LOGINรถเอสยูวีสีดำทรงพลังแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าสตูดิโอถ่ายแบบ คเชนทร์ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเครียดขรึม นัยน์ตาคู่คมกริบฉายแววว้าวุ่น ทันทีที่เห็นนลินเดินสะโอดสะองออกมาในสภาพใช้ผ้าพันคอแบรนด์เนมปิดบังใบหน้าซีกขวาและลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก็ถลันเข้ามาประคองร่างระหงไว้ในอ้อมแขนทันทีโดยไม่แคร์สายตาของใคร
“ฉันเชื่อแล้ว... ฉันเชื่อคุณแล้ว ดร.คเชนทร์!” นลินสะอื้นไห้โฮ ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของเขาอย่างไร้ที่พึ่งพิง “ช่วยฉันด้วย... หน้าฉันพังหมดแล้ว มันจะฆ่าฉัน! มันตามฉันมาจริงๆ!” “ผมเตือนคุณแล้ว นลิน” คเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความรวดร้าว เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อมอบความอบอุ่นและปลอดภัย “ขึ้นรถก่อน อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” คเชนทร์ขับรถออกนอกเมืองด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่แถบปริมณฑลริมแม่น้ำสายใหญ่ รถเลี้ยวเข้าสู่เขตสวนอันร่มรื่นและเงียบสงบ ลึกเข้าไปจนถึงริมคลองโบราณ ที่ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ ‘เรือนไม้สักทรงไทยโบราณหมู่ใหญ่’ อายุเก่าแก่นับร้อยปี บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและเต็มไปด้วยบารมีอาคม สายสิญจน์ถักอักขระสีครามล้อมรอบอาณาบริเวณตัวเรือนไว้อย่างหนาแน่นทุกทิศทาง “ที่นี่คือเรือนประจำตระกูลของผม” คเชนทร์อธิบายขณะประคองนลินก้าวขึ้นบันไดเรือนไทย “บรรพบุรุษของผมผูกข่ายเวทมนตร์และเขตแดนอาคมสิบแปดทิศไว้ ที่นี่เป็นสถานที่เดียวที่แรงพยาบาทของสร้อยสายคำไม่สามารถบุกสุ่มสี่สุ่มสี่เข้ามาทำร้ายคุณได้” ชายหนุ่มพานลินเข้ามาในห้องนอนใหญ่ชั้นบน บนเพดานและเสาเรือนสลักอักขระยันต์มงคลลงแป้งร่ำ กลิ่นอบเชยและน้ำมันจันทน์โชยระเหยช่วยให้จิตใจที่ตื่นตระหนกของนลินค่อยๆ คลายความหวาดกลัวลง นลินค่อยๆ ปลดผ้าพันคอออก ยืนส่องกระจกเงาบานใหญ่เพื่อพิเคราะห์รอยแผลไหม้บนแก้มขวาและรอยช้ำบนลำคอ รอยแผลไหม้นั้นเริ่มอักเสบเป็นสีเขียวคล้ำ อบอวลไปด้วยกลิ่นไออาถรรพ์แสบร้อนจนเธอน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด “รอยไหม้นี่... มันไม่ใช่แผลไฟลวกธรรมดาใช่ไหมคะ?” นลินเอ่ยถามเสียงพร่าสั่น “มันคือ ‘พิษสิเน่หาเพลิงนรก’” คเชนทร์ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเธอ มองเงาสะท้อนในกระจกด้วยสายตาหนักอึ้ง “สร้อยสายคำใช้ปราณไอผีฝังพิษลงในชั้นผิวของคุณ ยิ่งปล่อยไว้นาน พิษจะกัดกินเข้าสู่เส้นเลือด ลุกลามไปทั่วใบหน้าและสูบกลืนดวงจิตของคุณให้กลายเป็นทาสของเธอ” “แล้วต้องทำยังไง... มียาไหม? หรือต้องไปพบแพทย์?” นลินหันกลับมาถามอย่างมีความหวัง คเชนทร์ส่ายหน้าช้าๆ “ยาแผนปัจจุบันรักษาพิษอาถรรพ์ไม่ได้... มีเพียงทางเดียวที่จะถอนพิษนี้ออกไปได้ก่อนคืนวันพระใหญ่” นลินมองหน้าเขา นัยน์ตาสีเข้มของคเชนทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้นลินหัวใจเต้นระทึกขวัญ “พิธีอะไรคะ?” “พิธี ‘ลงยันต์ประจุธาตุ’” คเชนทร์เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ต้องใช้อาคมสายเลือดของผมสลักยันต์พุทธคุณลงบนเรือนร่างของคุณ เพื่อดึงพิษดำมืดออกและประสานจิต... แต่มันมีเงื่อนไขที่คุณต้องยินยอม” “เงื่อนไขอะไรคะ?” นลินถามพลางกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก Heartbeat ของเธอเต้นระทึกโครมคราม “การลงยันต์ประจุธาตุ... คุณต้องปลดพันธนาการเสื้อผ้าออกทั้งหมด” คเชนทร์จ้องมองเธอนิ่ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพทว่าแฝงความจริงใจ “และกระแสอาคมจะทำงานได้สมบูรณ์ที่สุด ก็ต่อเมื่อดวงจิตและธาตุในร่างกายของเราสองคนประสานเป็นหนึ่งเดียวกันผ่าน ‘ความเสน่หาบริสุทธิ์’ เพื่อใช้ตบะสายเลือดปราบพิษผีสาง” นลินใบหน้าผ่าวร้อนขึ้นมาทันที แม้เธอจะเป็นสาวสมัยใหม่ที่ผ่านโลกมามาก แต่นี่คือคำขอให้เปลื้องผ้าและแนบชิดกายกับชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยปริศนาตรงหน้า ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความแสบร้อนที่เริ่มแล่นจากแก้มลงสู่ลำคอ นลินก็รู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้ว หากไม่อยากกลายเป็นศพหน้าเน่าเสียโฉม “ถ้ามันเป็นทางเดียวที่ทำให้ฉันรอด... ฉันยินดีค่ะ” คเชนทร์พยักหน้ารับ เขาก้าวไปจุดเทียนหอมอโรม่าผสมน้ำมันมงคลสี่ทิศ แสงเทียนสลัวสีส้มทองทาบทับไปทั่วห้องนอนไม้สัก บรรยากาศเงียบสงบพลันอบอวลไปด้วยความอุ่นวาบและวังเวง คเชนทร์ถอดเสื้อเชิ้ตสีดำของตัวเองออก เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำ รอยแผลเป็นจากอดีตชาติ และงานสักยันต์อักขระโบราณสีครามที่แผงอกและแผ่นหลังกว้าง นลินมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ตื่นตระหนกและวูบวาบ มือเรียวสั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปปลดซิปเดรสราตรีสีทอง รูดผ้าไหมนุ่มลงกองกับพื้น ตามด้วยชั้นในชิ้นน้อย จนกระทั่งเรือนร่างงดงามสมบูรณ์แบบไร้สิ่งปกปิดเผยออกใต้แสงเทียนสลัว คเชนทร์สูดหายใจเข้าลึก นัยน์ตาคู่คมวาววับด้วยความเสน่หาอันลึกล้ำที่ถูกกดทับมานับร้อยปี เขาก้าวเข้ามาหานลิน ประคองร่างบางขึ้นไปนอนบนเตียงไม้สักหนานุ่ม ชายหนุ่มหยิบจานดินเผาเล็กๆ ที่บรรจุ ‘แป้งชาดมงคลผสมน้ำมันจันทน์’ ขึ้นมา ใช้นิ้วเรียวยาวแตะเนื้อแป้ง แล้วค่อยๆ จรดปลายนิ้วลงบนผิวเนียนละเอียดตรงหน้าผากของนลิน ลากลงมาตามสันจมูก ลำคอระหง และเนินอกอิ่มฟู “อืม...” นลินส่งเสียงครางแผ่วในลำคอเมื่อปลายนิ้วร้อนผ่าวของเขาเริ่มลากเขียนอักขระขอมโบราณลงบนหน้าท้องราบเรียบและสะโพกผาย สัมผัสจากปลายนิ้วและกระแสอาคมทำให้ความแสบร้อนจากพิษผีสางค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นเร่าร้อนที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง “อดทนหน่อยนะ นลิน...” เสียงทุ้มต่ำของคเชนทร์พร่าสั่น ขณะที่เขาใช้ฝ่ามือหนาประคองใบหน้าซีกซ้ายของเธอ แล้วก้มลงประทับจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มอย่างนุ่มนวล จูบนั้นเริ่มต้นด้วยความอ่อนโยนเพื่อประโลมจิตใจที่หวาดกลัว ทว่าเมื่อความซ่านสยิวจากกระแสธาตุประสานกัน ลิ้นร้อนของคเชนทร์ก็รุกรานสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานอย่างหิวโหย นลินยกแขนเรียวขึ้นคล้องคอชายหนุ่ม ตอบรับรสจูบอย่างลืมตัว ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ ราวกับสัมผัสนี้คือสัมผัสที่เธอเคยโหยหามาเนิ่นนานข้ามภพข้ามชาติ คเชนทร์ทอดตัวลงทับร่างระหง ปลายนิ้วสะกิดลากผ่านยอดอกชูชันที่แข็งเป็นไต ชายหนุ่มซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ลากลิ้นร้อนผ่านรอยช้ำและแก้มขวาที่อักเสบ ท่องพระคาถาประจุธาตุเสียงพึมพำ “อม สิทธิ สิเน่หา พุทธัง ประสานจิต...” นลินแอ่นอกรับสัมผัส ร่างกายบิดเกร็งด้วยความซ่านสยิวเมื่อฝ่ามือร้อนของคเชนทร์เลื่อนต่ำลงไปบีบเฟ้นสะโพกงอนงาม และใช้ปลายนิ้วสะกิดหยอกเย้าตรงจุดอ่อนไหวกลางกายสาว น้ำหวานบริสุทธิ์หลั่งไหลออกมาต้อนรับความใกล้ชิด “คุณคเชนทร์... อ๊ะ!” เสียงหวานร้องครางหลุดออกมาเมื่อคเชนทร์ค่อยๆ สอดแทรกความแข็งแกร่งร้อนผ่าวเข้าสู่กายเธอทีละน้อย ความแน่นตึงและรัญจวนใจทำให้นลินเกร็งตัวแน่น คเชนทร์ก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาของเธอ พลางขยับสะโพกสอบเป็นจังหวะเนิบนาบแต่หนักแน่น พั่บ... พั่บ... เสียงเนื้อกระทบเนื้อประสานกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังระงมไปทั่วห้องนอนสลัว แสงแป้งชาดบนผิวเนียนของนลินสว่างวาบเป็นสีทองทุกครั้งที่คเชนทร์ตอกอัดแก่นกายเข้าใส่ลึกสุดใจ กระแสพลังอาคมสายเลือดและพลังตบะไหลเวียนเข้าสู่ร่างของนลิน ขับไล่พิษดำมืดที่ฝังอยู่ในเส้นเลือดให้สลายกลายเป็นไอระเหยสีเทาพุ่งออกจากบาดแผล นลินเล็บจีกลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความเร่าร้อน สายตาที่สบกันเต็มไปด้วยความเสน่หาลึกซึ้ง คเชนทร์เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นกายอย่างบ้าคลั่ง นำพาเธอแหวกว่ายผ่านม่านตัณหาและอาคมมงคล ร่างระหงตอดรัดความแข็งแกร่งแน่นตึงจนกระทั่งทั้งสองหลั่งหยาดน้ำแห่งเสน่หาประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ร่างของนลินกระตุกเกร็งและปลดปล่อยออกมาอย่างสุขสมสุดขีด ไอสีดำที่เคยสะสมตรงแก้มขวาและลำคอหลุดลอยหายไป บาดแผลไหม้เกรียมบนหน้าค่อยๆ แห้งลงและคลายความแสบร้อน นลินนอนหอบหายใจซบกับอกแกร่งของคเชนทร์ ชายหนุ่มตระกองกอดเธอไว้แน่น พลางลูบเรือนผมยาวด้วยความรักที่ยากจะถอนตัวหลังพิธีประจุธาตุและการประสานกายในเงามืดอันเร่าร้อน นลินเคลิ้มหลับไปในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคเชนทร์ ทว่าในมโนนิทรา... จิตของเธอที่ถูกเปิดออกด้วยกระแสอาคมกลับดิ่งลึกลงสู่อดีตชาตินับร้อยปี อื้ออึง... เสียงมโหรีและดนตรีมงคลโบราณดังกังวาน ภาพตรงหน้าของนลินแปรเปลี่ยนเป็นคุ้มหลวงอันยิ่งใหญ่แห่ง ‘นครสาบสูญ’ ในอดีต เธอมองเห็นตัวเองสวมชุดผ้าแถบไหมทอง ศิราภรณ์และเครื่องประดับอัญมณีงดงามประดอยไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยสะกดตาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทะเยอทะยาน เธอคนนั้น... คือ ‘เจ้าจอมขวัญ’ นลินในร่างวิญญาณเฝ้ามองเหตุการณ์ในอดีตด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เจ้าจอมขวัญกำลังยืนจ้องมองหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ถูกมัดพันธนาการไว้กับเสาเรือนไม้... หญิงสาวผู้นั้นคือ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เจ้าหญิงแห่งเมืองขึ้นผู้มีใบหน้าอ่อนหวานงดงาม “เจ้าจอมขวัญ! ปล่อยข้า! เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับข้า!” สร้อยสายคำร้องตะโกนทั้งน้ำตา “สิทธิ์งั้นรึ?” เจ้าจอมขวัญหัวเราะเสียงแหลม ยื่นหน้าเข้าใกล้ “แม่ทัพสิงหราชหลงใหลในความซื่อซื่อของเจ้างั้นรึ? แต่ตราบใดที่ข้ายังอยู่... ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนจะเสน่หาเหนือกว่าข้าได้!” เจ้าจอมขวั
รถเอสยูวีสีดำทรงพลังแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าสตูดิโอถ่ายแบบ คเชนทร์ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเครียดขรึม นัยน์ตาคู่คมกริบฉายแววว้าวุ่น ทันทีที่เห็นนลินเดินสะโอดสะองออกมาในสภาพใช้ผ้าพันคอแบรนด์เนมปิดบังใบหน้าซีกขวาและลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก็ถลันเข้ามาประคองร่างระหงไว้ในอ้อมแขนทันทีโดยไม่แคร์สายตาของใคร “ฉันเชื่อแล้ว... ฉันเชื่อคุณแล้ว ดร.คเชนทร์!” นลินสะอื้นไห้โฮ ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของเขาอย่างไร้ที่พึ่งพิง “ช่วยฉันด้วย... หน้าฉันพังหมดแล้ว มันจะฆ่าฉัน! มันตามฉันมาจริงๆ!” “ผมเตือนคุณแล้ว นลิน” คเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความรวดร้าว เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อมอบความอบอุ่นและปลอดภัย “ขึ้นรถก่อน อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” คเชนทร์ขับรถออกนอกเมืองด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่แถบปริมณฑลริมแม่น้ำสายใหญ่ รถเลี้ยวเข้าสู่เขตสวนอันร่มรื่นและเงียบสงบ ลึกเข้าไปจนถึงริมคลองโบราณ ที่ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ ‘เรือนไม้สักทรงไทยโบราณหมู่ใหญ่’ อายุเก่าแก่นับร้อยปี บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและเต็มไปด้วยบารมีอาคม สายสิญจน์ถักอักขระสีครามล้อมรอบอาณา
เสียงรัว shutter ของกล้องถ่ายภาพราคาหลักแสนดังก้องสลับกับแสงไฟสปอตไลท์กำลังสูงที่ส่องสว่างจับไปทั่วร่างทรงเสน่ห์ของนลิน ภายในสตูดิโอถ่ายแบบสุดหรูใจกลางเมืองใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าทีมงานมืออาชีพ วันนี้ไฮโซสาวและอินฟลูเอนเซอร์อันดับหนึ่งอยู่ในชุดเดรสราตรีเกาะอกสีทองปักเลื่อมระยิบระยับที่เน้นเรือนร่างเพรียวระหง อกอิ่มฟู และเอวคอดกิ่วอย่างสมบูรณ์แบบ แม้อาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อคืนจะทำให้เธอแทบไม่ได้ล้มตัวลงนอน และลำคอขาวเนียนยังคงมีรอยปื้นช้ำสีเลือดซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นคอนซีลเลอร์เนื้อหนาพิเศษ แต่ด้วยสัญชาตญาณความทะนงตนและจิตวิญญาณความเป็นมืออาชีพ นลินจึงฝืนปั้นยิ้มทรงเสน่หา เชิดหน้าขึ้นรับแสงไฟอย่างมั่นใจ เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเรื่องของ ‘ดร.คเชนทร์’ และ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่คนบ้าคนหนึ่งอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อล่อลวงเธอ ส่วน 'ตระกรุดเงิน' ที่ชายหนุ่มแปลกหน้าทิ้งไว้ให้ นลินทำเพียงขว้างมันลงไปในซอกลึกสุดของกระเป๋าถือแบรนด์เนมราคาแพงที่วางอยู่ข้างเซตถ่ายทำ เธอไม่เชื่อ... และไม่มีวันยอมรับเรื่องงมงายพวกนี้เด็ดขาด “ดีมากครับคุณนลิน! ขอสายตาย
ตอนที่ 2: ชายผู้สืบสายสิญจน์ ความเงียบสงัดภายในเพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดชวนให้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก นลินก้าวถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจกกลางห้องรับแขก สายตาจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าตรงหน้าอย่างหวาดระแวง มือเรียวยังคงกำแจกันแก้วทรงสูงไว้แน่นจนข้อสลักขาว ชายตรงหน้าเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อแขน เผยให้เห็นข้อมือหนาที่ผูก ‘ด้ายสายสิญจน์สีครามถักอักขระ’ ไว้อย่างประณีต ใบหน้าของเขาคมคาย รอยสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาสีเข้มลึกซึ้งฉายแววทรงอำนาจจนยากจะคาดเดาความคิด แต่สิ่งที่ทำให้นลินรู้สึกขนลุกซู่ คือบรรยากาศบางอย่างรอบตัวเขา... บรรยากาศที่ดูลึกลับ ลึกล้ำ และน่าเกรงขามคล้ายกับไม่มีอยู่จริงในยุคปัจจุบัน “ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!” นลินตวาดเสียงแข็ง พยายามปั้นหน้ามั่นใจกลบเกลื่อนความกลัว “เจ้านางสร้อยสายคำ? บ่วงกรรมอดีตชาติ? เหอะ! คุณเป็นพวก stalker หรือจิตป่วยหลุดมาจากไหนกันแน่! ฉันจะโทรแจ้งนิติและตำรวจเดี๋ยวนี้!” เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้แตะหน้าจอ... ฟึ่บ! คเชนทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ไร้เสียง ร่าง
เสียงดนตรีบีตหนักๆ ดังกังวานก้องไปทั่วเลานจ์หรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงไฟสปอตไลท์ย้อนแสงและไฟนีออนสีม่วงสว่างวาบสะท้อนกับแก้วแชมเปญราคาแพง ‘นลิน’ หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเพลิง กำลังหัวเราะต่อกระซิบอยู่กับกลุ่มเพื่อนไฮโซและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง วงหน้าสวยคมเข้ม ดวงตากลมโตเฉี่ยวคม และริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงสด ทำให้เธอโดดเด่นและกลายเป็นจุดศูนย์กลางของงานปาร์ตี้คืนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ “ชนแก้วให้คุณนลินหน่อยค่ะ! อินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี แถมคืนนี้ยังเป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีเต็มอีกต่างหาก!” เสียงเพื่อนสาวไฮโซร้องตะโกนขึ้นพร้อมเสียงเฮฮา นลินยกแก้วทรงสูงขึ้นจิบแชมเปญด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “ขอบคุณทุกคนมากนะ คืนนี้ไม่อั้น นลินจ่ายเองทั้งหมด!” ความสุข ชื่อเสียง และเงินทอง ทุกอย่างดูเพียบพร้อมจนไม่มีใครคาดคิดว่า ชะตากรรมของเธอกำลังจะพลิกผันดิ่งลงสู่นรกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตื๊ด... ตื๊ด... นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือของเธอแจ้งเตือนเวลา 00:00 น. เข้าสู่เช้าวันใหม่ของวันเกิดเบญจเพสอย่างเป็นทางการ จู่ๆ... ไฟนีออนและแสงสปอตไลท์ในเลา
บทที่ 4: ปลุกเงื่อนอดีตในกองเพลิง สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างสลับกับแสงสายฟ้าที่ผ่าลงบนยอดไม้ใหญ่รอบเรือนไม้โบราณ ลมพายุหมุนกรรโชกแรงจนกระเบื้องหลังคาโบราณปลิวว่อน เสียงดนตรีปี่พาทย์โหยหวนดังรัวกระชั้นชิดทวีความถี่บีบคั้นประสาท “กรี๊ดดด! พราว! ลูกพราว!” เสียงพี่บีกรีดร้องแทบขาดใจ ภาพตรงหน้าทำให้ทีมงานและนักแสดงนับสิบชีวิตที่ติดอยู่บนเรือนไม้อยู่ในอาการขวัญผวา ร่างระหงของพราวฟ้าในชุดไทยโบราณเปียกปอนแนบเนื้อ เธอกำลังเยื้องกรายร่ายรำอยู่ตรงขอบระเบียงที่ไร้ราวกั้น แขนเรียวทั้งสองข้างถูกกลุ่มควันสีดำกระชากและดึงดัดท่วงท่าอย่างหักโหม ข้อต่อกระดูกส่งเสียงลั่น กร๊อบ... แกร๊บ... อย่างน่ากลัว ใบหน้าสวยซูบซีดไร้สีเลือด ปากแผลบนนวลแก้มทั้งสองข้างปริแยกออกจนเลือดสดๆ ไหลอาบลงมาผสมปนเปไปกับสายฝน “พราวฟ้า! ตั้งสติไว้ลูก!” ผู้กำกับพยายามจะถลันเข้าไปช่วย แต่เพียงแค่ก้าวเข้าใกล้เขตระเบียง ลมพายุสีดำมืดก็พุ่งกระแทกร่างของเขาลอยกระเด็นกลับมาชนผนังเรือนอย่างแรง! วิญญาณของพิกุลลอยเด่นอยู่เบื้องหลังของพราวฟ้า ใบหน้าเน่าเฟะกึ่งหนึ่งแสยะยิ้มสะใจ เล็บยาวสีดำแหลมคมแทรกเข้าไป







