تسجيل الدخول"มาเป็นผู้หญิงของฉัน" ความหมายของเขานั้นแปลว่าเมีย "แล้วทำไมจ้าจะต้องเป็นด้วย" พ่อเลี้ยงกระทิงที่แสนดุร้าย × น้องจ้าสาวน้อยวิศวะจอมแก่น
عرض المزيدการได้กลับมาบ้านเกิดคือสิ่งที่ เพชรจรัส หรือน้องจ้า” หญิงสาวหน้าตาสะสวยวัยยี่สิบ ใฝ่ฝันมาโดยตลอด หลังจากที่ย้ายไปเรียนต่อที่กรุงเทพกับแม่ พักอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณยาย แท้ ๆ ซึ่งคุณตาของเธอพึ่งเสียไปตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว คุณยายจึงเปรียบเสมือนประมุขใหญ่ของบ้าน อีกทั้งยังมีฐานะร่ำรวย เพียบพร้อมไปด้วยเงินทองทรัพย์สินมหาศาล
และคุณหญิงมณี ไม่เห็นด้วยในการกลับมาบ้านเกิดครั้งนี้ เพื่อมาทำไร่ให้ลำบากตรากตรำ แล้วอีกอย่างคุณหญิงก็หมายหมั้นว่าที่หลานเขยสุดเพอร์เฟกต์อย่าง ราเชนท์ เพื่อนชายที่สนิทสนมกับหลานสาวมาตั้งแต่เด็ก
ขณะนี้เรียนด้วยกัน ในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง คณะวิศวกรรมศาสตร์ เรื่องนี้จ้าก็รู้ดี และไม่เห็นด้วยในการจับคู่ คุณยายท่านคิดเพียงแค่ว่า ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่ง จ้าคว้าหลานเขยทำไร่ไปฝาก ก็คงรู้สึกไม่ชอบใจนัก ดังนั้นควรจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
หลังจากที่จ้าเรียนจบ คุณหญิงมณีตั้งใจจะให้หลานสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว รับช่วงต่อบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะการินลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของป้าอมรรัตน์ ได้แต่งงานกับหญิงสาวชาวดอย ขัดใจคุณยายจนเกิดเรื่องทะเลาะกันใหญ่โต การินแค่อยากใช้ชีวิตอยู่กับคนรักเท่านั้น เลยเลือกทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ ไม่ได้นำสมบัติติดตัวไปสักแดงเดียว ในตอนนี้กลับกลายเป็นว่าคุณหญิงมณี ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่จ้าแทน
“อร แล้วยัยจ้าล่ะ” คุณหญิงมณีหันมาถามอรอนงค์ผู้เป็นแม่ของจ้า ที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกัน ในสวนดอกไม้แสนสวยหลังบ้าน
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะคุณแม่ เมื่อกี้นี้ยัง...”
“ไม่ใช่ว่าแอบหนีฉันไปบ้านไร่นะ ยัยจ้านะยัยจ้า บอกอะไรไม่เคยเชื่อเลย” ไม่กี่วันมานี้ จ้ามาขออนุญาตคุณยาย กลับไปเยี่ยมพ่อที่บ้านไร่ แต่คุณหญิงปฏิเสธมาตลอด ในเมื่อหายเงียบไปแบบนี้ ไม่ต้องสงสัยกันเลย เด็กดื้อแบบจ้า ป่านนี้ก็คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว
“พี่คะ จอดตรงนี้เลยค่ะ” พอเรียกบอกกระเป๋ารถเสร็จ มือเรียวค่อย ๆ ยกกระเป๋าล้อลากใบใหญ่สีพีชข้างกาย ลงจากรถสองแถวโดยสารอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงใจผู้โดยสารคนอื่นจะรอนานกว่านี้
“ขอบคุณมากนะคะพี่”
“ครับน้อง”
ดวงตากลมโตมองดูรถสองแถววิ่งผ่านไปจนสุดสายตา ก่อนจะหมุนกาย มุ่งหน้าไปยังบ้านไม้หลังเล็ก บ้านที่แสนคุ้นเคย บ้านที่แสนอบอุ่น บ้านที่คิดถึงมาตลอด
“พ่อคะ พ่อ” จ้าตะโกนร้องเรียกพ่อเสียงดังอยู่หน้าบ้าน
“ใครมาเรียกกันนะ เสียงดังเชียว” อาทิตย์เปิดประตูหน้าบ้านพลางมองหาเจ้าของเสียงนั้น
