
110 فصول
1
序言ภพชาติที่หนึ่ง เทพธิดาผู้แสนเกียจคร้าน“อาซวง...” เสียงเล็กที่ร้องเรียกมาพร้อมกับแรงสะกิดบนไหล่บาง ปลุกให้ผู้ที่กำลังจมอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขกดหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีเปลือกลี่จือ[1] ขยับพลางครางออกมาอย่างขัดใจ “อื้อ...” “ท่านอาซวง ท่านอาซวง” ครานี้มิใช่แค่การสะกิด ทว่ายังพ่วงมาด้วยการเขย่าไหล่พลางส่งเสียงร้อนรนเป็นพิเศษหลิวฟางซวงซึ่งยังเหลือเค้าความงัวเงียสะบัดมือออกหนหนึ่ง เด็กชายร่างเล็กวัยเจ็ดขวบที่มาปลุกก็ถูกคลื่นพลังไร้รูปผลักจนหล่นตุ้บลงไปกองบนพื้นหญ้า “อย่ามากวนใจข้า ข้าขอนอนหลับอีกสักงีบ” นางกล่าวจบก็พลิกตัวนอนตะแคง หันหนีไปอีกทางอย่างไม่ใส่ใจเตียงไม้ขนาดใหญ่ปูรองด้วยขนแกะนุ่มสบายคล้ายก้อนเมฆาบนสรวงสวรรค์เสียสี่ส่วน แสงแดดรำไรสาดผ่านร่มไม้อุ่นนวลกำลังพอดี สายลมยามชุนเทียน[2] เย็นสบายพัดพาเอากลิ่นมวลบุปผาที่กำลังเบ่งบาน ส่งความฟุ้งหอมละมุนละไมเกลี่ยผ่านหมู่แมลงที่โอบล้อมอา... หากนอนจำศีลสักประเดี๋ยวก็คงครบห้าร้อยปีร่างอรชรคิดพลางซุกใบหน้าลงกับหมอนนิ่มมากขึ้น หากพอเคลิ้มใกล้ผล็อยกลับ ก็ถูกเสียงเดิมกวนใจขึ้นมา
اقرأ المزيد
2
第一章ท่านอาเป็นสตรีผู้เกียจคร้าน การนอนหลับอย่างเต็มอิ่มส่งผลให้ผู้ตื่นนอนมีสีหน้าสดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้ายามเย็นแต่งแต้มด้วยฝูงวิหคโผบินกลับรังเสมือนภาพวาด หวนให้นึกถึงความสุขสงบของบ้านที่จากมา หลิวฟางซวงยืดแขนบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้า ดวงหน้างามพริ้มดั่งหญิงสาววัยสิบแปดอาบแสงนวลสีแสดดูเปล่งปลั่งดั่งผลอิงเถา[1] เรือนผมยาวสลวยจนถึงข้อเท้าส่งกลิ่นอ่อนๆ ของเหลียนฮวา[2] อันเป็นกลิ่นหอมประจำตัวนางถือกำเนิดมาจากน้ำค้างบนกลีบเหลียวฮวา ตรงสระทิพย์หน้าพระราชวังตะวันตกบนสรวงสวรรค์ พระนางซิหวังหมู่[3] เป็นผู้ประทานชื่อ ‘ฟางซวง’ อันหมายถึงน้ำค้างซึ่งมีกลิ่นหอมให้แก่นาง อา... ว่าไปแล้วก็เริ่มนึกถึงเตียงใบบัวที่บ้านขึ้นมาแล้วสิเจ้าตัวคิดพลางถอนหายใจน้อยๆ สะบัดข้อมือเพื่อเก็บเตียงสำหรับนอนงีบหลับให้กลับไปอยู่ในถ้ำตามเดิม กวาดตามองสำรวจผืนป่าในบริเวณนี้ซึ่งมีชื่อเรียกในหมู่เทพเซียนว่า ‘สุดแดนพงไพร’บัดนี้ผืนป่าต้องห้ามมีสภาพไหม้เกรียมกลายเป็นสีดำไปแถบหนึ่ง ส่วนต้นไม้ก็มีหักโค่นเรียงรายไปเสียอีกแถบหนึ่งหากสภาพดังกล่าวกลับมิเป็นที่ติดใจของผู้ที่มองผ่าน ร่างอ
اقرأ المزيد
3
