Short
ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า

ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า

بواسطة:  อาเซิงمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
21فصول
84وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

หลังจากรับโทษในคุกหลวงนานถึงห้าปี ในที่สุดเฉิงสือยวนก็ถูกปล่อยตัวออกมา ยามประตูคุกเปิดออก คนแรกที่นางได้พบ ก็คือเซียวหลินยวน เขานั่งตระหง่านอยู่บนหลังม้าอาชาไนยสีดำสนิททั่วทั้งตัว สวมชุดคลุมลายมังกรของชินอ๋องสีดำ รูปร่างเหยียดตรงผ่าเผยดั่งต้นสน ทว่าในใจของเฉิงสือยวน กลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ อีกต่อไป นางเบือนสายตาหนี ทำราวกับเขาไม่มีตัวตน แล้วลากร่างอันบอบช้ำเต็มไปด้วยบาดแผล หมายจะเดินอ้อมม้าจากไป เพิ่งก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว กองทหารองครักษ์ถือทวนยาวพลันพรั่งพรูออกมาจากทั้งสองข้าง กั้นขวางทางเดินของนางไว้ “นักโทษหญิงเฉิงสือยวน รับราชโองการ!” เฉิงสือยวนหยุดฝีเท้าลง แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้น “นักโทษหญิงเฉิงสือยวน เมื่อครั้งนั้นปองร้ายองค์ชายหก หลักฐานความผิดแน่นหนา! เดิมทีควรต้องโทษประหารชีวิตทันที แต่เห็นแก่ความดีความชอบในการทำศึกของท่านแม่ทัพอาวุโสเฉิงผู้เป็นบิดาในอดีต ฝ่าบาทจึงทรงเมตตา เปลี่ยนโทษเป็นคุมขังในคุกหลวงเป็นเวลาห้าปี! บัดนี้ครบกำหนดโทษแล้ว ทว่าความเจ็บปวดจากการสูญเสียบุตรของพระนางเหลียงเฟย ยังไม่จางหายไปตลอดห้าปี! จึงมีพระบรมราชโองการพิเศษ ให้ปูถ่านแดงเป็นระยะทางสิบหลี่ ตั้งแต่คุกหลวงไปจนถึงประตูเมือง! นักโทษหญิงเฉิงสือยวนต้องย่ำเท้าเปล่าเดินให้ครบตลอดเส้นทาง เพื่อปลอบประโลมดวงวิญญาณขององค์ชายหกบนสวรรค์ ความผิดจึงจะถือว่าลบล้าง!” ถ่านแดงสิบหลี่? เดินเท้าเปล่า?

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ไกลๆ โดยรอบพลันมีเสียงสูดหายใจดังขึ้นระงม

นั่นคือถ่านไฟที่เผาจนแดงจัด อย่าว่าแต่สิบหลี่เลย แม้เพียงสิบก้าว ก็เพียงพอจะลวกเท้าสองข้างของคนจนเนื้อแตกหนังปริ!

มือที่จับบังเหียนของเซียวหลินยวนพลันเกร็งแน่น สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารีบพลิกตัวลงจากม้า “หยุดนะ...”

“ท่านอ๋อง!” เสียงสตรีอันอ่อนหวานแต่แฝงความร้อนใจเอ่ยขัดเขาขึ้นมา

เห็นเพียงม่านรถม้าหรูหราคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างๆ ถูกเปิดขึ้น เสิ่นเยว่หนิงมีสาวใช้คอยพยุง เดินลงมาอย่างเชื่องช้าแช่มช้อย

นางรีบก้าวไปข้างกายเซียวหลินยวน ดึงรั้งชายเสื้อเขาไว้เบาๆ “ท่านอ๋อง อย่าได้วู่วาม! พระนางเหลียงเฟยกำลังทรงกริ้ว หากท่านฝืนขัดขวาง เกรงว่าจะยิ่งทำให้นางมีโทสะ วันหน้าจะยิ่งมุ่งเป้าเล่นงานพี่หญิงสือยวน”

“อีกทั้งนิสัยของพี่หญิงสือยวนแต่ไหนแต่ไรก็เด็ดเดี่ยวเปิดเผย กาลก่อนมีแต่ผู้อื่นเสียเปรียบนาง เคยเห็นนางเสียเปรียบให้ใครที่ไหนกัน? นางต้องมีวิธีรับมือเป็นแน่ หากท่านลงมือยามนี้ กลับจะไม่เป็นผลดี”