“พ่อคะ” ร่างเล็กกระโดดกอดคอผู้เป็นพ่อด้วยความคิดถึง เมื่อไม่ได้เจอกันนานหลายปี
“หนูมาได้ยังไงลูก” อาทิตย์กอดตอบรับลูกสาว ผู้เป็นพ่อก็คิดถึงครอบครัวไม่น้อย แต่สิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด เพียงเพราะอยากให้ลูกและภรรยาได้ใช้ชีวิตสุขสบาย ให้น้องจ้าได้มีอนาคตที่ดี ถึงแม้ตนเองจะเจ็บปวดด้วยการหย่าร้างสักเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าทนเห็นพวกเธอ มาทนลำบากอดมื้อกินมื้อกับพ่อจน ๆ แบบเขา
“จ้าคิดถึงพ่อไงคะ ก็ต้องมาหาพ่อสิ”
“แล้วแม่ล่ะ” เมื่อเห็นว่าลูกสาวมาเพียงลำพัง
“หนูแอบมาค่ะ”
“แน่ะ อย่าทำแบบนี้อีกนะลูก ไม่ใช่ว่าทางนั้นเขาเป็นห่วงกันหมดแล้วเหรอ”
“พ่อคะ ถ้าหนูไม่แอบมาแบบนี้ คุณยายก็คงจะให้มาหรอก”
อาทิตย์ส่ายหัวเบา ๆ ให้กับความดื้อรั้นของลูกสาว
“เอาเถอะลูก ไหน ๆ ก็มาแล้ว เข้าบ้านก่อนแล้วกัน ไปคุยกันข้างในก่อน เดี๋ยวพ่อหาอะไรอร่อย ๆ ให้ทาน”
“หืม ดีเลยค่ะ พ่อรู้ได้ยังไงคะ ว่าจ้ากำลังหิวอยู่พอดี”
“เรานี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ ตั้งแต่เด็กจนโต ยังชอบกินเหมือนเดิม” สองพ่อลูกพากันเดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกับพูดคุยกันไปเรื่อย
ช่วงสายของวัน จ้าเดินมาดูสวนแปลงผักในไร่ พร้อมกับทอดสายตามองไปยังรั้วไม้สีขาว ซึ่งมีคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์อังกฤษสีเทาตั้งอยู่ใจกลางบริเวณนั้น เธอไม่ได้มองแบบนี้มานานมากแล้ว เท่าที่จำได้เธอกับแม่ ย้ายไปอยู่กรุงเทพตั้งแต่วัยสิบห้าปี และเจ้าของบ้านเอง ในตอนนั้นน่าจะอายุคร่าว ๆ ประมาณยี่สิบปี ห่างกับเธอราวห้าปี หากได้เจอกันอีกครั้ง ไม่รู้เขาจะยังจำน้องจ้า ยัยเด็กจอมแก่นคนนี้ได้หรือเปล่านะ
“ยังสวยเหมือนเดิมเลย”
สิ่งที่จ้าชอบมากที่สุด คงจะเป็นสวนดอกกุหลาบแดง ที่เจ้าของบ้านหลังนี้ตั้งใจปลูกไว้บริเวณรอบข้างรั้ว เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของเขาจะใช้เลี้ยงวัว และปลูกลิ้นจี่ เพื่อทำการขายและส่งออกภายในประเทศ ด้วยขนาดพื้นที่ทั้งหมดหนึ่งพันไร่ แล้วใคร ๆ แถวนี้ก็ชอบเรียกเขาว่าเศรษฐีติดดิน
“ไม่ได้เจอกันนานแล้วนะพี่กระทิง จะหล่อขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่านะ สงสัยต้องแวะไปหาสักหน่อยแล้วมั้ง คิดถึง ๆ” ใบหน้าสวยฉีกยิ้มขึ้นมา เมื่อนึกถึงผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยน ที่เธอเฝ้ารอมาตลอด
ไร่กระทิงทอง ณ ดินแดนแถบภาคเหนือ
พ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังใช้จอบขุดดิน ทำการปลูกต้นพันธุ์ลิ้นจี่ ซึ่งนำมาลงล็อตใหม่ของวันนี้ พร้อมด้วยคนงานประมาณสิบกว่าคน ที่ช่วยกันปลูกอย่างขะมักเขม้น ก่อนที่ตะวันจะตรงศีรษะ อากาศจะร้อนอบอ้าว ส่งผลให้การทำงานนั้นยากลำบาก ถ้าเสร็จก่อนเวลา คนงานจะได้ไปพักทานข้าวเร็วขึ้น
“พ่อเลี้ยงครับ พ่อเลี้ยง” เสียงเรียกจากชายวัยกลางคน กำลังวิ่งหน้าตั้ง มาขอความช่วยเหลือจากเขา
“มีอะไรเหรอครับน้าอิน”
กระทิง กฤชตกวิน หนุ่มหล่อใบหน้าคม ผิวสีแทน ในวัยยี่สิบห้า วางจอบลงแล้วนำต้นพันธ์ลิ้นจี่มาปลูกในหลุมที่ขุดไว้ พร้อมกับกลบหน้าดินเรียบร้อย
“คือว่าผม...”
