แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: คุณหนูซินอวี้
ซูสือจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “แม้ข้าจะรู้ไม่มาก แต่ก็รู้ดีว่าแขนของเด็กคนนี้ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งเลยแม้แต่น้อย การตัดแขนเด็กเป็นเพียงหนทางขับพิษที่ง่ายที่สุด ทว่าการรักษาแขนของเด็กเอาไว้ต่างหาก ถึงจะเป็นหนทางที่มีเมตตาธรรมที่สุด”

ขณะพูด นางก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเด็กน้อยคนนั้น จากนั้นก็ถอนเข็มเงินเล่มหนึ่งบนร่างของเด็กออกมาแล้วแทงลงไปอีกครั้ง “ตำแหน่งนี้ ถึงจะสกัดไม่ให้พิษร้ายแพร่กระจายต่อได้”

ท่านหมอที่อยู่ด้านข้างเบิกตาโพลง “จะ เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่? เรื่องเกี่ยวพันถึงชีวิตคน จะมาล้อเล่นได้อย่างไรกัน!”

“ก็เพราะเป็นชีวิตคน ในฐานะหมอ ถึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด”

น้ำเสียงของซูสือจิ่นยังคงเรียบเรื่อย หลังจากกล่าวจบก็หันไปมองมารดาของเด็ก “นี่คือบุตรชายของเจ้า ข้าขอถามเจ้าเพียงคำเดียว เจ้าอยากให้เขาปลอดภัยดีหรือไม่?”

สตรีผู้นั้นหวาดกลัวจนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าถี่ๆ

ซูสือจิ่นเอ่ยต่ออีกว่า “ข้าสามารถรักษาชีวิตรวมถึงแขนของเขาเอาไว้ได้ เจ้าเต็มใจเชื่อข้าหรือไม่?”

สตรีผู้นั้นมองนางด้วยความงุนงง ก่อนจะหันไปมองท่านหมอที่อยู่ด้านข้างอีกแวบหนึ่ง “ท่านหมอ...”

ท่านหมอผู้นั้นลุกพรวดขึ้นทันที “หึ ในเมื่อเจ้ามั่นใจในตัวเองปานนั้น ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่เจ้าทำไปเถอะ! ประเดี๋ยวหากทำให้เด็กตายขึ้นมา ก็อย่าหาว่าพวกข้าส่งตัวเจ้าไปที่ว่าการก็แล้วกัน!”

กล่าวจบ เขาก็ตวัดสายตากลับมามองสตรีที่อยู่บนพื้นอีกครั้ง “ข้าบอกเจ้าไปแล้ว หนทางเดียวที่จะช่วยบุตรชายเจ้าได้คือต้องตัดแขนทิ้ง หากเจ้ายังมัวลังเล พอเกิดเรื่องขึ้นมาก็อย่าได้โทษว่าข้ารักษาเขาไม่หาย!”

สตรีผู้นั้นตกใจรีบผวาเข้าไปกอดขาของท่านหมอไว้แน่น “ท่านหมอ ช่วยบุตรชายข้าด้วย ช่วยบุตรชายข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ...”

นอกจากคำพูดนี้แล้ว นางก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองจะสามารถกล่าวอะไรได้อีก!

เมื่อเห็นเช่นนั้น ซูสือจิ่นก็ไม่คิดจะหาเรื่องใส่ตัวอีกต่อไป

ทว่าเมื่อมองดูเด็กน้อยที่หายใจรวยรินอยู่บนพื้น เขาเพิ่งจะตัวเท่านี้เอง...

ช่างเถิด จิตวิญญาณของผู้เป็นแพทย์ย่อมเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา

คิดได้ดังนั้น นางจึงกระชากเสื้อท่อนบนของเด็กชายตัวน้อยออกจนหมด จากนั้นอาศัยเข็มเงินของท่านหมอผู้นั้น ลงมือฝังเข็มให้แก่เด็กน้อยอย่างใจจดใจจ่อ

ท่านหมอที่อยู่ด้านข้างแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างดูแคลน “ทำเป็นวางท่าอวดดีไปเถอะ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าก็แล้วกัน ถอนเข็มเงินของข้าออกแล้ว เจ้าเด็กคนนี้คงอยู่ได้ไม่เกินครึ่งชั่วยามแน่!”

สตรีผู้นั้นขวัญหนีดีฝ่อ ผวาจะเข้าไปผลักซูสือจิ่นออกตามสัญชาตญาณ

แต่เมื่อเหลือบมองเด็กน้อยที่หายใจรวยรินใกล้ตายอยู่บนพื้น ในที่สุดนางก็หลั่งน้ำตานองหน้าทรุดเข่าลงตรงหน้าซูสือจิ่น

“คุณหนูอย่าทำร้ายบุตรข้าเลยนะ! คุณหนูโปรดเมตตาเถิด ต้องช่วยบุตรชายข้าให้ได้นะเจ้าคะ!”

