ログインวรินทร์ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งแนบชิดกับผนังด้านข้างของกระท่อม ร่างสูงใหญ่พยายามควบคุมลมหายใจให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้ทำลายบรรยากาศดิบเถื่อนที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่เบื้องหลังผนังนั่น เมื่อดวงตาสีเหล็กปรับความคุ้นชินกับแสงสลัวภายในกระท่อม ความตื่นเต้นเร้าใจก็พุ่งทะยานสูงขึ้นจนสองมือสั่นเทาไปหมดเมื่อมองลอดผ่านช่องขนาดเท่ากำปั้นของหญ้าคาที่ผุพังตามกาลเวลา ภาพตรงหน้าก็ปรากฏชัดเจนเต็มสองตา เมษา ร่างบางภรรยาผู้เป็นที่รักของเขากำลังนั่งอยู่บนกองกระสอบปุ๋ยที่เรียงซ้อนกันสูงราวหนึ่งเมตร สองขาเรียวขาวผ่องแยกออกกว้างและถูกยกขึ้นพาดไว้บนแขนแกร่งของลุงชัชอย่างเต็มใจ ร่างท่อนบนของเธอยังคงสวมเสื้อยืดตัวเดิมจากเมื่อช่วงเช้า แต่ทว่าท่อนล่างกลับเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิดเผยให้เห็นสัดส่วนเร้าอารมณ์ลุงชัชยืนปักหลักอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเธอ ร่างกายกำยำเปลือยเปล่าชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อพราว สะโพกแกร่งขยับโถมเข้าออกกระหน่ำแก่นกายยักษ์ยาวเหยียดปูดโปนเข้าใส่ร่องรักของเมษาอย่างดุดันและหื่นกระหายตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องกระท่อม ผสมผสานกับเสียงร้องครวญครางอย่างบ้าคลั่งของหญิงสาว
บรรยากาศยามเช้าบนชานเรือนครัวไม้ชั้นเดียวหลังเล็กสไตล์บ้านสวน ซึ่งแยกตัวออกมาจากตัวบ้านหลักและมีหลังคาต่อเชื่อมถึงกันอย่างร่มรื่น อบอวลไปด้วยไอแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องผ่านกิ่งไม้ใบหญ้าและกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มร้อนๆ ส่งกลิ่นชวนกิน เมษานั่งเคี้ยวอาหารช้าๆ พลางกวาดสายตามองหน้าสามี ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พี่เอกคะ... วันนี้ป้ามีนัดหมอตอนสิบโมง พี่เอกพอจะว่างเป็นธุระพาป้าแกไปหน่อยได้มั้ยคะ?"เมษาเอ่ยขึ้นระหว่างมื้อเช้าของวันถัดมา ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองชัชที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาแววโรจน์สดใส"ปกติแล้วลุงจะเป็นคนขับรถพาแกไป... แต่วันนี้เมย์เกรงว่าลุงแกร่างกายไม่น่าจะพร้อมเท่าไหร่ เดี๋ยวหลับในเอา"เมษามองตาวรินทร์ที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยแววตาที่สื่อความนัยกันอย่างรู้กันระหว่างสามคน ในขณะที่ป้าสายกำลังขยับตัวลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วแยกตัวออกไปล้างมือที่ก๊อกน้ำที่เคาน์เตอร์ที่ห่างออกไป หลังจากจัดการมื้อเช้าในส่วนของแกเสร็จเรียบร้อยเมื่อได้ยินดังนั้น วรินทร์จึงหันไปมองดูชัช ซึ่งกำลังนั่งเคี้ยวข้าวคำโตอยู่ตรงหน้า ด้วยแววตาที่พอจะเข้าใจความหมายที่เมียรักของเขากำลังสื่อ ชัชเงย
ชัชหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกำยำก้าวเข้ามาประชิดเมษาที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ในขณะที่วรินทร์เดินเลี่ยงถอยฉากออกไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง ทำตัวเป็นผู้ชมชั้นยอดที่ไม่คิดจะขวางหูขวางตา เพื่อเปิดทางให้เมียรักคลายความเคอะเขินลงมือหยาบใหญ่กร้านผ่านงานหนักของชัชวางแหมะลงบนลาดไหล่เนียนขาวของเมษา สัมผัสอุ่นร้อนลูบไล้แผ่วเบาด้วยความหลงใหลในเรือนร่างสะพรั่ง