LOGIN"เนฟ ที่รักของข้า ..." เมื่อ "เสียงเพรียก" ปริศนาจากห้วงอดีตนำพาสิ่งที่ไม่คาดฝันมาสู่ชีวิตของเนเฟอร์ หญิงสาวผู้มีรูปลักษณ์งดงามแต่กลับต้องเผชิญกับอาการผิวเผือกที่แพ้แสงแดดอย่างรุนแรง เธอจะทำอย่างไร เมื่อต้องถูกนำพาสู่ดินแดนทะเลทรายอันร้อนระอุแห่งไอยคุปต์ และเผชิญหน้ากับฟาโรห์อเคนาเตนผู้เปรียบประดุจสมมติเทพ ความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสียงเรียกขาน แท้จริงแล้วคือพันธนาการแห่งรัก หรือว่า คำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้กันแน่
View Moreเจ้าเอยอยู่หนใด ได้ยินไหมคำเพรียกหา
เจ้าจงกลับคืนมา สู่ธราแห่งสองเรา
***
แพขนตาหนากระพริบถี่ก่อนจะเปิดออกฉับพลันเมื่อเจ้าของตื่นมาด้วยอารามตกใจสุดขีด นัยน์ตาสีอ่อนไหวระริกอย่างไม่อาจห้ามตนเอง ร่างบางพยายามผุดลุกนั่งพลางเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟบนหัวเตียง
‘เนฟ ที่รักของข้า มาหาข้า’
นั่นคือสิ่งที่เธอได้ยินในความฝันตลอดหลายคืนที่ผ่านมา แม้ไม่เข้าใจภาษาที่อีกฝ่ายพูด แต่เธอกลับเข้าใจความหมายเป็นอย่างดี
กระแสเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจนั้นทำเอาหญิงสาวที่มั่นใจในตัวเองอย่างถึงที่สุดเช่นเธอยังต้องขนลุกเกรียว ถ้อยคำที่เหมือนร้องขอความรักแต่กลับคล้ายคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ทำให้เธอต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกหลายครั้ง
แต่ครั้งนี้ความฝันออกจะแปลกไปอยู่สักหน่อย
หญิงสาวใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผมก่อนจะหวนนึกถึงสิ่งที่เพิ่งเห็นไปเมื่อครู่
เจ้าของคำเพรียกหาปรากฏตัวออกมาให้เห็นทั้งร่างแทนที่จะมาเพียงแค่สุ้มเสียงเหมือนแต่ก่อน แม้จะไม่เห็นเครื่องหน้าที่ราวกับถูกแสงสว่างสาดทับของอีกฝ่าย แต่การแต่งกายอันเด่นชัดสามารถบ่งบอกถึงตัวตนและยุคสมัยได้อยู่บ้าง
สิ่งที่รู้แน่ชัดคืออีกฝ่ายเป็นบุรุษ ท่อนล่างสวมผ้าลินินสีขาวความยาวครึ่งเข่า เอวสอบคล้องด้วยสายรัดทองคำเส้นโต ส่วนอกเปลือยเปล่าอุดมด้วยมัดกล้ามเนื้อกำยำ บนลาดไหล่พาดทับด้วยสร้อยคอแผ่นหนาราวกับผ้าคลุมผืนหนึ่ง ทั้งนี้ยังมีเครื่องประดับทองอีกหลายชิ้นพร้อมรัดเกล้ารูปงูเห่าบนศีรษะ
ไม่ว่าจะมองอย่างไรเครื่องแต่งกายเหล่านั้นก็ชี้ไปได้เพียงอารยธรรมแห่งไอยคุปต์ทางเดียว
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของความฝันหาใช่บุรุษผู้นี้ หาใช่ทั้งเสียงเพรียกที่วนเวียนไปมา มันกลับเป็นความรู้สึกที่ว่าตนเองคล้ายจะถูกดึงรั้งให้เข้าไปหาเสียงนั้นอย่างไม่อาจห้ามใจ ก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวตื่นเมื่อมองเห็นดวงตาสีดำสนิทจ้องเขม็งแทบจะประชิดกันเพียงปลายจมูกกั้น
“โอย ฉันต้องเข้ารับการบำบัดจริง ๆ แล้วไหมเนี่ย” หญิงสาวพึมพำออกมาก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ของตนเอง
เธอไม่รู้ว่าทำไมจึงฝันเช่นนี้ เธอเรียนด้านจิตวิทยามนุษย์มาโดยเฉพาะ แม้จะเป็นเพียงนักศึกษาจบใหม่ แต่การวิเคราะห์ความฝันและประเมินตนเองเป็นหลักการพื้นฐานของนักจิตวิทยาทางด้านนี้อยู่แล้ว เธอจึงไม่เชื่อว่าตนเองจัดการความฝันเหล่านี้ไม่ได้
แต่นี่ผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ เธอยังคงฝันซ้ำแบบเดิมอย่างต่อเนื่องโดยไร้เหตุผล อีกทั้งเธอไม่ได้มีเรื่องทุกข์ใจอะไร สมมติฐานที่เป็นไปได้เพียงอย่างเดียวตอนนี้คือ อาการนี้เกิดจากความเครียดสะสมระหว่างพยายามหางานทำหลังจบการศึกษาเช่นเดียวกับนักศึกษาจบใหม่คนอื่นๆ
หากแต่การฝันถึงผู้ชายคนหนึ่งเรียกหาอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ดูจะไม่ปกติเท่าไหร่ นี่ออกจะน่าเป็นห่วงเรื่องสุขภาพจิตอยู่บ้าง
‘หรือฉันอยากมีแฟน’ เธอคิดพร้อมกับขมวดคิ้ว ‘ไม่หรอกน่า’
ทั้งยังส่ายหน้าปฏิเสธในสิ่งที่ตนเองคิดก่อนจะคว้าโทรศัพท์ข้างหมอนขึ้นมาดูเวลา
4.06 น.
เวลายังไม่เช้า แต่หญิงสาวกลับไม่สามารถหลับลงได้อีก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามกำจัดอารมณ์ด้านลบและจัดระเบียบกระบวนการคิดของตนเองอยู่พักหนึ่ง เพื่อสลัดความฝันที่ไร้ความหมายนั้นทิ้งไปให้หมดก่อนก้าวลงจากเตียง
จะอย่างไรความกลัวไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แถมยังมีโอกาสอาจบั่นทอนจิตใจให้ความฝันเลวร้ายลงกว่าเดิมอีกต่างหาก
หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องน้ำส่วนตัวที่อยู่ห่างไปไม่กี่ก้าว ความตื่นตระหนกหลังความฝันทำให้เหงื่อไหลท่วมตัวจนเหนอะหนะ เธอจึงคิดที่จะอาบน้ำสักรอบก่อนไปออกกำลังกายเรียกเหงื่อที่ห้องฟิตเนสด้านล่างคอนโด แต่แล้วก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อคิดอะไรได้
‘ฉันจะอาบน้ำล้างเหงื่อเพื่อไปเรียกเหงื่ออีกทำไม’
เธอเอียงคอเล็กน้อยครุ่นคิดว่า บางทีการนอนหลับไม่สนิทอาจทำให้ระบบความคิดบกพร่องร่วมด้วย
เรือนร่างสูงระหงกว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรก้าวไปที่อ่างล้างมือลายหินอ่อน มือเอื้อมเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างหน้าให้ตื่นเต็มตาอีกนิด เมื่อเงยหน้าขึ้น สิ่งที่กระจกสะท้อนกลับมาคือตัวเธอที่ดูเหมือนจะขอบตาดำคล้ำเล็กน้อย แต่ลักษณะภายนอกที่เตะตามากกว่าคือเส้นผมและผิวกายที่ขาวจัด
เนเฟอร์ หรือชื่อเล่นที่ใครๆก็เรียกกันว่า ‘เนฟ’ หญิงสาวผู้เกิดมามียีนผิดปกติทางเม็ดสี หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโรคผิวเผือก ความจริงอาการของเธอค่อนข้างร้ายแรง ร่างกายไม่สามารถสร้างเม็ดสีเมลานินได้แม้แต่น้อย ทั้งสีผิวและสีผม เลยไปจนถึงสีตาจึงขาวผ่องไปหมดทั้งตัว
หากเป็นนักบวชสูงสุดของเทพองค์อื่นมีหรือที่วิเซียร์จะสามารถเรียกให้เข้าพบได้เช่นนี้ แต่ทุกคนในที่นี้ย่อมรู้ถึงความคิดของนายเหนือหัวที่ต้องการลดบทบาทของบักบวชลง ดังนั้นศักดิ์ฐานะของตัวแทนเทพจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมรีเรไม่ยี่หระต่อเรื่องทำนองนี้เท่าไหร่ ด้วยการเป็นนักบวชของเทพชั้นรองมาก่อน อำนาจแต่เดิมน้อยเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ตอนนี้จึงเรียกว่าถูกยกสูงขึ้นอย่างแท้จริง แม้อำนาจจะน้อยกว่าวิเซียร์ แต่ก็สูงกว่าผู้อื่นอยู่ดีเคหสถานของผู้ดูแลบ้านเมืองที่เป็นรองแค่องค์ฟาโรห์อยู่ห่างจากกำแพงราชวังไม่ไกล แต่จุดที่เมรีเรต้องไปพบกลับอยู่ภายในกำแพงของวังใหม่ เนื่องจากข้างในมีที่พักชั่วคราวสำหรับผู้มีตำแหน่งสูงเพื่อสะดวกในการทำงานภายในราชวังของอียิปต์ เสียงของการสกัดหินแว่วมาตามสายลมเมื่อเมรีเรก้าวผ่านธรณีประตูเข้าสู่ห้องโถงรับรองชั่วคราวอันเป็นที่พำนักของวิเซียร์อัย ที่นี่ตกแต่งเรียบง่ายทว่าซ่อนความเคร่งขรึมจริงจังไว้ภายใต้การจัดวางเครื่องเรือนที่เป็นระเบียบทุกตารางนิ้วภายในห้องมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้สำหรับชนชั้นสูงตั้งอยู่ ไม้ซีดาร์สีน้ำตาลแดงถูกขัดเงาวาววับที่ราคาสูงพอ ๆ กับรายได้ชาวบ้านครอบครัวห
ขนมปังของเนเฟอร์ย่อมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แค่บอกเล่าปากต่อปากว่ามีขนมปังไร้กรวดขายก็มีคนนำสิ่งของมาแลกไม่ขาดเรื่องเครื่องบดแป้งย่อมปิดเอาไว้ไม่มิด คนในกลุ่มถึงกับสร้างบ้านหลังเล็กเอาไว้เก็บเจ้าสิ่งนี้แล้วเปลี่ยนเวรกันเฝ้าเพราะกลัวว่ามันจะถูกขโมย แม้ว่ายุคนี้จะไม่ค่อยมีการขโมยของกันสักเท่าไหร่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าของสำคัญเช่นนี้จะไม่หายไปนานวันเข้าข่าวคราวย่อมไปถึงหูของช่างหินที่จัดทำมันขึ้นมา ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ ย่อมเป็นคำที่ผิดยุคไปเสียหน่อย พวกเขาล้วนไม่มีแนวคิดเช่นนี้ ช่างหินจึงได้จัดทำมันขึ้นอีกครั้งเพื่อขายให้คนชนชั้นสูงที่มีกำลังทรัพย์เนเฟอร์คาดเดาได้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น แต่เธอไม่คิดขัดขวาง อีกทั้งขณะว่าจ้างยังไม่คิดปิดบังรายละเอียดการจัดสร้างของมัน เพราะเธอรู้ว่ามนุษย์นั้นมีความโลภ เธอไม่อยากเป็นเป้าเพียงลำพัง การกระจายตัวของสิ่งของชนิดนี้จึงจำเป็นอีกทั้งเป้าหมายของเธอคือชนชั้นล่างไปถึงชนชั้นกลางที่ต้องการอาหารดี ๆ พวกเขาไม่มีทรัพย์สินพอจะซื้อเคร
ครั้งนี้สิ่งที่เนเฟอร์ต้องการทำไม่ใช่แค่ขนมปังแต่เป็นเค้กไข่ด้วยขั้นตอนที่จะทำให้เค้กนุ่มฟูจำต้องตีไข่ให้ขึ้นฟอง อากาศที่เข้าไปภายในทำให้เนื้อสัมผัสที่จะทำออกมานุ่มนวลมากขึ้นเนเฟอร์สอนเนบอาตีไข่ ไปกำกับการคั้นน้ำอินทผลัมกับยายไทเย ทั้งยังหันไปช่วยร่อนแป้งกับอูราเป็นพัก ๆ ส่วนผู้เฒ่าโฮเรมหลานสาวเรียกกลับบ้านไปแล้วเมื่อได้แป้งมาครึ่งหนึ่งที่ต้องการเนเฟอร์จึงค่อย ๆ ผสมน้ำอินทผลัมพร้อมกับนมก่อนจะนวดไปมา เมื่อแป้งเหนียวได้ที่ก็ใส่หัวเชื้อแล้วพักเอาไว้ให้มันหมักตัวเอง ซึ่งใช้เวลาเซ็ตตัวประมาณครึ่งวัน แป้งในส่วนที่เตรียมนี้จะใช้ทำขนมปังหวานรสอินทผลัมแป้งอีกครึ่งถังเนเฟอร์ย่อมต้องนำมาทำในสิ่งที่อยากกินมานาน นั่นคือเค้กไข่คนยุคนี้ไม่รู้จักเค้ก หญิงสาวจึงเรียกมันง่าย ๆ ว่าขนมปังนุ่มให้คนอื่นเข้าใจถึงมันได้ง่ายขึ้น การเตรียมของสิ่งนี้ต่างจากขนมปังปกติในยุคอยู่นิดหน่อยเนเฟอร์เติมน้ำผึ้ง เนย และนมลงไปในไข่ที่ตีจนขึ้นฟูก่อนจะค่อย ๆ เทแป้งลงไปแล้วคนเบา ๆ ไปมา เมื่
