LOGINข้อแรก... ร่างกายและหัวใจเป็นของไอ้ยักษ์คนเดียว ข้อสอง... ดูแลปรนนิบัติพัดวีไม่มีเสื่อมคลาย จะจัดงานแต่งให้อลังการแล้วพาไปฮันนีมูนที่เรนเดล ข้อสาม... จูบเมีย รักเมียทุกวัน วันละสามเวลา ข้อสุดท้าย... เจ้าชายสาบานว่าจะพาเมียไปกินหมูกระทะทุกวันศุกร์ ชีวิตของสาวหมวยอย่างพรพระจันทร์ยิ่งเซทรุด เมื่อจู่ๆ มีฝรั่งแปลกหน้าโผล่มาขอเช่าบ้านพร้อมชี้ตัว บอกว่าเธอเป็นเมียเขาโดยที่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย... เขาไม่ได้เพ้อเจ้อเพราะมีหลักฐานคำสาบานทั้งสี่ข้อมาด้วย ชายผู้นั้นคือ อเล็กซานเดอร์ เคอร์ติสแห่งเรนเดล เจ้าชายรัชทายาทลำดับที่สามพ่วงตำแหน่งศัลยแพทย์หลอดเลือดหัวใจมือพระกาฬ ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ไม่เคยคิดจะมีเมีย แต่เจ้าสาวที่พลัดหลงมาเหมือนนกปีกหักเปลี่ยนแปลงความคิดนั้น เขาจึงขอใช้เล่ห์กลทุกกระบวนท่าเข้าเสี่ยงเป็นเดิมพันเพื่อไขว่คว้าสาวหมวยผู้นี้เป็นของเขาชั่วนิรันดร์
View More
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
ต้นปาล์มในกระถางใหญ่บนดาดฟ้าชั้นบนสุดของโรงแรมกำลังลู่ไหวไปตามสายลมกระโชก เหนือขึ้นไปเต็มไปด้วยแสงดวงดาวพริบพรายบนผืนราตรี เจ้าสาวแสนสวยคนหนึ่งยืนอยู่ขอบปูนชั้นดาดฟ้า ลานจอดรถเบื้องล่างเต็มไปด้วยรถหรูของแขกเหรื่อที่มาร่วมงานวันวิวาห์ของเธอเอง
เธอเหม่อมองพระจันทร์กลมโตทั้งน้ำตา ปล่อยให้เสียงสะอื้นดังล่องลอยไปตามแรงลม ในใจครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนและนึกอยากจะตายๆ ไปเสียให้พ้น
ฉันมันโง่... ทุกอย่างที่ผ่านมามันเป็นแค่ละคร
ยามสายลมพัดประหนึ่งคำปลอบโยน พัดพาให้ชายกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไสว แสงจันทร์สาดส่องทะลุผ่านผ้าลูกไม้โปร่ง ปักรายละเอียดด้วยเม็ดคริสตัลงดงามราวกับม่านเมฆแวววาว เธอสงบนิ่ง เรือนผมสีดำเป็นมันถูกรวบไว้กลางกระหม่อม ประดับด้วยเทียร่าเล็กๆ น่ารัก ผิวพรรณของเธอขาวนวลละเอียดไร้ไฝฝ้า ยิ่งงามเรืองรองท่ามกลางความมืดสลัว
ตายๆ ไปซะ เรื่องทุกอย่างมันจะได้จบๆ ไปซะที อะไรๆ มันก็ผิดพลาดไปเสียหมด มันมีแต่ความสูญเสีย ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง
เจ้าสาวผู้เศร้าโศกปลดเกล้าผมออก ปล่อยให้เรือนผมสยายไปตามแรงลม ไหล่บอบบางเปล่าเปลือยสะท้านนิดๆ ด้วยความหนาวเหน็บ หัวใจเธอเต้นเย็นเยียบราวกับจะตายลงเสียตรงนี้ เธอถอดแหวนแต่งงานโยนทิ้งไปโดยไม่สนใจไยดีอีกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลงในวันแต่งงานของเธอเองต่อหน้าต่อตาญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงหลายสิบชีวิต และที่เธอทนไม่ได้คือสายตาบาดลึกของ ‘ผู้หญิงคนนั้น’
เจ็บปวดเหลือเกิน...