การเคลื่อนไหวของเซียวหลินยวนพลันชะงักลง

นั่นสิ เฉิงสือยวน...นางไม่เคยเป็นลูกพลับนิ่มที่ปล่อยให้ผู้ใดข่มเหงรังแกได้ตามใจชอบ

นางเป็นบุตรีตระกูลขุนศึก ทั้งงดงามโดดเด่น ฝีมือขี่ม้ายิงธนูไร้พ่าย และมีนิสัยใจคอเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าบุรุษเสียอีก

แต่ก่อนหากใครกล้ารังแกนางแม้เพียงนิดเดียว นางจะเอาคืนเป็นสิบเท่าแน่นอน

ถ่านไฟเล็กน้อยแค่นี้...นางอาจจะมีวิธีรับมือจริงๆ ก็ได้?

เขาลังเลแล้วมองไปทางเฉิงสือยวน คาดหวังให้นางเชิดคางขึ้น ยิ้มแย้มอย่างเจิดจ้าราวกับดวงตะวันและแฝงความเจ้าเล่ห์เหมือนแต่ก่อน แล้วพูดกับเขาว่า “เซียวหลินยวน ดูให้ดีนะ กลอุบายแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!”

ทว่ากลับมิได้เป็นเช่นนั้น

เฉิงสือยวนเอาแต่ก้มหน้า มองดูถ่านไฟที่แดงจัดผืนนั้นอยู่นาน แล้วจึงยกเท้าก้าวลงไป

“ฉ่า…”

เสียงผิวเนื้อไหม้เกรียม คละคลุ้งไปกับกลิ่นไหม้ กระจายไปทั่วในทันที

รูม่านตาของเซียวหลินยวนหดเกร็งฉับพลัน

ทว่าดรุณีผู้งดงามเจิดจ้าที่เคยควบม้าโบกแส้และสวมชุดแดงราวกับเปลวเพลิงผู้นั้น กลับคล้ายไม่รู้สึกรู้สา ก้าวเท้าเปล่าเหยียบลงบนก้อนถ่านที่เผาจนแดงทีละก้าว ผิวเนื้อใต้ฝ่าเท้าไหม้ดำ พร้อมม้วนตลบ และลอกหลุดอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเนื้ออ่อนสีแดงสดด้านใน แล้วก็ถูกความร้อนลวกจนไหม้ดำอีกครั้งทันที

เลือดสดไหลรินตลอดทาง เฉิงสือยวนเนื้อตัวสั่นสะท้าน สีหน้าซีดขาว ทว่านางกลับกัดฟันแน่น ไม่ปริปากสักคำ

เซียวหลินยวนมองดูแผ่นหลังผอมบางที่เดินซวนเซไปข้างหน้าท่ามกลางถ่านไฟนั้น รู้สึกเพียงว่าหัวใจคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นข้างหนึ่งกำไว้แน่น ยิ่งกำยิ่งแน่น จนแทบจะหายใจไม่ออก

ความตื่นตระหนกและความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ถูกนั้น ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ไม่...ไม่ควรเป็นเช่นนี้

เฉิงสือยวนจะยอมทนอย่างเงียบสงบเช่นนี้ได้อย่างไร นางควรจะขัดขืน ควรจะด่าทอ ควรจะใช้ดวงตาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงคู่นั้นจ้องมองพวกเขาสิ...

เพราะเหตุใด?

เพราะเหตุใดนางจึงกลายเป็นเช่นนี้

ในที่สุด ถ่านไฟยาวเหยียดสิบหลี่ก็มาถึงจุดสิ้นสุด

เท้าของเฉิงสือยวนเลือดนองเปรอะเปื้อนไปตั้งนานแล้ว ร่างของนางโงนเงน ก่อนจะเอนไปข้างหน้า เห็นอยู่รำไรว่ากำลังจะล้มลง…

“สือยวน!”