“ว่าไงล่ะครับน้าอิน มีอะไรก็พูดมาเถอะ”
“คือว่าผมจะขอรบกวนพ่อเลี้ยง ให้ช่วยพาลูกผมไปหาหมอที่โรงพยาบาลในตัวเมืองหน่อยครับ ตัวมันร้อนมาก”
“เรื่องแค่นี้เอง คนในไร่นี้ก็ถือว่าเป็นคนในครอบครัวของผมเหมือนกัน มีอะไรก็บอกผมได้ ไม่ต้องเกรงใจ” อาจเพราะเขาเป็นคนที่หน้าตาดุ เคร่งขรึม มีโลกส่วนตัวสูง เลยไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าหา แม้กระทั่งพวกคนงาน
“ขอบคุณครับพ่อเลี้ยง ผมจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เลยครับ” ลุงอินกำลังจะก้มกราบ แต่ทว่ามือหนากลับรับไว้
“ไม่เป็นไรครับน้าอิน ถ้าอย่างนั้นผมว่าเรารีบไปกันเถอะ ลุงอินไปรออยู่หน้าบ้านพักเลย เดี๋ยวผมขับรถไปรับ”
“ครับ ๆ” จากนั้นน้าอินจึงวิ่งไปที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไร่ พร้อมกับอุ้มลูกชายวัยห้าขวบ ที่ตัวร้อนด้วยพิษไข้ มารอรถที่หน้าบ้านพักของตน
“ขึ้นมาเลยครับน้าอิน” ชายหนุ่มบนรถลดกระจกลงมาบอก
“ขอบคุณอีกครั้งนะครับพ่อเลี้ยง” กระทิงเพียงพยักหน้ารับ ก่อนที่ลุงอินจะพาลูกชายขึ้นรถกระบะสี่ประตูสีขาวคู่ใจของเขา มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลในตัวเมือง ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงจะถึงที่หมาย หากว่าเจ้าของรถจะขับเร็วขนาดนี้
“บ้าเอ๊ย ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน” จ้ามองตามหลังรถกระบะสีขาวที่พึ่งออกมาจากไร่กระทิงทอง เธอขี่รถจักรยานของเธอมาดี ๆ จู่ ๆ รถคันนี้ก็ขับมาเบียดด้วยความเร็ว จนรถจักรยานของเธอตกถนนข้างทาง
แต่นับว่าโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก เธอยังพอมีสติประคองจักรยานเซถลาให้กับมาตั้งตรงได้ แล้วที่น่าโกรธที่สุด คือเจ้าของรถไม่ลงมาขอโทษ หรือถามไถ่กันบ้างสักคำ นี่เจ้าของรถคันนี้ต้องเป็นคนแบบไหนกัน ใจคอถึงทำกับผู้อื่นได้ไม่รู้สึกผิดขนาดนี้
“อยากรู้จริง ๆ ว่ารถคันนี้เป็นของใคร เดี๋ยวแม่จะตามไปด่าถึงบ้านเลยคอยดู” ดวงตากลมโตยังคงจ้องมองตามหลังรถกระบะสีขาวไม่วางตา
“ตกอยู่ตรงไหน” กระทิงกำลังใช้มือควานหาโทรศัพท์ที่หล่นอยู่ในรถ ข้าง ๆ เบาะคนขับ ทำให้เขามองทางไม่ถนัด เลยไม่ทันได้สังเกตว่ารถของตนเองไปเบียดใครบ้าง หรือว่ามีใครแอบก่นด่าตามหลังบ้าง
เมื่อได้โทรศัพท์แล้วก็รีบโทรหาชาวี ผู้เป็นดั่งทุกอย่างสำหรับเขา ทั้งลูกพี่ลูกน้อง รวมไปถึงผู้จัดการไร่ด้วย เพราะผู้จัดการคนเก่าถูกจับด้วยข้อหาคดีโกงเงินของเขาไปนับสิบล้านบาท ในตอนนี้เขาจึงไม่สามารถไว้วางใจใครได้เลย นอกจากชาวี น้องชายของเขาคนนี้คนเดียวเท่านั้น
“ว่าไงครับพี่ชายผม”