หลิวฟางซวงเห็นสภาพดังกล่าวก็เลิกคิ้วขึ้นมาข้างหนึ่ง…ผู้ใดสั่งสอนให้เดินแก้ผ้ามาเยี่ยงนี้!มู่หรงอู่วิ่งไปหลบอยู่หลังร่างอรชรด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ การต่อสู้อันดุเดือดยังสร้างความขนลุกขนพองให้เขาไม่สร่างซาการกระทำของเด็กมนุษย์ผิดกับหลิวฟางซวงที่กะพริบตาปริบๆ มองร่างที่กำลังย่ำเดินตรงมาหานางด้วยสีหน้าบูดบึ้ง สองมือของพวกเขากุมปิดจุดกึ่งกลางระหว่างขาเอาไว้อย่างระมัดระวังอย่างน้อยก็ยังดีที่พวกเขารู้จักปกปิดส่วนสงวนของตนเองเอาไว้บ้าง...ดวงตาสีอำพันกวาดมองพวกเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เด็กชายคนแรกดูแล้วน่าจะอายุไม่เกินหกขวบ ดวงตาสีน้ำเงินเรืองแสงพร้อมกับม่านตาเรียวเล็ก ดูอย่างไรก็มิใช่มนุษย์ เรือนผมขาวยาวประบ่ายุ่งเหยิงมีรอยไหม้บางจุด บนผิวสีขาวซีดมีเกล็ดขาววาวขึ้นมาเป็นหย่อมๆ คล้ายงู หลิวฟางซวงรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นเด็กลูกครึ่งมนุษย์กับปีศาจงูขาว ชื่อว่า... ชื่อว่า...เทพธิดาสาวผู้ขี้เกียจใส่ใจในทีแรกแอบกระซิบถามมู่หรงอู่ซึ่งยืนหลบอยู่ด้านหลัง“คะ...คนผมขาวชื่อหงหยางจู ส่วนคนผมดำเหลือบเขียวชื่ออี้เฟิงหลงขอรับ” มู่หรงอู่กระซิบตอบนางพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะหันไปถามเด็กชายทั้งสองที่กำลังวุ่นวายอ
اقرأ المزيد
4
ผู้ฟังนิ่งไปพักหนึ่ง มองใบหน้าของทั้งสองสลับกันไปมา เริ่มคาดเดาอะไรได้บางส่วน “พวกเจ้าทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้?”หงหยางจูยักคิ้วพลางป้องปากคล้ายกระซิบกับหญิงสาว “เจ้ามังกรหวงภาพพจน์อย่างกับอะไรดี...”“แล้วเหตุใดจึงกลับกันมาในสภาพเช่นนี้ได้” นางหมายถึงการเดินตัวเปล่ากลับมาที่นี่ทั้งที่เป็นช่วงชุนเทียนอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นในยามค่ำคืน ต่อให้พวกเขาจะเป็นครึ่งเทพกับครึ่งปีศาจ ทว่าร่างกายของเด็กน้อยก็ไม่ได้แข็งแรงทนทานถึงเพียงนั้นถามยังไม่ทันขาดคำ สายลมวูบใหญ่ก็พัดผ่านมาราวกับจะกลั่นแกล้ง อี้เฟิงหลงตัวสั่นเทาแต่ก็พยายามควบคุมท่าทางให้นิ่งเฉย ผิดกับเด็กชายลูกครึ่งปีศาจงูขาวที่ยกมือขึ้นมาปิดปากและจมูกที่จามออกมาหลิวฟางซวงหันหลังให้พวกเขาแทบไม่ทันเมื่อหงหยางจูมิได้ใช้มือปกปิดท่อนล่างไว้เหมือนเคย จังหวะต่อมาก็ได้ยินเสียงของเด็กชายผมขาว “พวกเราเปลี่ยนร่าง เสื้อผ้าเลยขาดหมดแล้ว”หญิงสาวดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวก็เสกผ้าคลุมสองผืนให้ปรากฏขึ้นบนความว่างเปล่าเหนือร่างทั้งสอง เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เดินนำพวกเขากลับเข้าถ้ำ“รีบตามมาเร็วเข้า”เด็กครึ่งปีศาจครึ่งเทพสองคนตีกันเพราะเย้าแหย่เรื่องฟันหลอ ส่วนเด็
اقرأ المزيد
5