เซียวหลินยวนดึงสติกลับมาได้ในที่สุด โผพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว คว้าประคองเฉิงสือยวนที่กำลังจะล้มลงกับพื้นไว้ได้ในทีเดียว แล้วดึงเข้ามาสวมกอดไว้ในอ้อมอก

ยามสัมผัสถูกตัว ร่างกายของนางเบาจนน่าใจหายและมีแต่กระดูกทิ่มแทงมือ นางเบาหวิวราวกับขนนก ทั่วร่างเย็นชืด มีเพียงความร้อนผ่าวที่ส่งมาจากเท้าซึ่งร้อนลวกจนเขาใจสั่นลนลาน

“เจ้า...” เสียงของเขาสั่นสะท้าน “เจ้ามีวรยุทธ์มิใช่หรือ? เหตุใดจึงไม่ใช้กำลังภายใน? เหตุใดต้องก้าวไปเช่นนั้น?!”

เฉิงสือยวนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาของนางเรียบเฉย ราวกับผืนน้ำนิ่งสงบที่ไร้ชีวิต

“ทัณฑ์ทรมานแรกที่ข้าโดนในคุกหลวง คือการตอกทะลุกระดูกไหปลาร้า” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและราบเรียบไร้อารมณ์ “วรยุทธ์น่ะ สูญสิ้นไปนานแล้ว”

เซียวหลินยวนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ราวกับถูกอสนีบาตฟาดใส่ ทั้งตัวแข็งค้างอยู่ตรงนั้น

กระดูกไหปลาร้าถูกตอกทะลุ วรยุทธ์สูญสิ้นทั้งหมด

นั่นคือโทษทัณฑ์ที่ทรมานที่สุดของผู้ฝึกยุทธ์ ทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก

“ข้าสั่งให้คนคอยดูแลเจ้าในคุกหลวงอย่างดีแท้ๆ เหตุใดจึงถูกทัณฑ์ทรมานโหดร้ายเช่นนี้ ทำไม...” ลำคอของเขาตีบตันจนแทบเอ่ยออกมาเป็นประโยคไม่ได้ “ทำไมถึงไม่ส่งคนมาหาข้า? เหตุใดจึงไม่บอกข้า?!”

“หาท่าน?”

เฉิงสือยวนแค่นยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นว่างเปล่าและโศกเศร้า แฝงไปด้วยการเย้ยหยันอันไร้ที่สิ้นสุด

นางอยู่ในคุกหลวงอันมืดมนไร้แสงตะวัน ต้องรับทัณฑ์ทรมานมากเท่าใด ร้องขอความเป็นธรรมมากี่ครั้ง เขียนหนังสือเลือดฝากคนนำออกไปให้เขากี่ฉบับ?

ขอร้องให้เขาปล่อยนางออกไป ขอร้องให้เขาเห็นแก่เยื่อใยสามีภรรยาห้าปี อย่าให้นางต้องรับบาปแทน

ทว่าเขาเล่า? ไม่เคยปรากฏตัวเลยสักครั้งเดียว

ความหวังครั้งแล้วครั้งเล่า แลกมาด้วยความสิ้นหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุด แม้แต่ความสิ้นหวังก็ยังด้านชาไปแล้ว

เซียวหลินยวนถูกสายตาที่เรียบเฉยจนน่ากลัวของนางมองจนขวัญผวา ความหวาดกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนเข้าเกาะกุมตัวเขาไว้

เขารีบอธิบาย “ช่วงเวลาที่เจ้าเข้าคุกหลวง ข้าประจวบเหมาะถูกเสด็จพ่อส่งไปตรวจการค้าเกลือที่เจียงหนาน หนทางห่างไกล ข่าวสารติดขัด...ดังนั้นตอนที่เจ้าหาข้า ข้าอาจจะได้รับไม่ทันเวลา...”

“เอาล่ะ ไม่พูดเรื่องเหล่านี้แล้ว ข้าจะพาเจ้ากลับจวนอ๋องก่อน ให้หมอหลวงรักษาอย่างดี ต่อไป...จะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องทนรับความทรมานพวกนี้อีกแล้ว”

เขาพยายามจะอุ้มนางขึ้นรถม้า ทว่าเฉิงสือยวนกลับสะบัดมือเขาออกเบาๆ พลางยึดจับคานรถม้าไว้ด้วยตนเอง แล้วยืนอย่างมั่นคง

“ไม่กลับจวนอ๋อง”

เซียวหลินยวนตะลึงงัน “ไม่กลับจวนอ๋อง? แล้วเจ้าจะไปที่ใด?”