“ฉันกำลังจะออกไปทำธุระข้างนอก ฝากนายดูงานในไร่ให้ด้วย” พูดจบก็วางสาย ก่อนจะหมุนพวงมาลัย เลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาลใหญ่ภายในตัวเมืองจังหวัดนี้
ชายหนุ่มรีบเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยในไร่ สั่งการคนงานไว้ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ในระหว่างที่ตัวเขาไม่อยู่ที่นี่หลายวัน เพราะนี่ก็เป็นเวลาสองปี ครบกำหนดตามสัญญาที่ตกลงไว้กับคุณยายของจ้า ด้วยความรักและความคิดถึงสุดขั้วหัวใจ ทำให้เขาต้องรีบไปเก็บเสื้อผ้าให้เร็วที่สุด เพื่อจะไปรับจ้าที่กรุงเทพ ให้มาอยู่ด้วยกันที่ไร่กระทิงทองแห่งนี้“พี่กระทิงครับ พี่กระทิง” ชาวีวิ่งมาหาเขาถึงห้องนอน“มีอะไรชาวี”“ไม่ต้องเก็บเสื้อผ้าแล้วครับ”“ทำไม ฉันต้องรีบไปหาจ้าที่กรุงเทพ ออ ฝากนายดูแลไร่แทนด้วยนะ ฉันจะไปสักสองสามวัน”“ที่ผมบอกว่า ไม่ต้องไปคือว่า...”“ทำไม”“คุณจ้าครับ”“จ้าทำไม เกิดเรื่องอะไรกับจ้า”“คุณจ้ามาที่นี่ครับ”ได้ยินชื่อคนที่กำลังคิดถึง เขาก็ไม่รีรออะไรอีกแล้ว อยากจะกอดอยากจะหอมแก้มแรง ๆ ให้หายคิดถึง สองขายาว ๆ วิ่งลงจากบันไดพลางมองหาใบหน้าสวยที่คิดถึงสุดหัวใจ“จ้า จ้ามาหาพี่แล้วใช่ไหม จ้า” สายตาคมมองซ้ายมองขวาหาร่างของคนรัก พอไม่เห็นในบ้าน ชายหนุ่มก็เดินออกไปหานอกบ้าน รอบบ้าน และสุดท้ายก็เห็นเธอจนได้ ด้วยความดีใจ เขากำลังจะวิ่งไปกอดร่างเล็กให้หายคิดถึงแต่ทว่ามีชายคนหนึ่งเดินผ่านชิงตัดหน้า เข้า
“ทำไมคุณยายต้องพูดแบบนี้ด้วยคะ ไม่เอาค่ะ ถ้าพี่กระทิงอยู่ที่ไหน จ้าก็จะอยู่ที่นั่นค่ะ”“ว่าไง นายทำได้ไหม”“ถ้าเป็นเรื่องนี้ ผมคงทำให้คุณยายไม่ได้ครับ เพราะผมรักจ้า และผมจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้คุณยายยอมรับในตัวของผม”“ยอมทำทุกอย่างเลยใช่ไหม”“ครับทุกอย่าง”“นายกับยัยจ้าต้องห่างกัน ไม่ติดต่อกันเลย จนกว่ายัยจ้าจะเรียนจบ ถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่ หรือพวกเธอยังรักกันอยู่ละก็ ฉันจะไม่ขัดขวางความรักของพวกเธอสองคน ตกลงไหม” ็ได้“คุณยายคะ” ถ้าเป็นแบบนั้น คนที่ขาดใจ คงจะเป็นจ้ามากกว่า การรอใครสักคน โดยเฉพาะคนที่รัก กว่าจะรักกันได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วนี่ต้องห่างกันอีก เธอคงทนไม่ไหวแน่ ๆ“ตกลงครับ ผมจะทำตามที่คุณยายบอก แล้วถึงวันนั้นเมื่อไหร่ ผมจะมาขอน้องแต่งงาน แล้วไปอยู่ที่บ้านไร่ด้วยกัน หวังว่าคุณยายคงทำตามสัญญาที่ให้ไว้นะครับ และต้องยกน้องจ้าให้ผม โดยไม่มีข้อแม้”“คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีทางคืนคำ”“ไม่เอาแบบนี้นะพี่กระทิง จ้าอยากอยู่กับพี่กระทิง อย่าทิ้งจ้าไปเลยนะ” ดวงตากลมเอ่อล้นด้วยน้ำตา ที่ไหลพรากลงมาเปื้อนแก้ม สองมือน้อยกุมมือหนาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เขาจากไปไหน“จ้าฟังพี่ให้ดี ๆ
