ดอกไม้ป่าของรามัญ

ดอกไม้ป่าของรามัญ

last updateآخر تحديث : 2025-06-20
بواسطة:  จินต์พิชาمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
44فصول
1.3Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เธอก็แค่ดอกไม้ป่าที่เขาคิดจะเด็ดมาชื่นชมชั่วครั้งชั่วคราว ****** สำหรับอารามแล้วหนูให้อาได้ทุกอย่างแม้กระทั่งพรหมจรรย์ของหนู ****** "ทำไมอานอนกับเพื่อนของหนูได้แล้วทำไมถึงไม่ยอมนอนกับหนู" "ก็เพื่อนของหนูเอาทำอาชีพแบบนั้น" "แบบไหน" "เขาขาย" "แต่หนูให้ฟรี" "รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา" "รู้สิคะ สำหรับอารามแล้วหนูให้อาได้ทุกอย่างแม้กระทั่งพรหมจรรย์ของหนู"

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 อย่าเรียกว่าลุง

 

อาคารเอ็นพลัส

“พี่โทรถามเลขาของคุณนครินทร์แล้วเธอบอกว่าวันนี้คุณนครินทร์ไม่ได้นัดใครไว้เพราะฉะนั้นน้องจะขึ้นไปพบไม่ได้หรอกค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวบอกกับเด็กสาวสองคนที่เข้ามาขอพบคุณนครินทร์ประธานบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ซึ่งเขาเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์สูง 20 ชั้นแห่งนี้ด้วย

“แต่หนูมีเรื่องสำคัญจะต้องแจ้งคุณนครินทร์จริงๆ นะคะพี่ช่วยบอกเลขาของเขาหน่อยได้ไหมว่ามีคนที่ชื่อริณเรณูมาขอพบ” เด็กสาวนัยน์ตาเศร้าอ้อนวอนอีกครั้ง

“เมื่อกี้พี่ก็บอกเลขาคุณนครินทร์ไปแล้วว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาขอพบ แต่เธอก็ยืนยันว่าวันนี้เจ้านายไม่ได้นัดใครให้มาเจอที่นี่”

“หนูไม่ได้นัดก็จริงค่ะ แต่หนูก็มีธุระสำคัญจะคุยกับเขาจริงๆ นะคะ พี่ลองโทถามเลขาของเข้าอีกทีนะว่าหนูขอเข้าพบได้ไหม”

“พี่จะโทรให้อีกครั้งเดียวนะ ถ้าครั้งนี้ถูกปฏิเสธมาอีกน้องจะต้องออกไปจากที่นี่”

“ได้ค่ะ แต่พี่อย่าลืมบอกเขานะคะว่าคนที่มาขอพบชื่อริณเรณูหนูเชื่อว่าถ้าคุณนครินทร์ได้ยินชื่อนี้เขาจะต้องให้หนูขึ้นไปพบแน่ๆ” เลยค่ะเด็กสาววัย 16 ปีบอกกับพนักงานประชาสัมพันธ์ของตึกแห่งนี้ด้วยความมั่นใจ

ประชาสัมพันธ์สาวต่อโทรศัพท์สายตรงไปยังหน้าห้องของคุณนครินทร์อีกครั้งแต่ก็ได้รับการปฏิเสธมาอย่างเดิมอีกทั้งตอนนี้คุณนครินทร์เพิ่งเข้ามีประชุมจึงไม่สามารถมารับสายหรือมาคุยเป็นการส่วนตัวได้

“มันไม่ได้ผลหรอกคะน้อง พี่บอกเลขาของเขาไปแล้ว”

“แต่พี่ยังไม่ได้คุยกับคุณนครินทร์เลยนะคะ”

“ตอนนี้คุณนครินทร์กำลังประชุมอยู่น่ะและเลขาก็เป็นคนที่รู้เรื่องของเจ้านายมากที่สุด”

“แล้วหนูจะได้เจอคุณนครินทร์ไหมตอนไหน”

