Masuk“ผัวไม่อยู่แรดวะ” !! หมับ !! “หึ...เดี๋ยวนี้หัดเที่ยวนิหว่า” “ทำไม หรือพี่ไทม์ที่พี่ตาม ตามฉันมานี้ เปลี่ยนใจ คิดจะสนใจฉัน” “สน ไม่สนมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ เธอเป็นเมียฉันแล้ว”
Lihat lebih banyak(มหกรรมงาน BxMax แฟร์)
ภายในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง มหาวิทยาลัย BxMax เดิมชื่อมหาวิทยาลัย B มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่วุ่นวายจากการตัดเตรียมร้านค้าภายในงาน สัปดาห์นี้เป็นเทศกาลงานแฟร์ซึ่งมีเหล่านักศึกษาและพ่อค้า แม่ค้าบุคคลากรภายนอกที่นำสินค้าและอาหาร ของใช้มากมายนำมาขาย
ไม่เว้นแม้กระทั่งสาวน้อยน่ารักสุดเปิ่น อย่างปลายฝัน ปาลิตา ซึ่งฉันจะพลาดงานสำคัญเช่นนี้ไปได้ยังไง และวันนี้ฉันไม่ได้มาเป็นแม่ค้าขายของกินจุกจิกอย่างกับที่ผ่านๆมา ร่างบางในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทสั้น ผมยาวสีดำถูกดัดปลายม้วนเป็นลอนรวบจุกมัดขึ้นกลางหัว รับกับใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้ม ฉบับลูกครึ่งญี่ปุ่นที่ได้เชื้อญี่ปุ่นมาอันน้อยนิด 1.1 เปอร์เซ็น มองผิวเผิน ที่เหลืออีก 99 เปอร์เซ็นไทยล้วนๆ ในมือทั้งหอบหิ้วกระเป๋าสีรุ้งขนาดใหญ่ไซส์จัมโบ้แบบไม่ห่วงสวย หลังจากที่เลิกคลาสสุดท้ายของวันในเวลา 5 โมงเย็น
“แกอีซันเร็วๆ หน่อยดิ ไหนพวกมึงสองคนบอกจะช่วยกู มาหิ้วถุงนี้ไปด้วยกันไง มาเดี๋ยวนี้” ปลายฝันนักศึกษาปี 2 ดีกรีสาวน้อยหน้าสวยตุ๊กตาประจำห้อง หันไปสั่งความสองสาวเพื่อนสนิทอย่าง ซันนี่และเอิงเอย
“อิเอิง มึงดูมัน สภาพถุงที่มันจะให้กูหอบ อิปลายมึงไม่มีกระเป๋าสวยๆ เก๋ๆ น่ารัก ให้กูกับอิเอิงหอบแล้วหรือไง นี้มันกระเป๋าตัดอ้อยป้ากูชัดๆ” ซันนี่สาวสองต่อว่าคนสั่งความ
“มึงอย่ามาว่า กระเป๋ายายกูนะอิซัน ถึงจะเชยและเก่าไปหน่อย แต่กูรักกระเป๋าใบนี้มาก” เพราะกระเป๋าใบนี้ฉันใช้ขนของไปขายเป็นประจำ สองนางนี้ไม่ชินอีกเหรอ แหมกล้าดียังไงมาว่าของรักของฉัน
“ถุงที่ไหนจะน่ารักเท่าของกู ไม่มีแล้ว มึงจะเอาหรือเปล่าตังอะ มึงจะเอาไหมคะ อิคนรวย” ปลายฝัน มือเท้าสะเอว หันไปต่อว่าคนเรื่องมากอย่างซันนี่พร้อมเอาเรื่องเพื่อนตัวดีสุดๆ ยัยนี่ก็พอๆ กับฉันที่เข้ามาเรียนมหาลัยเอกชนแห่งนี้ได้เพราะนางเป็นเด็กทุนนักกีฬา