ต่อให้ร้องไห้จนแทบขาดใจแค่ไหน เสียงมันคงไม่ดังไปถึงเขาคนนั้นหรอก ในอกของเธอรู้สึกหมองไหม้ราวกับตกลงไปในทะเลน้ำกรดแผดเผา สองมือกำแน่นด้วยความเสียใจแทบกระอัก บริเวณชั้นดาดฟ้าแห่งนี้เปล่าเปลี่ยว มีแท้งก์น้ำขนาดใหญ่และใบพัดลมของระบบปรับอากาศภายในโรงแรมหมุนคว้าง หูของเธอยังแว่วได้ยินเสียงวงดนตรีบรรเลงคึกครื้นจากห้องบอลลูมอยู่เลยซ้ำ
สำหรับเธอ... มันจบแล้ว
เจ้าสาวสะอื้นไห้ออกมาจนตัวโยน เธออยากจะร้องออกมาดังๆ แต่มันเจ็บจุกจนไม่มีเสียง ใบหน้าหวานงดงามทุกข์ระทมเหลือแสนเต็มไปด้วยน้ำตา การตื่นจากความโง่งมงายครั้งนี้เปลี่ยนแปลงโลกที่เหลืออยู่ให้กลายเป็นสีหม่น เธอปล่อยให้สายลมพัดพรูผ่านร่างไปแม้ว่าจะโงนเงนจวนจะร่วงหล่นจากขอบปูน รู้ดีว่าอาจจะพลัดหล่นลงไปได้ทุกเมื่อ แต่เธอก็ไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว
ใบหน้างดงามเงยหน้ามองพระจันทร์กลมโตนิ่งนานก่อนจะหลับตาลง ปลายเท้าข้างหนึ่งค่อยๆ ขยับออกไปกลางอากาศ ด้วยระดับความสูงสี่สิบชั้นเช่นนี้ วินาทีสุดท้ายของชีวิตคงจะจบโดยไม่เจ็บมากนักหรอก
“ถ้าเป็นผม... ผมจะไม่ทำแบบนั้นหรอกนะ”
เจ้าสาวสะดุ้งพลางหันไปหาเจ้าของเสียงทุ้มนุ่ม น้ำเสียงของเขาไม่ได้ตื่นตระหนกหรือร้อนรนแต่อย่างใด สองสายตาสบประสานกันโดยที่เธอยังคงร้องไห้ไม่หยุด
“ใคร”
หญิงสาวพยายามเพ่งมองแต่ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร รู้แค่ว่าคนในเงามืดนั้นตัวสูงสง่า น้ำเสียงทรงพลังแฝงกลิ่นอายดิบเถื่อน คะเนคร่าวๆ แล้วชายคนนั้นน่าจะสูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงแขน เขาโยนบุหรี่ทิ้งลงพื้นพลางใช้รองเท้าหนังขัดมันวาวขยี้ดับ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างนุ่มนวลเงียบเชียบ
ประกายแสงจากนัยน์ตาช่างดุดันนัก
“เกิดอะไรขึ้นล่ะ...”
“ฉะ...ฉัน...” เธอรู้สึกทรมานจนไม่อะไรไม่ออก แต่การที่มีใครสักคนถามสั้นๆ เพียงแค่ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอก็รู้สึกเหมือนปมอะไรในใจบางอย่างคลายออก แต่เธอยังหายใจติดขัดและหน้าซีดราวกับจะเป็นลม สองขาบอบบางเซซวนทำท่าจะตกลงไปจากขอบปูนโดยไม่รู้ตัว เงามืดนั้นจึงขยับอีกนิดแต่ก็ไม่มากมายจนทำให้เกิดความรู้สึกคุกคาม
“ลงมาคุยกันดีมั้ย ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ”
“ไปซะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ”
“เดาว่าคุณคงเจอมาหนัก” เขายังคงยืนเฉยอยู่ห่างจากเธอเกือบสิบก้าวและพรางตัวอยู่ในเงามืด “แต่เชื่อเถอะว่าคุณจะผ่านเรื่องแย่ๆ วันนี้ไปได้”
“ฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่ได้อีกแล้ว ฉันมันคนล้มเหลว ไม่มีค่าอะไรเลย ทั้งโง่ทั้งน่าสมเพช คุณจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมายุ่ง”
เธอปล่อยโฮ สองมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อด้วยหัวใจแตกสลาย สายลมบนยอดตึกสูงเริ่มพัดกระหน่ำแรงขึ้นจนน่าหวาดเสียวแต่เจ้าสาวผู้อาภัพไม่ได้นำพา เธอไม่คิดจะสนใจคุยอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว พอกันที...
แต่ทว่าสายตาคมกริบเป็นประกายของชายหนุ่มดึงรั้งเธอไว้ ร่างกายสูงใหญ่แกร่งกร้าวยืนพิงแท้งก์น้ำใหญ่ และส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังออกมาอย่างจงใจ เขาดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนใดๆ แม้ว่าเธอทำท่าจะกระโดดลงไปจริงๆ ก็ตาม เธอชักจะทนไม่ไหวจึงตวาดกลับไป
“หัวเราะอะไรไม่ทราบ!”