คิดพลางสะบัดมือเพื่อจุดเทียนไขในห้องให้สว่าง ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แล้วเรียกของสองสามสิ่งขึ้นมากองบนโต๊ะหินเบื้องหน้ามู่หรงอู่ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพร้อมชะเง้อคอมอง “ท่านอาซวงจะทำอันใด”“เย็บผ้า”ผู้ฟังกะพริบตาปริบๆ ปกติเขาเห็นท่านอาเสกโน่นเสกนี่มาโดยตลอด วันนี้ต้องมีวาระโอกาสพิเศษแน่ท่านอาซวงเป็นเทพธิดาผู้งดงาม ทว่าบางครั้งก็ดูห่างเหินจนมู่หรงอู่แอบหวั่นใจ ดังนั้นเขาจึงคอยมองและสังเกตนางอยู่ตลอด ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายอาจทอดทิ้งจากพวกเขาไปได้ทุกเมื่อ“เย็บผ้าทำไมหรือขอรับ”“เย็บชุดให้เอ่อ...” หญิงสาวย่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อพยายามนึกชื่อ “อี้เฟิงหลงกับหงหยางจู ถ้าหากว่าต้องเสกชุดให้พวกเขาทุกครั้งที่เปลี่ยนร่าง มีหวังพลังของข้าคงเสื่อมเร็วขึ้นหลายสิบปี”คนผู้น้อยฟังคำอธิบายของอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจนัก อะไรคือพลังเสื่อม... เป็นเทพธิดามีพลังเสื่อมด้วยหรือมู่หรงอู่ยกมือเกาคางก่อนจะย้ายไปเกาที่ศีรษะ ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องขณะที่มองอีกฝ่ายสอดด้ายลอดห่วงเข็ม “ท่านคิดว่าอาจูกับอาหลงเกลียดกันหรือไม่”“พวกเขาแค่ชอบทะเลาะกัน ไม่ได้เกลียดกันหรอก” หลิวฟางซวงวิเคราะห์ คนเกลียดกันจะเดินกลับมาด้วยกันได้อย่
اقرأ المزيد
6
“อ้อ... เจ้าพูดถึงท่านผู้เฒ่าขึ้นมาก็ดีแล้ว” เสียงหวานปานระฆังแก้วยืดยานกว่าปกติเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงความง่วงงุนที่เริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่ในจิตใต้สำนึก “ข้ายังไม่รู้เลยว่าพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”“ท่านอาซวงอยากรู้หรือขอรับ” มู่หรงอู่ถาม ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดารานับพันดวงอยู่ในนั้นนี่ถือเป็นครั้งแรกที่หลิวฟางซวงแสดงท่าทีสนใจพวกเขาทั้งสามนับตั้งแต่รับช่วงต่อจากท่านผู้เฒ่า“ก็นิดหน่อย...” นางเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาปิดปากหาว เตียงหลังนี้ราวกับถูกร่ายมนตร์ไว้อย่างไรอย่างนั้น... แรงดึงดูดของมันมากมายมหาศาลจนน่าตกใจดวงตาสีอำพันเริ่มปรือใกล้จะดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนสุขอยู่รอมร่อ ผิดกับเด็กชายบนเก้าอี้หน้าโต๊ะตัวใหญ่ที่กระดิกเท้าที่ห้อยไปมาอย่างกระตือรือร้น“ข้าถูกพามาที่นี่เป็นคนแรกขอรับ ต่อมาท่านผู้เฒ่าก็พาอาจูมา ครึ่งปีหลังจากนั้นอาหลงก็ถูกพามาเป็นคนสุดท้าย” มู่หรงอู่เว้นจังหวะเพื่อเกาคางที่เริ่มคันอากาศที่เย็นลงทำให้ผิวที่แห้งและบอบบางของเจ้าตัวเริ่มแตก ทว่าหลิวฟางซวงผู้กำเนิดเป็นเทพธิดาไม่เคยสังเกตอะไรเช่นนี้เพราะตนไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ยามนี้คางของเด็กชายจ
