แชร์

9

ผู้เขียน: อักษรามณี
last update วันที่เผยแพร่: 2024-11-13 20:36:42

จางลี่กัดฟันแน่น มิได้นึกเจ็บปวดต่อบาดแผลแรกที่อ๋องแคว้นหลู่บากมันไว้บนไหล่แต่เจ็บใจที่นางนึกไม่ถึงว่าพระญาติผู้พี่จะมีจิตใจอำมหิตถึงเพียงนี้ ก่อนนางขยับตัวหลินเจินจับมือเรียวบางไว้แน่นและเอ่ยทั้งน้ำตา

“ท่านหญิง...เป็นเพราะข้าท่านถึงต้องมาตกที่นั่งลำบากเยี่ยงนี้ อภัยให้ข้าด้วย”

“แค่โบยร้อยครั้ง...ก็แค่ตาย”

จางลี่กัดฟันพลางเหลือบมองญาติผู้พี่ของนางที่ยืนอยู่อย่างไม่สะทกสะท้าน นางแสดงความเข้มแข็งด้วยการลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องนั้น ราชองครักษ์โม่โฉวเก็บดาบลงฝักพลางเอ่ยขึ้น

“ท่านอ๋อง...จะให้ผู้คุมเป็นผู้โบยองค์ชายาหรือไม่พะย่ะค่ะ”

“ไม่ต้อง...เดี๋ยวข้าจะไปที่คุกหลวงและเป็นคนลงแส้นางเอง!”

หลี่เจี๋ยหันหลังกลับและก้าวออกจากห้องนั้น ยังเหลือหลินเจินที่นั่งตาเบิกค้างเมื่อได้ยินบัฐชาของผู้ครองแคว้นหลู่ และก่อนที่โม่โฉวจะเดินตามออกไปหลินเจินก็ร้องออกมาว่า

“มินึกเลยว่าคนแคว้นหลู่จะใจดำอำมหิตเช่นนี้ พระธิดาจางลี่เป็นองค์ชายามิใช่กบฏแผ่นดินแม้แต่น้อย”

“แต่นางกระทำผิดอย่างร้ายแรง” ราชองครักษ์ตอบเสียงหนักแน่น “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตำหนักร้อยไหมมีความสำคัญต่อท่านอ๋องเยี่ยงไร”

“สำคัญเยี่ยงไรเล่า ตำหนักนี้ช่างน่ากลัวนัก หรือท่านมิรู้หรือว่าใต้ตำหนักมีจระเข้อยู่เต็มไปหมด”

“นั่นคือความเจ็บปวดที่ท่านอ๋องต้องสูญเสียพระบิดาและเจ้ากับองค์ชายาก็มิมีวันเข้าใจ ข้ามิมีเวลาพูดกับเจ้ามากนัก”

“ท่านโม่โฉว ข้ารู้ว่าท่านเป็นองรักษ์เอกของหลู่อ๋อง แต่...ท่านก็เห็นว่าพระธิดาเป็นเพียงหญิงตัวเล็กที่ไม่มีวันต่อกรกับเหล่าทหารและอ๋องแคว้นหลู่ได้เลย ทำเยี่ยงไรถึงจะช่วยเบาโทษให้นางได้"

“บัญชาของหลู่อ๋องนั้นเทียบเท่าชีวิต พระองค์คือผู้อยู่เหนือสิ่งใด และข้าก็มิอาจขัดพระประสงค์ของพระองค์ได้”

“ได้โปรด...ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ ทัณฑ์ลงแส้ถึงร้อยครั้ง แม้แต่ชายอกสามศอกก็ยังมิทานไหว แล้วพระธิดาจะทนได้หรือเจ้าคะ และหากว่า...นางเป็นอะไรไปต้องเกิดศึกใหญ่ระหว่างแคว้นอย่างแน่นอน”

ถึงนางร้องขอหากโม่โฉวก็ยังมิแสดงท่าทีใด ๆ ออกมา ราชองครักษ์เอกก้าวออกจากห้องนั้นอย่างเยือกเย็นทิ้งไว้แต่หลินเจินที่ร้องไห้คร่ำครวญเบื้องหลัง