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
21 فصول
บทที่ 1
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ไกลๆ โดยรอบพลันมีเสียงสูดหายใจดังขึ้นระงมนั่นคือถ่านไฟที่เผาจนแดงจัด อย่าว่าแต่สิบหลี่เลย แม้เพียงสิบก้าว ก็เพียงพอจะลวกเท้าสองข้างของคนจนเนื้อแตกหนังปริ!มือที่จับบังเหียนของเซียวหลินยวนพลันเกร็งแน่น สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารีบพลิกตัวลงจากม้า “หยุดนะ...”“ท่านอ๋อง!” เสียงสตรีอันอ่อนหวานแต่แฝงความร้อนใจเอ่ยขัดเขาขึ้นมาเห็นเพียงม่านรถม้าหรูหราคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างๆ ถูกเปิดขึ้น เสิ่นเยว่หนิงมีสาวใช้คอยพยุง เดินลงมาอย่างเชื่องช้าแช่มช้อยนางรีบก้าวไปข้างกายเซียวหลินยวน ดึงรั้งชายเสื้อเขาไว้เบาๆ “ท่านอ๋อง อย่าได้วู่วาม! พระนางเหลียงเฟยกำลังทรงกริ้ว หากท่านฝืนขัดขวาง เกรงว่าจะยิ่งทำให้นางมีโทสะ วันหน้าจะยิ่งมุ่งเป้าเล่นงานพี่หญิงสือยวน”“อีกทั้งนิสัยของพี่หญิงสือยวนแต่ไหนแต่ไรก็เด็ดเดี่ยวเปิดเผย กาลก่อนมีแต่ผู้อื่นเสียเปรียบนาง เคยเห็นนางเสียเปรียบให้ใครที่ไหนกัน? นางต้องมีวิธีรับมือเป็นแน่ หากท่านลงมือยามนี้ กลับจะไม่เป็นผลดี”การเคลื่อนไหวของเซียวหลินยวนพลันชะงักลงนั่นสิ เฉิงสือยวน...นางไม่เคยเป็นลูกพลับนิ่มที่ปล่อยให้ผู้ใดข่มเหงรังแกได้ตามใจชอบนางเป็นบุตร
اقرأ المزيد
บทที่ 2
เฉิงสือยวนไม่ได้ตอบ เพียงกล่าวกับคนขับรถม้าว่า “ไปที่ว่าการเมืองหลวง”“ที่ว่าการเมืองหลวง?” เซียวหลินยวนขมวดคิ้วแน่น “เจ้าไปที่นั่นทำไม?”เฉิงสือยวนไม่ตอบ เพียงใช้ดวงตาอันว่างเปล่าคู่นั้นมองเขาเสิ่นเยว่หนิงที่อยู่ข้างๆ ก้าวมาข้างหน้าได้ถูกเวลา พลางเอ่ยหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ท่านอ๋อง พี่หญิงสือยวนเพิ่งออกมา คงจะมีเรื่องสำคัญต้องจัดการ มิสู้...ตามใจนางเถิดเจ้าค่ะ?”เซียวหลินยวนมองท่าทางดื้อดึงเงียบขรึมของเฉิงสือยวน แล้วกดข่มความสงสัยและความขุ่นเคืองในใจลง “เอาล่ะ ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”ตลอดทาง ภายในรถม้าเงียบสงัดจนน่ากลัวเซียวหลินยวนอยากชวนคุย แต่เมื่อเห็นเฉิงสือยวนหลับตาพักผ่อนเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหนเขาสั่งให้คนนำผ้าห่มมาคลุมให้นาง แล้วรินน้ำอุ่นยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก แต่นางก็ไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้น เพียงเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงกาลก่อนนางหาได้เป็นเช่นนี้ไม่แต่ก่อนหากนางได้รับบาดเจ็บแม้เพียงนิด แม้แค่ถลอกเพียงเล็กน้อย ก็จะวิ่งมาตรงหน้าเขา ชูมือให้เขาดู แล้วออดอ้อนว่า “เซียวหลินยวน เจ็บจังเลย ท่านช่วยเป่าให้ข้าหน่อยสิ”ตอนนั้นเขารู้สึกรำคาญ คิดว่
