Masukชาติก่อนบอดี้การ์ดตายเพราะโรคระบาด แต่เขากลับทะลุมาอยู่ร่างลูกชายตัวละครลับในนิยาย ‘นักล่าสาปบาป’ ไปๆ มาๆ ก็เจอกับพระเอก หรือฮันเตอร์หนุ่มผู้ได้ฉายาว่า ‘นักล่าเสพติดภูต’ ความรักเป็นไงไม่ทราบ แต่ความปากแข็งกวนส้นพระเอกน่ะรับประกันว่าไม่สมควรอายุยืนเลยสักนิด! ไม่ต้องห่วง ผมจะโชว์เหนือให้ไอ้หมอนี้หน้าหงายเอง!
Lihat lebih banyakเดิมทีโลกใบนี้มีสัตว์อยู่สองประเภท อันได้แก่ สัตว์นักล่าและเหยื่ออย่างสัตว์กินพืช หลายครั้งมนุษย์อาจคิดทะนงว่าตนคือ ‘นักล่า’ ที่เป็นที่สุดเหนือกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกทั้งใบ เพราะมีอารยธรรมกับความฉลาดที่ส่งต่อกันมา มันก็ใช่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่
เพราะในบางครั้งมนุษย์กลับเป็นแค่ ‘เหยื่อ’ ที่รู้จักวิธีปกป้องตัวเองเท่านั้น ไม่ได้วิเศษวิโสและไม่ได้ต่ำต้อย
แต่กับมนุษย์บางคนที่ผ่านการต่อสู้มานาน
วันหนึ่งก็ก้าวข้ามเป็น ‘นักล่าฉกาจ’ ได้เช่นกัน
“เดิมพัน 50 กิลครับ”
ชายหนุ่มในเครื่องแบบฮันเตอร์นามว่า ‘บิทเทอ โลฮาส’ นั่งตรงข้ามหญิงวัยกลางคน ภายในห้องกว้างที่มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟข้างโต๊ะกับเชิงเทียน ตั้งตามมุมต่างๆ ความสว่างเหล่านั้นสร้างบรรยากาศอบอุ่น แต่ขณะเดียวกันเงามืดก็ทำให้บางจุดแลดูน่ากลัว
ท่ามกลางพื้นที่อบอวลกลิ่นอายสงบยามดึกนี้ ปรากฏเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าใสทอดมองรอรับคำตอบจากคู่สนทนา
“เดิมพันสูงเหมือนเดิมเลย ไม่กลัวตายเหรอ?”
เสียงโทนต่ำตอบกลับพลางหัวเราะในลำคอ หญิงคนนี้คือ ‘ยานรัม ฮิลล์’ ทำหน้าที่บันทึกภารกิจฮันเตอร์ที่เข้ามารับงานต่างๆ ทางด้านบิทเทอได้ยินเช่นนั้น พลันเสสายตามองหน้าต่างบานกว้างด้วยท่าทีเฉยเมย จากนั้นตอบเสียงเฉื่อยหน่าย
“ไม่กลัว”
“ปล่อยวางเรื่องล่าฆ่าฟันไม่ได้เลยล่ะสิ”
“คงอย่างงั้นครับ”
ในสายตาที่มองออกนอกหน้าต่างนั้น มีสิ่งหนึ่งกำลังปรากฏ นั่นคือความต้องการชายคนนี้ที่มักโหยหามันเสมอ โหยหาเสียจนบางครั้งก็แอบพิกลใจตนเอง
