تسجيل الدخولคำเตือน : มีการบรรยายเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงภายในครอบครัว และการทำร้ายร่างกาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพียะ!
"ลูกชู้อย่างแกมีสิทธิ์อะไรมายืนเถียงฉันแบบนี้ฮะ!! ฉันเป็นใครแล้วแกเป็นใคร จำใส่หัวเอาไว้ด้วยถ้าไม่อยากตายทั้งแม่ทั้งลูก!!"
ฝ่ามือซีดของนายหญิงตบหน้าของขวัญเนตรอย่างแรงด้วยความโมโหพร้อมกับตวาดเสียงดังลั่นคฤหาสน์โดยมีลูกสาวยืนกอดอกมองด้วยความสะใจ
ดวงหน้าสวยของขวัญเนตรหันไปตามแรงตบ ความรู้สึกเจ็บลามไปทั่วทั้งซีกหน้า รสชาติฝาดและกลิ่นเลือดเริ่มคละคลุ้งอยู่ในโพรงปากเล็ก มือบางจับที่มุมปากก่อนจะพบว่ามีเลือดติดมาด้วย ลิ้นเล็กดันกระพุ้งแก้มอย่างข่มอารมณ์ สายตาสวยตวัดจ้องเขม็งก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ มือบางยกขึ้นเตรียมจะตบคืน นายหญิงแล้วอย่างไร ถ้าเธอต้องตายในวันนี้เธอก็ไม่เสียดายชีวิต เธอขอตบหน้าคนที่ชอบมาทำร้ายแม่ของเธอสักหน่อย
"นั่นแกจะทำอะไร!!" เสียงเข้มตะโกนดังกังวานไปทั่วพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายวัยสี่สิบกว่าเดินเข้ามาในคฤหาสน์พร้อมด้วยเหล่าลูกน้องคนสนิทเดินตามหลังมา
"คุณป๊าคะ"
"คุณฟงเหมียน"
นายหญิงและลูกสาวรีบเดินเข้าไปหาทันที ทั้งสองต่างควงแขนผู้นำตระกูลอย่างออดอ้อนพร้อมกับปรายตามามองเธอก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่
"แกคิดจะทำอะไรนายหญิง เย่วซิน" ลู่ฟงเหมียนเดินเข้ามาถามเสียงเข้ม ก่อนจะเบนสายตามองหน้าหญิงสาวผู้เป็นภรรยาอีกคนซึ่งกำลังยืนจับแขนลูกสาวไว้แน่น
"นายหญิงขโมยสร้อยของแม่ค่ะ" ขวัญเนตรตอบกลับพร้อมกับมองหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง
"ไม่จริงนะคะฟงเหมียน จางลี่ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน"
นายหญิงจางลี่รีบร้อนอธิบายเสียงหวานพร้อมทำสีหน้าราวกับจะร้องไห้ ขวัญเนตรที่เห็นแบบนั้นก็เบ้ปากทันที มารยาหญิงสินะ
"แกอย่ามาใส่ร้ายนายหญิง ลูกชู้แบบแกกล้าเข้ามายืนอยู่ในนี้ก็มากพอแล้ว พาแม่ของแกไปให้พ้นหน้าฉันก่อนที่ฉันจะสั่งฆ่าทั้งแม่ทั้งลูก" ฟงเหมียนบอกเสียงเข้มพร้อมมองสองแม่ลูกด้วยความเกลียดชัง
"ถ้าไม่อยากเห็นหน้าแล้วจะให้อยู่ทำไมคะ ทำไมไม่ส่งเราสองแม่ลูกไปอยู่ที่ไกล ๆ ให้ไกลหูไกลตาท่านล่ะคะ" ขวัญเนตรถาม เธอรู้ว่าคนตรงหน้านั้นเกลียดเธอกับแม่มาก เกลียดจนไม่อยากเห็นหน้า แต่ทำไมถึงไม่ปล่อยเราสองไปล่ะ แล้วพอเธอจะพาแม่ออกไปกลับต้องโดนลากตัวกลับมาพร้อมกับสั่งให้ลูกน้องเฝ้าเอาไว้ไม่ให้คาดสายตา
"แกอย่ามายอกย้อนฉัน!! ออกไป แล้วกลับไปอยู่บ้านเล็กนั่น อย่าได้เสนอหน้ามายืนอยู่ที่นี่อีก" เสียงของผู้นำตวาดเด็กสาวพร้อมชี้หน้าไล่ จางลี่และเหมยลี่ที่เห็นแบบนั้นถึงกับยิ้มเยาะเย้ยอย่างชอบใจ
"ปล่อยพวกเราไปเถอะค่ะ ถ้าท่านไม่อยากเห็นหน้าก็แค่ปล่อยให้พวกเราออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ต้องพบเจอกันอีก เราสองมะ.."