นางร้องไห้จนน้ำตาและน้ำมูกไหลเปรอะเปื้อน แม้ในใจจะหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แต่หากพอจะมีหวังสักสายที่จะรักษาได้ทั้งชีวิตและแขนทั้งสองข้างของบุตรเอาไว้ นางก็เต็มใจจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง

ทว่าในเวลาเดียวกัน นางกลับไม่กล้าเดิมพัน

นางกลัวเหลือเกินว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะไม่อาจถอนพิษบนร่างของบุตรได้ ดังนั้นหลังจากโขกศีรษะลงพื้นเสียงดังสนั่นไปหลายที นางก็ถลาไปกอดขาของท่านหมอผู้นั้นไว้ตามเดิม

“ท่านหมอ ให้คุณหนูคนนั้นลองดูเถิดเจ้าค่ะ บุตรชายข้ายังเล็กนัก หากไร้ซึ่งท่อนแขนไปแล้ว ชั่วชีวิตนี้เขาก็คงกลายเป็นคนพิการไร้ค่า! ในฐานะคนเป็นแม่ ข้าตัดใจไม่ลงจริงๆ เลยอยากลองดูสักครั้ง ได้โปรดเถิดท่านหมออย่าเพิ่งจากไปไหนเลยนะเจ้าคะ ถือว่าข้ากราบอ้อนวอนท่านแล้ว! หากคุณหนูคนนั้นไม่อาจถอนพิษได้ ก็ยังคงต้องพึ่งพาตัวท่านหมอช่วยชีวิตคนแล้ว...”

ท่านหมอเกิดความสงสารขึ้นในใจ “ข้ากล่าวไว้ชัดเจนยิ่งแล้ว ตอนนี้ตัดแขนเขา ยังจะรักษาชีวิตเขาไว้ได้! เจ้าคิดจะฟังความทั้งสองฝ่าย สุดท้ายรังแต่จะทำร้ายตัวเจ้าเอง...”

“ฮือๆ ๆ! ข้าหมดหนทางแล้ว ข้าเองก็ไม่รู้เลยว่าควรทำเช่นไรดี หากแขนของบุตรชายข้าหายไป พอกลับไปถึงบ้าน ข้าต้องถูกสามีทุบตีจนตายแน่!”

“…”

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดกันอยู่ บนร่างของเด็กชายตัวน้อยก็ถูกเข็มเงินปักจนทั่วแล้ว

ซูสือจิ่นมีสมาธิแน่วแน่ยิ่ง ทว่าผู้คนที่ยืนมุงดูรอบข้างกลับพากันชี้หน้าวิพาก์วิจารณ์นางไม่หยุดหย่อน

“ชีวิตคนหนึ่งชีวิต นางยังกล้าทำเรื่องเหลวไหล นังหนูคนนี้ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ!”

“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่านางดูหน้าตาคุ้นๆ นักเล่า?”

“นี่ดูเหมือนคุณหนูอัปลักษณ์แห่งจวนอัครเสนาบดีผู้นั้นเลย!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 30

    ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 29

    ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 28

    ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 27

    ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 26

    นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 25

    ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 4

    คล้อยหลังฉู่มู่เฉิน ในที่สุดตงเอ๋อร์ก็เรียกสติกลับคืนมาได้ “คุณหนู! ท่านทำสิ่งใดลงไปเจ้าคะ? กว่าองค์รัชทายาทจะมาเยี่ยมท่านได้นั้นแสนยากเย็น เหตุใดท่านยังทำให้พระองค์ทรงกริ้วจนเดินหนีไปแล้วอีก? แล้วยังมีจะ เจ้าสิ่งนี้ รีบฉีกทิ้งเร็วเข้าเจ้าค่ะ โชคดีที่มีเพียงพวกเราสามคนที่รู้เรื่อง ตราบใดที่ฉีกทิ้งก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 7

    เมื่อเห็นซูลั่วเยว่ที่รู้ความอย่างยิ่งตรงหน้า ซูหลี่หรานก็รู้สึกตื้นตันระคนทอดถอนใจอีกครา “ไม่ต้องไปสนใจนางหรอก นางเห็นแก่ตัวจนเคยชินแล้ว ย่อมไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียเปรียบแน่”ซูลั่วเยว่ลอบทอดถอนใจ “เมื่อวานนางก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น ไม่รู้ว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่ วันนี้ยังออกไปข้างนอกคนเ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 6

    คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำเอาซูหลี่หรานโกรธจนหอบหายใจสะท้าน “เจ้าช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย!”เขามองซูสือจิ่นด้วยสายตาแค้นใจที่เหล็กไม่กลายเป็นเหล็กกล้า“องค์รัชทายาททรงห่วงใยเจ้า พอได้ยินว่าเจ้าจะกระโดดหน้าผา ก็รีบนำคนไปช่วยเจ้าในทันที ต่อให้เจ้าไม่ได้กระโดดลงไป พระองค์ก็ยังทรงอุ้มเจ้ากลับมาด้วยพระอง

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 5

    “เป็นเรื่องของคุณหนูรองจวนอัครเสนาบดีกับองค์รัชทายาทขอรับ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ คงต้องย้อนไปเมื่อสามปีก่อน”ชิงม่อเอ่ยปากรายงาน ครั้นเห็นว่าฉู่จวินเช่อมิได้เอ่ยขัดเขา จึงกล่าวต่อไปว่า “ปีนั้นองค์รัชทายาทขาได้รับบาดเจ็บ คุณหนูสามที่มีกำหนดต้องหมั้นหมายกับเขากลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เพื่อป

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status