“ยังหนุ่มยังแน่นอย่างนายเนี่ย ถึงไม่ตายง่ายๆ ก็ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี”
เธอยิ้มกว้างพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะชอบใจเบา ในฐานะผู้รับรู้กิจวัตร ฮันเตอร์คนนี้เป็นอย่างดี จึงไม่ยากที่จะเดาออกว่าเขาคิดจะทำอะไรต่อไป บิทเทอยกมุมปากส่งให้ในช่วงเวลาสั้นๆ อาจเป็นเพราะอำนาจแสงที่ไม่มากพอ ทำให้ยานรัมไม่เห็นชัดว่าเขาเผยรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกแบบไหน
“งั้นขอตัวก่อน”
ร่างโปร่งในชุดดำไม่คอยท่า กล่าวลาคนตรงหน้าหวังดำเนิน ‘กิจวัตร’ ต่อ
“โชคดีล่ะ คุณฮันเตอร์”
เธออวยพรพร้อมเท้าคางส่งยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง จนเมื่อเขาก้าวออกจากสำนักงานก็ตรงไปยังอีกสถานที่หนึ่งทันที โดยตั้งเป้าหมายยึดมั่นเอาไว้ในอก เท้าย่างเดินบนพื้นอิฐผ่านบ้านเมืองที่มีแสงเพลิงส่องจากเสาไฟข้างทาง หรือไม่ก็จำพวกตะเกียงห้อยตามหน้าบ้านเป็นหย่อมๆ
มีสิ่งหนึ่งที่เขาตามหามาตลอด แต่เขาก็อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร เขาไม่เคยคิดจะล้มเลิกแม้ไม่เข้าใจการกระทำตน กลับรู้สึกกระชุ่มกระชวยทุกครั้งที่เห็นความตายอยู่ตรงหน้า ราวกับว่าบางสิ่งทำให้หัวใจอบอุ่นอีกครั้ง เหมือนมันกำลังกลับมา
แต่สุดท้ายมันก็อยู่ได้ไม่นาน
อยากมาก อยากได้อีก
ขอมันได้ไหม? ขอเข่นฆ่าเดรัจฉานพวกนั้น
ใบหน้าคมคายผิวขาวกระจ่าง ดวงตาสีฟ้ามองตรงไปตามทางเดินแคบ เส้นผมบลอนด์ขาวสั่นไหวตามแรงลมพัดผ่าน จากสีหน้าเรียบนิ่งยากจะคาดเดาก็ผันเปลี่ยนไป มุมปากปรากฏรอยยิ้มอ่อนหลังจากที่ครุ่นคิดในหัวตัวเองมานานพักใหญ่
“ขอให้ครั้งนี้ไม่น่าผิดหวังแล้วกัน”
‘ทำไมฉันต้องมาตามคนหัวแข็งนั่นเวล่ำเวลาแบบนี้ด้วยเนี่ย~’
ชายร่างสูงผมยาวดำผู้เป็นเจ้าของความคิดเดินไปตามซอยเปลี่ยว เพราะด้วยเวลาที่เข้าสู่ยามวิกาลจึงมีชาวเมืองไม่กี่คนสัญจรผ่าน เขาชะงักฝีเท้าก่อนเปลี่ยนทางกะทันหัน แต่ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างเล็ดลอดเข้าโสตประสาท ด้วยความสงสัยจึงเลี้ยวเดินเข้าไปในตรอกเล็กระหว่างซอยทันที
‘เสียงร้อง?’
ในใจของเขามีเพียงคำถามหนึ่งเดียว สายตายังคงมองตามทางด้านหน้าอย่างสงสัย มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าเพราะอากาศที่หนาวเย็น ดวงตาหรี่เพ่งมองผนวกกับคิ้วเรียวเริ่มขมวดเป็นปม
ฉึก ...แผละ
เพียงแค่เสียงก็ทำใจร่วงไปถึงตาตุ่มได้ เหมือนบางอย่างกำลังต่อสู้ตรงหัวมุมตรอกอย่างหิวกระหาย สองเท้าหยุดลงที่ทางแยก สายตามองไปยังกำแพงเบื้องหน้ามีเงาไหววูบไปมา ไม่นานร่างสูงก็เลือกจะเบียดตัวเองขนาบกลืนไปกับกำแพงเพื่อชำเลืองมองสถานการณ์อยู่ห่างๆ แทน
สิ่งแรกที่แสดงตรงหน้าคือชายสวมชุดดำคลุมยาวถึงเข่าพุ่งโจมตีบางอย่างไม่ปรานี มือขวาถือครองดาบยาวตวัดหวดฟาดฟันต่อเนื่อง เสียงโลหะคมปะทะกันพักหนึ่ง ก่อนฮันเตอร์หนุ่มจะปัดป้องอาวุธศัตรูตัวสูงผิดธรรมชาติ พอได้จังหวะก็กะซวกกลางท้องงัดขึ้นจนโลหิตทะลักมหาศาล
‘เห็นกี่ครั้งก็ยังรู้สึกว่าหมอนี่มันบ้าเลือดชะมัด’
‘แต่…ช่างเถอะ นั่นก็เป็นนิสัยที่ฉันสนใจด้วยสิ~’
ครั้นศัตรูสิ้นฤทธิ์จึงดึงดาบออก ร่างสัตว์ประหลาดแทบไม่ต่างจากมนุษย์ล้มลงไปกองกับพื้นอิฐ ไม่นานโลหิตก็ไหลนองเป็นแอ่งกว้างส่งกลิ่นเน่า โดยคนสังหารคือ บิทเทอ โลฮาส
“ไม่เมื่อยรึไง”
เสียงเข้มของฮันเตอร์หนุ่มกล่าวถาม ในขณะที่ดวงตาสีฟ้าเรียวชำเลืองชมเชยผลงานตน
“มองตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ไม่เมื่อยรึไง แกน่ะ...”
ชายผมยาวดำที่แอบลอบมองอยู่สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายซึ่งเพิ่งต่อสู้เสร็จกลับรับรู้ตัวตนเขาได้เร็วจนน่าประหลาด “แสดงตัออกมา” โทนเสียงเยือกเย็นนั้นทำเอาคนถูกจับได้แอบใจหวิว เพราะดูจากสภาพแล้วก็อดกังวลไม่ได้ว่าคนที่เพิ่งจัดการสัตว์ประหลาดจะหันมาเชือดเขาทิ้งด้วยไหมหนอ
“...”
เขาก้าวออกมาจากมุมกำแพงช้าๆ มือทั้งสองดึงออกจากกระเป๋าเสื้อ ยกขึ้นไพล่ไว้หลังศีรษะ ท่าทางปราศจากความยำเกรง รวมถึงใบหน้ายังคงเรียบนิ่งเช่นเดิม
‘ตื่นเต้นชะมัด โดนจับได้แล้ววุ้ย~’
“มีเหตุอะไรที่มายุ่มย่ามย่านนี้”
ฮันเตอร์กล่าวพลางเลื่อนสายตามองชายนิ่งเงียบ “คุณใช่ไหม?” ก่อนอีกฝ่ายจะเริ่มปริปากพูดพร้อมทั้งรอยยิ้มแฝงเล่ห์เหลี่ยม
“?”
บิทเทอขานในลำคออย่างสงสัย ยิ่งเห็นอีกฝ่ายพึงพอใจต่อปฏิกิริยาเขาแล้ว ฮันเตอร์กลับยิ่งสงสัยกว่าเก่าในการมีตัวตนของชายแปลกหน้าคนนี้ “นักล่าเสพติดภูต” ฉายาเจ้าของผมบลอนด์ขาวถูกเอ่ยออกมา เขายังคงท่าทีเรียบนิ่งก่อนจะหรี่ตามองพร้อมคาดคั้นคนตรงหน้า
“แกเป็นใคร”
ในทีแรกนักล่าแสนดุดันอาบกลิ่นคาวเลือดแลดูไม่สนใจเขาเท่าไรนัก แต่ตอนนี้สายตาสีฟ้าคู่นั้นไม่อาจละจากหนุ่มผมยาวดำคนนี้ได้เลย ไหนจะรอยยิ้มที่แม้มีเสน่ห์สำหรับใครทั้งหลาย แต่ในสายตานักล่าอย่างเขาแล้ว มันคือคนปลิ้นปล้อนไม่น่าไว้ใจแม้แต่น้อย
‘ชักตื่นเต้นแล้วสิ~’
ชายผมยาวคิดแล้วเอ่ยต่อ “นักล่าชื่อดังอย่างคุณ ทำไมผมจะไม่รู้จักล่ะ”
“ต้องการอะไร”
“คุณก็รู้ว่าผมต้องการอะไร จำไม่ได้เหรอ? เราเพิ่งจะเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อนเองนะ” ฮันเตอร์ชายเอียงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเลิกคิ้วเหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาถอนหายใจพร้อมหันหลังเดินออกไปอย่างไม่แยแส คนยกมือไพล่ไว้หลังหัวมองเก้อแล้วเรียกไว้ทันที
“เดี๋ยวสิ!”
“อะไรอีก ถ้าไม่มีธุระก็อย่ามาเซ้าซี้”
“จำฉันไม่ได้จริงเหรอ?”
“จำอะไร? ฉันไม่เคยรู้จักคนแบบนาย”
‘ไอ้เวรนี้ ยังจะมาเป็นไม่รู้ไม่ชี้หน้าตาเฉยอีก’
“อา...ช่างเถอะ” ชายหนุ่มผมยาวดำลดมือลงจัดการตัดบทซะเอง นัยน์ตาสีน้ำตาลจับจ้องมองคนเป็นฮันเตอร์อย่างมีเลศนัย แต่เมื่อบิทเทอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่กล่าวอะไรต่อก็หันหลังเดินออกห่างไปเช่นเดิม
‘ก็พอรู้หรอกว่าไอ้เวรนี่กะเมินฉันลูกเดียว แต่แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ? ถึงขั้นทำเป็นไม่เคยเห็นหน้ากันเลยเนี่ยนะ แม่ง...กวนใจชะมัด’
“เฮ้!”
บิทเทอเดินออกไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกเรียกไว้อีกครั้ง ฮันเตอร์หนุ่มพรูลมหายใจก่อนเหลียวกลับไปมอง ก็เห็นอีกคนยืนส่งยิ้มค้างพร้อมกับชูนิ้วกลางให้อย่างโจ่งแจ้ง
‘พระเอกก็พระเอกเถอะ! ช่วยกวนตีนให้มันน้อยๆ หน่อยดิ๊!’
“อ๊า ฮะ ฮรึก!”เสียงคร่ำครวญปนเสียงเนื้อกระทบดังคลอในห้องนอนต่อเนื่อง บัดนี้ชายต่างโลกถูกอุ้มจนสองเท้าลอยเหนือพื้นโดยแขนคุณพระเอก บังคับให้คาเลนต้องโอบรอบคอบิทเทอไว้ จำต้องพิงแผ่นหลังกับกำแพงห้องไม่ให้ร่วงไป ใบหน้าทั้งสองหันเข้าหาชิดกัน ระยะนั้นใกล้พอให้ต่างฝ่ายต่างสัมผัสถึงลมหายใจร้อนรดผิวคาเลนสั่นคลอนทุกครั้งที่ถูกกระทั้นเสยด้วยเอ็นร้อน ใบหน้าเห่อแดงผนวกกับริมฝีปากเผยออ้า ดวงตาหรี่คลอของเหลวใสใกล้เอ่อไหล เส้นผมดำยุ่งกระเซิงเพราะแรงกระทำหลายระลอก ก่อนเรียวคิ้วจะขมวดคิ้วครั้นบิทเทอเบือนหน้าขบหูพร้อมบดเอวรสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วกายทำคนรับไปไม่ถูกขณะหนึ่ง สองมือจิกไหล่บิทเทอพร้อมเชิดหน้าคราง ปลายเท้าเหยียดเกร็งระริก ปฏิกิริยานั้นทำคุณพระเอกพึงใจไม่น้อย จึงเริ่มไล่ต้อนต่อด้วยการโลมเลียใบหูอย่างตะกละตะกลาม ยิ่งโดนแบบนั้นคาเลนยิ่งไปไม่ถูกจนต้องร้องระงม“หู…ฉัน ฮะ อ๊ะ!?”“งอแงทำไม”“อ๊า!” คาเลนเผลอย่นไหล่หลังโดนกระแทกใส่เต็มรัก แม้จะนึกเคืองบิทเทอที่พอได้โอกาสนำทีไรก็ชอบปากดี แต่ตอนนี้เขาไม่มีสติพอจะโต้กลับอะไรทั้งนั้น ยิ่งเขากวนกลับมีแต่จะโดนหมาป