اقرأ المزيد
บทที่ 3
“แม่นาง? แม่นาง? ท่านไม่เป็นไรกระมัง?” น้ำเสียงแสดงความห่วงใยเสียงหนึ่ง ฉุดดึงเฉิงสือยวนกลับมาจากความทรงจำเป็นท่านลุงขายถังหูลู่คนหนึ่ง กำลังมองนางด้วยความกังวลเฉิงสือยวนส่ายหน้าเบาๆ จ่ายเงินซื้อถังหูลู่มาไม้หนึ่ง แต่เพียงแค่ถือไว้ในมือ ไม่ได้ส่งเข้าปากนางลืมเลือนไปตั้งนานแล้วว่า รสชาติหวานนั้นเป็นเช่นไรนางฝืนลากเท้าทั้งสองข้างที่ยังคงเจ็บปวดรวดร้าว ค่อยๆ ก้าวเดินกลับไปยังจวนอ๋องเจิ้นเป่ยจวนอ๋องยังคงยิ่งใหญ่อลังการ ประตูสีชาดและกำแพงสูงใหญ่ตระหง่าน คนเฝ้าประตูเห็นนางก็ตะลึงค้างไปพักใหญ่ กว่าจะลนลานย่อกายคารวะ “พระ พระชายา…”เฉิงสือยวนมิได้ขานรับ เพียงเดินตรงเข้าไปข้างในทันทียามเหล่าคนรับใช้ในจวนเห็นนาง ต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง พลางกระซิบกระซาบ สายตาที่มองมามีทั้งเห็นใจ มีทั้งเวทนา แต่ที่มากที่สุดคือความเฉยชาของคนรอชมเรื่องสนุกนางเดินตรงไปยังเรือนหลักอย่างเรือนชีอู๋ ที่แห่งนี้คือเรือนประธานของพระชายา และเคยเป็นที่พักอาศัยของนางในอดีตยามผลักประตูเรือนประธานเข้าไป การตกแต่งภายในห้องก็เปลี่ยนไปมากแล้ว เสิ่นเยว่หนิงกำลังนั่งปักผ้าอยู่บนตั่งนุ่มริมหน้าต่าง พอได้ยินเสียงความเคล
اقرأ المزيد
บทที่ 4
“ท่านไปเสียเถอะ” เฉิงสือยวนหลับตาลง น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยล้า “ข้าอยากพักผ่อน”เซียวหลินยวนมองดวงตาทั้งสองข้างที่ปิดสนิทและเสี้ยวหน้าอันซีดเซียวของนาง ในยามนี้ บนเรือนร่างของนางไม่เหลือเงาร่างของหญิงสาวผู้เคยงดงามเฉิดฉาย และมีชีวิตชีวาดั่งเปลวเพลิงในวันวานอีกแล้วไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจเขาพลันอึดอัดยิ่งนัก ราวกับมีหนามแทงปักอยู่ตรงนั้น“เจ้าพักผ่อนให้ดี” เขายืนขึ้น “วันหน้า...ข้าจะเจียดเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าให้มากขึ้น แล้วก็จะ...ใส่ใจเจ้าให้มากขึ้นด้วย”เขาหันหลังทำท่าจะเดินออกไป ทว่าสาวใช้คนหนึ่งกลับพรวดพราดลนลานเข้ามา ซึ่งก็คือปี้จู สาวใช้คนสนิทของเสิ่นเยว่หนิง“ท่านอ๋อง! แย่แล้วเจ้าค่ะ! คุณหนูญาติผู้น้อง...นางกระอักเลือดหมดสติไปกะทันหัน! หมอหลวงบอกว่านางต้องพิษประหลาด ต้องใช้เลือดของผู้มีธาตุหยินบริสุทธิ์มาเป็นตัวนำยา ถึงจะถอนพิษได้!”เซียวหลินยวนสีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน “ผู้มีธาตุหยินบริสุทธิ์?”สายตาของปี้จูเคลื่อนไปทางเฉิงสือยวนที่อยู่บนเตียงโดยไม่รู้ตัวเซียวหลินยวนหันขวับไปมองเฉิงสือยวนทันที พร้อมแววตาซับซ้อน “สือยวน ข้าจำได้ว่า...วันเดือนปีเกิดของเจ้า เป็นธาตุหยินบริสุท