اقرأ المزيد
7
คำถามของหงหยางจูช่างตรงข้ามกับการกระทำโดยสิ้นเชิง แม้เขาจะพูดเหมือนขออนุญาต หากร่างมันวาวที่ห่อหุ้มไปด้วยเกล็ดขาวยวงสีงาช้างกลับเลื้อยเข้ามานอนขดอยู่ใกล้ๆ ลำคอเจ้าของเตียงอย่างถือวิสสาสะนางกระถดคอหนีเพราะรู้สึกจั๊กจี้ “แล้วมังกรอย่างอี้เฟิงหลงจะหนาวด้วยอีกคนหรือไม่” แม้จะไม่ค่อยอยากถือสาเด็ก ทว่าถ้าต้องนอนร่วมเตียงกับงูตัวหนึ่งและมังกรอีกตัวหนึ่งก็คงให้ความรู้สึกพิลึกอยู่ไม่ใช่น้อยหงหยางจูพ่นลมหายใจ “เจ้านั่นพ่นไฟได้ ดูแล้วไม่น่าจะหนาว”“หากเจ้าไปนอนกับเขาก็น่าจะอุ่นกว่านอนกับข้านะ” นางกล่าวทีเล่นทีจริง รู้ดีว่าคนทั้งสองเพิ่งจะตีกันมาแต่ก็อดที่จะแกล้งไม่ได้อีกฝ่ายเชิดคอขึ้น หากมีแม่เบี้ยคงแผ่ไปแล้ว “ไม่เอาด้วยหรอก” กล่าวจบก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหยาะแหยะราวกับร่างไร้กระดูก ความอบอุ่นจากร่างของหญิงสาวช่วยให้ความหนาวยะเยือกเริ่มทุเลา ดวงตาคู่งามคล้ายอัญมณีปิดลงครึ่งหนึ่ง สบายตัวใกล้จะเคลิ้มหลับเต็มที“แล้วมู่หรงอู่เล่า”“ข้าไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับบุรุษ”หลิวฟางซวงเลิกคิ้วสูงอย่างไม่อยากเชื่อ เด็กผู้นี้อายุเพียงแค่หกขวบกลับพูดจาแก่แดดแก่ลม สายเลือดปีศาจที่ไหลเวียนในร่างนี่ดูเบามิได้เลยจ
اقرأ المزيد
8
เสียงของมู่หรงอู่งึมงำในลำคอจนนางได้ยินไม่ถนัด ครั้นตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมาด้วยเสียงของใครบางคน“ข้าหิวข้าว”หลิวฟางซวงเลิกคิ้ว ดวงตาสีอำพันเบนไปยังเจ้าของเสียงแหบเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องนอนซึ่งอยู่ใกล้สุด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากเมื่อประสานสายตาเข้ากับเด็กชายในชุดสีดำสนิท ขับผิวสีขาวและดวงตาสีมรกตอี้เฟิงหลงมองดูรอยยิ้มงดงามของเทพธิดาอย่างหวาดระแวง รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างประหลาด “ยิ้มทำไม”“ก็เจ้ามิได้เป็นใบ้แล้ว ข้าย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา”“หึ!” บุตรชายเทพมังกรเชิดคอสูงก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากถ้ำไปท่านผู้เฒ่าพาพวกเขามาอยู่ในสุดแดนพงไพรก็จริงอยู่ ทว่าหากเดินเลยถ้ำแห่งนี้ไปทางทิศทักษิณเพียงครึ่งลี้[1] ก็จะพบกับแปลงผักและสวนผลไม้มากมายที่ผู้เฒ่าจางกั๋วเหล่าปลูกไว้ให้พวกเขาได้เก็บเกี่ยวเอามากินได้“ท่านอาซวง...” เด็กน้อยร้องครางเมื่อถูกหญิงสาวละความสนใจไปชั่วขณะหนึ่งพอเจ้าของดวงหน้างามรู้สึกตัวก็หันหน้ากลับมา “มู่หรงอู่ เจ้าหิวแล้วหรือยัง”คำถามของหลิวฟางซวงเรียกให้มู่หรงอู่เบนสายตาไปมองผลส้มที่ตกอยู่ที่พื้นอย่างแสนเสียดาย“ข้า...”โครกๆๆ...นางได้
اقرأ المزيد
9
ครั้นหงหยางจูลากอีกฝ่ายมาพอสมควรแล้วก็ปล่อยมือจากคนที่ลากจูง เด็กน้อยที่ตัวเล็กกว่าล้มก้นจ้ำเบ้าเพราะตั้งตัวไม่ทัน แต่คนแกล้งหาได้ใส่ใจจะขอโทษไม่ เขายกมือขึ้นเท้าสะเอวข้างหนึ่งพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยม่านตาเรียวบางประดุจเส้นเข็มจุดที่พวกเขายืนอยู่เป็นผืนป่าโปร่งระหว่างทางไปยังแปลงผักของท่านผู้เฒ่า กลิ่นอายที่เปิดประสาทสัมผัสบ่งบอกได้ว่าไม่มีอันตรายใดๆ ในละแวกใกล้เคียง ท่านผู้เฒ่าเคยกำชับไว้ว่าพวกเขาต้องปกป้องดูแลมู่หรงอู่ที่โตกว่าเพราะว่าเขายังไม่สามารถเรียนรู้ที่จะปกป้องตนเองได้ที่เขารับปากก็เพราะท่านผู้เฒ่าใช้มันเป็นเงื่อนไขให้หลิวฟางซวงมาดูแลพวกเขาแทนที่จะเป็นแม่ทัพสวรรค์ตกงานผู้น่ารำคาญก่อนหน้านี้ ทว่าสิ่งที่เขายังสงสัยก็คือ... เหตุใดท่านผู้เฒ่าจึงให้เด็กมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่เผลอกินของวิเศษเข้าไป มีสิทธิ์ได้รับการเลี้ยงดูร่วมกับเขาและเจ้ามังกรตัวนั้น“อาจู” มู่หรงอู่หันมามองเขาอย่างหวาดๆ ตกใจที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็ยอมปล่อยตัวเขาให้เป็นอิสระ“เลิกสำออยใส่ท่านอาซวงได้แล้ว นางมิชอบคนอ่อนแองอแง”คำพูดของเจ้างูน้อยดูท่าจะจี้ใจดำ ครานี้ดวงตาสีดำสนิทของผู้ฟังที่สั่นไหวอย่างขลาดกลัวกลับแข
اقرأ المزيد
10
ในทางตรงกันข้าม... ความไม่แยแสของนางรังแต่จะกระตุ้นให้พวกเขาอยากเข้าใกล้นางมากยิ่งขึ้น ราวกับภายใต้ฉากหน้าที่แสนขี้เกียจนั้นย่อมมีความเป็นมาบางอย่างที่ไม่ธรรมดา“งูโอหังที่ดีแต่รังแกคนอ่อนแอเยี่ยงเจ้าเก็บปากไว้กินข้าวไม่ดีกว่ารึ” อี้เฟิงหลงตอบกลับเสียงขุ่น เขามิได้ตั้งใจแอบฟังทั้งสองคุยกัน แต่บังเอิญต้องเดินกลับมาทางนี้ก็เท่านั้น“ขออภัยด้วยขอรับท่านอี้เฟิงหลงผู้มีเชื้อสายมังกร... บนโลกมนุษย์นี้ ท่านผู้เฒ่าบอกว่าพวกเราทั้งหมดล้วนเท่าเทียมกัน!” เจ้างูขู่ฟ่อ “คำสั่งของเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้ และข้าก็ไม่คิดจะฟังเจ้าด้วย!”ผู้ฟังพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ฟันหน้าที่หลอสร้างความหงุดหงิดให้เขาจนแทบไม่มีอารมณ์จะเสวนากับผู้ใด เกลียดยิ่งนักที่ต้องอยู่ในร่างเด็ก “ที่พวกเจ้าทะเลาะกันก็เพราะเรื่องของหลิวฟางซวง?”“อาหลง เจ้าก็รู้นี่ว่าท่านอาซวงมีพลังบางอย่างที่จะช่วยให้พวกเราคืนร่างเดิมได้” คราวนี้เสียงของเด็กชายผู้มีสายเลือดมนุษย์อยู่เต็มตัวเรียกความสนใจจากเขา “ข้าอยากทำให้นางรักและเอ็นดูพวกเรา นางจะได้ไม่ทิ้งพวกเราไป”มู่หรงอู่กล่าวด้วยความสัตย์จริง พวกเขาไม่รู้เลยว่าต้องรออีกนานเพียงใดกว่าจะมีผู้
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status