ส่วนยัยเอิงเอยเป็นเด็กทุนเรียนดีเกรดเฉลี่ย 4.00 ชาตินี้คนสวยน้อยอย่างฉันก็ไม่ทีทางได้เกรดเฉลี่ยที่แตะเพดานชนิดชนท้องฟ้าแบบนั้นเด็ดขาด ส่วนฉันคนที่แหกปากพูดไม่หยุด นี้เป็นเด็กทุน เจ้าของมหาวิทยาลัย ลุงของฉันเป็นคนดูแลบ้านพักเจ้าของมหาลัยที่เขาใหญ่ ฝากฉันเข้าเรียนที่นี่ แต่ถึงฉันเป็นเด็กทุน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ฉันต้องจ่าย คนสวยอย่างฉันเลยต้องหาตัง ด้วยการสวมบทเป็นแม่ค้าตลาดนัดอย่างที่เห็นในวันนี้ไงละ แต่ฉันไม่ได้ทำทุกวันหรอกนะ ทำแค่ช่วงที่มหาลัยมีงานแฟร์เท่านั้น เพราะส่วนใหญ่ฉันมีงานทำ ว่างจากเรียน ฉันทำงานเป็นเอ็กซ์ตร้าเรียก ง่ายๆ ก็คือ ตัวประกอบกองถ่ายละคร เอ็มวี โฆษณา วิ่งผ่านกล้อง 1.1 วิไรงี้ เพราะฉันไม่ใช่คนสวยมากหรือโดดเด่น เข้าตาผู้กำกับ อย่างมากเป็นได้แค่ตัวประกอบ ทำงานเบื้องหลังกองละคร โฆษณา เอ็มวี เท่านั้นแหละ แต่นั้นลึกๆ ความฝันของฉันก็อยากเป็น ดารา นักแสดง ไรงี้นะ เพราะรายได้ดีมากๆ นั้นอะฝันฉันเลย
มาแนะนำตัวกันหน่อย ฉันเป็นลูกครึ่งไทย ญี่ปุ่น ซึ่งฉันบอกใครไป ก็ไม่มีคนเชื่อหรอกนะ ส่วนมากจะบอกว่าฉันมโนเพ้อเจ้อ นอกจากหนังหน้าไม่ให้ ได้เศษเสี้ยวคนญี่ปุ่นมาอันน้อยนิดแล้ว ลูกครึ่งอย่างฉันก็ จนมาก แบบจ๊น จน สาเหตุที่ไม่มีใครๆ เชื่อฉัน เพราะใครๆ ก็คิดว่า ลูกครึ่งต้องรวย เป็นลูกคุณหนูเรียนโรงเรียนอินเตอร์ นานาชาติ ไรงี้ แต่ยกเว้นลูกครึ่งอย่างฉันไว้คนหนึ่งละกันที่จ๊นจน จนมากๆ เรียนจบโรงเรียนวัดในตัวอำเภอ ต่างจังหวัดธรรมดานี้แหละ
ฉันเกิดที่ญี่ปุ่น แม่ฉันเป็นแรงงานต่างด้าวได้เสียกับชาวญี่ปุ่น พอฉันอายุ 4 ขวบแม่ฉันก็ส่งฉันมาอยู่กับคุณยายที่ต่างจังหวัด ตั้งแต่จำความได้คุณยายเป็นคนเลี้ยงฉันมา ฉันเจอหน้าแม่ครั้งสุดท้ายตอน 10 ขวบ จนกระทั่งยายฉันเสียเมื่อตอนอายุ 18 ฉันเหมือนคนบ้านแตก ไม่เหลือใคร พ่อฉัน ครอบครัว ฉันไม่เคยเจอ แม่มีครอบครัวใหม่กับสามีเป็นชาวญี่ปุ่นเช่นเดิม ฉันมีน้องต่างบิดา 2 คน แต่แม่ก็ไม่เคยส่งเสียฉันเพราะแม่อยู่ที่โน้นก็ทำงานเกษตรเลี้ยงน้องๆ ฉันย้ายมาอยู่กับลุงและป้าดูแลรีสอร์ตที่เขาใหญ่ และได้พบกับป้ารีน ภรรยาเจ้าของมหาลัย ท่านเห็นฉันขยันและอายุยังน้อย ให้ฉันเข้าเรียนต่อที่นี่ยังไงละ
“เออ ก็ได้ แต่กูถือถุงใบนี้นะ” ซันนี่หอบถุงสีดำที่ตั้งอยู่ข้างๆ กระเป๋าถุงไซส์มหึมาสีรุ้ง แบบนั้น ใครมันจะหอบลงจากตึกละ จากนั้นทั้งสองสาว หนึ่งชายในคราบสาวสวยก็ช่วยกันหอบกระเป๋าพะรุงพะรังออกจากตึกไปยังล็อกขายของโซนนักศึกษาที่พวกเธอจับจองพื้นที่เอาไว้ เพื่อนที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจ ก็ยัยสองตัวนี้แหละ
ไม่นานทั้งสามสาวก็ช่วยกันจัดเสื้อผ้ามือ 1 และมือ 2 นั้นจัดร้านเสร็จสับ
ทว่าขณะที่ปลายฝันวุ่นวายจัดของหน้าร้านอยู่นั้น ซันนี่กับหยิบเสื้อผ้าในถุงนั้นกองรวมกันขึ้นมา
“พระเจ้า แกนี้มันเสื้อผ้า แบรนด์เนมทั้งถุงเลยนิ อิปลายมึงไปขโมยของใครมา แกมันมีแต่ตัวใหม่ๆ งานดี ทั้งนั้น” ซันนี่ถามด้วยสีหน้าสงสัย เพราะมันใหม่มาก เหมือนใช้งานไม่กี่ครั้ง
“ของคนรู้จักน่ะ...” ปลายฝันตอบอย่างไม่ใส่ใจอะไร
“แกของแบรนด์เนม แบบนี้เราจะขายตัว 50-60 ไม่ได้ นะ ของดีมาก”
“แกจะอะไรนักหนาฉันได้มาฟรีๆ มีผู้ใหญ่ใจดี ยกให้นะ ขายๆ ไปเถอะ” แบรนด์เนมไม่แบรนด์เนมแล้วไง สวมเข้าไปก็ใส่ได้เหมือนกัน
“เสื้อกีฬาสีแดง นี้มันของเด็กถาปัตถ์หนิ อิปลายมึงเอามาจากไหน กูไม่ขายของโจรนะมึง” ยิ่งค้นซันนี่เอิงเอยสองสาวถึงกับตาลุกวาว เพราะมันเป็นเสื้อผ้าผู้ชายแทบจะทั้งกระเป๋า
“กูไม่ได้ขโมยมา แม่พี่ไทม์เขาให้กูมา เขาโล๊ะตู้เสื้อผ้าหนะ”
“พี่ไทม์ ถาปัตย์ปี 4” ทั้งสองสาวถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดๆ
“อืม”
“อร้าย...กรี๊ด กูเอาค่ะ กูไม่ขายแล้วคะ กูขอเหมาหมดนี้ อิปลายมึงเอาเท่าไหร่” ซันนี้ต่อรองราคา
ด้านซันนี่พอปลายฝันบอกเป็นเสื้อพี่ไทม์ รุ่นพี่ปี 4 หนุ่มหล่อสุดฮอตเบ้าหน้าฟ้าประทาน เทพบุตรที่สาวๆ ในรั้วมหาลัยคลั่งไคล้นักหนา ดีกรีทายาทรุ่นที่ 3 เจ้าของมหาลัย BxMax เท่านั้นแหละ ซันนี่เอิงเอยสองสาวถึงกับกรี๊ดลั่นตลาดแทบแตก
“กูไม่ขายให้พวกมึงสองคน” ปลายฝันไม่พูดเปล่า แต่กับแย่งเสื้อในมือของซันนี่มาหอบไว้แนบอก
