LOGINเมื่อคุณหมอสาวอยากมีสามี การมูคือทางออกที่ดีที่สุดแต่จะไปคนเดียวคงเหงาแย่เลยลากแม่ผู้หมวดสาวโสดเพื่อนซี้ไปมูด้วย ทว่าโชคชะตาอันพิลึกพิลั่นกลับเล่นตลก จับเอาเธอสองคนย้อนกาลเวลาและย้อนวัยกลับไปยังอดีต ไปพบเจอกับ สองหนุ่มหล่อล่ำ ที่ทำให้สองสาวถึงกับใจสั่นจนแทบบ้า " เพียงเจ้า ชลินทรา ข้าขอแค่เพียงเจ้า" เสียงกระเส่ากระซิบข้างหู ทำเอาหญิงสาวถึงกับสะท้านไปทั้งกาย คืนที่จันทร์กระจ่างบนท้องฟ้า คืนที่สายลมพัดพาเอากลิ่นหอมของดอกมณฑาทิพย์คละคลุ้งไปทั่วเรือน แสงไฟสว่างไสว สร้างบรรยากาศ ชวนเสียตัวชัดๆ
View Moreเสียงอ้อแอ้ของเด็กทารกเพศหญิงในอ้อมกอดของ แพทย์หญิง ชลินทรา นั้นราวกับเสียงของนางฟ้าตัวน้อยๆ น่าเอ็นดูแววตากลมของคุณหมอสาวมองร่างอันอัศจรรย์เล็กๆ ในอ้อมกอดของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย
"ไง...แก...อยากมีบ้างล่ะสิ...นี่ฉันก็ลูกสามแล้วแกหน่ะรีบๆ มีเสียสิ....ม่ะ...คืนลูกฉันมาได้แล้ว" เสียงพูดของหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันร้องถามคนอุ้มทารกพลางยุให้สาวแก่ไร้คู่รีบๆ มีบ้างเหมือนกับตน ดวงตากลมที่โหลลึกจากการที่ไม่ได้นอนมาหลายคืนหันมองค้อนเพื่อนสนิทที่นอนยิ้มอยู่บนเตียง "ชิ!! ทำหวงเหรอยัยคนนี้...ก่อนที่จะให้เพื่อนแกมีลูก....ให้เพื่อนแกมีผัวเสียก่อนสิยะ..." แพทย์สาวเทื้อที่เป็นโสดมาเสียหลายปีจีบปากหมั่นใส้ครอบครัวอันสมบูรณ์แบบของเพื่อนรักตรงหน้าพลางส่งทารกน้อยกลับสู่อ้อมแขนของมารดา อาชีพหมอของเธอนั้นแทบจะไม่มีเวลาที่จะไปมีเรื่องรักๆ ไคร่ๆ แบบนี้เสียด้วยซ้ำอีกทั้งเธอเป็นคนที่เคยเจ็บจากการที่ได้รักใครสักคนมาก่อนจึงเป็นการยากที่จะรักใครอีกง่ายๆ "นี่ๆแก...ไปเจอคุณโอมมาได้ยังไงเหรอบอกกันบ้างสิ...เพื่อนชักอยากจะมีผัวละ!!นะนะนะ" ชลินทราแอบกระซิบถามเพื่อนสาวเมื่อเห็นว่าสามีของเธอกับลูกๆ ออกไปแล้ว ดวงหน้าที่ดูอิดโรยแต่ทว่าอิ่มเอิบไปด้วยความสุขของอินทิรามองเพื่อนสาวอย่างลึกซึ้งพลางอมยิ้มกับคำออดอ้อนที่หวานหู เธอเองก็คบกับหมอสาวคนนี้มานานกว่า25ปีแล้วผ่านร้อนหนาวมาด้วยกันมากมายชลินทราเป็นคนสวยที่สุดในกลุ่มของเธอมีชายหนุ่มมาติดพันเธอเสียมากมายจนบางทีเธอยังรู้สึกอิจฉา หึๆ ๆ ๆ ยัยหมอคนงามล่มเมืองทำตาแป๋วๆ แบบนี้น่าแกล้งดีนัก!!!! " จุ๊ๆ ๆ ๆ อย่าเอ็ดไปยัยหมอ...