“พระธิดา...อภัยให้ข้าด้วย หลินเจินผิดเอง หลินเจินผิดเอง”

คุกหลวง ชั้นในสุด

เหล่าทหารและผู้คุมต่างถวายความเคารพเมื่ออ๋องหลี่เจี๋ยและนายทหารคู่พระทัยก้าวผ่านลงไปตามเส้นทางคดเคี้ยวและซับซ้อนของคุกหลวงกระทั่งถึงชั้นในสุด ภายในนั้นมืดและอับทึบ มีเพียงแสงสว่างจากคบเพลิงสาดส่องผนังหินแข็งแกร่ง เมื่อไปถึงที่นั่นเขาก็เห็นว่าพระธิดาจางลี่นั่งติดอยู่ตรงลางห้อง มือเรียวบางของนางถูกพันธนาการด้วยผ้าเนื้อหยาบมัดติดอยู่กับเสาต้นใหญ่ มันคือลานที่มีไว้ลงทัณฑ์นักโทษ รอบห้องนั้นเต็มไปด้วยเครื่องมือทรมานที่เห็นแล้วน่าหดหู่ มิรู้ว่ามีนักโทษต้องตายมาแล้วสักกี่ชีวิตและนางอาจเป็นคนต่อไป

ขณะนั้นหลี่เจี๋ยย่างเท้าเข้าไปหยุดตรงหน้าพระญาติผู้น้อง นางมิยอมเงยหน้าขึ้นมองทั้งที่รู้ว่าผู้ใดเข้ามาขณะที่ราชองรักษ์โม่โฉวยืนมองอยู่ห่างๆ ร่างสูงงามสง่าจ้องมองใบหน้าสวยซึ้งของจางลี่นั้นปราศจากความหวาดหวั่นแม้บนไหล่ข้างหนึ่งของนางจะเต็มไปด้วยคราบเลือดจากการเอาตัวเข้ารับปลายดาบคมแทนนางสนมคนสนิท หลี่เจี๋ยหยัดมุมปากขึ้น

“จางลี่...ข้าจะลงทันฑ์โทษฐานที่เจ้าขัดคำสั่งข้า”

“เพคะ”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าแท้แล้วผู้ก่อเหตุร้ายแรงวางเพลิงไม่ว่าจะเป็นที่ใดในเขตพระราชฐานนั้นโทษตายสถานเดียว เจ้ามิเกรงกลัวถึงได้กล้าขัดคำสั่งและกล้าทำสิ่งร้ายแรง”

“สำหรับหม่อมฉันสิ่งใดจะน่าหวาดหวั่นเท่าความความชิงชังที่พระองค์มีต่อคนแคว้นฉี ถึงหม่อมฉันไม่ทำเยี่ยงนี้วันหนึ่งก็อาจตายทั้งที่มิได้กระทำความผิด มันแตกต่างกันหรือเพคะหากพระองค์มิเคยพอพระทัยไม่ว่าหม่อมฉันจะทำเยี่ยงไร”

“ข้าทำตามกฎต่างหาก และเห็นชัดแล้วบัดนี้ว่าธิดาของฉีอ๋องทั้งดื้อรั้นและอวดดีแค่ไหน ทหาร! นำแส้มาให้ข้า”

เสียงบัญชากึกก้องในห้องนั้น ทหารร่างใหญ่ผู้คุมเวรยามในคุกหลวงก้าวเข้ามาแล้วคุกเข่าลงเพื่อถวายแส้เส้นใหญ่แก่ปาอ๋อง หลี่เจี๋ยรับมันมากุมไว้ในมือมั่น มือของเขาเย็นเฉียบกว่าทุกครั้งที่รู้สึก น่าประหลาดที่ครานี้หัวใจของเขามิได้เต้นด้วยจังหวะมั่นคงดั่งทุกครั้งที่ลงทัณฑ์คนผิด เคยทรมานนักโทษให้ถึงตายหากก็มิเคยหวั่นไหวต่อความเหี้ยมหาญของตัวเองแม้เพียงสักครั้ง จางลี่กัดฟันตัวเองแน่น มือทั้งสองที่ถูกมัดไว้กับเสาต้นใหญ่กำหมัดจนปลายเล็บจิกลงในอุ้งมือเลือดไหลซิบ นางเชิดคางขึ้นและสบนัยน์ตาดำยาวรีของหลี่เจี๋ยราวไม่เกรงกลัว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายายอดเสน่หา   100

    คืนนั้นเว่ยเซวียนเฉินนั่งอยู่ในห้องทรงงานแต่กลับอ่านฎีกาไม่รู้เรื่อง ไม่ว่าจะเปิดเอกสารกี่ครั้งภาพของฉีเยว่หนิงก็ยังปรากฏขึ้นมาในความคิด รอยยิ้มของนาง น้ำตาของนาง และความอ่อนโยนที่นางมีต่อผู้อื่น แม้กระทั่งต่อคนอย่างเขา เขาหลับตาลง ก่อนเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ"ข้ากำลังทำอะไรอยู่"เพราะความรู้สึกที่เกิดขึ้นเริ่มเกินกว่าความสงสารและเกินกว่าความสนใจธรรมดาจนแม้แต่ตัวเขาเองก็เริ่มหวาดกลัวขณะที่เว่ยเซวียนเฉินกำลังสับสนกับหัวใจของตนเอง หานเฟิงก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องทรงงาน สีหน้าตื่นตระหนก"ฝ่าบาท!"เว่ยอ๋องลืมตาขึ้นทันที "เกิดอะไรขึ้น"หานเฟิงคุกเข่าลงก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด"คนของเงาโลหิตพบจดหมายลับอีกฉบับ...เป็นจดหมายที่มหาเสนาบดีเจียงส่งถึงฉีหวนกงก่อนศึกผิงหยวน"เว่ยเซวียนเฉินรับจดหมายมาเปิดอ่านและเพียงบรรทัดแรกสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที"เรื่ององค์หญิงเยว่หนิงเป็นไปตามแผนแล้ว อีกไม่นานนางจะกลายเป็นกุญแจสำคัญของทั้งสองแคว้น"มือของเว่ยอ๋องกำกระดาษแน่น หัวใจเย็นวาบเพราะนั่นหมายความว่าการอภิเษกระหว่างเขากับฉีเยว่หนิงอาจถูกวางแผนเอาไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้วความเข้าใจครั้งแรกหลังจากวัน

  • ชายายอดเสน่หา   99

    "ข้าไม่ได้ร้องไห้...เพียงรู้สึกเจ็บปวดแทนเขา"หลิงเอ๋อร์เงียบลงก่อนนั่งข้าง ๆ"พระองค์ไม่จำเป็นต้องรับภาระนั้นก็ได้""แต่ข้าอยากรับ"ฉีเยว่หนิงตอบทันที ดวงตาคู่งามทอดมองไปไกล"หากสิ่งที่ฝ่าบาทเชื่อมาตลอดเป็นความจริง...เขาคงอยู่กับความทุกข์นั้นมาหลายปี" น้ำเสียงของนางสั่นเล็กน้อย "ข้าไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าการเห็นคนที่รักตายต่อหน้าต่อตาจะเจ็บปวดเพียงใด"หลิงเอ๋อไม่รู้จะปลอบอย่างไรจึงได้แต่นั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างกายคืนนั้นฉีเยว่หนิงนอนไม่หลับ ในหัวเต็มไปด้วยภาพที่เว่ยเซวียนเฉินเล่าให้ฟัง ภาพของเว่ยเซวียนหลง ชายผู้เสียชีวิตในสนามรบ ภาพของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดที่ต้องกอดร่างพี่ชายเอาไว้ท่ามกลางกองเลือดและคำสุดท้ายที่เอ่ยชื่อฉีหวนกง นางหลับตาลงช้า ๆ ก่อนน้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้งเพราะแม้นางจะไม่ใช่ผู้กระทำ แต่ฉีหวนกงคือบิดาของนางคือคนที่มีสายเลือดเดียวกัน ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไรนางก็ไม่อาจตัดขาดจากความรับผิดชอบทางใจได้เช้าวันต่อมาฉีเยว่หนิงเดินทางไปยังศาลาริมสระบัวอีกครั้ง นางรู้ว่าเว่ยเซวียนเฉินมักมาที่นี่ในช่วงเช้าและวันนี้นางมีบางอย่างอยากพูด เมื่อมาถึง บุรุษในชุดดำก็ยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ กำ