“อ้าวอิปลาย มึงนี้เป็นแม่ค้าประสาอะไร ลูกค้าจะซื้อมึงไม่ขาย” ซันนี่สาวสวยหุ่นร่างชาย สวยถึกและบึกบึนมือเท้าสะเอวต่อว่าแม่ค้ามือสมัครเล่นอย่างปลายฝัน
“พวกมึงลืมไปแล้ว เหรอวันนี้ มึงกับมึง มาเป็นแม้ค้ากับกู อิซันมึงอย่า...” ปลายฝันต่อว่าซันนี่สีหน้าเอาเรื่องสุดๆ
“ก็แค่เสื้อ พวกมึงจะอะไรนักหนา”
“โอ้ย...อิปลายมึงนี้มันช่างไม่รู้อะไร เสื้อแบรนด์เนมทั้งกอง และไหนจะเป็นเสื้อพี่ไทม์ หนุ่มหล่อสุดฮอตในมหาลัยเราอีก มึงรู้ไหม ขาย 50 60 มึงเชื่อเถอะ ไม่ถึง 10 นาทีกองนี้หมดในพริบตา”
“หมดเร็วก็ดีน่ะสิ กูจะได้รีบกลับไปนอน หรือพวกมึงจะไม่ขาย” ปลายฝันถาม
“ขายย่ะ แต่มึงจะขายราคานี้ไม่ได้ค่ะ” ปลายฝันทำหน้าไม่เก็ท
“ขายแบบนั้น มันจะไปสนุกอะไร” เอิงเอยในสมองที่คิดอะไรได้นั้น หันมากระซิบที่ข้างหูเพื่อนสนิท
‘น่าสนุกดีแฮะ’ ปลายฝันที่ฟังเช่นนั้นถึงกับตาลุกวาว
พาพี่ไทม์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน พ่อเรียวตะ แม่เชอรีน มาเปิดตัว (เรื่อง พ่อแม่ พันธะร้ายนายวิศวะ ) ฝากเอ็นดู ดูเอ็นพี่ไทม์ด้วยนะคะ (น่ารัก เหมือนพ่อคับ อิอิ )
ปล... ❌ อย่าคลาดหวังกับ ปลายฝัน นะคะ น้องน่ารักใสๆ อิอิ เปิดเรื่องมา ก็แสบ เลย เล่นเอาเสื้อพี่ไทม์ ไปประมูลเลย อิอิ 😜
ไทม์ที่กลับมาถึงบ้านในเวลาสี่ทุ่มเศษ ทว่าขณะที่ไทม์เปิดประตูเข้ามาในบ้าน คนที่เขาคิดว่านอนกับวิ่งอุ้มตุ๊กตาเข้ามากอดขาด้วยความคิดถึง“ป๊ะป๋า มาแล้ว ป๊ะป๋าทำงานเหนื่อยไหมคะ” เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยถามบิดา ทำเอาไทม์ที่คิดว่าลูกเข้านอนแล้วนั้น ถึงจะเป็นคำถามทั่วๆ ไปที่แสนธรรมดา แต่พอเป็นลูกถามเช่นนี้ ไทม์ถึงกับน้ำตาซึม“เหนื่อยครับ แต่พอป๊ะป๋าได้กอดทับทิม ป๊ะป๋าก็หายเหนื่อย เลยลูก” ไทม์เอ่ยเสียงเรียบ ไม่คิดว่าลูกจะยังรอ เพราะนี้เลยเวลาเข้านอนของทับทิมแล้ว“งั้นป๊ะป๋ากอด น้อนนะคะ กอดนานๆจะได้หายเหนื่อย ค่ะ” ไทม์ทั้งกอดทั้งฟัดลูกสาวตัวแสบ สองขวบกว่าๆ แต่รู้ความมาก“ทำไม ไม่นอนละครับ”“รอนอนพร้อม ป๊ะป๋าค่ะ” คนเป็นพ่อถึงกับจุกอก เขาทำงานจนลูกต้องรอ ไทม์รู้สึกผิด ใบหน้าอันหล่อเหลาน้ำตาคลอเบ้า“ป๊ะป๋า ขอโทษนะลูก ป๊ะป๋ามีงานด่วนกับอาไนท์ สัญญาจากนี้ไป ป๊ะป๋าจะไม่ให้น้องรอ” ไทม์ จุ๊บเหม่งน้อยของลูกสาว เขาจุกแน่นไปหมดทั้งหัวใจ ที่ทับทิมและปลายฝันยังรอเขา ลูกไม่ยอมนอนแต่ปลายฝันก็ไม่ปริปาก รบกวนเวลาทำงานของเขา“พี่ไทม์มาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำ พักผ่อนเถอะนะคะ” เสียงหวานเอ่ยกับสามี เธอยิ้มให้กำลังใจหัวหน้าครอ
ด้านไทม์หลายวันต่อมา หลังจากที่ปลายฝันและลูกสาวน้อยยอมใจอ่อน ตามป๊ะป๋าไทม์มาใช้ชีวิต เริ่มต้นครอบครัวของเราอีกครั้งที่ไทย โดยที่การมาครั้งนี้ผมและปลายฝัน ไม่ได้กลับไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเรียว แต่ลูกและเมียของผมเธอเลือกที่จะมาอยู่เรือนหอ ที่มาดามชิและคุณนายรีนลดายกให้ผมและปลายฝันในวันแต่งงานของเรา แต่ผมและปลายฝันเราก็พาทับทิมไปทานข้าวที่บ้านคุณปู่คุณย่าสัปดาห์ละ 3 วัน ตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับคุณเรียวตะและคุณนายรีนลดา ถ้าไม่พาทับทิมไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่า คุณแม่ท่านคงไม่ยอมให้ผมและปลายฝันออกเรือน มาอยู่เรือนหอของพวกเรา เพราะติดหลานสาวตัวแสบเอามากๆส่วนเรื่องที่ผมมีลูกสาวที่น่ารักกับปลายฝัน อดีตภรรยา ที่ตอนนี้เป็นภรรยาคนเดียวของผม มีลูกโตทันใช้แบบนี้ ไอ้มาคัสรู้โลกรู้ ทำเอาเพื่อนๆ ญาติพี่น้องคนในตระกูลของผมช็อกไปตามๆกัน ไม่คิดว่าปลายฝันและผมเราจะมีเบบี๋ด้วยกัน เมื่อสัปดาห์ก่อน ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมก็จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ เปิดตัวลูกสาว และเมียใหม่ คนเดียว และคนเดิมของผมไปแล้ว ตอนนี้ทุกคนทราบแล้วว่าผม ไม่โสด ไม่ใช่พ่อหม้ายอย่างที่ไอ้ฟรอสต์ ไอ้หมอ ไอ้มาคัส เรียกผมมา 3 ปี“พ่อหม้าย” คำ
ด้านรีนลดาและเรียวตะ“หนูปลาย ตาไทม์ กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันสักทีนะลูก” รีนลดายิ้มให้ลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานตัวแสบ คนที่ดูมีความสุข คุณปู่คุณย่ารีนลดา ไม่คิดว่าตนที่เห็นภาพน่ารัก ครอบครัวอบอุ่นของลูกชาย คนเป็นแม่ถึงกับน้ำตาคลอ“ครับคุณแม่/ค่ะ คุณแม่” ปลายฝันและไทม์มองหน้ากัน เขายิ้มเธอยิ้ม โดยที่มีลูกสาว หัวเราะคิกคิก อ้อนปู่อ้อนย่าจากนั้นก็อ้าแขนขึ้น เด็กแสบก็ยกแขนขึ้นมาทั้งสองข้าง อ้อนปู่อ้อนย่า เสร็จก็ถึงที อ้อนป๊ะป๋าไทม์“ป๊ะป๋า อุ้ม อุ้ม...”“จะให้อุ้มไปไหนละครับ หึ...” ไทม์เอ่ยพร้อมกับงับเข้าแก้มเด็กแสบไปหนึ่งฟอดใหญ่“ไปดู ปลา ดูปลาค่ะ ป๊ะป๋า” บ่อน้ำปลาที่สวนหลังบ้าน พึ่งจะลงเครื่องขับรถมาเหนื่อย ๆ แค่ไหนแต่ลูกสาวอ้อนเก่งแบบนี้ มือหนาอุ้มลูกสาวขึ้นมา จากนั้นก็พาทับทิมไปดูปลาสัปดาห์ต่อมาด้านปลายฝันหลังจากที่ฉันตัดสินใจกลับไทยกับพี่ไทม์ เขาก็พาฉันไปจดทะเบียนสมรสใหม่ มีสามีใหม่แต่คนเดิม และคนเดียว โดยการจดทะเบียนครั้งนี้มี คุณพ่อคุณแม่ และที่พิเศษสุดก็พยานรักตัวน้อยของเราไปด้วยยังไงละ หลังจากที่เราจดทะเบียนสมรสเสร็จ ฉันกับพี่ไทม์เราก็แยกกับคุณพ่อคุณแม่มาที่บริษัท ซึ่งวันนี้พี่
ด้านไทม์หลังจากที่ผมตามปลายฝัน และลูกสาวมาที่ญี่ปุ่น และวันนี้ก็เป็นข่าวดีสำหรับผมที่ปลายฝันเธอยอมพาลูกกลับไทยพร้อมผม เราสามคนพ่อแม่ลูกก็ไม่ต้องห่างกันอีกแล้ว ส่วนคุณพ่อของปลายฝัน มีพยาบาลคอยดูแล อีกอย่างก่อนที่จะพาลูกสาวและหลานสาวของ ท่านกลับไทย ผมก็ได้ปรึกษาทางครอบครัวปลายฝันเรียบร้อยแล้วพ่อตาแม่ยายไฟเขียวครับ@Thailand@คฤหาสน์ตระกูลเรียวปลายฝันในรอบเกือบ 4 ปีที่ฉันไม่ได้กลับไทย ร่างบางรู้สึกใจเต้นตุบๆ ตับๆ ถึงจะเคยอยู่ เคยนอนที่นี่ แต่ก็ตื่นเต้นไม่น้อย พี่ไทม์พาฉันกลับไทย โดยที่ไม่บอกไม่กล่าวใคร บอกจะเซอร์ไพรส์คุณพ่อ คุณแม่ของเขายังไงละ รถสปอร์ตคันหรูวิ่งมาจอดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เมื่อฉันอุ้มทับทิมลงจากรถของพี่ไทม์“บ้านใครคะ ป๊ะป๋า” พอรถวิ่งมาจอดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่เด็กแสบของฉันก็ถามป๊ะป๋าทันที นี้เป็นครั้งแรกที่ทับทิมมาบ้านพี่ไทม์“บ้านคุณปู่ คุณย่าครับคนเก่ง” น้ำเสียงนุ่มละมุนหูเอ่ยตอบลูกสาว“คุณปู่ คุณย่า” เด็กน้อยตาโต พอป๊ะป๋าบอกบ้าน คุณปู่คุณย่าเท่านั้นแหละ ลงจากรถได้ไม่ทันไร ทับทิมก็วิ่งเข้าไปในบ้านโดยที่ฉันและพี่ไทม์ไม่ได้บอก ทับทิมวิ่งเข้าไปในบ้านโดยไม่มีท่าทีกลัวใคร เหม