รถของกระทิงจอดในลานจอดรถของคณะวิศวะ แล้วเขาก็ยืนยันที่จะตามมาส่งเธอให้ถึงที่หมายให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่กลับ พอเดินมาถึงที่โต๊ะใต้ตึกคณะ เพื่อนสาวทั้งสองในกลุ่มเดียวกับจ้า ก็เข้ามาทักทาย“จ้า ใครอะแก หล่อมาก” ถึงแม้เป็นเสียงกระซิบ แต่ทว่ากระทิงกลับได้ยินอย่างชัดเจน เขาเลยยิ้มทักทายให้กับเพื่อนสาวของจ้าด้วย“พี่กระทิง”“แล้วเขาเป็นอะไรกับจ้า พี่ชายเหรอ”จ้ายิ้มให้เพื่อน ในใจคิดจะแกล้งกระทิง แต่พอเห็นสีหน้าที่ดูหงอย ๆ รอฟังคำตอบของพี่เขาแล้ว ก็แกล้งไม่ลง“อยากรู้จริงเหรอ”“อยากรู้สิ ก็เพื่อนเรามีหนุ่มมาส่งถึงคณะขนาดนี้ ไหนจะนายราเชนท์นั่นอีก เสน่ห์แรงสุด ๆ ไปเลยนะเธอ”“ราเชนท์เป็นได้แค่เพื่อนกัน แต่คนตรงหน้านี้คือ...”“คือ...” เพื่อนทั้งสองพูดพร้อมกัน“ผัว เอ้ย สามีของจ้าเอง” จ้าพูดยิ้ม ๆ กระทิงเองก็ยิ้มตาม“แหม ไม่เบาเลยนะเพื่อนเรา ยกนิ้วให้เลยค่ะ”“แน่อยู่แล้วจ๊ะ จ้าซะอย่าง”แต่พอทุกคนได้เห็นสีหน้าเศร้าของราเชนท์ ที่อยู่ด้านหลังของกระทิง ไม่รู้มาตั้งแต่ตอนไหน ได้ยินที่จ้ากับเพื่อนพูดหรือเปล่า ก็ต้องหุบยิ้มลงทันที“จ้ามาถึงนานแล้วเหรอ”“คือจ้ามาถึงสักพักแล้วน่ะเชนท์”“ถ้าอย่างนั้นเชนท์
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าขยับเข้ามาใกล้ ๆ อีกคนก็ได้แต่เบี่ยงหน้าไปทางซ้ายทีขวาที พอเธอเผลอสบตาเข้ากับสายตาคมคู่นี้ เขาก็จู่โจมโดยการกดริมฝีปากลงมาประทับริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวล แล้วยังจะมีหน้ามาเลิกคิ้วท้าทายกันอีก“ปล่อยจ้าเดี๋ยวนี้เลยนะ คนฉวยโอกาส” ร่างเล็กดีดดิ้นในอ้อมกอดของคนตัวโต ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น จนเธอเริ่มหายใจไม่ออก“ทำไม ทีเมื่อก่อนไหนอยากกอด อยากจูบพี่นักไม่ใช่เหรอ นี่ไง จ้าอยากทำอะไรก็ตามสบายเลยนะ พี่ไม่ว่า”“ไม่ค่ะ จ้าไม่อยากทำแล้ว แล้วจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่แล้วด้วย”“ปากแข็ง” ริมฝีปากบางถูกจูบอีกครั้ง“พี่กระทิง ทำแบบนี้อีกแล้วนะ”“ทำไมพี่จะทำไม่ได้ ก็จ้าเป็นผู้หญิงของพี่”“ไม่ใช่ค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”“เราได้กันแล้ว พี่เป็นผัวจ้า แล้วจ้าก็เป็นเมียพี่มันก็ถูกแล้วนี่”“ไม่ใช่สักหน่อย คนพี่รักต่างหากล่ะ ถึงจะใช้คำนั้นได้ ถึงจะถูก”“ก็นี่ไงคนที่พี่รัก”“ครู....”“จ้า”“ว่าไงนะคะ”“คนที่พี่รัก คือจ้าคนเดียวเท่านั้น”เธอกำลังอึ้งจนพูดไม่ออก“ไม่เชื่อใช่ไหม ได้” กระโจนจูบเธออีกครั้ง ทำให้เธอต้องหันมามองหน้าเขาเชิงค้อน“ยัยจ้า”คุณหญิงมณ