  • ชายายอดเสน่หา   98

    ฉีเยว่หนิงเงียบลงทันที"เขาชื่อเว่ยเซวียนหลง" เว่ยอ๋องกล่าวช้า ๆ สายตาทอดมองไปไกลราวกับกำลังมองเห็นอดีต"เป็นรัชทายาทแห่งแคว้นเว่ยและเป็นคนที่ดีที่สุดที่ข้าเคยรู้จัก"น้ำเสียงนั้นทำให้นางสัมผัสได้ถึงความรักและความเคารพที่เขามีต่อพี่ชาย"ตอนเด็ก ๆ" เว่ยเซวียนเฉินกล่าวต่อ "ข้าเป็นคนหัวแข็งชอบก่อเรื่องแต่ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น พี่ใหญ่จะคอยปกป้องข้าเสมอ"ดวงตาคมเข้มอ่อนลงเล็กน้อย"เขาเคยบอกข้าว่า...'หากวันหนึ่งพี่ไม่อยู่แล้ว เจ้าต้องปกป้องแคว้นเว่ยแทนพี่'"ฉีเยว่หนิงนิ่งฟังไม่ขัดจังหวะ สายลมพัดผ่านอีกครั้งก่อนที่น้ำเสียงของเว่ยอ๋องจะเปลี่ยนไป เย็นลงและเจ็บปวดขึ้น"จากนั้นศึกผิงหยวนก็เกิดขึ้น" มือของเขากำแน่น"กองทัพเว่ยพ่ายแพ้ พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตี และตายต่อหน้าต่อตาข้า"ฉีเยว่หนิงรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดแม้เพียงได้ฟังก็ยังรู้สึกถึงความเจ็บปวด แล้วสำหรับคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงจะทุกข์ทรมานเพียงใด"ก่อนตาย" เว่ยเซวียนเฉินกล่าวต่อเสียงแผ่วลง "เขาเอ่ยชื่อคนผู้หนึ่ง"ฉีเยว่หนิงรู้คำตอบอยู่แล้วแต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้น"ฉีหวนกง"ทันทีที่ชื่อของบิดานางถูกเอ่ยออกมาบรรยากาศรอบตัวก็เงียบงัน เว่ยอ๋องหัวเร

  • ชายายอดเสน่หา   97

    เว่ยอ๋องหัวเราะเย็น "ทุกคนบอกว่าพี่ใหญ่ตายเพราะสงคราม...แต่ข้าไม่เคยเชื่อ"หานเฟิงเงียบเพราะนี่คือเรื่องที่ไม่มีใครกล้าพูดแม้กระทั่งในราชสำนัก เว่ยเซวียนเฉินกล่าวต่อ"ข้าจำสายตาของพี่ใหญ่ได้...ก่อนตายเขามองบางอย่าง และเอ่ยชื่อฉีหวนกง"ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด"ข้าไม่เคยลืม...แม้แต่วันเดียว"ภายในใจของเขาภาพวันนั้นยังคงชัดเจน ฉีหวนกง กษัตริย์แห่งแคว้นฉี บุรุษผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษแต่สำหรับเขาอีกฝ่ายคือคนที่พรากพี่ชายไป คือศัตรู และเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่อาจเปิดใจให้ฉีเยว่หนิงได้เต็มที่ แม้นางจะไม่เคยทำอะไรผิด แม้นางจะอ่อนโยน แม้นางจะช่วยเหลือผู้คนแต่ทุกครั้งที่มองนางเขายังคงเห็นเงาของฉีหวนกงขณะเดียวกันภายในตำหนักท้ายวัง ฉีเยว่หนิงกำลังนั่งอ่านตำราอยู่เพียงลำพัง ไม่รู้เลยว่าในเวลาเดียวกันเว่ยเซวียนเฉินกำลังต่อสู้กับอดีตของตนเอง สายลมพัดผ่านหน้าต่างจนเปลวเทียนไหววูบนางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะรู้สึกแปลก ๆ ในใจราวกับมีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้นรุ่งสาง เว่ยเซวียนเฉินยังไม่ได้นอน เขายังคงนั่งอยู่ในห้องทรงงาน รายงานลับเกี่ยวกับมหาเสนาบดีเจียงวางอยู่ตรงหน้ารวมถึงเอกสารใหม่อี

  • ชายายอดเสน่หา   96

    นางหันกลับมาและพบเว่ยเซวียนเฉินยืนอยู่ สายลมพัดชายอาภรณ์สีดำของเขาเบา ๆ"ฝ่าบาท"ฉีเยว่หนิงค้อมกาย เว่ยอ๋องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเรียบ ๆ"ครั้งหน้า...อย่าโง่จนถูกใส่ร้ายอีก"ฉีเยว่หนิงชะงักก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ "เพคะ"เว่ยเซวียนเฉินขมวดคิ้ว "เจ้าหัวเราะอะไร""หม่อมฉันเพียงดีใจที่ครั้งนี้มีคนเชื่อหม่อมฉัน"คำตอบนั้นทำให้เว่ยอ๋องนิ่งไปชั่วขณะคืนนั้นภายในจวนมหาเสนาบดีเจียง ชายชุดดำคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเจียงฉางเหอ"ท่านอาจารย์ ...เว่ยอ๋องเริ่มปกป้องพระชายาแล้ว"เสียงหมากในมือชายชราหยุดลง ดวงตาเย็นเยียบอย่างน่ากลัว"เช่นนั้นหรือ"เขายิ้มบาง ๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้ผู้พบเห็นหนาวสั่น"ดูเหมือน...เราจะปล่อยนางไว้ไม่ได้อีกต่อไป"จากนั้นเขาจึงหยิบม้วนฎีกาลับออกมา ด้านบนประทับตราของฉีหวนกงและข้อความหนึ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้มานานหลายปี ความลับที่สามารถทำลายทั้งฉีเยว่หนิงและเว่ยเซวียนเฉินได้ในคราวเดียวพายุลูกใหม่กำลังใกล้เข้ามาแล้วตอนที่ 28บาดแผลในอดีตราตรีนั้นเงียบงันกว่าทุกคืน สายลมหนาวพัดผ่านกำแพงวังหลวงของแคว้นเว่ย เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วเบาท่ามกลางความมืดภายในตำหนักใหญ่ เว่ยเซว