"ไหน ใครต้องการให้ข้าช่วย” เสียงผู้เฒ่าลอยมาก่อนตัว ทั้งยังดูทรงพลังแข็งแรงดีแม้จะอายุอานามปาเข้าไปหกสิบกว่าปีแล้วเนเฟอร์เชิญเขาเข้ามาในร่ม ที่ตรงนี้เป็นเพิงขนาดเล็กข้างตัวบ้านที่ยายไทเยมักจะมานั่งตรวจคนป่วย“ข้าต้องการด้ามจับไม้เอาไว้สอดในร่องหินตรงนี้ค่ะ” เนเฟอร์ชี้ชวนให้อีกฝ่ายดู “ท่านพอจะทำได้ไหม แล้วใช้เวลานานไหมคะ” เธอถามต่อในคราที่เธอให้ช่างหินทำสิ่งนี้ไม่ได้ทำด้ามจับเป็นหินไปเลย เพราะจำเป็นต้องให้ด้ามที่ยื่นออกมามีความยาวประมาณหนึ่ง ซึ่งหินมีความเปราะเกินไป มันแตกหักเสียหายได้ง่าย เธอจึงสั่งทำให้มันเป็นร่องเพื่อสอดไม้เข้าไปแทนผู้เฒ่าโฮเรมก้มลงจ้องแท่นหินตรงหน้าเกือบชิดก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ “ฮึ เรื่องง่าย ๆ” เขาหันไปทางอูราแล้วสั่งการทันที “เจ้าหนุ่ม ไปเลือกไม้ข้างบ้านข้ามาสักสองสามท่อน เอามีดที่อยู่ใกล้ ๆ กันมาด้วย” พูดจบก็ไม่สนใจชายหนุ่มที่วิ่งหน้าตั้งออกไปแล้วหันมาพินิจร่องของแท่นหินต่อช่วงที่ยัง
บทที่ 10 โรงงานแรกเช้าวันนี้หลังจากกลับจากตลาดเนเฟอร์ก็ฮัมเพลงงึมงำ มุมปากยังติดรอยยิ้มเล็ก ๆ ตลอดเวลาคล้ายกำลังมีความสุข“วันนี้แลกอะไรดี ๆ มาได้หรืออย่างไร” ยายไทเยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวข้างตัวดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ“ตลาดชา
บทที่ 9 สินค้าทดลองรูปลักษณ์ของเนเฟอร์ค่อนข้างโดดเด่นท่ามกลางผู้คน ยังมีความสูงที่สะดุดตากว่าผู้หญิงทั่วไปทำให้เป็นที่จับจ้องในตลาดสตรีในยุคนี้รูปร่างไม่สูงนัก ส่วนใหญ่อยู่ที่หนึ่งร้อยห้าสิบห้าถึงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร ส่วนเนเฟอร์ที่สูงหนึ่งร้อยเจ็ด
บทที่ 7 เรือกลางแม่น้ำเนเฟอร์เพิ่งรู้ว่าชาวอียิปต์โบราณค่อนข้างรักสะอาด พวกเขาแทบจะอาบน้ำวันละหลายครั้ง ส่วนหนึ่งอาจเพราะอากาศที่ร้อนจนเหงื่อออกมาก อีกทั้งความสะอาดยังเป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเพราะทวยเทพ พวกเขาเชื่อว่าการทำตัวให้สะอาดบริสุทธิ์เป็นการเคารพทวยเทพในร
ช่วงนั้นเหล่าหญิงสาวกำลังเตรียมอาหาร ขนมปังแห้งและเนื้อปลาตากแห้งดูเหมือนจะเป็นอาหารหลัก จะอย่างไรพวกเขาเดินทางมาไกล อาหารที่มีจึงเป็นอาหารที่เก็บได้นานทั้งสิ้นเนเฟอร์ใช้ช่วงเวลานั้นเรียกหญิงชราเอาไว้ เธอยื่นสร้อยคอที่ถือไว้ให้แล้วชี้ไปที่อาหาร“ไทเย นั่น แลก