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันน้องทิ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ไว้เดี๋ยวพี่จะเอาไปให้เลขาของคุณนครินทร์เองตกลงไหม”

“ได้ค่ะ”

“แต่หนูขอนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนได้ไหม พี่รู้มั้ยคะว่าคุณนครินทร์เขาจะประชุมเสร็จกี่โมง”

“เรื่องนี้พี่ไม่รู้แต่พี่ว่าน้องอย่ารออยู่ที่นี่เลยนะ ที่นี่มันไม่ใช่ที่สำหรับเด็กใครเดินผ่านไปผ่านมาเขาจะมองไม่ดีเอานะเพราะนี่มันเป็นเวลาเรียนอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“แต่หนูอยากเจอคุณนครินทร์จริงๆ นะคะพี่ให้หนูนั่งรอตรงนั้นก็ได้หนูจะอยู่เงียบๆ และไม่รบกวนใครค่ะ” เด็กสาวพยายามร้องขอเพราะเธอมีเรื่องสำคัญที่จะมาบอกผู้ชายที่ชื่อนครินทร์มากๆ และเธอมีแค่โอกาสนี้โอกาสเดียวเท่านั้น

“พี่คะให้หนูกับเพื่อนรอที่นี่นะคะ” เด็กสาวอีกคนหนึ่งที่มาด้วยกันหรอกขอร้องกับพนักงานประชาสัมพันธ์ของตึกใหญ่

“น้องคะพี่ว่ากลับไปก่อนดีกว่านะ”

“หนูขอร้องนะคะพี่”

ประชาสัมพันธ์สาวถอนหายใจอย่างหนักใจหนึ่งก็รู้สึกเห็นใจเด็กสาวทั้งสองคนแต่ถ้าเธอยอมให้เด็กนักเรียนมานั่งรอก็กลัวจะเกิดปัญหาเพราะเด็กสาวสองคนยังอยู่ในชุดพละของโรงเรียนและเวลานี้มันก็เป็นเวลาที่เด็กควรจะอยู่ในโรงเรียน

ขณะที่กำลังลังเลอยู่นั้นชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทางด้านหลังมี

“อะไรหรือเปล่าแหม่ม” เขาถามประชาสัมพันธ์สาวด้วยความคุ้นเคยเพราะตนเองก็เช่าตึกแห่งนี่เป็นออฟฟิศมาหลายปีแล้ว

“คุณรามัญมาก็ดีเลยค่ะ เด็กสองคนนี้จะขอเข้าพบคุณนครินทร์แต่แหม่มโทรไปถามเลขาของคุณนครินทร์แล้ว เธอบอกว่าไม่ได้นัดใครไว้และตอนนี้คุณนครินทร์ก็ยังประชุมอยู่ค่ะ”

“หนูสองคนมาหาคุณนครินทร์เหรอมีธุระอะไรกับเขา” รามัญหันมาถามเด็กสาวสองคนที่ยืนทำหน้าเศร้าอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

“คุณลุงรู้จักคุณนครินทร์เหรอคะ”

“เดี๋ยวๆ อย่างเรียกว่าลุงสิ ฉันไม่ได้อายุเยอะขนาดนั้น หนูสองคนมาคุยกับฉันตรงนี้ก่อน” ชายหนุ่มพาเด็กสาวทั้งสองคนมานั่งโซฟารับแขกของตึกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

“เอาล่ะมีเรื่องอะไรถึงอยากเจอกับคุณนครินทร์”

“คุณลุงรู้จักคุณพ่อใช่ไหม”

“อะไรนะ เมื่อกี้หนูเรียกคุณนครินทร์ว่าอะไรนะ ฉันได้ยินไม่ถนัด”

“พ่อค่ะ”

“หมายความว่ายังไง”

“ก็หนูเป็นลูกของพ่อนครินทร์จริงๆ”