เพียะ!
"ขวัญเนตร!"
ผู้เป็นแม่ตกใจตาโตเมื่อลูกสาวโดนตบจนล้มไปกองกับพื้นท่ามกลางเหล่าสายตาของลูกน้องและคนใช้ในคฤหาสน์ที่ได้แต่ยืนนิ่งมองดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ
"ออกไป๊!! กูเป็นใครพวกมึงลืมไปแล้วสินะ ได้! กูจะให้มึงสองแม่ลูกอยู่แต่ในบ้านเล็กอย่าได้เสนอหน้าออกมา ถ้ากูเห็นกูจะฆ่าทิ้งแน่นอน เอาพวกมันไปขังไว้และอย่าให้ออกมาด้านนอกได้!!" ฟงเหมียนตะคอกจนเส้นเลือดขึ้นลำคอ ก่อนจะออกคำสั่งกับลูกน้อง
"ครับนาย!!"
เหล่าลูกน้องเมื่อรับคำสั่งจากนายใหญ่ก็พากันเข้ามาหิ้วปลีกสองแม่ลูกกลับมายังบ้านเล็กด้านหลังคฤหาสน์ทันที ร่างทั้งสองถูกโยนเข้ามาในบ้านอย่างแรงจนได้รอยถลอกเต็มตัวไปหมดพร้อมกับลูกน้องของฟงเหมียนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูและรอบ ๆ บ้านอย่างแน่นหนา
"แม่เจ็บตรงไหนไหมคะ" ขวัญเนตรรีบลุกขึ้นไปดูแม่ด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะพยุงตัวแม่ขึ้นอย่างระมัดระวังพามายังโซฟา ดวงตากลมไล่มองดูร่องรอยบาดแผลบนร่างกายผู้เป็นแม่
"แม่ไม่เป็นไรลูก ขวัญเจ็บมากไหมลูก ดูสิทั้งแดงไหนจะปากแตกเลือดออกอีก" เย่วเทียนหรือเกสราพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ พลางลูบใบหน้าของลูกสาวอย่างอ่อนโยน ลูกสาวเธอต้องมาเจ็บตัวเพราะเธออีกแล้ว เพราะเธอนั้นอ่อนแอไม่สามารถปกป้องลูกสาวได้
"หนูไม่เป็นไรค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูเอาสร้อยคืนมาได้แล้วเดี๋ยวหนูใส่ให้ใหม่นะ" พูดจบขวัญเนตรก็สวมสร้อยลงบนลำคอระหงของแม่อีกครั้ง แม่ของเธอสวยจริง ๆ ยิ่งสวมสร้อยก็ยิ่งสวย ริมฝีปากบางยิ้มกว้างขณะมองแม่ของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ
"แม่ขอโทษนะลูก เพราะแม่อ่อนแอลูกถึงต้องมาเจ็บตัวแบบนี้" เกสราพูดทั้งน้ำตาพร้อมมองหน้าลูกสาวด้วยความละอายใจ เธอเป็นแม่ที่แย่และไม่ได้เรื่อง ปกป้องลูกตัวเองก็ไม่ได้
"หนูสบายมากค่ะ เหมือนได้ออกกำลังกายเลยนะ"
ขวัญเนตรพูดด้วยน้ำเสียงสดใส เธอโดนตบตีเกือบทุกวันก็เหมือนได้ฝึกความอดทนแหละนะ มือบางเช็ดน้ำตาของแม่ออกให้อย่างเบามือ แม่ของเธอต้องร้องไห้อีกแล้ว เมื่อไหร่เราสองคนจะหลุดพ้นจากที่นี่เสียที
"ยังจะพูดเล่นอีกลูกคนนี้ แม่ขอนะลูก ครั้งหน้าอย่าอารมณ์ร้อนแบบนี้อีก ทั้งนายหญิงและนายใหญ่ท่านเป็นใครแล้วเราเป็นใคร แม่ไม่อยากให้ลูกต้องเจ็บตัวอีก ถ้าเกิดมันลุกลามไปกว่าการทำร้ายร่างกายละลูก แม่อยู่ไม่ได้หรอกนะถ้าต้องเสียลูกสาวคนเดียวของแม่ไป สัญญากับแม่ว่าจะใจเย็น ไม่บุ่มบ่ามแบบครั้งนี้อีก" เกสราพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"หนูสัญญาค่ะ" ขวัญเนตรตอบกลับก่อนจะมองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยสายตาจริงจังเหมือนกัน "แม่คะ... เราหนีออกจากที่นี่ดีไหมคะ หนูพอมีเงินอยู่ เราออกไปเช่าห้องอยู่ข้างนอกกันดีไหมคะ"
