تسجيل الدخولรักครั้งแรกอาจไม่ใช่รักสุดท้ายในชีวิต แต่บางคนก็คิดว่ารักในใจจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แม้ต้องเจ็บปวดในรักที่ไม่มีทางสมหวัง อย่างเช่นนินจาที่แอบรักนราธิป เพื่อนซึ่งสนิทมาหลายปีและคิดว่าหัวใจเธอจะไม่เปลี่ยนไป แม้กาลเวลาผันผ่าน และเมื่อถึงวันหนึ่งเมื่อเขาทิ้งรักเธอไปและเหยียบย่ำมันอย่างไร้ค่า แม้เธอจะบอกว่าตั้งท้องกับเขา เธอก็รู้ ถึงรักเพียงใดก็ต้องจากลา ความเป็นเพื่อนก็ให้สิ้นสุดลงเช่นกัน ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ทรายสีรุ้ง
عرض المزيدคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
นักศึกษามากมาย ชาย หญิง เก้ง กวาง ทุกเพศทุกวัยเดินออกจากหอประชุมเล็กของมหาลัย ฉันเดินช้าๆ ชะเง้อไปด้วย ต้องการหาเพื่อนที่ขายาวมาก จึงเดินไม่ทันมัน จนมาเจอใต้ต้นไม้ใกล้รถที่มันจอด ฝ่ายนั้นยืนดูดนมเปรี้ยวมองฉันด้วยรอยยิ้ม ฉันปากระดาษที่ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ใส่หน้าอกเบิ้มๆ นั้น
“คุณหนูปานทำไมไม่รอเลย”
ปานวาดสาวสวย หมวย เอ็กซ์ ยื่นนมอีกกล่องให้ คงเป็นการขอโทษ ฉันไม่ได้ตะกละ แค่หิว จึงหยิบมาจิ้มๆ ดูดจนหมดกล่อง
“ได้แดกก็หุบปากทุกทีนะ กูรีบออกมาเพราะฟังจนเบื่อ ก็แค่เรื่องไปออกค่ายอาสาฯ จะพูดทำไมให้มาก โตๆ กันแล้ว ไปมาครั้งนี้ก็ครั้งที่สาม” ปานวานบ่น ฉันด่าว่ามันไม่เข้าใจน้องๆ ไม่เคยไป ต้องคุยนานๆ ยายคนสวยยิ้ม พยักหน้าจนเห็นเขี้ยวเพชรที่ฉันคิดว่าแก่มากเมื่อมันไปทำ
“มองอะไร” มันเห็นฉันอมยิ้มก็ถาม และไม่ยิ้มอีก มันน่ะถามไปอย่างนั้นแหละ คงรู้ฉันจะแหย่เรื่องฟันมันอีก
“พูดไม่เพราะไม่สมหน้าตา” ฉันไม่อยากแหย่มันจึงเปลี่ยนเรื่อง
“ใครสนใจ”
ขณะที่พูดสายตาพวกเราทั้งสองก็มองหาสามหนุ่ม แต่ตัวเตี้ยๆ อย่างฉันไม่อยากเขย่งเท้ามองให้เมื่อยขา คอเคล็ด เพราะนักศึกษาคนอื่นๆ ล้วนสูงๆ มีแต่ฉันละมั้งที่ไม่ได้กินนมเพราะที่บ้านขัดสน ฉันเลยนั่งรอ ให้คอยาวๆ ของปานวาดมองหาสามหนุ่มสามมุมเอง
“ยายเต่ายายกระต่ายพวกเราอยู่นี่”
“เลิกเอากูไปอยู่เผ่าพันธุ์เดียวกับยายเต่าคนดีของพวกมึงเถอะ”