  • ชายายอดเสน่หา   95

    ยามบ่ายตำหนักชิงอันเต็มไปด้วยสตรีในวังหลวง เหล่าสนมต่างแต่งกายอย่างงดงามอวดฐานะและความโปรดปรานของตน หลันเฟยนั่งอยู่ด้านขวาของไทเฮาแม้พักหลังจะถูกลดบทบาทลงแต่นางยังคงเป็นสตรีที่โดดเด่นที่สุดในวังหลังเมื่อฉีเยว่หนิงก้าวเข้ามาสายตาหลายคู่ก็หันมาทันที หลังจากคดีวางยาพิษและข่าวที่เว่ยอ๋องส่งหมอหลวงไปดูแลด้วยตนเองผู้คนเริ่มมองนางแตกต่างออกไป"ถวายพระพรไทเฮา"ฉีเยว่หนิงค้อมกาย ไทเฮายิ้มบาง ๆ แต่แววตากลับเย็นชา"นั่งเถิด""เพคะ"ฉีเยว่หนิงนั่งลงอย่างสงบโดยไม่รู้เลยว่าสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องอยู่ เวลาผ่านไปไม่นาน งานดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งเสียงกรีดร้องดังขึ้น"สร้อยหยกมังกร!"สนมหวังเฟยลุกขึ้นยืน ใบหน้าซีดเผือด"สร้อยหยกมังกรของข้าหายไป!"ทั่วห้องเงียบลง ไทเฮาขมวดคิ้ว "ของสำคัญเช่นนั้นหายได้อย่างไร"หวังเฟยรีบคุกเข่า "เป็นของพระราชทานเพคะ...หม่อมฉันเพิ่งสวมอยู่เมื่อครู่"บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเพราะทุกคนรู้ดีว่าสร้อยหยกมังกรไม่ใช่เครื่องประดับธรรมดาแต่เป็นของหลวงการขโมยถือเป็นความผิดร้ายแรง"จงค้นหาเดี๋ยวนี้"ไทเฮาสั่ง เหล่านางกำนัลเริ่มตรวจสอบพื้นที่ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้น"พบแล้วเพคะ

  • ชายายอดเสน่หา   88

    ทั่วห้องเงียบสนิท ซูมามาถึงกับหน้าซีด "วางยา?"ฉีเยว่หนิงพยักหน้า "พิษไม่รุนแรงถึงชีวิต...แต่ทำให้ปวดท้องและอาเจียนเป็นเลือด"หลิงเอ๋อกำหมัดแน่น "พวกมันเริ่มลงมือแล้ว"ฉีเยว่หนิงกลับนิ่งเงียบ ดวงตาค่อย ๆ หรี่ลง นี่ไม่ใช่เพียงการเล่นงานอาฉิงแต่เป็นการเตือนนาง เตือนว่าคนที่อยู่เบื้องหลังสามารถยื่นมือ

  • ชายายอดเสน่หา   87

    เด็กทุกคนเงยหน้ามอง"แต่คนเรามิได้มีค่าตามชาติกำเนิด...คุณค่าของคนอยู่ที่สิ่งที่เขาเลือกจะเป็น"น้ำเสียงของนางอ่อนโยนแต่หนักแน่นจนแม้แต่เว่ยเซวียนเฉินที่ยืนอยู่ไกล ๆ ยังได้ยินชัดเจน"ดังนั้น" ฉีเยว่หนิงยิ้ม "พวกเจ้าจงตั้งใจเรียน...วันหนึ่งอาจมีคนในพวกเจ้าที่เปลี่ยนแปลงแคว้นเว่ยก็ได้"เด็ก ๆ มองนางด

  • ชายายอดเสน่หา   85

    "แปลก" เขาพึมพำเบา ๆ หานเฟิงเงยหน้าขึ้น"ฝ่าบาทตรัสว่าอะไรนะพ่ะย่ะค่ะ"เว่ยอ๋องไม่ได้ตอบเพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ เหตุใดสตรีผู้นั้นจึงแตกต่างจากที่คิดไว้มากนัก ตอนแรกเขาเชื่อว่านางเป็นเพียงองค์หญิงที่ถูกส่งมาเป็นหมากทางการเมืองนางดูอ่อนแอ ไร้เดียงสาและคงอยู่รอดในวังเว่ยได้ไม่นาน แต่ตอนนี้...

  • ชายายอดเสน่หา   84

    หลันเฟยสีหน้าแข็งขึ้นเล็กน้อย ฉีเยว่หนิงกล่าวต่อ"ทุกคนเห็น"ขุนนางหลายคนเริ่มพยักหน้า เพราะเป็นความจริง นางแทบไม่ได้ลุกไปไหน"และหากข้าต้องการขโมยจริง..."เหตุใดจึงซ่อนของไว้ในแขนเสื้อที่ทุกคนสามารถค้นพบได้ง่ายเช่นนี้"ทั่วห้องเงียบลง คำถามนั้นสมเหตุสมผลอย่างยิ่งแม้แต่ไทเฮายังขมวดคิ้ว ฉีเยว่หนิงยิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status