“แต่ฉันรู้จักคุณนครินทร์มานานเกือบยี่สิบปีแล้วและก็รู้จักกับลูกสาวของเขาดีด้วย”

“ก็นั่นมันลูกสาวที่คุณลุงรู้จักนี่คะ แต่หนูก็เป็นลูกอีกคนหนึ่งของพ่อ”

“ฉันว่าก่อนที่เราจะเคลียร์กันเรื่องพ่อของหนูเรามาเคลียร์เรื่องของเรากันก่อนดีไหม”

“เคลียร์เรื่องอะไรคะ” เด็กสาวถามด้วยความสงสัยเพราะเธอกับเขาก็เพิ่งเจอกันครั้งแรก

“ก็เรื่องที่หนูเรียกฉันว่าลุงยังไงล่ะ ต่อไปนี้หนูห้ามเรียกฉันว่าลุงเด็ดขาด”

“แล้วจะให้หนูเรียกคุณว่าอะไรล่ะคะ เรียกพี่เหรอ” เด็กสาวมองดูด้วยสายตาแล้วเดาว่าเขาน่าจะอายุมากกว่าเธอหลายปีมากๆ

“ไม่ขนาดนั้นหรอกเรียกแค่อาก็พอ ถ้าหลุดเรียกว่าลุงมาอีกฉันจะไม่ช่วยหนูตกลงไหม”

“ตกลงค่ะคุณอา”

“แล้วคุณอาชื่ออะไรคะ” เด็กสาวอีกคนหนึ่งถาม

“ฉันชื่อรามัญ หนูสองคนเรียกว่าอารามก็ได้” ชายหนุ่มแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองเพราะเห็นว่าเด็กสาวสองคนค่อนข้างจะเครียดและดูเป็นกังวลมาก

“ได้ค่ะอาราม” เด็กสาวสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน

“ทีนี้หนูสองคนแนะนำตัวให้อารู้จักว่าว่าหนูเป็นใคร ชื่ออะไรและมาจากไหน” รามัญอยากรู้ข้อมูลของเด็กสาวสองคนนี้ก่อนที่จะคุยเรื่องของคุณนครินทร์