اقرأ المزيد
บทที่ 5
เซียวหลินยวนสำลักคำพูดของนาง สัมผัสได้ถึงความเย็นชาและเย้ยหยันที่ซุกซ่อนอยู่ใต้น้ำเสียงเรียบสงบนั้นเขาอยากอธิบาย อยากพูดอะไรสักอย่างเพื่อคลี่คลายบรรยากาศ แต่เฉิงสือยวนเบือนหน้าหนีไปแล้ว พลางมองดูทิวทัศน์ที่แล่นผ่านไปนอกหน้าต่างรถ ท่าทางไม่อยากพูดคุยกับเขาอีกเซียวหลินยวนมองเสี้ยวหน้าที่เย็นชาของนาง ความอึดอัดกลุ้มใจและความรู้สึกไร้กำลังในอกก็ตีรวนขึ้นมาอีกครั้งงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิจัดขึ้น ณ ตำหนักแปรพระราชฐานอันงดงามริมชานเมือง ซึ่งโอบล้อมด้วยขุนเขาและสายน้ำ บรรยากาศคึกคักครึกครื้นเป็นอย่างยิ่งการปรากฏตัวของเฉิงสือยวน ก่อให้เกิดความฮือฮาไม่น้อยผู้คนไม่น้อยต่างจำพระชายาเจิ้นเป่ยผู้เคยเลื่องชื่อไปทั่วเมืองหลวงผู้นี้ได้ สายตาอันหลากหลายต่างจับจ้องมา พลางกระซิบกระซาบกันสายตาเย็นชาของเซียวหลินยวนที่กวาดมองไป ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นแผ่วลงในงานเลี้ยงมีการแข่งขันตีคลี เซียวหลินยวนรู้ว่าเมื่อก่อนเฉิงสือยวนชอบตีคลีที่สุด ทั้งยังมีทักษะการขี่ม้าเป็นเลิศ จึงอยากให้นางลงสนาม“สือยวน ไปเล่นสักรอบไหม? ถือเสียว่ายืดเส้นยืดสาย”เฉิงสือยวนส่ายหน้า “ไม่ล่ะ”เซียวหลินยวนเกลี้ยกล่อ
اقرأ المزيد
บทที่ 6
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เฉิงสือยวนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงนอนในสถานที่ห่างไกล เจ็บปวดไปทั้งตัวราวกับกระดูกจะหลุดเป็นชิ้นๆนางยังไม่ตายหรือ?นางยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก หมายจะเอื้อมให้ถึงกาน้ำร้อนบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงขณะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกถีบเปิดออกเสียงดัง “ปัง” อย่างแรง!เซียวหลินยวนยืนหน้าถมึงทึงอยู่ตรงประตู สายตาเย็นชาเฉียบคมแฝงความโกรธเกรี้ยวที่กดข่มไว้ไม่มิด จ้องมองนางไม่วางตา“เฉิงสือยวน” เขาสืบเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยความโกรธ “เหตุใดเจ้าต้องสมรู้ร่วมคิดกับโจรลักพาตัวพวกนั้นด้วย?!”เฉิงสือยวนชะงักงัน ตั้งตัวไม่ติดไปชั่วขณะ“นี่ยังจะเสแสร้งอยู่อีก?!” เซียวหลินยวนเดินมาหยุดข้างเตียง มองลงมาที่นางด้วยสายตาเต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธเกรี้ยว “หากไม่ใช่เพราะเจ้าบอกเส้นทางกับลักษณะรถม้าของเยว่หนิงให้พวกมันรู้ พวกมันจะลักพาตัวนางได้แม่นยำขนาดนี้ได้อย่างไร?! พวกโจรสารภาพหมดแล้วว่า ทั้งหมดนี้เจ้าเป็นคนสมคบคิดกับพวกมัน!”เขาก้าวบีบเข้าไปใกล้ น้ำเสียงยิ่งดุเดือดกร้าวกระด้าง “ข้าเคยบอกแล้วไงว่าข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าอย่างด