ชัชชำเลืองสายตากลับมามองวรินทร์ผู้เป็นสามีเจ้าของร่างงามตรงหน้าด้วยแววตาที่ฉายความรู้สึกเหนือกว่า ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ริมฝีปากจูบเม้มหนักหน่วงที่ซอกคอขาวผ่อง พลางกระซิบถ้อยคำพร่าเลือนบางอย่างที่ข้างหูเมษาพยักหน้ารับคำเบาๆ ดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มด้วยไฟตัณหา ก่อนที่ชัชจะเอื้อมมือไปจับจูงเรียวมือของเธอให้ลุกขึ้นแล้วก้าวเดินตามมาที่เตียงนอนอย่างว่าง่าย"... อะไรอะ! ห้ามมองนะ!"เมษาหันขวับกลับมาต่อว่าวรินทร์ที่นั่งมองดูท่าทีของเธอกับชัชด้วยแววตาเป็นมันปลาบ แทบจะลืมหายใจ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มและท่าทีเอียงอายที่แสดงออกอย่างชัดเจนบนใบหน้าหวานยิ่งทวีความเย้ายวนใจ โหมกระหน่ำอารมณ์ในกายของวรินทร์ให้พลุ่งพล่านทะยานสูงจ
แสงสุดท้ายของดวงตะวันลับเหลี่ยมเขาไปได้สักพักใหญ่แล้ว ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบบ้านสวน มีเพียงเสียงหรีดหรีเรไรที่เริ่มร้องประสานเสียงกันขับกล่อมเป็นทำนองของบรรยากาศชนบทในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นความเงียบสงบที่ไม่สามารถหาได้จากในเมืองหลวงที่เขาเพิ่งจากมาวรินทร์นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้โยกข้างหน้าต่าง สายตาทอดมองฝ่าความมืดออกไปเบื้องหน้า ราวกับกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันบริสุทธิ์และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่มีเสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำเงียบเสียงลง สักพักใหญ่ประตูห้องน้ำก็เปิดออก พร้อมกับร่างบางอวบอัดของเมษาที่เดินออกมาในสภาพที่มีผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กพันรอบกายไว้อย่างหมิ่นเหม่ เผยให้เห็นเนินอกอิ่มและผิวเนียนละเอียดที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว บนศีรษะของเธอมองเห็นผ้าเช็ดตัวอีกผืนคลุมซับเรือนผมที่ยังเปียกชื้นอยู่เมษาหยุดยืนมองดูสามีที่ยังคงนั่งทอดอารมณ์ไปกับธรรมชาติอย่างสบายใจ ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มจะระบายยิ้มบางแล้วขยับเข้าหาเขาอย่างเงียบเชียบเธอโน้มตัวลงจากด้านหลัง ประทับริมฝีปากจุ๊บเข้าที่แก้มสากของเขาเบาๆ พร้อมกับวงแขนเรียวที่โอบรัดรอบคอเขาไว้อย่างเอาใจ"ดูอารมณ์ดีจังเลยนะคะ" เมษ
รถเก๋งคันหรูของวรินทร์คลานเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่บนลานดินใต้ต้นมะม่วงใหญ่ เสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แฝงไปด้วยไอความร้อนของบ่ายวันอาทิตย์ ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากอย่างโล่งใจ ความเหนื่อยล้าจากการขับรถทางไกลมลายหายไปในชั่วพริบตา เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปยังแคร่ไม้ไผ่ตัวเก่าที่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาต้นมะม่วงข้างบ้าน... แคร่ตัวนี้นี่เอง ที่เขาจินตนาการถึงรอยจารึกแห่งความสาวของเมษาที่ถูกลุงชัชตีตราไว้ตั้งแต่เธอยังเป็นเพียงเด็กสาววัยสะพรั่งวรินทร์ก้าวลงจากรถ บิดตัวไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดกระโปรงหลังเพื่อขนสัมภาระ"มีอะไรให้ป้าช่วยถือบ้างล่ะตาเอก?" เสียงแหบพร่าอย่างคนผ่านโลกมานานของป้าสายดังขึ้น เธอเดินออกมาจากครัวข้างบ้านด้วยท่าทีสงบ ผิวหนังบนใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามวัยดูมีร่องรอยของความเหนื่อยหน่ายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ"ไม่มีหรอกครับป้า ผมจัดการเอง ป้าไม่ต้องลำบากหรอกครับ" วรินทร์รีบปฏิเสธอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสูงวัยด้วยความรักและนับถืออย่างญาติผู้ใหญ่ที่สนิทชิดเชื้อ "เมษ์อยู่บนเรือนเหรอครับ?" เขาถามพลางกวาดสายตามองไปบนตัวบ้านไม้ใต้ถุนสูง