ที่รักของฉันคนเนี้ยะ!! ฉันไปขอกับเจ้าแม่แจ่มจันทร์มา!! " อินทิรากลั้นขำเพาะสิ่งที่เธอพูดแนะนำไปนั้นเป็นเพียงคำโกหกเท่านั้นเพราะเธอรู้นิสัยของคุณหมอคนสวยดีว่าคนอย่างเธอไม่เชื่อเรื่องงมงายเอาเสียง่ายๆ หรอก " ถามจริง!!!! " ดวงตากลมแป๋วมองเพื่อนสาวอย่างตื่นตระหนก นัยน์ตาหวานฉายแวว ไม่อยากจะเชื่อ เอาไว้อย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเห็นเพื่อนรักลูกสามของเธอพยักหน้าหนักแน่น หัวใจของเธอถึงกับสั่นไหว OMG!!! เรื่องจริงงั้นรึ!!!! หลังจากถามไถ่เส้นทางไปศาลเจ้าแม่แจ่มจันทร์มาแล้ว ชลินทราไม่รอช้า รีบสะสางงานและยื่นใบลาพักร้อนให้กับทางโรงพยาบาลจัดแจงเครื่องหอมธูปเทียนเสียเรียบร้อยก่อนจะนึกถึงใครบางคนที่ยังโสดจะเฉาตายเช่นเธอ ยัยมินตรา!!!! "ยัยมินแกต้องไปกับฉัน!! ....." เสียงใสๆ ร้องเรียกเพื่อนสาวทันทีที่ก้าวลงจากรถเก๋งคันงาม ทำเอาสาวเทื้อวัยแตะ40 ที่กำลังรถน้ำต้นไม้อยู่ตรงหน้าบ้านหลังโตได้แต่ยืนมองเพื่อนซี้ที่นานที่ปีหนจะได้พบเจอกันเสียที "ยัยเกมส์!!! ลมอะไรหอบแกมาถึงอยุทธยาวะ!!?? " มินตราร้องถามร่างสูงที่ก้าวลงจากรถและจู่ๆ ก็พรวดพราดมาหาเธอก่อนจะฉุดกระชากลากถูเธอให้ตามตนไป " เดี๋ยวนะยัยเกมส์..แกจะพาฉันไปไหน...แกๆ ๆ ๆ เดี๋ยว!!!! " มินตราได้แต่สับสนและงุนงงเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นโดยที่เธอไม่ได้ตั้งตัวร่างบางพยายามฟืนรั้งแต่ไม่รู้แรงอันมหาศาลของเพื่อนรักนั้นมาจากไหน... หรือว่าเธอจะแก่แล้วนะ?? แต่ไม่ทันได้ใขข้อข้องใจอะไรไปหญิงสาวก็นั่งจุมปุ๊กอยู่ในรถเก๋งคันงามเสียแล้ว...โชคดีนะเนี้ยะที่เธอสะพายกระเป๋าไว้ตลอดหากยัยหมอพาเธอไปฆ่าแกงเธอยังมีหลักฐานเอกสารอะไรติดตัว เสียงล้อรถบดถนนคอนกรีตไปเรื่อยๆ วิวสองข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนทุ่งนาบ้างเถือกเขาบ้างสลับกันไปเสียงเพลงโปรดของเจ้าของรถก็ยังคงเล่นเพลงทำนองเร้าใจอยู่แบบนั้นหญิงสาวเจ้าของรถของรถดูเร่งรีบใบหน้าเคร่งเครียดราวกับเป็นเรื่องใหญ่โตส่วนอีกคนก็ใบหน้าเคร่งเครียดเพราะเธอลืมปิดน้ำไว้นี่สิ...ป่านนี้บุพการีที่รักคงจะสาปส่งเธอเสียแล้วกระมัง "แกจะพาฉันไปไหนเนี้ยะ!!! นี่มันเข้าเขตชัยนาทแล้วนะแก" มินตราเริ่มบทสนทนาเพราะตอนนี้เธอชักจะเริ่มอึดอัดแล้ว "อ้าว!!! ฉันไม่ได้บอกแกเหรอว่าจะพาแกไปบนขอผัว??? " "ห๊ะ!!!! ขอผัว!!!! " ชลินทราพยักหน้าส่งสายตาราวสาวแรกรุ่นให้เพื่อนสนิทพลางฉีกยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง "แก....แก....แก....แกกินยาเขย่าขวดหรือเปล่าวะ...หรือเห็นเลือดมากจนหลอน!!! ขอผัว!!! แกบ้าไปแล้วแน่ๆ แกต้องล้มหัวกระแทกมาใช่ไหม!!!?? " มินตราถึงกับแทบพูดไม่ออกเธอเองก็เป็นเพื่อนร่วมแก๊งกันมา25ปีดีดักรู้นิสัยเพื่อนหมอของเธอดีว่าหญิงผู้นี่ไม่เคยเชื่อเรื่องบนบานศาลกล่าวหรือเชื่อเรื่องงมงายเอาง่ายๆ แบบนี้ ในกลุ่มทั้งสี่คนซึ้งมี ชลินรา มินตรา อินทิรา และจันจิรา นั้นเธอเองต่างหากที่เป็นสายมโนและเชื่อเรื่องพวกนี้ดีที่สุด "โอ๊ย!!!! ยัยมิน!!! นี่แกจะนึกบ้างไหมเราอายุปูนนี้ไม่มีลูกผัวกับเขาเสียทีแกไม่เหงาบ้างเหรอออออออ" ชลินทราโอดโอยให้ความเห็น "หึ!!! ฉันไม่เหงาย่ะฉันมีหนุ่มๆ 2D อยู่แล้ว....ว่าแต่คนอย่างแกเนี้ยะเชื่อเรื่องบนบานศาลกล่าวด้วยเหรอวะ!!! " มินตรายังคงมองหน้าคนขับข้างๆ อย่างไม่น่าเชื่อ " โอ๊ยยย!!!! แกนี่....ดูเพื่อนเราสิ ยัยอิมลูกสามยัยจันทร์ผัวสี่ลูกสอง...นี่เราสองคนล่ะจะสี่สิบแล้วนะอยากแก่ตายอย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวแห้งเป็นปลาตากหรือไงเล่า...นี่ฉันบอกแกไว้เลยนะเพื่อน ณ จุดๆ นี้ให้ฉันเอาไม้ดักตีหัวผู้ชายดีๆมาเป็นผัวฉันก็ยินยอมย่ะ!!! " ชลินทราบ่นเสียเหยียดยาวดวงตากลมมุ่งมั่นในสิ่งที่ตนคิดด้วยวัยไกล้40นั้นเป็นเครื่องหมายของการตัดสินใจ มินตราอยากจะเถียงขาดใจว่าเธอนั้นยอมแห้งเหี่ยวเป็นปลาเฉาตากแห้งเธอก็ยอมเพราะเธอนั้นเจ็บแล้วจำกับความทรงจำอันโหดร้ายเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ทำให้เธอกลายมาเป็น สาวกโอตาคุวัยคุณป้าแบบนี้แต่เธอก็ไม่สามารถว่าอะไรเพื่อนของเธอได้เพราะเธอเองก็รู้ดีกว่าใครๆ ว่าคุณหมอชลินทรานั้นเจออะไรมามากพอกับที่เธอเคยเจอมาเช่นกัน "ยัยบ้า..ไม่ถามไถ่สุขภาพกันซ๊ากกกกคำว่าเพื่อนอยากมีผัวไหม" มินตราถึงกับตบหน้าผากมนเธอรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความคิดสุดโต่งของเพื่อนสาว "ถามทำไม!!??ฉันรู้เเกก็เหงาไม่อย่างนั้นคนอย่างแกจะออกไปแนวหน้าบ่อยๆเหรอ ไม่ต้องขอบใจฉันหรอกเพื่อน" ชลินทราทำหน้าซื่อๆ ทำให้มินตราได้แต่ถอนหายใจเสียเฮือกใหญ่ "ยัยเกมส์....ยัยบ๊องนี่!!" มินตราได้แต่ด่าเพื่อนด้วยคำสั้นๆ แทนคำที่เธอจะต่อความยาวสาวความยืดหญิงสาวได้แต่สายหัวไปมาอย่างอ่อนใจก่อนจะหยิบหนังสือการ์ตูนเล่มหนาออกมาอ่านฆ่าเวลาเล่นขณะที่รถยังคงแล่นไปสู่จุดหมายปลายทางบทสนทนาที่ฟังดูแปลกหูแต่ก็คุ้นเคยของสองสาว นั้นใช่ว่าเขานั้นจะฟังไม่รู้เรื่องเสียทั้งหมด แต่ความลับของสองสาวนั้นกลับ ทำให้ชายหนุ่มทรุดกายลงข้างกองฟางที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับจุดที่สองสาวอยู่เมื่อครู่ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนไม่เข้าใจของหมอหนุ่มนั้น ฉาบฉายเต็มหน่วยหน้า มีผัว!!! อายุ40แล้ว!!! โลกโน้น!!!??? มีสิ่งที่เขาไม่เข้าใจเต็มไปหมด จนหัวอกแทบจะระเบิด และสิ่งที่จะแก้ใขความไม่เข้าใจนี้ก็มีเพียงสิ่งเดียวที่จะตอบเขาได้คือ จากปากของหญิงสาวที่ตนรักจนสุดใจรองจากมารดาในขณะนี้ ขุนศรีฯ ได้แต่กล้ำกลืนความสงสัยนั้นลงลำคอหนา สูดหายใจเข้าลึกๆและลุกขึ้นยืนอย่างไร้เรี่ยวแรง โชคดีที่วันนี้เขาไม่ได้พาบ่าวคนสนิทมาด้วยเหมือนทุกครั้ง จึงมีเพียงเขาเท่านั้นได้ล่วงรู้ความลับนี้ ครั้นจะรอให้สาวเจ้าเฉลยความให้กระจ่างแจ้ง ก็คงต้องรอเสียอีกนาน อีกครั้นจะไปเค้นถาม ด้วยนิสัยของหญิงสาวที่ตนรัก คงไม่เเคล้วจักถูกนางโกรธและเลิกรักตนเป็นแน่ ขุนหนุ่มจึงได้แต่เดินเอื่อยๆกลับไปหาม้าของตนที่ผูกไว้เมื่อครู่ ก่อนจะแก้มัดและค่อยๆ กลับเรือนตนอย่างเงียบๆไปดวงดาวคืนนี้ลอยเด่นเป็นสีนวล รายล้อมไปด้วยดวงดาวพราวฟ้าดาษด
บ่ายแก่ๆ แสงแดดช่างร้อนแรงเสียจนไม่อยากออกไปไหน จะมีก็เพียง หลวงพิทักษ์บดินทร์ ผู้ไม่เคยเกรงกลัวแสงแดดที่คอยแผดเผาราวกับเตาร้อนเช่นนี้ ชายหนุ่มยังนั่งยิ้มกริ่ม กับกาบเรือไม่หุบปาก " คุณหลวง ยิ้มกับแม่ย่านางฤาขอรับ " นายมะ้งถามกระเซ้าแหย่" อ้ายมั่ง!!!!" คุณหลวงตวาดเสียงเขียว พลางกวักน้ำสาดใส่ บ่าวคู่กายแก้ขวยเขิน " เก็บปากเองไว้บ้างประเดี๋ยวเอ็งจะโดนตีนข้าเสียสักที!!!" ชายหนุ่มตวาดกระเซ้าแหย่ ทาสของตน แก้เขินเรือแจวลำน้อยของหลวงพิทักษ์ที่ลอยละล่องไปตามลำธารที่เป็นเสมือนหลอดเลือดหล่อเลี้ยงทุกชีวิตในแคว้นนี้มาแสนนาน ผู้คนพายเรือควักไขว่ผ่านเรือหลวงหนุ่ม ต่างก็เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเขานั้นแช่มชื่นมาแต่ไกลโข ต่างก็พากันซุบซิบ ไปว่าหลวงพิทักษ์บดินทร์ผู้เย่อหยิ่ง มีเรื่องอันใดถึง ดูสดใสราวชายหนุ่มวัยแรกรัก คงมีแคล้วจักมีข่าว ดีจากคุ้มหลวง ในอีกไม่นานนี้กระมังมินตรานั่งเขียนรายงานการรักษาผู้ใข้ให้กับชลินทรา อย่างเงียบๆ จนทำเอาคุณหมอสาวถึงกับรู้สึกหงุดหงิดและคันปากยุบหยิบ"ยัยมิน!!! " ชลินทราเรียกพลางวางประวัติการรักษาของผู้ใข้ในมือลง" ว่า...??" มินตราตอบสั้นๆ" แกบอกฉันว่า..เมื่อวาน
เสียงตึกตักของหัวใจมันดังเสียจนเหมือนจะหลุดจากอก กลิ่นหอมอันเย้ายวนของหญิงสาวยิ่งทำเอาใบหน้าหยาบกร้านระเรื่อซับสีเข้มไปจนถึงกกหู นิ้วเรียวของมินตราทาบทับมุมปากสีอ่อนของชายหนุ่ม ทำให้ใจของเขาสั่นไหว เดิมทีแล้วเขาแค่นึกสงสัยหญิงสาวต่างแดนต่างด้าวผู้นี้เท่านั้นไม่ได้นึก เป็นอื่นไกล แต่ตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้ว ว่าความรู้สึกนี้ คือ " ความรัก" ที่ไครๆเขาพูดกันดวงตาคู่งามราวกับแม่กวางป่าจ้องมองประสานดวงตาสีเข้มที่กรำศึกมานาน มินตรารู้สึกร้อนไปทั้งตัวที่รุกเร้าชายหนุ่มหนักขนาดนี้ เขาช่างเป็นผู้ชายที่อยู่ไกล้แล้วอบอุ่นเป็นที่สุดเสียจริงๆ แตกต่างกับคนในใจคนก่อนที่สร้างบาดแผลมากมายไว้ในใจเธอ " สิ่งที่ข้าได้ยินจากท่านก่อนจักตัดสินใจร่วมหอลงโลงไปด้วยกันคือความชัดเจน ข้าทนไม่ได้กับการที่จะต้องมีผัวหลายเมีย ข้าไม่ชอบคนทรยศหักหลัง ข้าไม่ชอบคนโกหกพกลม" มินตราพูดกระซิบขยับกายเข้าไกล้ชายหนุ่มอย่างจงใจดู ปฏิกิริยาของเขาช่างดูน่ารักกว่าบุรุษใดที่เคยเห็น เขา เขินอาย!!!! กับแค่เธอเตะเขาเบาๆที่ริมฝีปากเท่านั้น เขาก็แดงกล่ำไปทั้งตัว" ท่านอย่าให้สัญญากับข้าแต่จงทำให้ข้าได้เห็น...ว่าที่ท่านลงทุนให้คุณป้าไปสู่ขอข
มินตรา เป็นห่วงเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่มากจนอยากจะว่ายน้ำไปยังเรือนขุนศรีตรีเทพฯ หากไม่มีบ่าวตัวน้อยอย่างอ่อน คอยห้ามคอยเตือนอยู่ข้างๆ แม่นายของเธอคงจะทำตามที่ใจตนคิดจริงๆเป็นแน่แท้ ทันทีที่เรือเทียบท่าเรือ ของเรือนท่านขุนหนุ่ม แม่นายก็ถลกผ้านุ่งกระโดดขึ้นเรือนไปเพราะความเป็นห่วงมันอัดแน่นอยู่ในใจจนแทบอาเจียน ทำเอานังอ่อนตัวน้อยหัวใจเกือบว่ยตายคาเรือ ร่างเล็กๆกุลีกุจอวิ่งตามนายหญิงของคนอย่างลำบากลำบน 'คนอะไรวิ่งไวเสียยิ่งกว่าม้ากว่าวัว' หญิงสาวก่นนึกในใจพลางหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ มินตรา ได้ยินเสียงระฆังทองของเพื่อนสาวบนเรือนก็เบาใจได้บ้าง พลาง สงบสติตรงชานเรือนชั่วครูก่อนจะปรับตัวให้เป็นแม่หญิงกลุตรีที่ผ่านการอบรมอย่างหนักหน่วงมาแรมปี " ยัยชลินทรา!!! ยัยลาโง่งี่เง่า!!! แกยังอยู่ดีไหม!!! ไหนๆตายหรือยัง!!!??" มินตราถลาเข้าไปหาเพื่อนสาวที่ตอนนี้เปลี่ยนผ้านุ่งเรียบร้อยแล้ว และกำลังตรวจดูอาการของเอื้อยอยู่ " อุ๊ย!!!ดูปากนั่นสิ!! ฉันอยู่ดียังไม่ตาย!!! แม่เอื้อยนู้น อาการไม่ค่อยดียิ่งกว่า " มือบางรัวตีต้นแขนเนียนของมินตราพลางพยักพเยิดหน้าให้ดูร่างบางงามงอนของเอื