“หัวเราะใส่พวกขี้แพ้ไงล่ะ”
“อะไรนะ”
คนผู้นี้เป็นใคร ปากคอน่าจับตีเข่าให้น้ำตาไหลซะบ้าง! เห็นคนกำลังหมดอาลัยตายอยากก็ยังจะซ้ำเติมกันอีก ริมฝีปากแดงระเรื่อเม้มแน่นจนน้ำตายิ่งร่วงเผาะๆ ตอนนี้อารมณ์โกรธขึงเริ่มแซงขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนดวงตางดงามดุจดวงดาราเป็นประกายวาบ
“ฉันไม่ใช่คนขี้แพ้”
เธอตอบแล้วหันหน้ากลับไปหาความเวิ้งว้างด้านนอกขอบปูนตามเดิม แต่ทว่าเสียงแว้ดขึ้นจมูกที่ตอบกลับมาทำให้ชายหนุ่มลอบยิ้ม
“จุดล้มเหลวที่สุดในชีวิตก็คือ พอคุณล้มแล้วไม่คิดจะลุกขึ้นมาต่างหาก เอาล่ะ... ไหนลองเริ่มลุกขึ้นด้วยการเล่าเรื่องแย่ๆ ของคุณวันนี้มาสิ ผมจะช่วยรับฟัง”
ศศินพงศ์หลับกลางอากาศตั้งแต่พูดจบไปแล้ว ส่วนอเล็กซานเดอร์ต้องรับศึกใหม่ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากใจเมื่อพระมารดาชูแก้วไวน์อยู่ห่างๆ พลางผายมือบอกใบ้ว่าให้ลูกชายเลือกใครสักคนตามสบายเลยจ้า ส่วนโนแอลมองซ้ายมองขวา หาทางช่วยพี่ชาย จังหวะที่ราชินีเกรซกำลังตรงดิ่งมาหาเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ โนแอลจึงปราดเข้ามาตัดหน้า “เสด็จแม่เพคะ เสด็จพ่อถามหาเสด็จแม่นะเพคะ” “ตอนนี้น่ะเหรอ เรื่องอะไรล่ะ” “ก็เรื่องวันครบรอบอภิเษกปีที่สี่สิบของเสด็จแม่กับเสด็จแม่ยังไงล่ะเพคะ ลูกได้ยินแว่วๆ ว่าเสด็จพ่อจะพาเสด็จแม่ไปเที่ยวด้วยนะ” เด็กสาวป้องปากกระซิบ “แบบสองต่อสอง” “อะไรนะ” “ลูกคิดว่าจะช่วยเสด็จพ่อเตรียมงานนี้ เสด็จน้าเคยเล่าให้ฟังว่าเสด็จพ่อเคยมอบช่อกุหลาบป่าให้เสด็จแม่ตอนที่พบหน้ากันครั้งแรก ตอนนี้ทุ่งดอกไม้แถบเชิงเขาในฝรั่งเศสใกล้จะเบ่งบานงดงามมากๆ ถ้าเสด็จแม่ชอบใจ ลูกจะเตรียมตะกร้าปิกนิกใบเล็กๆ ให้ มีคุกกี้ เค้ก ขนมปังอบใหม่ๆ แล้วก็แซนวิชแฮม ไส้กรอกย่างทานคู่กับสลัดผัก อ้อ แล้วก็ต้องไม่ลืมเครื่องดื่ม เอาเป็นชาฉีเหมินจากปักกิ่งดีมั้ยเพคะ เข้มข้น ดื่มแล้วชุ่มฉ่ำ หอมติดปา
“โอ... ดูมือของเจ้าชายสิเพคะ นั่นเป็นมือแสนอ่อนโยนและมอบพลังชีวิตให้ผู้คนมากมาย”“ดูพระองค์สิ งามสง่าอะไรเช่นนี้ ฉันเข้าใจแล้วทำไมพระองค์ถึงเป็นหมอรักษาหัวใจ” หญิงสาวจากตระกูลผู้ดีบางคนถูกบังคับให้มาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ เมื่อเห็นโฉมพระพักตร์ของเจ้าชายองค์ที่สาม ความคิดก็เปลี่ยนไปโดยทันทีเขาคือต้นแบบของชายหนุ่มที่หญิงสาวใฝ่ฝันหา อเล็กซานเดอร์หล่อเหลาเด็ดขาด ดวงตาคมเข้ม บุคลิกดุดันตามแบบฉบับทหารซึ่งหล่อหลอมให้เขาแข็งแกร่งผึ่งผาย ไม่มีหญิงสาวคนใดที่มองเห็นเขาแล้วไม่เหลียวมองซ้ำ แม้ว่าอเล็กซานเดอร์จะดูนิ่งขรึมยามอยู่ตามลำพัง คล้ายว่าจะโดดเดี่ยวออกจากกลุ่มพี่ชายแต่มองดูให้ดีเขาก็ยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวในกลุ่ม อเล็กซานเดอร์ก้มลงซ่อมล้อรถของเล่นให้หลานอยู่เงียบๆ ไม่พูดไม่จา แต่รอยยิ้มอุ่นละไมที่เขามอบให้หลานตัวน้อยมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างร้ายกาจผมไม่เหมาะที่จะมีครอบครัวหรอกครับ หน้าที่การงานของผมมักจะไม่มีเวลาว่างเขามักจะพูดเช่นนี้เสมอ แต่สาวๆ ยังคงไม่ย่อท้อ ต่อให้ต้องรอเวลาว่างของเจ้าชายรูปงามนานแค่ไหนก็จะรอ การอุทิศตัวทำงานในโรงพยาบาลตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เขาแทบจะไม่มีข่าวคราวกับหญิงสาวคนใ