ภายในกระท่อมไม้หลังเก่าที่ซ่อนตัวอยู่ท้ายสวนอันเงียบสงัด กลิ่นอายของฟางข้าวแห้งที่ถูกปูลาดไว้บนพื้นไม้กระดานส่งกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านช่องว่างของฝาขัดแตะตกลงมาเป็นลำแสงสีทองพาดผ่านร่างอรชรที่นอนทอดกายอยู่บนเสื่อกกผืนเก่าที่คุ้นเคย กลิ่นสาบดินและกลิ่นอายของคืนวันเก่าๆ ระหว่างเธอกับชายรุ่นพ่อคนนี้ยังคงอบอวลอยู่ทุกอณูอากาศ ราวกับจะย้ำเตือนถึงจุดเริ่มต้นของ "ความร่าน" ที่สลักลึกอยู่ในทุกเส้นประสาทของเธอ"อูยยย... ลุงขา... เมษ์เสียว... ซี๊ดดด..."เสียงครางที่หลุดรอดจากริมฝีปากบางเฉียบนั้นแหบพร่าและสั่นสะท้อน มันไม่ใช่เสียงครางเพียงเพื่อเอาใจ แต่เป็นเสียงที่กลั่นออกมาจากส่วนลึกของความโหยหาที่มีต่อชายตรงหน้า ชัช ชายวัยห้าสิบเศษที่มีร่างกายกำยำแบบคนทำงานหนัก ผิวกร้านแดดและแววตาดุดันของเขาจ้องมองร่างของเมษาด้วยความหิวกระหายที่สั่งสมมานานปีชัชไม่ได้รีบร้อน เขาใช้ความเก๋าเกมที่สะสมมานานปีค่อยๆ เลื่อนใบหน้าที่สากระคายด้วยหนวดเคราจางๆ ลงสู่จุดยุทธศาสตร์ของเมษา ปลายลิ้นที่หยาบร้อนแต่นุ่มนวลอย่างประหลาดเริ่มตวัดไล้ไปตามแนวรอยแยกสีสดที่บวมเป่งและฉ่ำวาว เมษาแอ่นสะโพกผ
เมษาลืมตาขึ้นในเช้าวันใหม่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็กของห้องนอน ความปวดเมื่อยรุมเร้าไปทั่วร่าง โดยเฉพาะช่วงล่างที่ยังคงเจ็บแปลบๆ อย่างหนักหน่วง แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับแฝงด้วยความสุขสมที่ยากจะลืมเลือนภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ ใบหน้าค
ชัชค่อยๆ ดันเมษาไปชิดกับผนังห้องครัว มือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเธออย่างเชื่องช้าและชำนาญ เขาปลดกระดุมเสื้อของเมษาออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวขาวเนียนใต้เสื้อผ้าที่ซ่อนอยู่ เมษารู้สึกถึงความเย็นจากอากาศที่ปะทะกับผิว แต่ร่างกายของเธอกลับร้อนผ่าวไปทั้งตัว เธอหลับตาลง ซึมซับทุกสัมผัสของลุงชัช“ไป
รุ่งเช้าของอีกวัน แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของคฤหาสน์หรู เมษาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะเธอหลับเต็มอิ่ม แต่เป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่ปะปนกับความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในใจเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากวรินท์หลับไปแล้ว เมษาใช้เวลาหลายชั่วโมงครุ่นคิดถึงเรื่องรา
เมษาตอบรับจูบของลุงชัชอย่างเร่าร้อน เธอใช้มือโอบรอบคอของเขา ดึงเขาเข้ามาใกล้ขึ้นอีก พยายามที่จะละลายหายไปในอ้อมกอดของเขา ลิ้นของพวกเขากระหวัดพันกันอย่างเร่าร้อน เสียงจูบดูดดื่มดังสนั่นไปทั่วบริเวณใต้ต้นมะม่วง ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานปีมันกำลังจะระเบิดออกมาอย่างเต็มที่ เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผา







