พระสนมส้มหล่น

พระสนมส้มหล่น

last updateآخر تحديث : 2026-02-25
بواسطة:  อักษรปรุงรักمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
58فصول
1.6Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

หยางซินอวี่...บุตรีของตระกูลหยาง มีโอกาสได้พบหน้ากับองค์ฮ่องเต้แค่เพียงครั้งเดียวก็โดนเรียกตัวเข้าไปเป็นสนมในวังหลวง กลายเป็นพระสนมส้มหล่นอย่างไม่ทันตั้งตัว หากทว่าภายใต้ตำแหน่งที่นางได้รับนั้นกลับมีเรื่องยุ่ง ๆ ซ่อนอยู่ จนทำให้ชีวิตที่เคยสงบสุขกลับยุ่งเหยิง สตรีที่มิเคยได้รู้จักคำว่ารักแม้แต่ครั้งเดียว จะสามารถมอบหัวใจให้กับองค์ฮ่องเต้จนกลายเป็นรักแรกได้หรือไม่ แล้วชีวิตในวังหลวงของนางจะเป็นอย่างไรมาลุ้นไปพร้อมกันใน...พระสนมส้มหล่น

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 สนมใหม่

หลังจากวันนี้เป็นต้นไปชีวิตของหยางซินอวี่จะเปลี่ยนไปตลอดกาล...

ชีวิตสตรีสามัญชนคนหนึ่งกำลังจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นสตรีผู้ที่มีหน้ามีตาในวังหลวง ได้รับใช้ใกล้ชิดกับองค์ฮ่องเต้ในฐานะพระสนมเอก หากทว่านางกลับไม่ได้ยินดีกับตำแหน่งในครั้งนี้ เพราะนางไม่ได้มีใจปฏิพัทธิ์ต่อองค์ฮ่องเต้แม้แต่น้อย นางคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับชีวิต เมื่อต้องห่างจากครอบครัวอันเป็นที่รักเข้าไปอยู่ในวังหลวงซึ่งไม่คุ้นเคย รวมถึงผู้คนในนั้นจะดีหรือร้ายนางก็หารู้ไม่

วันนี้เป็นวันที่หยางซินอวี่รู้สึกใจหาย นั่นเพราะองค์ฮ่องเต้จะเสด็จมารับตัวนางด้วยพระองค์เอง จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเตรียมการต้อนรับ คนเป็นมารดาอย่างหยางเสี่ยวหลานก็ได้แต่พูดปลอบใจบุตรีเพียงเท่านั้น

“ท่านแม่ ข้าไม่อยากไปอยู่ในวังหลวงเลยเจ้าค่ะ”

“แม่เข้าใจเจ้า แต่มันคือโอกาสดี ๆ ของเจ้าแล้วซินอวี่ การที่ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาต่อเจ้าเช่นนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เจ้าจงภูมิใจและรับใช้ฝ่าบาทให้ดีที่สุด เพียงแค่นั้นเจ้าก็จะสามารถอยู่ในวังหลวงได้อย่างสุขสบายแล้ว”

“แต่ข้าไม่ต้องการความสุขสบาย ข้าต้องการอยู่กับทุกคนที่นี่ เหม่ยเหมยกับเสี่ยวซูได้เข้ามาอยู่ในจวนแล้วแท้ ๆ แต่ข้าต้องออกไปอยู่ที่อื่น มันช่างเป็นอะไรที่ไม่ยุติธรรมเสียเลยเจ้าค่ะ” นางกล่าวด้วยสีหน้าเศร้า หน่วยตาคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ ที่กำลังจะพังทลายลงมาในไม่ช้า

“โลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ยุติธรรมเสมอไปหรอกนะ เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่ใช่เด็ก ๆ เหมือนเมื่อก่อนที่จะร้องไห้งอแงเมื่อใดก็ได้ เจ้าต้องอดทนให้มาก ๆ อย่าร้องไห้ต่อพระพักตร์ฝ่าบาทเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่ ผ้าผืนนี้แม่ตั้งใจปักเอาไว้ให้เจ้าในวันที่ออกเรือน แม่จะมอบให้เจ้าไว้ดูเป็นต่างหน้าเวลาคิดถึงแม่อย่างใดเล่า”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะอดทนให้มาก ๆ เพื่อท่านแม่เจ้าค่ะ”

“เพื่อตัวเจ้าเองต่างหากเล่า”

หยางเสี่ยวหลานมอบผ้าสีแดงผืนขนาดกลาง ๆ ที่ใช้ด้ายสีขาวปักเป็นลวดลายหงส์สองตัวกำลังเคียงคู่กันท่ามกลางดงดอกเหมย หยางซินอวี่รับมาแล้วส่งยิ้มให้มารดา น้ำตานางไหลบ่าลงอาบสองแก้ม จากนั้นสองแม่ลูกก็กอดกันอย่างแนบแน่น

เมื่อใกล้ถึงเวลาก็มายืนรอรับเสด็จที่หน้าจวน ไม่นานรถม้าจากวังหลวงก็เคลื่อนล้อตรงเข้ามา มีทหารองครักษ์ควบม้าติดตามมาแค่สิบกว่านายเท่านั้น นั่นเพราะฮ่องเต้เสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์

“ฝ่าบาทเสด็จ”

เมื่อทุกคนได้ยินเสียงเหวินกงกงต่างก็นั่งคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ในตอนนี้ใจดวงน้อยของหยางซินอวี่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ นางไม่รู้จะมองพระพักตร์ฮ่องเต้อย่างไรดี ยังไม่รู้แม้นิสัยใจคอของว่าที่สามีเลยสักนิด นั่นคือสิ่งที่นางเป็นกังวลมาก

“ลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

ฮ่องเต้แห่งแคว้นซวิ่นพระนามว่า หลีซุนไฉ สวมฉลองพระองค์อย่างเรียบง่ายแต่ถึงกระนั้นยังคงดูมีสง่าราศีกว่าคนทั่วไป พระองค์เป็นบุรุษที่มีรูปกายกำยำสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลาจนทำให้สตรีต่างก็อยากจะเข้ามาเป็นนางสนมรับใช้อย่างใกล้ชิดสักครั้งก็ยังดี ทว่าพระองค์เป็นฮ่องเต้ที่ไม่สนใจเรื่องพวกนั้น หากสตรีที่จะเข้ามาในชีวิตพระองค์จะต้องเป็นคนที่ถูกพระทัยเท่านั้น และหยางซินอวี่คือสตรีที่โชคดีนางนั้น

“หยางฮูหยิน แม่ทัพหยาง ข้ามารับตัวสนมของข้าแล้ว พวกท่านมีอะไรขัดข้องหรือไม่ หากมีโปรดบอกข้าตรง ๆ”

“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่บุตรีของหม่อมฉันได้มีโอกาสรับใช้ฝ่าบาทเพคะ”

“กระหม่อมก็เช่นเดียวกันพ่ะย่ะค่ะ ต้องฝากน้องสาวของกระหม่อมด้วย นางอาจจะยังไม่คุ้นชินกับชีวิตในวังหลวง หากนางทำอันใดมิควร ฝ่าบาทได้โปรดเมตตานางด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าเข้าใจ รับรองว่าข้าจะดูแลนางให้ดีที่สุดพวกท่านอย่าได้เป็นกังวลอันใด” สายตาคมขององค์ฮ่องเต้จับจ้องมองใบหน้าสวยของพระสนมของตน ทว่านางไม่ยอมสบตาแม้แต่สักครั้ง

สตรีที่เคยปากเก่งคนนั้นหายไปไหนแล้วนะ

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

“ว่าแต่...เจ้าไม่มีอะไรจะพูดกับข้าเลยงั้นหรือ” องค์ฮ่องเต้เดินมายืนอยู่ตรงหน้าหยางซินอวี่ เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นช้า ๆ จนได้สบพระพักตร์ คราวก่อนนางคิดแค่ว่าเขาเป็นเพียงหมอหลวง แต่คราวนี้เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เป็นผู้ที่มีอำนาจที่สุดในดินแดนแคว้นนี้ จากที่มิเคยเกรงกลัวกลายเป็นกลัวจนแทบไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใด แม้แต่จะสบตาก็ไม่กล้า

“เอ่อ...ไม่มีเพคะ”

“ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาทำความรู้จักกันอีกเยอะ” คนพูดส่งยิ้มทรงเสน่ห์ให้พระสนม แววตาคมคู่นี้ฉายแววแห่งความหื่นกระหายออกมา แค่สายตาที่มองนางก็รู้สึกได้ถึงเพียงนี้ หากอยู่ด้วยกันสองต่อสองจะขนาดไหน นางได้แต่คิดในใจ

หลังจากนั้นองค์ฮ่องเต้ก็เสด็จเข้าไปในจวน นั่งดื่มชาพร้อมสนทนากันอย่างไม่ถือพระองค์ นั่นเพราะในวันนี้ตั้งใจมาในฐานะที่ตนเองเป็นเขยของตระกูลหยางนั่นเอง

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
58 فصول
บทที่ 1 สนมใหม่
หลังจากวันนี้เป็นต้นไปชีวิตของหยางซินอวี่จะเปลี่ยนไปตลอดกาล...ชีวิตสตรีสามัญชนคนหนึ่งกำลังจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นสตรีผู้ที่มีหน้ามีตาในวังหลวง ได้รับใช้ใกล้ชิดกับองค์ฮ่องเต้ในฐานะพระสนมเอก หากทว่านางกลับไม่ได้ยินดีกับตำแหน่งในครั้งนี้ เพราะนางไม่ได้มีใจปฏิพัทธิ์ต่อองค์ฮ่องเต้แม้แต่น้อย นางคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับชีวิต เมื่อต้องห่างจากครอบครัวอันเป็นที่รักเข้าไปอยู่ในวังหลวงซึ่งไม่คุ้นเคย รวมถึงผู้คนในนั้นจะดีหรือร้ายนางก็หารู้ไม่วันนี้เป็นวันที่หยางซินอวี่รู้สึกใจหาย นั่นเพราะองค์ฮ่องเต้จะเสด็จมารับตัวนางด้วยพระองค์เอง จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเตรียมการต้อนรับ คนเป็นมารดาอย่างหยางเสี่ยวหลานก็ได้แต่พูดปลอบใจบุตรีเพียงเท่านั้น“ท่านแม่ ข้าไม่อยากไปอยู่ในวังหลวงเลยเจ้าค่ะ”“แม่เข้าใจเจ้า แต่มันคือโอกาสดี ๆ ของเจ้าแล้วซินอวี่ การที่ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาต่อเจ้าเช่นนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เจ้าจงภูมิใจและรับใช้ฝ่าบาทให้ดีที่สุด เพียงแค่นั้นเจ้าก็จะสามารถอยู่ในวังหลวงได้อย่างสุขสบายแล้ว”“แต่ข้าไม่ต้องการความสุขสบาย ข้าต้องการอยู่กับทุกคนที่นี่ เหม่ยเหมยกับเสี่ยวซูได้เข้ามาอยู่ในจวน
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ข้าไม่อนุญาต
หยางฮูหยินได้เล่าเรื่องราววีรกรรมสุดแสบในวัยเด็กของบุตรีให้ฮ่องเต้ฟังอย่างลื่นไหล หลังจากพระองค์ได้ตรัสถามเพียงแค่ไม่กี่คำ ไม่เพียงแค่นั้นผู้เป็นพี่ชายยังเสริมทัพเข้าไปอีก ทำให้หยางซินอวี่ได้แต่นั่งเงียบมองดูทั้งสามสนทนากันอย่างออกรส ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะทรงพอพระทัยเมื่อได้ฟังเรื่องราวของพระสนม ทำให้ได้รู้จักนางมากยิ่งขึ้น“ยิ้มบ้างสิเพคะพระสนม ทำหน้าบูดบึ้งอย่างนี้เดี๋ยวฝ่าบาทก็ไม่พอพระทัยเอาหรอก” เหม่ยหวากระซิบกระซาบอย่างเบาเสียง เมื่อสังเกตสีหน้าของเพื่อนรักอยู่นาน“ทำไมต้องเรียกข้าอย่างนี้ด้วย ข้าเป็นเพื่อนเจ้านะ”“ถึงจะเป็นเพื่อนแต่ก็ต้องเรียกตามยศที่เจ้าได้รับมา คนอื่นจะได้เรียกตามและให้ความเคารพเจ้าอย่างใดเล่า”“แต่ข้าไม่อยากให้เรียกนี่นา เป็นพระสนมไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย”ทั้งสองกระซิบกันจนลืมสังเกตรอบตัว ตอนนี้ฮ่องเต้ยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว พระองค์กระแอมไอเบา ๆ ทำให้ทั้งสองหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มเจื่อน ใบหน้าซีดเซียวเลยทีเดียว“ถึงเวลากลับเข้าวังแล้ว”“เพคะฝ่าบาท”หยางซินอวี่ตอบกลับเสียงอ่อน รีบหลบตาเขาในทันที เมื่อครู่คงจะได้ยินสิ่งที่นางกล่าวหมดแล้วสินะ หวังว่าคงจะไม่โกรธ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 อ้อมกอด
นางกำลังจะตอบโต้กลับไปทว่าฮ่องเต้กลับประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากบางเสียก่อน รสจูบอันร้อนแรงจากองค์ฮ่องเต้ถาโถมเข้ามาอย่างไร้ความปรานี มือน้อย ๆ ที่เกาะเกี่ยวพระศอไว้ถอยร่นลงมาผลักแผงอกแกร่งให้ออกห่าง ใช่ว่าไม่รู้สึกดีแต่นางหายใจไม่ทันต่างหาก นี่คือจูบแรกในชีวิตของนาง และมันเป็นจูบที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น หากทว่ามันคือจูบที่สร้างความหวามไหวให้หัวใจดวงน้อยสั่นระรัว อีกฝ่ายไม่ได้แค่จูบแต่กำลังสูบเอาเรี่ยวแรงของนางออกไปด้วย จนตอนนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวที่จะต่อสู้ขัดขืนแล้วพระหัตถ์ขององค์ฮ่องเต้ถูกส่งไปลูบไล้แผ่นหลังบางผ่านผ้าเนื้อดี ราวกับกำลังขับกล่อมให้พระสนมเอกหลงระเริงกับรสจูบที่มอบให้ เนิ่นนานแล้วที่ริมฝีปากบดเบียดกัน ทว่าพระองค์กลับยังคงไม่รู้เบื่อ ไม่อิ่มเอมกับมันสักที ยิ่งได้ลิ้มลองยิ่งหลงใหล ราวกับถูกนางผู้นี้ทำเสน่ห์คุณไสยให้ลุ่มหลง อยากจะทำให้มากกว่านี้ แต่ได้ลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะให้ทำใจสามวันเสียก่อน หากไม่เช่นนั้นนางคงได้ถวายงานบนเตียงในค่ำคืนนี้เป็นแน่แท้พระองค์จะอดใจรอให้ถึงวันนั้น วันที่จะได้เห็นเรือนกายของนาง ได้สัมผัสทุกสัดส่วนอย่างตามใจ พระองค์ไม่ได้แต่งตั้งนางเป็นสนมเอกเพียงเ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ถามมาสิ
ขบวนเสด็จองค์ฮ่องเต้เคลื่อนผ่านเข้าไปยังประตูวังหลวงแห่งแคว้นซวิ่น ไปยังฝั่งขวามือสุดของวังหลวงแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักหย่งเจิ้น เป็นตำหนักที่องค์ฮ่องเต้ประทานให้เป็นเรือนที่พักของพระสนมซินอวี่นั่นเองพระตำหนักหย่งเจิ้นเคยเป็นที่ประทับของพระสนมองค์หนึ่งของฮ่องเต้พระองค์ก่อน แต่นางได้สิ้นชีวิตลงเมื่อครั้งมีประสูติการองค์ชายน้อย วันเวลาผันผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็นานหลายปี พระตำหนักแห่งนี้ถูกบูรณะขึ้นใหม่เมื่อไม่นาน เพื่อต้อนรับพระสนมองค์ใหม่ของฮ่องเต้ในวันนี้ถึงแม้รถม้าจะเคลื่อนล้อมาหยุดที่หน้าตำหนักแล้ว ทว่าฮ่องเต้กลับยังไม่ยอมปล่อยให้นางเป็นอิสระ จนต้องเงยหน้าขึ้นไปมองพระพักตร์เพื่อประท้วงให้ปล่อยตัว พระองค์ทรงยิ้มอย่างอารมณ์ดี หรี่ตาลงมองพระสนมที่อยู่ในอ้อมอก“ปล่อยหม่อมฉันได้แล้วเพคะ”“หากข้าไม่ปล่อย เจ้าจะทำอะไรข้างั้นหรือ”“ก็สุดแล้วแต่ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันไม่อาจขัดพระบัญชาได้อยู่แล้วนี่”“เจ้างอนข้าหรือ”“เปล่าเพคะ หม่อมฉันแค่รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์มีเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น”“เอาล่ะ ๆ ข้าไม่แกล้งเจ้าแล้ว รีบลงไปกันเถิด ถึงตำหนักของเจ้าแล้ว”“ตำหนักของหม่อมฉัน?” เมื่อได้ยินอย่างนั้
اقرأ المزيد
บทที่ 5 มีอะไรงั้นหรือ
“เพราะเหตุใดฝ่าบาทจึงทรงเลือกหม่อมฉันเพคะ ทั้งที่เราเพิ่งจะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว หม่อมฉันเคยได้ยินมาว่าการจะเข้ามาเป็นสนมได้ ต้องผ่านด่านมากมายมิใช่หรือเพคะ”“เจ้าเข้าใจถูกแล้ว สนมของข้ามีมากมายนัก แต่ข้าไม่เคยไปหาพวกนางเหล่านั้นสักคน ในชีวิตข้ามีเพียงแค่ฮองเฮาคนเดียวเท่านั้น แต่เจ้าเป็นอีกหนึ่งคนที่ข้ารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ ข้าได้ปรึกษากับฮองเฮาแล้วว่าอยากได้เจ้ามาเป็นสนมเอก ให้อยู่เหนือกว่าสนมคนอื่น ๆ และที่สำคัญเจ้ายังเป็นน้องสาวของแม่ทัพหยางผู้เก่งกาจ เชี่ยวชาญในการรบ การมีเจ้าเข้ามานั่นทำให้ราชบัลลังก์ของข้ามั่นคงยิ่งขึ้นอย่างใดเล่า”“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”“อีกสามวันข้าจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง หวังว่าเมื่อถึงวันนั้นเจ้าจะพร้อมทั้งกายและใจ”“เพคะฝ่าบาท”ฮ่องเต้ทรงยื่นพระหัตถ์มาสัมผัสใบหน้าสวยของนาง ทว่าอีกฝ่ายรีบเอียงหน้าหนีเสียก่อน นางไม่ได้ตั้งใจ แต่ยังไม่คุ้นชินกับการถูกบุรุษแตะเนื้อต้องตัวเช่นนี้“ไม่ได้งั้นหรือ”“เอ่อ...หม่อมฉันยังไม่ชินเพคะ ขอเวลาให้หม่อมฉันได้ปรับตัวสักระยะ”“ข้าบอกแล้วอย่างใดเล่า ข้าจะยอมอนุโลมให้แค่เรื่องบนเตียงเท่านั้น อย่างอื่นเจ้าจะไม่มีสิทธิ์ปฏิเส
اقرأ المزيد
บทที่ 6 จะนอนหลับได้อย่างไร
“เจ้าได้ยินเสียงหัวเราะเหมือนข้าหรือไม่”“เสียงหัวเราะ...ไม่ได้ยินเลยเพคะ”“ตอนแรกข้าก็นึกว่าตัวเองหูฝาด แต่กลับได้ยินเป็นครั้งที่สอง ข้ามั่นใจแล้วว่าไม่น่าจะหูฝาด มีใครอยู่แถวนี้หรือไม่”“ไม่มีเพคะ หม่อมฉันเข้ามาที่นี่เพียงคนเดียว ปกติแล้วหากไม่ได้รับอนุญาตใครก็เข้ามาในนี้ไม่ได้”“หรือว่า...จะเป็นผี”เมื่อคิดได้อย่างนั้นขนก็ลุกชันไปทั้งตัว นางกอดตัวเองพลางใช้มือลูบที่แขนไปด้วย นอกจากกลัวการขึ้นเตียงกับฮ่องเต้แล้ว ผีก็คืออีกหนึ่งอย่างที่นางกลัวขึ้นสมอง จำได้ว่าเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก นางเคยแอบหนีออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนจนค่ำมืดเลยเวลากลับบ้าน ทุกคนในจวนออกตามหา แต่นางกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งจะรู้จักกันได้นั่งจับเข่าคุยอยู่ข้างกำแพงฝั่งหน้าจวน ทว่าคนที่เดินผ่านไปมากลับไม่มีใครเห็นเลยสักคน เมื่อเพื่อนคนนั้นขอตัวกลับบ้านไปจึงมีคนเห็นนาง หลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นเพื่อนคนนั้นอีกเลย เล่าให้คนอื่นฟังใคร ๆ ต่างก็บอกว่าเพื่อนคนนั้นคือวิญญาณเร่ร่อน ทำให้กลายเป็นคนกลัวผีมาตั้งแต่ตอนนั้น“พระสนมอย่าทำให้หม่อมฉันกลัวไปด้วยสิเพคะ ตำหนักนี้คนยิ่งบอกว่ามีตำนานซะด้วยสิ”“ตำนานอะไร?”“เอ่อ...หม่อมฉันพูดไม่ได้เพค
اقرأ المزيد
บทที่ 7 ต้องการสิ่งใด
ช่วงสามวันที่ผ่านมาหยางซินอวี่ต้องเผชิญกับความยากลำบากมาโดยตลอด มันคือช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ ช่วงกลางวันต้องเรียนรู้กฎการใช้ชีวิตในวังหลวง รวมถึงการปฏิบัติตนในฐานะพระสนมเอกของฮ่องเต้ เมื่อได้มีโอกาสเรียนรู้นิสัยใจคอของเหวินกงกง ก็พบว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้ใหญ่ที่เคร่งครัดในเรื่องกฎระเบียบมาก จริงจังแต่ก็มีช่วงเวลาให้นางได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดเป็นระยะ เป็นขันทีที่เก่งรอบด้าน เหมาะสมแล้วสำหรับเป็นบุคคลที่ไว้วางพระทัยของฮ่องเต้เช่นนี้ส่วนกลางคืนต้องมาผวากับผีเด็กตนนั้น การไม่คุ้นที่คุ้นทางก็ว่านอนลำบากแล้ว ยังต้องมาเจอกับสิ่งลี้ลับอีก มันเป็นอะไรที่น่าปวดหัวยิ่งนัก พยายามข่มตานอนแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ นางจึงให้เข่อซิงเข้ามานอนเป็นเพื่อนในห้อง ทำให้สามารถนอนหลับเอาแรงไปได้บ้างในระหว่างนี้ฮ่องเต้ไม่เคยเสด็จมาหาที่ตำหนักหย่งเจิ้นเลยสักครั้ง แต่วันนี้ครบกำหนดที่พระองค์จะมาทวงคำสัญญาแล้ว เหวินกงกงกำชับสิ่งที่เคยสอนไว้นักหนาเมื่อต้องถวายงานรับใช้บนเตียง นางไม่เคยนึกเลยว่าการจะมาเป็นคนของฮ่องเต้ มันจะมีพิธีรีตองที่ยุ่งยากเช่นนี้ หากเลือกได้คงไม่อยากเข้าวังมาเป็นสนมเช่นนี้แน่“ทำ
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ปวดไปหมดเลย
นางรีบถามเพื่อไม่ให้มันค้างคาใจ อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าผีเด็กตนนี้มีที่มาอย่างไร นางจ้องหน้าผีเด็กอย่างตั้งใจรอฟังคำตอบ ถึงแม้ว่าจะเป็นผีแต่หน้าตาช่างน่ารักเสียจริง เห็นแล้วก็คิดถึงเสี่ยวซู หลานคนโปรดที่ตอนนี้คงกำลังวิ่งเล่นในจวนอย่างสนุกสนาน“หมอหลวงมาแล้วเพคะพระสนม”เสียงของเข่าซิงที่ดังมาจากด้านนอก ทำให้ร่างของผีเด็กตนนั้นจางหายไปต่อหน้าต่อตา หยางซินอวี่ขนลุกชันไปทั้งตัว ไม่นึกว่าตัวเองจะต้องมาเจอกับเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างนี้อีกครั้งหมอหลวงเข้ามาตรวจอาการของพระสนมซินอวี่ แล้วก็วินิจฉัยว่าเป็นอาการข้อเท้าแพลง แนะนำว่าช่วงนี้ให้งดลงน้ำหนักเท้าไปสักระยะจนกว่าจะหายดี หยางซินอวี่ยิ้มอย่างพอใจเมื่อมีข้ออ้างที่จะบอกกับฮ่องเต้ได้แล้ว คืนนี้นางคงรอดพ้นจากเนื้อมมือของเขาได้แน่แท้ช่วงเวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว ฮ่องเต้หลีซุนไฉเสด็จมาที่พระตำหนักหย่งเจิ้นด้วยพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พระองค์พยายามข่มใจรอวันที่จะได้มาเชยชมพระสนมเอกผู้งดงาม อยากเห็นและสัมผัสเรือนร่างของนางไปทุกสัดส่วนแล้วเสด็จมาถึงก็รับสั่งให้นางในทุกคนห้ามเข้ามายุ่มย่าม ส่วนตัวเองนั้นเดินตรงเข้ามาด้านในอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ให้ห
اقرأ المزيد
บทที่ 9 อย่าดิ้น
แต่คนอย่างฮ่องเต้รู้ทันนางตั้งแต่แรกแล้ว ไม่รู้ว่านางกลัวอะไรนักหนา ถึงได้หาเรื่องเจ็บตัวเพื่อเลี่ยงการเข้าห้องหอวันแรกเช่นนี้“เจ็บตรงส่วนใดบ้าง บอกข้ามาสิ ข้าจะช่วยดูให้” พระองค์ขยับวรกายเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนนางไม่มีทางหนีพ้น มือเรียวถูกจับไปสัมผัสลูบไล้อย่างทะนุถนอม พระหัตถ์ขององค์ฮ่องเต้เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ตรงกลางอก กำลังจะเปลื้องอาภรณ์ที่ปกปิดเข้าไปดูข้างใน แต่นางรีบจับมือห้ามไว้เสียก่อน“อย่าเพคะฝ่าบาท”“ก็ข้าจะช่วยดูว่าใต้ร่มผ้าของเจ้ามีรอยฟกช้ำหรือไม่”“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้เพคะ หม่อมฉันดูเองได้”“หากเจ้าอายข้าช่วยถอดเป็นเพื่อนได้นะ เราจะได้เหมือนกัน”“ไม่ต้องก็ได้เพคะหม่อมฉันไม่ต้องการ”ดูเหมือนว่าคำพูดของนางจะไม่มีผลต่อการตัดสินพระทัยของฝ่าบาท ฮ่องเต้ทรงถอดฉลองพระองค์ส่วนบนออกอย่างช้า ๆ โดยไม่ได้สนใจคำทัดทาน ทอดพระเนตรมองใบหน้างามนั้นอย่างไม่ละสายตา เรือนกายกำยำสมส่วน ผิวขาวดุจหิมะไร้ซึ่งที่ติสมกับเป็นองค์จักรพรรดิ ปรากฏแก่สายตาของหยางซินอวี่ เรือนกายของพระองค์ช่างมีเสน่ห์ชวนมอง หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำเมื่อพระองค์จับมือของนางไปสัมผัสที่แผงอกกำยำนั่น“ข้าถอดแล้ว เจ้าจะถอดได้หรือ
اقرأ المزيد
บทที่ 10 เพราะเหตุใด
“ข้ามีทางเลือกให้สองทาง นั่นคือนอนนิ่ง ๆ ให้ข้ากอดอย่างนี้ไปตลอดทั้งคืน อีกทางหนึ่งก็คือให้ข้าใช้กำลังบังคับเจ้า”ฮ่องเต้กล่าวหลังจากผละริมฝีปากออกมา พระหัตถ์ทั้งสองยังคงตรึงมือนางเอาไว้แน่น ใจจริงอยากจะจัดการนางให้ถึงฝั่งฝัน ทว่าในตอนนี้ร่างกายของนางได้รับบาดเจ็บ จึงมิอาจรังแกสตรีเพศเพียงเพื่อความสุขของตนเองได้ แม้ว่าเรือนร่างอรชรนี้จะยั่วยวนให้อารมณ์พลุ่งพล่านมากแค่ไหนก็ตาม“หม่อมฉันยอมแล้วเพคะ”“ยอมให้ข้าทำต่ออย่างนั้นหรือ”“มิใช่เพคะ หมายถึงยอมนอนนิ่ง ๆ ให้พระองค์กอด”หยางซินอวี่ไม่เคยรู้สึกอับอายขายขี้หน้าเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ เมื่อฮ่องเต้ยังคงจ้องมองหน้านางอยู่เช่นนั้น นางรู้...ไม่ว่าคำตอบจะออกมาอย่างไรพระองค์ก็คงจะพอพระทัย ที่สามารถเอาชนะนางได้“แล้วไม่กลัวข้าจะทำอะไรเจ้าหรือ”“ไม่มีสิ่งใดที่หม่อมฉันต้องกลัวเพคะ”“รอให้ถึงวันนั้นเสียก่อนค่อยพูดคำนี้กับข้า หากได้ลองแล้ว...บางทีเจ้าอาจจะอยากให้ข้ามาที่ตำหนักนี้บ่อย ๆ ก็เป็นได้หึ ๆ”คำที่พระองค์กล่าวออกมานั้นทำให้หยางซินอวี่ร้อน ๆ หนาว ๆ การที่ชายหญิงจะนอนร่วมเตียงกันนั้นมันน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือ“เหตุใดฝ่
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status