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
44 فصول
ตอนที่ 1 อย่าเรียกว่าลุง
อาคารเอ็นพลัส“พี่โทรถามเลขาของคุณนครินทร์แล้วเธอบอกว่าวันนี้คุณนครินทร์ไม่ได้นัดใครไว้เพราะฉะนั้นน้องจะขึ้นไปพบไม่ได้หรอกค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวบอกกับเด็กสาวสองคนที่เข้ามาขอพบคุณนครินทร์ประธานบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ซึ่งเขาเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์สูง 20 ชั้นแห่งนี้ด้วย“แต่หนูมีเรื่องสำคัญจะต้องแจ้งคุณนครินทร์จริงๆ นะคะพี่ช่วยบอกเลขาของเขาหน่อยได้ไหมว่ามีคนที่ชื่อริณเรณูมาขอพบ” เด็กสาวนัยน์ตาเศร้าอ้อนวอนอีกครั้ง“เมื่อกี้พี่ก็บอกเลขาคุณนครินทร์ไปแล้วว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาขอพบ แต่เธอก็ยืนยันว่าวันนี้เจ้านายไม่ได้นัดใครให้มาเจอที่นี่”“หนูไม่ได้นัดก็จริงค่ะ แต่หนูก็มีธุระสำคัญจะคุยกับเขาจริงๆ นะคะ พี่ลองโทถามเลขาของเข้าอีกทีนะว่าหนูขอเข้าพบได้ไหม”“พี่จะโทรให้อีกครั้งเดียวนะ ถ้าครั้งนี้ถูกปฏิเสธมาอีกน้องจะต้องออกไปจากที่นี่”“ได้ค่ะ แต่พี่อย่าลืมบอกเขานะคะว่าคนที่มาขอพบชื่อริณเรณูหนูเชื่อว่าถ้าคุณนครินทร์ได้ยินชื่อนี้เขาจะต้องให้หนูขึ้นไปพบแน่ๆ” เลยค่ะเด็กสาววัย 16 ปีบอกกับพนักงานประชาสัมพันธ์ของตึกแห่งนี้ด้วยความมั่นใจประชาสัมพันธ์สาวต่อโทรศัพท์สายตรงไปยังหน้าห้องของคุณนครินทร์อ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 ใครกันแน่ไม่น่าไว้ใจ
“หนูชื่อริณเรณูค่ะอายุสิบหกปีแล้ว ตอนนี้หนูเรียนอยู่ชั้น ม. 4 โรงเรียนxxx วันนี้หนูมาตามหาพ่อค่ะ” ริณเรณูแนะนำตัวด้วยความฉะฉาน“แล้วอีกคนล่ะ” เขาถามเด็กสาวอีกคนที่นั่งข้างๆ กัน“หนูชื่อสุนิสาค่ะชื่อเล่นชื่อพลอยเป็นเพื่อนของริณค่ะ หนูก็มาช่วยริณตามหาพ่อเหมือนกัน”“แล้วทำไมหนูสองคนถึงมาในชุดพละแบบนี้ล่ะ” เขามองการแต่งกายของเด็กสาวแล้วก็อดสงสัยไม่ได้“วันนี้ที่โรงเรียนมีทัศนศึกษาค่ะ หนูก็เลยแอบออกมาตอนที่คุณครูเผลอ” ริณเรณูตอบไปตามความจริงเพราะนี่เป็นโอกาสเดียวที่เธอจะมากรุงเทพได้โดยที่มารดาไม่รู้“อะไรนะ”“ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วยคะ”“ก็ตกใจสิหนูกับเพื่อนแอบออกมาแบบนี้แล้วคุณครูเขาจะไม่ตามหาเหรอ”“คุณอาคะอย่าเพิ่งตกใจสิคะ คุณครูเขาไม่ตามหาหรอกค่ะ เพราะคุณครูพาพวกเราไปที่สวนสนุกค่ะ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปเล่นเครื่องเล่นและนัดเจอกันอีกทีตอนห้าโมงค่ะ”“แล้วมากันยังไง”“นั่งแท็กซี่มาค่ะ” สุนิสาเป็นคนตอบ“อาคะ เราคุยเรื่องพ่อก่อนดีไหม หนูมีเวลาอยู่กรุงเทพถึงแค่ห้าโมงเย็นค่ะ ตอนนี้ก็บ่ายสามโมงแล้วหนูกลัวจะไม่ทันได้เจอพ่อ” เด็กสาวร้อนใจเพราะกลัวว่าสิ่งที่ตนเองตั้งใจทำจะไม่สำเร็จ“อาจะเชื่อได้ยังไง
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 ความหวังเดียวของหนู