เกสราเงียบไปชั่วขณะราวกับกำลังขบคิดอย่างหนักเมื่อได้ยินคำถาม เธอเงยหน้ามองใบหน้าแดงช้ำของลูกสาว ก่อนจะตอบกลับอย่างหนักแน่น
"..ได้ลูก เราจะออกจากที่นี่กัน" เธอไม่อยากอยู่ให้ใครมาทำร้ายอีกแล้ว ถ้าเกลียดกันมากขนาดนี้ก็อย่าได้พบกันอีกเลย ตลอดเวลากว่า 20 ปี เธอทนมามากแล้ว ความสุขเดียวในชีวิตของเธอตอนนี้ก็คือขวัญเนตร ลูกสาวของเธอ เธอจะไม่ทนให้พวกนั้นมาทำร้ายลูกเธอได้อีก
"ขอบคุณนะคะแม่"
ขวัญเนตรสวมกอดแม่เอาไว้แน่น ฝ่ามือของแม่ลูบหลังเธอแผ่วเบา เธอหลับตาลงซึมซับความอบอุ่นที่แม่มอบให้ ตลอดชีวิตของเธอมีแค่แม่คนเดียวที่เธอรักและจะปกป้องไม่ให้ใครมาทำร้าย แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยชีวิตของเธอก็ตาม
สมาพันธ์งูดำ ประกอบไปด้วยหัวหน้าของสมาพันธ์ผู้ริเริ่มก่อตั้งอย่าง ห่าวอู๋ มาเฟียรุ่นเดียวกับป๊าของจากัวร์ที่เป็นคู่อริกันมานานหลายปี จนเมื่อป๊าพยัคฆ์ประกาศลงจากตำแหน่งผู้นำ ห่าวอู๋ก็รวบรวมเหล่ามาเฟียและกำลังคนเพื่อตามล่าหัวหวังล้มล้างตระกูลหลาน แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะโดนป๊าพยัคฆ์จัดการหมดจนเจ้าตัวต้องล่าถอยหายไปหลายปีถัดมาเป็นสมาชิกอันดับหนึ่งของสมาพันธ์งูดำ คือ หลิงจุนเฟิง ที่เพิ่งจะเข้าร่วมมาได้แค่สองปี แน่นอนว่าความโลภและอำนาจเป็นตัวผลักดันให้หลิงจุนเฟิงทำผิดกฎหมายตามรอยห่าวอู๋ แล้วได้ชักชวนเฉิงชางมาเข้าร่วมด้วย แต่สุดท้ายเฉิงชางก็ถูกกำจัดโดยฝีมือของจากัวร์ และดูเหมือนว่าหลิงจุนเฟิงจะยังพยายามตามหาตัวคนที่ฆ่าเพื่อนของตนอยู่สมาชิกอันดับสองของสมาพันธ์งูดำคือ หวังหยุนอิน มาเฟียรุ่นเดียวกับจากัวร์ที่ขึ้นรับตำแหน่งหลังจากัวร์ได้ไม่นานเท่าไหร่ หวังหยุนอินจะแตกต่างจากห่าวอู๋และหลิงจุนเฟิงตรงที่เจ้าตัวจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มนุษย์และสัตว์ แต่หวังหยุนอินเป็นมาเฟียที่ขายอาวุธสงครามให้กับมาเฟียเกือบทั่วโลกแทน "แล้วครั้งนี้มีใครมาบ้างครับ" "มีมาเยอะเลยครับนายใหญ่ รวมถึงห่าวอู๋ด้วยครับ" มุ
ผ่านมาแล้วสามเดือนนับตั้งแต่วันที่จากัวร์เอ่ยปากจะสอนศิลปะการต่อสู้ให้ขวัญเนตร ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันตัวแบบไม่ใช้อาวุธอย่างมวยไทย ยูโดและยิวยิตซูหรือจะเป็นแบบใช้อาวุธอย่างปืนสั้นและมีดพับ แม้จะใช้เวลาในการเรียนไม่ได้นานเท่าคนอื่น แต่เธอก็สามารถใช้มันป้องกันตัวได้กว่าเมื่อก่อนเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายสอนเธอนั้นส่วนมากจะใช้สำหรับโจมตีเข้าจุดตายของร่างกายทั้งหมด ซ้ำยังสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกันได้หลากหลายอีกด้วยสำหรับผู้หญิงแล้วถ้าพูดถึงเรื่องพละกำลังก็คงจะสู้แรงผู้ชายตัวใหญ่ไม่ได้ แต่ด้วยเรื่องสรีระและรูปร่างที่เพียวบางทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายจะรวดเร็วกว่าและควรโจมตีเข้าจุดตายของคู่ต่อสู้เพื่อตัดกำลัง ซึ่งในจุดนี้ทำให้จากัวร์เลือกที่จะสอนด้วยตัวเอง เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานขวัญเนตรอาจจะได้กลายเป็นนาตาชา โรมานอฟฟ์สาขาสองอย่างแน่นอน๐๐๐๐๐๐ชั้นใต้ดินของกาสิโนตระกูลหลานเวลาฮ่องกง 00.11 น. ห้องรับรอง (ใช้สำหรับฝึกซ้อม)"เจ็บมากไหมครับ" น้ำเสียงทุ้มเจือความห่วงใยดังขึ้นจากร่างสูงที่กำลังนั่งทายาแก้ฟกช้ำบริเวณน่องเล็กของขวัญเนตรให้อย่างเบามือ"ไม่เจ็บเท่าไหร่ค่ะ สงสัยร่างกายของหนูมันคงจะเริ่มชินแล้
"ปล่อยมือได้แล้ว" จางหย่งตรงเข้าไปจับข้อมือของตงหยางพลางออกแรงบีบจนเจ้าตัวมีสีหน้าเหยเกด้วยความเจ็บ แล้วยอมปล่อยมือออกจากแขนของเจียอี"เจียเป็นอะไรไหม" ขวัญเนตรรีบเข้าไปหาเจียอีด้วยความเป็นห่วง เช่นเดียวกับเจียอีที่ถามเธอด้วยความเป็นห่วงเหมือนกัน สองสาวยืนกอดกันอยู่ด้านหลังของจางหย่ง"เข้ามายุ่งทำไมวะ เรื่องของผัวเมีย!" ตงหยางตะคอกลั่นอย่างขุ่นเคืองที่มีคนเข้ามาวุ่นวายมากขึ้นพลางสะบัดมือออกจากการกอบกุม สายตาจ้องหน้าคนที่เข้ามาขวางเขม็ง ก่อนที่จะต้องขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกคุ้นหน้า"มึงเป็นใครวะ" "จำกูไม่ได้?" จางหย่งกระตุกยิ้มร้ายให้ตงหยาง ซึ่งเป็นลูกหนี้ของนายน้อยที่เมื่อหลายวันก่อนโดนซ้อมเพราะไม่มีเงินมาจ่ายดอก"มะ.. มึง ๆ" และเป็นตงหยางที่ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ ยกนิ้วชี้หน้าอย่างลนลานเมื่อมองเห็นหน้าผู้ชายที่เข้ามาขัดได้ชัดเต็มสองตา ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่างพร้อมกับถอยหลังหนี ภาพในหัววันที่โดนกระทืบฉายชัดขึ้นมา ขวัญเนตรมองทั้งสองคนด้วยความฉงน ก่อนที่จะนึกถึงคำพูดของเจียอีที่บอกว่าแฟนของเธอติดหนี้คุณหลานและไม่มีเงินจ่ายดอก แล้วที่มาก่อกวนแบบนี้คงเพราะต้องการจะมาเอาเงินจากเจียอ
วันต่อมาร่างบางกำลังทำงานเสิร์ฟของตัวเองอย่างขะมักเขม้นเมื่อลูกค้าต่างทยอยเข้าร้านอาหารมาเรื่อยๆ หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อวานที่ทำให้จิตใจหวั่นไหวอย่างรุนแรง ทั้งน้ำเสียง สีหน้าและแววตาของใครบางคนยังคงชัดเจนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปสักทีทำเอาเธอเผลอคิดถึงเขาอยู่บ่อยครั้ง คิดถึงเองก็แก้มแดงเองจนเพื่อนสาวอย่างเจียอีและน้อง ๆ ภายในร้านต่างแอบเหล่มองอย่างสงสัย "หน้าแดงอีกแล้ว ไม่สบายหรือเปล่า" เสียงร้องทักจากเจียอีดังขึ้นหลังจากที่เธอเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินกลับมายังเคาน์เตอร์ของร้านที่ติดกับห้องครัวโดยมีเพื่อนสนิทอย่างเย่วซินยืนหน้าแดงอยู่"อ่อ เปล่า ๆ สบายดี" น้ำเสียงหวานรีบตอบกลับแม้จะพยายามเก็บอาการ แต่ก็ไม่วายโดยจับได้อยู่ดี"อาการเหมือนคนกำลังมีความรักเลยนะเนี่ย" เจียอีออกปากแซวจนเพื่อนสาวยิ่งหน้าแดงก่ำขึ้นกว่าเดิม ขวัญเนตรที่หน้าร้อนผ่าวจากคำพูดของเจียอีก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจนจนโดนจับได้ แล้วมันจะผิดหรือเปล่าที่ตัวเธอหวั่นไหวไปกับอีกฝ่าย ดวงตากวางหันไปมองหน้าเจียอีด้วยสายตาที่เริ่มจริงจัง ริมฝีปากบางอ้าหุบทำท่าเหมือนจะพ