ปานวาดนั่งลงข้างๆ ตรีหนุ่มผมยาวที่ชอบเรียกชื่อปานวาดว่ากระต่ายเสมอๆ ซึ่งตรีนั้นถ้าเห็นจากด้านหลังยามนั่งมอเตอร์ไซน์ หนุ่มๆ ก็จะผิวปากแซวเสมอ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เพื่อนเกลียด และช่วงหลังมานี้เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อย เพื่อนจะใส่เสื้อมีฮู้ด ถ้าวันไหนมันมาขับขี่รถฉัน
“นมกล่องสิมึง” จักรเพื่อนที่ฉันมอบฉายามีพยาธิในท้องหันไปหาปานวาด ฝ่ายนั้นทำปากขมุบขมิบแต่โยนให้ ฉันหัวเราะ
“แกอย่าดื่มมากจักร สูงกว่าใครๆ แล้วนะ สูงมากไม่หล่อ หาแฟนยาก”
จักรหล่อแบบหนุ่มแขก ตางี้คมแทบบาด (ฉันจำมาอีกทีตอนได้ยินรุ่นน้องที่คลั่งมันพูด) ฉันจึงเอ่ย “ มันจะขายไม่ออกได้ยังไง ปานวาดก็พูดเกินไป มันหล่อนะ”
จักรยักไหล่ “เอาน่า หิวนม คงไม่สูงอีกมั้งมึง”
ตรีหัวเราะชอบใจ พวกเราเงียบ กระทั่งเสียงอีกคนดังขึ้น “ปกติมึงเห็นมันหล่อหรือ” โบ้ทคือเพื่อนซึ่งพูดน้อยที่สุดในกลุ่ม ถามพลางเขย่าหัวฉันจนมึน ฉันหันไปถลึงตาใส่ ไอ้เพื่อนมือหนักที่ชอบมาลงที่หัวฉัน ไม่ว่าโกรธ ดีใจหรือ ฯลฯ
“ว่าไงหล่อหรือเต่า” มันยังมาถามย้ำ ดวงตาดุดันนั้นจ้องมองไม่กระพริบ เพื่อรอคำตอบ ฉันหมั่นไส้มันตอบเสียงฉะฉาน
“ก็หล่อกว่านายแหละ”
มันดูไม่พอใจลุกขึ้นสะบัดฝุ่นที่ก้น เสยผมสีดำสนิทสองสามครั้ง แค่มันยืนเฉยๆ ก็สะดุดตามาก ฉันเผลอมอง แต่ต้องเหวอเมื่อมันพูด “ชมมันก็ให้มันไปส่งนะเต่า”
“เฮ้ยได้ไง มันคนล่ะทาง รถเราเสีย ไปด้วยคน” ฉันรีบวิ่งตามมันไป เพื่อนๆ ด้านหลังหัวเราะกันใหญ่ ฉันหันไปยกนิ้วกลางให้พวกมัน
ให้ตายสิ ฉันผู้เรียบร้อย อยู่กับกลุ่ม หนุ่มฮอตแต่ปากหมาพวกนี้ จนนิสัยเหมือนมันไปทุกทีแล้ว
“จะไปไหมเต่า”
ฉันรีบขึ้นรถและโบกมือให้ปานวาด แม่กระต่ายคนสวยของสถาบันแห่งนี้
“ไปนะทุกคน”
“แหกปากทำไม เดี๋ยวสาวๆ เราเห็น จะคิดว่าแกเด็กใหม่ไอ้โบ้ท เงียบ ปิดประตู”
ฉันหงอกับคำพูดนั้นและทำตามที่เจ้าของรถหรูบอก
หวงจริงนะความฮอตอ่ะ ทำอย่างกับจะหล่ออมตะ สาวๆ พวกนั้นที่ควงก็เพราะเงินทั้งนั้นแหละ เพราะนายมันรวยนิ ซ้ำดูหล่อ เร้าใจ แต่ใช่ว่าจะดีไปหมด…
“คิดอะไร ด่าในใจอีกเหรอ”
มือใหญ่มาดึงหูฉัน ฉันตีมันที่แขน
“ปล่อยนะโบ้ท เจ็บ”
เพลงนั่งเหยียบคันเร่งจนฉันหัวขั่นจะต้องเห็นก็ทำให้เบรกและติดเข็มขัดนิรภัยได้
“ไม่สวยแล้วยังโง่นะซอมบี้เอ้าใส่ๆเราไม่อยากมีเพื่อนเบลอ”
ฉันมองหนวดเคราตอนที่ขาวของมันปากมันก็แดงแม้จะดูดบุหรี่เข้าไปช่วยไม่ทั่วท้องกระเพาะอาหารฉีกยิ้มขอบใจมันยีหัวจนผมสั้นฉันฟังอีกครั้ง