สีหน้าของพี่อเล็กซ์มักจะดูเรียบเฉยเย็นชาเหมือนคนไม่มีหัวใจตลอดเวลาเพราะเขาเป็นศัลยแพทย์หัวใจฝีมือไร้เทียมทาน ดังนั้นไม่แปลกที่งานอดิเรกของพี่อเล็กซ์คือนอนประหนึ่งซ้อมตาย เจ้าหญิงโนแอลเคยดื้อตามไปดูพี่ชายทำงานที่โรงพยาบาลแค่วันเดียว โนแอลก็ส่ายหน้าแล้วเพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอาชีพหมอจะมีงานหนักเหนื่อยจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนขนาดนี้ “พี่อเล็กซ์เพิ่งได้วันหยุดยาว ลูกจะขอไปเที่ยวกับพี่นะเพคะ” “ไม่ได้จ๊ะแม่ CNN น้อย” ราชินีเกรซดึงตัวลูกสาวมาจัดโบเบี้ยวๆให้เข้าที่ “แม่มีแผนการล่องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับคนรู้ใจให้พี่เขาแล้ว” เจ้าหญิงโนแอลเหลือบมองขบวนหญิงงามที่พระมารดาเป็นผู้พามา แต่ละคนงามแตกต่างกันไปตามแบบฉบับของตนเอง แต่งกายเพริศพริ้งขับเน้นความงามออกมาประชันกันเต็มที่ โนแอลยิ้มทักทายให้ขณะที่ทุกคนย่อตัวถวายความเคารพ เมื่อเจ้าหญิงพิจารณาดูแล้วจึงลงความเห็น“เสด็จแม่เพคะ เชื่อลูกเถอะ ถ้ายิ่งยัดเยียด พี่อเล็กซ์ก็ยิ่งเดินหนีนะเพคะ เรื่องแบบนี้ต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ ดูอย่างเมื่อปีที่แล้วสิคเพะ” “แต่ปีนี้มันจะต้องสำเร็จ” “ลองพนันกันดูก็ได้เพคะเส
บทที่ 1 อเล็กซานเดอร์ เคอร์ติสสามวันก่อนหน้านั้น... เรนเดล, ราชอาณาจักรแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป “ถนนทุกสายมุ่งสู่โรม” คำกล่าวอันน่าภาคภูมิใจนี้เป็นของชาวโรมันผู้ก่อกำเนิดอารยธรรมสำคัญในยุโรป และหนึ่งในเมืองบริวารตามประกาศเขตแดนของซีซาร์ก็คือเรนเดล เมืองแห่งขุนเขาและชายทะเลซึ่งแทรกตัวอย่างเงียบสงบในอ้อมกอดของทวีปยุโรป ถนนโบราณของชาวโรมันซึ่งสร้างจากหินแกรนิตคงทนสวยงามทอดตัวจากเรนเดลสู่กรุงโรมมาตั้งแต่สมัยพันปีก่อนคริสตศักราชเรนเดลแห่งนี้เป็นเมืองป้อมปราการโบราณซึ่งถูกสร้างขึ้นเป็นเมืองท่าสำคัญ ก่อนจะยกระดับขึ้นเป็นประเทศโดยมีกษัตริย์เป็นผู้ปกครอง สืบทอดยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ยามเช้าตรู่... กลิ่นหอมของดอกกุหลาบโชยกรุ่นขณะดวงตะวันสีทองกำลังไขแสง และเหนือขึ้นไปบนกิ่งก้านซึ่งแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำค้างนั้น ป้อมปราการโบราณปรากฏเลือนรางท่ามกลางสายหมอกสายลมจากทางตะวันตกพัดมาจากขุนเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ พัดพานกนางนวลให้โบยบินไกลออกไปบนฟากฟ้าของชายฝั่งทะเลทางตะวันออก เกลียวคลื่นสีเขียวอมฟ้าโหนตัวขึ้นกระแทกเชิงผาและหาดทราย งดงามและมีมนต์เสน่ห์ราวกับหยุดเวล