"หนูคิดอะไรอยู่ครับ" ฝ่ามือหนาแตะลงบนหลังมือขาวที่หยุดบีบนวดบ่าของเขา นัยน์ตาคมพยายามมองลึกลงไปในดวงตาของร่างบาง มันกำลังฉายแววเศร้าหมองออกมา"หนูแค่เผลอคิดถึงเรื่องในอดีตน่ะค่ะ" เอ่ยตอบหลังหลุดออกจากภวังค์"ไม่ต้องไปคิดถึงมันหรอกครับ ตอนนี้หนูเป็นคนของเฮียแล้ว คิดถึงแค่เฮียก็พอ" "..."ไม่ต้องส่องกระจกตอนนี้ขวัญเนตรก็รับรู้ได้ว่าหน้าตัวเองมันแดงมากแค่ไหนหลังจากได้ยินประโยคที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว เลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง ตั้งแต่วันที่เธอโดนทำร้ายได้รับบาดเจ็บ นับแต่นั้นมาจากัวร์ก็มักจะพูดประโยคที่ชวนให้จิตใจสั่นไหวอยู่หลายครั้ง และดูเหมือนว่ามันจะมีอิทธิพลกับเธอเป็นอย่างมากด้วย"หิวไหมครับ เฮียจะได้ให้คนเอาอาหารมื้อค่ำขึ้นมาให้หนู" "ไม่หิวค่ะ หรือว่าเฮียหิวคะ" "เฮียไม่หิวครับ หนูไปนั่งพักเถอะครับเฮียขอเคลียร์เอกสารต่อก่อน" มือหนาแตะเบา ๆ ที่หลังมือขาวเพื่อบอกให้ร่างบางหยุดนวด"หายปวดแล้วเหรอคะ""ครับ" ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จากัวร์จะอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อหลังจากขวัญเนตรเดินไปนั่งรอที่โซฟาตัวสวยกลางห้องแล้วเรียบร้อย ภายในห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงัน แต่
The Land Of Dragon เวลาฮ่องกง 20.38 น. ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนขายาวสีเข้มพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายใบเดิม สองขาเรียวก้าวเดินตามหลังบอดีการ์ดไปตามทางของกาสิโนที่ภายในตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ผู้คนที่หวังเพิ่งโชคจากการเสี่ยงดวงต่าง ๆ ตามเครื่องเล่นมากมายหลายพันเครื่อง ดวงตากวางเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นตาตื่นใจ ใบหน้าสวยหันมองซ้ายทีขวาที สองมือบางกำสายกระเป๋าแน่นพลางรีบเดินตามหลังบอดีการ์ดให้ทันเพื่อไม่ให้ตัวเองพลัดหลงทางเอาได้ จนเข้ามาถึงด้านในที่ดูเหมือนเป็นในส่วนของโรงแรม ขวัญเนตรรู้สึกคุ้นตาเพราะมันเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอได้เจอกับจากัวร์เป็นครั้งแรกก๊อก ก๊อก ก๊อก"นายใหญ่ครับ ผมพาคุณเย่วซินมาแล้วครับ" จางเหว่ยเคาะประตูห้องทำงานของนายน้อยเพื่อขออนุญาตก่อนจะเปิดเข้าไปด้านในเพียงเล็กน้อยพร้อมบอกเสียงดังฟังชัดจนนายน้อยพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เขาถึงได้หันกลับมาหาหญิงสาว"เชิญครับ" "ขอบคุณค่ะ" ขวัญเนตรกล่าวขอบคุณให้กับจางเหว่ยพร้อมเดินเข้าไปยังด้านในห้องทำงานที่ดูคุ้นตา นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้มาเข้ามาในห้องนี้ แตกต่างกันก็แค่ครั้งนี้เธอเข้ามาใ