เด็กสาวบอกชื่อโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดน่านให้กับรามัญฟัง“นี่หนูมาไกลขนาดนั้นเลยเหรอ”“ใช่ค่ะ หนูอยากจะทำให้แม่มีความสุขครั้งสุดท้าย”“แล้วหนูมีจุดประสงค์อื่นที่จะมาเจอคุณพ่อหรือเปล่า”“คุณอาหมายถึงอะไร”“ก็เช่นอยากมาแสดงตัวว่าเป็นลูกอยากให้คุณนครินทร์รับผิดชอบหนูหรือให้ช่วยค่ารักษา”“ไม่ค่ะ หนูไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้นเลยหนูใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นก็มีความสุขดีถึงแม้เราจะไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับครอบครัวใหม่ของคุณพ่อก็เถอะ”“หนูบอกว่าแม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใช่ไหม”“ใช่ค่ะ หมอบอกว่าแม่อาจจะอยู่ได้ไม่นาน”“อาไม่ได้แช่งนะ ถ้าหากว่าแม่หนูเป็นอะไรไปล่ะ หนูจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง”“คุณอาไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกค่ะ หนูคิดว่าตัวเองอยู่ได้ค่ะ ที่หนูมาวันนี้หนูไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรเลยค่ะ หนูแค่อยากให้พ่อไปเยี่ยมแม่สักครั้ง ให้แม่ได้มีความสุขก่อนที่แม่จะจากไปค่ะ” ริณเรณูพูดด้วยเสียงสั่น เธอคุยกับหมอแล้วละคุณหมอบอกว่ามารดาของเธออาจจะอยู่ได้อีกไม่นานเด็กสาวอยากจะมาบอกพ่อเรื่องนี้ตั้งตอนที่รู้ว่าแม่ป่วยหนัก แต่ก็ไม่มีโอกาสเลยเพราะเธอต้องไปโรงเรียนและยังต้องคอยดูแลแม่ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 เรื่องจริงหรือเปล่า
รามัญขับรถไปส่งริณเรณูและเพื่อนของเธอที่หน้าสวนสนุกแห่งหนึ่งชายหนุ่มรอจนกระทั่งรถบัสคันใหญ่ที่พานักเรียนมาทัศนศึกษาเคลื่อนที่ออกไปจากบริเวณหน้าสวนสนุกเขาก็ขับรถกลับมายังคอนโดมิเนียมของตนเองชายหนุ่มอาศัยอยู่คอนโดมิเนียมแห่งนี้ตามลำพังตั้งแต่เรียนจบเขาไม่มีครอบครัวที่ไหนเพราะเป็นเด็กกำพร้าที่ได้ทุนจากครอบครัวของคุณหญิงมณฑาส่งให้เรียนจนจบระดับปริญญาตรี จากนั้นชายหนุ่มก็ร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ โดยมีรุ่นพี่ที่คอยให้คำแนะนำอยู่หลายคนหนึ่งในนั้นก็คือคุณนครินทร์ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้วคุณนครินทร์ก็เปรียบผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่งของเขาเพราะนอกจากจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานแล้วภรรยาของคุณนครินทร์ก็คือลูกสาวของคุณมณฑาผู้ที่ให้ทันเขาจนเรียนจบเรื่องที่ได้ยินมาวันนี้ทำให้รามัญคิดหนักเพราะชายหนุ่มรู้ดีว่าคุณศิตาภรรยาของคุณนครินทร์นั้นมีนิสัยยังไง คุณศิตาเธอไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้สามีของเธอ ถึงแม้ตอนนี้คุณนครินทร์จะอายุมากแล้วแต่ความหึงห่วงของคุณศิตาก็ไม่เคยลดน้อยลงเลย และถ้าหากเธอรู้ว่าคุณนครินทร์มีลูกสาวอยู่อีกคนหนึ่งก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆแต่เรื่องนี้รามัญก็จะนิ่งน