اقرأ المزيد
บทที่ 7
ยามที่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็ถูกความอับชื้น เย็นชืด และกลิ่นคาวเลือดอันคุ้นเคยเข้าโอบล้อมตัวนางเอาไว้เป็นกองอาญา“ฟื้นแล้วหรือ?” ผู้คุมหน้าตาเหี้ยมเกรียมคนหนึ่งเดินเข้ามา ในมือถือเหล็กนาบเนื้อที่เผาจนแดงจัด “คุณหนูญาติผู้น้องกำชับไว้ ให้ต้อนรับท่านอย่างดีเป็นเวลาสามวัน พระชายา ล่วงเกินแล้ว!”ต่อจากนั้น ทั้งเหล็กร้อน เฆี่ยนตี น้ำเกลือ การลงทัณฑ์ด้วยเข็ม...การทรมานที่คุ้นเคย ถูกกระหน่ำลงบนเรือนร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของนางทีละอย่างเหล่าผู้คุมได้รับคำสั่งพิเศษจากเสิ่นเยว่หนิง ลงมือได้อย่างพอเหมาะพอดี ทั้งต้องการให้นางเจ็บปวดเจียนตาย แต่ก็จะไม่ปล่อยให้นางตายในทันทีตลอดสามวัน ทุกเสี้ยววินาทียาวนานราวกับร้อยปีเฉิงสือยวนกัดฟันแน่น ไม่เอ่ยปากขอชีวิต ไม่ร่ำไห้คร่ำครวญ ทำเพียงเบิกตาสีหม่นไร้แววคู่นั้น จ้องมองผนังหินที่มีน้ำซึมอยู่ตรงเพดานห้องขังเซียวหลินยวน…นี่คือการลงโทษที่ท่านมอบให้งั้นหรือ?นี่คือวิธีที่ท่านจะพยายามรักข้างั้นหรือ?พลบค่ำวันที่สาม เฉิงสือยวนที่บาดแผลเต็มตัวและลมหายใจรวยริน ก็ถูกโยนกลับมาตรงหน้าประตูเรือนข้างของจวนอ๋องราวกับเศษขยะชิ้นหนึ่งนางฝืนทนรักษาล
اقرأ المزيد
บทที่ 8
ผ่านไปไม่กี่วัน แผลตามตัวของเฉิงสือยวนก็เริ่มดีขึ้นบ้าง จนพอจะลุกจากเตียงเดินเหินได้แล้วเสิ่นเยว่หนิงเป็นฝ่ายมาที่เรือนข้างด้วยตนเอง แถมยังพาเซียวหลินยวนมาด้วย“พี่หญิงสือยวน หลายวันก่อนที่ทำให้ท่านต้องไปคัดคัมภีร์ ในใจข้ารู้สึกละอายใจจริงๆ วันนี้อากาศดี ดอกเหมยที่สวนเหมยทางทิศตะวันตกของเมืองกำลังบานสะพรั่ง ข้าเลยอยากชวนพี่หญิงไปชมบุปผาด้วยกัน ถือเสียว่าข้าขอโทษพี่หญิง ได้หรือไม่?”นางส่ายหน้าปฏิเสธ ทว่าไร้เรี่ยวแรง สุดท้ายจึงถูกเสิ่นเยว่หนิงดึงตัวไปจนได้ในสวนเหมย ดอกเหมยบานสะพรั่ง กลิ่นหอมอบอวลโชยตามลม ผู้คนสัญจรขวักไขว่หนาแน่นเสิ่นเยว่หนิงดูคล้ายเบิกบานยิ่งนัก นางชี้ไปยังเหมยขาวต้นหนึ่งพลางเอ่ย “ท่านอ๋อง ท่านดูต้นนี้สิเจ้าคะ บานได้งดงามยิ่งนัก”เซียวหลินยวนทอดสายตามองแวบหนึ่งพลางพยักหน้า ทว่าสายตากลับเบนไปยังเฉิงสือยวนที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างๆ โดยไม่รู้ตัวนางสวมเสื้อคลุมที่ค่อนข้างเก่าตัวหนึ่ง ยืนอยู่ใต้ต้นเหมยแดงพลางแหงนหน้ามองบุปผา เสี้ยวหน้าด้านข้างซูบผอมซีดเซียว สีหน้าเฉยชา ดูแปลกแยกไม่เข้ากับทัศนียภาพฤดูใบไม้ผลิอันคึกคักนี้เลยสักนิดเสิ่นเยว่หนิงพลันส่งเสียง “ซี๊ด” ออ
اقرأ المزيد
บทที่ 9
เฉิงสือยวนกัดฟันแน่น สองมือยันพื้น เล็บจิกลงในร่องอิฐแน่น ไร้ซึ่งคำอ้อนวอน ไร้ซึ่งคำแก้ตัวเพียงใช้ดวงตาว่างเปล่าคู่นั้น จ้องมองเซียวหลินยวนไม่วางตาในสายตานั้น ไร้ความเกลียด ไร้ความแค้น มีเพียงความเฉยชาอันเย็นเยียบ สงัดเงียบ และราวกับมองทะลุทุกสิ่งเซียวหลินยวนถูกสายตาเช่นนี้ของนางมองจนในใจลนลานอย่างบอกไม่ถูก เพลิงโทสะยิ่งลุกโชน “เฆี่ยน! เฆี่ยนต่อไป! เฆี่ยนจนกว่านางจะยอมพูด!”ขณะสติของเฉิงสือยวนกำลังจะพร่าเลือน เกือบจะทนไม่ไหวแล้วนั้น…“ท่านอ๋อง! ผิดแล้ว! ทุกอย่างผิดไปหมดแล้ว!” หมอหลวงคนหนึ่งพรวดพราด ล้มลุกคลุกคลานเข้ามาเซียวหลินยวนหันขวับกลับมา “ผิดอันใด?!”หมอหลวงคุกเข่าลงดังตุ้บ เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ข้าน้อยเพิ่งตรวจดูอีกครา ทั้งยังสอบถามสาวใช้คนสนิทของคุณหนูญาติผู้น้อง จึงได้พบว่า...คุณหนูญาติผู้น้องมิได้ต้องพิษ!”“อะไรนะ?!”“เป็นเพราะอาหารแสลงกันขอรับ!” หมอหลวงรีบพูด “เมื่อวานคุณหนูญาติผู้น้องกินรังนกเลือด รังนกนั้นฤทธิ์ร้อนจัด ส่วนในน้ำแกงขับไล่ความเย็นวันนี้ มีหญ้าหานซิงอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งฤทธิ์เย็นจัด สรรพคุณยาทั้งสองสิ่งนี้ขัดกัน หากกินห่างกันในเวลาที่กระชั้นเกินไป ก
اقرأ المزيد
บทที่ 10
อีกด้านหนึ่ง เซียวหลินยวนกำลังสะสางกิจราชการด้วยจิตใจที่หงุดหงิดกระสับกระส่ายนับตั้งแต่เฉิงสือยวนรับของกำนัลไปในวันนั้น เขาก็อยากไปเรือนข้างตั้งหลายครา แต่ก็มีอันต้องล่าช้าไปทุกที เพราะอาการป่วยของเสิ่นเยว่หนิงกำเริบซ้ำๆเขาบอกกับตัวเองว่า เฉิงสือยวนกำลังแง่งอน นางต้องทนรับความอยุติธรรมมามากมาย ในใจย่อมมีความขัดเคือง ปล่อยนางทิ้งไว้สักสามสองวันก็ดีเหมือนกันรอให้นางหายโกรธ รอให้เขาสะสางกิจราชการอันยุ่งยากซับซ้อนในมือพวกนี้ให้เสร็จสิ้น รอให้เขาปลอบประโลมเสิ่นเยว่หนิงเรียบร้อย แล้วค่อยไปหาก็ยังไม่สาย...เขาถึงขั้นเริ่มคิดว่า รอให้ผ่านไปอีกสักพัก ควรจะรับเฉิงสือยวนกลับมายังเรือนหลักอีกคราดีหรือไม่เรือนชีอู๋ เดิมทีก็เป็นของนางอยู่แล้วเสิ่นเยว่หนิงร่างกายอ่อนแอ ย้ายไปอยู่ห้องอุ่นทางทิศตะวันออกที่อบอุ่นกว่าได้ เขายังจำได้ว่าแต่ก่อนเฉิงสือยวนกลัวความหนาวเย็น ในฤดูหนาวมือเท้าของนางมักจะเย็นเยียบอยู่เสมอ ส่วนช่องทำความร้อนใต้พื้นของเรือนชีอู๋ก็จุดไฟไว้จนอบอุ่นที่สุดเขายังคิดไว้อีกว่า พอเข้าฤดูใบไม้ผลิ จะพานางไปพักผ่อนที่คฤหาสน์น้ำพุร้อนชานเมืองหลวงสักสองสามวัน แต่ก่อนนางมักรบเร้าอยาก
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status