แต่ให้ความโล่งใจที่ต่อมามันก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถและเปิดแอร์แบบที่นั่นคือไม่เย็นเกินไป
คิดว่าปากหมาเป็นเหมือนเปย์เพื่อนอย่างฉันเองที่ดีอีกคนหนึ่งนั่นคือและเชื่อว่าฉันเชื่อว่าคุณรู้ทุกทีที่โบ้ท
อาจจะทำให้สนใจว่าฉันจะคิดอย่างไรว่าฉันมันเหมือนเด็กเตี้ยๆ หนึ่งยามที่มีสวนสาธารณะหน้าวอกของมันมาผู้ปกครองๆ
สเปกโบ้ทมันต้องขาใหญ่ยาวๆ
ฉันคิดเพราะเห็นควงทุกเรื่องทุกทีเมื่อไปเที่ยว
ปานวาดนั้นรู้ดีเพราะว่ามันมาก่อนฉันซึ่งฉันไม่ชอบฟังคำนี้เลยทุกครั้งที่เพื่อนพูดก็สามารถมองขาตัวเองได้
อยากรู้นักทุกคนเงินโดยทั่วไปทำนมให้ใหญ่ได้แล้วที่สีน้ำตาลนี้จะยาวได้...
“รถแกจะตายอย่างแน่นอนว่าทำไมไม่ซื้อเต่าใหม่”
ดาวน์โหลดเพลินๆ ก่อนจะมุ่งมองโบ้ท และค้นหากุญแจรถในกระเป๋า
“มันอีแก่เข้าใจไหมมีคันใหม่คงคิดถึงมันแย่”
“แต่มันไม่ดีแกออกจากที่พักตอนกลางคืนเกิดไปตายห่าข้างทาง เข้าใจไหมไม่เคยฟังข่าวเตือนตั้งตามปกติแล้วนะ”
“ไม่มีเงิน”
“ให้ขนมปังค่อยคืน”
“อย่าเอาไม่อยากเป็นหนี้อีกต่อไปที่บ้านสร้างหนี้ก็พอแล้วพอๆ กันไปโดยไม่ต้องกังวลมากับรถเรา”
“ตายห่าเมื่อไหร่อย่าโทรมาอีกนะไม่ไปช่วยอีกแล้ว”
นัยน์ตาสีดำที่มักจะน่ามองบัดนี้ส่งสายตาพิฆาตโหดร้ายโหดร้ายมองนอกรถทำไม่ได้ยินและมั่นใจในเวลาที่หนุ่มๆ หนุ่มๆ ก็มีโบ้ทเป็นครั้งแรกที่จะมาถึงมาช่วยเหลือเช่นเดิม
บ่นทำหูทวนลมจะต้องบ่นยาวแค่ไหนและหยุดพูดไปเองนั่นแหละ
“ถึงแล้วห้ามหลับ”
“ก็ได้ครับจะไปไหนต่อ”
“ไม่ใช่เรื่องของสาวๆหรอกหรอกเคยมาถามเดี๋ยวจะเล่าด้วยอีก”
คิ้วเรียวฉันย่น ดูดียิ้มอ่อน “อย่าทำรองรับแฟนได้ไหมซอกแซกไปทุกเรื่อง”
“คงต้องลืมตัวร่างกายของระบบนำทางๆ รุ่นพี่มารอไปเอาอีแก่แล้ว”
ตรวจสอบพิฆาตหัวใจสาวๆมองออกนอกรถ
“ดูแลตัวเองนะไม่จำเป็นต้องพาไปโรงแรมได้”
“ปากหมาจะเก็บความซิงไว้คืนแต่งงานโว้ยและผู้ที่รักรุ่นพี่คนนี้นายก็รู้เขาหางานให้เราทำนะพระคุณมี”
“ดีที่ไม่ตาถั่ว จำไว้อย่าให้อย่างอื่นกับไอ้รุ่นพี่คนนี้ไม่ดีพอหรอก”
“จ้าไอ้คนดีคนหล่อคนรวยไปเถอะตามใจมากจ้า”
สั่งโบกมือไล่เมื่อประชดประชันมองตามเพื่อนที่ออกรถด้วยความแรงและพึมพำ
เมื่อไหร่ที่นายจะเลิกขับรถเหมือนหน่วยกู้ภัยเสียทีวะ ไม่รู้หรือมีอะไรที่เป็นห่วง...
ปานวาดกำลังมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว จักรหันมาหาฉันและโบ้ท“ดูเพื่อนพวกแกสิดูหิวนะเวลาเจอไก่อ่อนๆ”“แกสวยออกทำไมขายไม่ออกสักทีวะปาน” โบ้ทถามเพื่อน ฉันหยิกเอวสามีตามนิตินัย เขามองหน้าฉัน “ที่รักก็มันจริงนิ ผมชมว่าสวยนะนั่น”“พอๆ เรื่องถามกูหาผัวไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่พูดกันว่าที่รัก ที่รัก ผมๆ เธอๆ กูไม่คุ้นเลย คุยกันเหมือนเดิมได้ป่ะ”ปานวาดเบ๊ะปาก ทำเอาหมดสวย โบ้ทตอบเรื่องที่เพื่อนถามและต้องการ“ไว้พูดกู มึง เรา นาย แก อะไรพวกนี้กับคู่แกเถอะ เราไม่อยากให้ลูกได้ยิน นี่ก็ฝึกตั้งนานกว่าจะชิน”“ตั้งนานอะไร พวกแกทั้งสองเพิ่งคืนดีกันสามเดือนนะ ซ้ำหน้าไม่อาย สามเดือนก็ท้องทันที”“ใครจะนอนหนาวเหมือนแก”“เอาน่าเลิกพูดมาก กินๆ จะได้ลุกให้นักศึกษา เราเป็นของแปลกสำหรับที่นี่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ฉันบอกเพื่อนและสามีให้เลิกพูดกัน ปานวาดหันไปมองหนุ่มๆ นักศึกษา“รีบไปได้ คงอยากไปจู๋จี๋กับสามีที่ร้ากแกล่ะซ
“มีอะไร เราเป็นคนรักกันไม่ใช่เหรอ และคืนนี้คุณสวยจนผมนอนไม่หลับ”ฉันใจเต้น กำมือตนเอง รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับตนเองยังเป็นสาวเวอร์จิ้นมือใหญ่มากอบกุมที่เต้าอกข้างหนึ่งแล้ว ฉันอุ่นวาบ และใจหวิวสั่น ใบหน้าใกล้นั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหู ฉันเริ่มหายหนาว แม้อยากจับมือนั้นออกจากเต้าทรวงแต่ต้องห้ามตนเองไว้โบ้ทเริ่มเคล้นคลึงหน้าอกทั้งสองของฉัน สลับกันไปมา ปากจูบคลอเคลียมาที่ใบหู แก้มคาง คราวนี้ฉันนอนไม่ติดที่นอน ก้นฉันยกขึ้นและลงตามความปรารถนาของร่างกายที่มันสร้างขึ้นมาร่างนั้นคร่อมตัวฉันรวดเร็ว และดึงสายของชุดนอน สายตากำลังจ้องอกขาวอวบของฉัน ก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงพร่า“สวยมาก”ประทับจูบเบาๆ ที่ปากฉัน และเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรับจูบนั้นอย่างห้ามตนเองไม่ได้ มือใหญ่ยังครอบครองสองเต้าขาวนั้น ใช้มือเคล้นคลึงยอดอกฉันได้ยินเสียงตนเองครางอย่างมีความสุข ปากสวยยังคงบดจูบ แหย่ลิ้นเข้าไปไล้ดูดลิ้นฉัน ฉันตัวสั่น และมีความสุข ฉันกอดโบ้ทแน่น จูบตอบตามที่มันทำกับฉัน โบ้ทเคลื่อนร่างลง ฉันมองตาม ใบหน้านั้นซุกซบที่อกและดูดกลืนยอดอก กัดเม
“เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ
“ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ