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 ไม่รู้อีกนานแค่ไหน
“พลอยเอาไงดีล่ะ ริณจะควรจะไลน์ไปบอกอารามดีไหมว่าตอนนี้กลับมาถึงโรงเรียนแล้ว” ริณเรณูกลัวว่ามันดึกเกินไปและจะเป็นการรบกวนคนที่เพิ่งเคยเจอกัน“ก็ไลน์ไปสิเขาบอกเองไม่ใช่เหรอว่าถ้ามาถึงแล้วก็ให้ริณไลน์ไปบอก”“แต่ตอนนี้มันดึกมากแล้วนะ”“เอาน่าไลน์ไปเถอะถ้าเขาหลับแล้วเขาก็คงไม่อ่านหรอก บอกเขาไปว่าเรามาถึงแล้วและกำลังจะกลับบ้าน” สุนิสาบอกเพื่อนขณะที่กำลังช่วยอ่านเอากระเป๋าเดินทางใส่นั่งหลังรถของบิดาซึ่งมารับกลับบ้านเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถแล้วริณเรณูก็ไลน์ไปบอกรามัญแต่ไม่รู้หรอกกว่าเขาจะอ่านไหม“ตอนนี้หนูถึงโรงเรียนแล้วนะคะกำลังจะกลับบ้านค่ะ” เมื่อไลน์แล้วยังไม่ทันได้เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าชายหนุ่มก็เลยตอบกลับ“แล้วกลับบ้านยังไงดึกขนาดนี้มีรถเหรอ”“พ่อของพลอยมารับค่ะ คืนนี้หนูจะไปค้างที่บ้านพลอยค่ะ”“ถ้างั้นก็รีบกลับไปพักเถอะ”“ค่ะอาราม”หญิงสาวเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าก่อนจะหันมากระซิบกับสุนิสาที่นั่งอยู่เบาะหลังคู่กับตนเอง“พลอยว่าอารามเขาใจดีไหม”“ใจดีสิ ใจดีมากๆ และยังหล่อมากๆ ด้วยนะ”“แล้วพลอยคิดว่าเขาจะช่วยริณได้จริงหรือเปล่า เรื่องที่อยากจะให้พ่อมาเยี่ยมแม่น่ะ”“พลอยก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เขารับ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 เรื่องเข้าใจผิดในอดีต
รามัญตื่นนอนในตอนสายของอีกวันหนึ่ง เขาลืมไปสนิทเลยว่าวันนี้เป็นวันเสาร์จึงไม่สามารถไปหาคุณนครินทร์ที่บริษัทได้เพราะวันเสาร์คุณนครินทร์ไม่เข้ามาในบริษัท ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งจ้องโทรศัพท์และตัดสินใจว่าโทรศัพท์ไปหาคุณนครินทร์โดยตรงดีหรือเปล่าแต่ดูเหมือนคุณนครินทร์ก็ใจตรงกันเพราะเขายังไม่ทันได้กดโทรออกฝ่ายนั้นก็โทรเข้ามาเสียก่อน“สวัสดีครับคุณใหญ่” เขากดรับสายและทักทายอย่างเป็นกันเองเพราะคุณนครินทร์กับเขารู้จักและสนิทสนมกันดี“รามยุ่งอยู่หรือเปล่า ว่างคุยกับพี่มั้ย”“ว่างครับ” รามัญไม่รู้ว่าคุณนครินทร์จะพูดเรื่องอะไรหรือเขารู้แล้วว่าเมื่อวานริณเรณูมาหาเขาที่บริษัท“พี่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ออกมาเจอพี่หน่อยได้ไหม”“ได้ครับ คุณใหญ่จะให้ผมไปหาที่ไหน”“ตอนนี้พี่ออกมาตีกอล์ฟกับเพื่อนๆ รามออกมาเจอพี่ที่สนามกอล์ฟนะ”“ได้ครับอีกครึ่งชั่วโมงผมจะไปหาที่เดิมใช่ไหม”“ที่เดิมนั่นแหละ”เมื่อวางสายจากคุณนครินทร์แล้วรามัญก็รีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะขับรถไปยังสนามกอล์ฟที่เขาเคยไปกับคุณนครินทร์อยู่หลายครั้งเมื่อมาถึงก็เจอคุณนครินทร์นั่งรออยู่ในอาคารเขาแต่งกายด้วยชุดสำหรับมาเล่นกอล์ฟและนั่งรอด้วยสีหน้าที
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 ดีใจที่พ่อจะมาหา
หลังจากคุยกับคุณนครินทร์แล้วรามัญก็ขับรถมาทานอาหารก่อนจะกลับมาอยู่คอนโดมิเนียมอีกครั้ง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและไลน์หาริณเรณูเพราะคิดว่าเด็กสาวน่าจะกำลังรอความคืบหน้าจากตนเองอยู่“วันนี้อาไปเจอพ่อของริณแล้วนะ” รามัญพิมพ์ข้อความแรกส่งไปแล้วยังไม่ทันได้พิมพ์ข้อความที่สองอีกฝ่ายก็พิมพ์กลับมาก่อน“หนูขอโทรหาได้ไหมคะ” ริณเรณูใจร้อนจนรอให้เขาพิมพ์ตอบกลับไม่ไหวและเธอก็คิดว่าการโทรศัพท์คุยน่าจะรู้เรื่องมากกว่าชายหนุ่มไม่ได้พิมพ์ตอบกลับข้อความแต่เขาเป็นคนกดโทรศัพท์ไปหาเด็กสาวก่อนที่ฝ่ายนั้นจะโทรมาเพราะเขากลัวว่าเธอจะเปลืองเงินค่าโทรศัพท์“สวัสดีค่ะอาราม พ่อหนูว่ายังไงบ้างเขาจะมาเยี่ยมแม่ไหมแล้วเขาจะมาเมื่อไหร่คะ” เด็กสาวถามรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น“ใจเย็นสิ หนูถามแต่ว่าพ่อจะไปเยี่ยมแม่ไหม แล้วหนูไม่อยากรู้เหรอว่าพ่อเขาเชื่อว่าหนูเป็นลูกหรือเปล่า”“หนูไม่สนใจเรื่องนั้นหรอกค่ะอาราม หนูสนใจแค่ว่าพ่อเขาจะมาเยี่ยมแม่ของหนูหรือเปล่า” รามัญฟังจากน้ำเสียงที่ถามมาก็พอจะเดาได้ว่าเด็กสาวไม่ได้รู้สึกผูกพันหรืออยากจะมีพ่อสิ่งที่เธอต้องการก็คือให้พ่อกับแม่ได้เจอกันแค่นั้น“คุณใหญ่บอกว่าจะไปเยี่ยม”“คุณใหญ่นี
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 คำพูดของคนเป็นพ่อ
เมื่อวางสายจากรามัญแล้วริณเรณูก็ทำงานบ้านแต่ก็คอยมองโทรศัพท์อยู่ตลอดเพราะกลัวว่าถ้าบิดาโทรศัพท์มาแล้วตัวเองจะไม่ได้ยินเสียงเธอทำความสะอาดและทานอาหารเย็นเรียบร้อยก็เข้าห้องนอนและนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบปลายภาค ขณะกำลังทำแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์อยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เด็กสาวเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่เธอไม่ได้บันทึกไว้ก็ยิ้มด้วยความยินดีเพราะเดาจะเป็นเบอร์ของบิดาอย่างแน่นอนริณเรณูกดรับสายพร้อมกับกดปุ่มบันทึกเสียงสนทนาทันที“สวัสดีค่ะ” เด็กสาวทักทายด้วยเสียงที่สดใส แต่อีกฝ่ายยังไม่ได้พูดอะไรแล้วเธอก็ได้ยินเสียงคนสองคนคุยกันเสียก่อน“คุณใหญ่คุณทำแบบนี้กับศิตาได้ยังไง” เสียงเกรี้ยวกราดของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกเข้ามา“ผมทำอะไรให้คุณเหรอศิตา”“คุณแอบทำอะไรลับหลังศิตาอย่าคิดว่าศิตาไม่รู้นะคะ”“คุณพูดเรื่องอะไรของคุณผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” นครินทร์รีบปฏิเสธแต่ก็รู้สึกเสียวสันหลังเพราะกลัวว่าภรรยาจะรู้เรื่องที่ริณเรณูมาหาเขา“เลขาของคุณบอกฉันว่ามีเด็กคนหนึ่งชื่อริณเรณูมาหาคุณที่บริษัท”“อ๋อ เรื่องนี้เลขาผมก็บอกแล้วเหมือนกันแต่ผมไม่ได้เจอเด็กคนนั้นหรอกนะคุณมีอะไรหรือเปล่า คุณรู้จัก
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 จะเข้มแข็งได้นานแค่ไหน
แม้จะรู้สึกโกรธและเกลียดผู้เป็นบิดามากแต่ริณเรณูก็ยังคงรอโทรศัพท์อยู่ตอนนี้เวลาเพราะอยากจะให้คุยกับเขาเรื่องมารดาและอยากขอร้องให้เขามาเยี่ยมมารดาสักครั้งแต่ผ่านมาสองวันแล้วก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะโทรกลับมาเลยความหวังที่อยากให้มารดามีความสุขสักครั้งก่อนจากไปมันดูจะเป็นได้ไม่ได้อีกแล้ว เด็กสาวนั่งมองเบอร์โทรศัพท์อยู่นานก่อนจะตัดสินใจบล็อกเพราะคิดว่าสิ่งที่ตนเองได้ยินในเย็นวันนั้นมันน่าจะเป็นสิ่งที่ออกมาจากใจของคนที่เธอเคยเรียกว่าพ่อจริงๆนับจากนี้ริณเรณูจะไม่พูดจะไม่คิดถึงเขาอีกและนับว่ายังโชคดีที่เธอไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้มารดาฟังเพราะถ้ามารดารู้ก็คงจะตั้งหน้าตั้งตารออย่างแน่นอนตอนนี้อาการของคุณเรณูเริ่มทรุดลงเรื่อยๆ เธอแทบจะไม่มีแรงคุยกับลูกสาวเลยในแต่ละวันในทุกครั้งที่ริณเรณูไปเยี่ยมมารดาของเธอจะยิ้มให้กับลูกสาวแต่บทสนทนานั้นเริ่มสั้นลงเรื่อย ริณเรณูเองก็กำลังทำใจว่ามารดาคงจะอยู่กับเธอได้อีกไม่นานริณเรณูกำลังพยายามลืมเรื่องของบิดาเพราะมีสิ่งที่สำคัญสำหรับเธอมากกว่าผู้ชายคนนั้น เด็กสาวต้องให้เวลากับมารดามากที่สุด เธอไปเยี่ยมมารดาตั้งแต่เช้าก่อนไปเรียนและหลังเลิกเรียนก็รีบกลับมาหาท่านแล
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 อ่อนล้า
ริณเรณูมองโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เริ่มหมดหวัง เด็กสาวไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้มาก่อนเลย เธอรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบใหญ่ ไม่มีใครอยู่เคียงและคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่เกิดมาเธอก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย แม้จะมีแค่มารดาที่เลี้ยงดูมาตลอดสิบหกปีแต่มารดาก็คอยอยู่ข้างๆ และคอยให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่องแต่ตอนนี้เธอไม่สามารถปรึกษามารดาได้เลยเธอเช็ดน้ำตาแล้วเอื้อมปิดไฟที่หัวเตียงแล้วหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าแต่ยังไม่ทันหลับโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ก็ส่งเสียงขึ้นมาเสีย ก่อนสายที่โทรเข้ามาทำให้เด็กสาวรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เธอรีบกดรับทันที“สวัสดีค่ะอาราม”“สวัสดีจ๊ะ โทรหาอาดึกเลยหนูมีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าค่ะ หนูโทรมารบกวนอาไหมคะ”“ไม่หรอก อาขอโทษทีนะพอดีตอนที่หนูโทรมาอาทานข้าวกับลูกค้ามาก็เลยไม่ได้รับโทรศัพท์ หนูมีเรื่องด่วนใช่ไหม”“ไม่ด่วนค่ะแต่หนูมีเรื่องไม่สบายใจ อารามมีเวลาไหมคะ”“มีสิ ไม่สบายใจอะไรเล่าให้อาฟังได้เลยนะ” รามัญฟังจากนำเสียงก็พอจะรู้ว่าคนปลายสายคงไม่สบายใจเป็นอย่างมาก“วันนี้หนูไปเยี่ยมแม่ แต่แม่ดูเหนื่อยมากกว่าทุกวัน หนูกลัวว่าแม่จะสู้ต่อไปอีกไม่ไหว”“พ่อหนูโทรหาหรือยัง”“
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status