‘เหมือนผมจะโดนเอาคืนเลยแฮะ’คาเลนนึกเช่นนั้นขณะนั่งตรงปลายเตียงในห้องนอนบิทเทอ มือถือซองบุหรี่เอาไว้แต่ไม่ได้หยิบสูบสักที เพราะถูกสองแขนคุณพระเอกกอดจากด้านหลังรั้งให้นั่ง หนุ่มต่างโลกนึกไปว่าตนโดนเอาคืน เหตุมาจากเมื่อช่วงเย็นเขาเองก็กอดบิทเทอตั้งแต่ตื่นมานานสองนาน ร้องไห้งอแงไม่ยอมปล่อย ค่ำนี้จะโดนกอดกลับแบบจุใจคงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ ชายผมดำยาวประบ่าเหลียวมองบิทเทอแล้วหัวเราะเบาในท่าทีนั้น“นายเนี่ย~ น่ารักจริงๆ เลย~”“...”“คิดถึงฉันมากเลยสินะ”ชายผมบลอนด์ขาวไม่ตอบพลางกระชับกอดแน่นขึ้น คาเลนไม่ขัดขืนอะไรพร้อมเอนพิงแผ่นอกคนข้างหลัง ดูเหมือนว่าความอาวรณ์บุรุษคนนี้จะมากกว่าที่คาเลนคาดไว้มาก เขานึกว่าพระเอกจะโกรธจนต่อว่าเขาไปหลายคำสวด แต่สิ่งที่บิทเทอทำกลับเป็นเพียงการสวมกอดอย่างอ่อนโยน และปลอบเมื่อเห็นเขาร้องไห้‘ทำเอารู้สึกผิดเลย…’“นี่ คาเลน”“หื้อ?”เจ้าของชื่อตอบขณะวางมือลูบแขนคนที่กอดเอวไปพลาง“เรากลับมาที่นี่ตอนไหน”“พอนายกับราวินรักษาตัวเสร็จ รานนามิดก็พาเรากลับ
ฟู่ว~เมื่อลาสต์บอสตัวจริงหลุดพ้นจากห้วงนิทราแสนหนักหน่วง พลันให้สายตาล่องลอยมองนิ่งพักหนึ่งค่อยยันกายนั่ง ก่อนจะสังเกตได้ว่าในห้องมีอีกบุรุษอยู่ด้วยจึงขานนาม “คุณวสันต์” คนสูบบุหรี่ตรงหน้าต่างเหลียวกลับมามองคนบนเตียง แล้วโบกมือต้อนรับเป็นกันเอง“ตื่นแล้วเหรอ?”“ครับ”แฝดคนเงียบพยักหน้าประกอบก่อนหันชำเลืองรอบๆ จากนั้นหยุดมองไปนอกหน้าต่าง คาดการได้ว่าเวลายามนี้คงย่างสู่ตอนบ่ายกว่า หนุ่มต่างโลกมองคนเพิ่งตื่นมึนๆ จึงเผยยิ้มบางพร้อมกล่าวแซว“คราวนี้หลับไปนานเลยนะ ไอ้น้อง”“นานขนาดนั้นเลยเหรอครับ…”ไซอาร์พูดเสียงต่ำกึ่งสงสัย คาเลนเปลี่ยนเป็นยืนพิงผนังยกศอกเท้าขอบหน้าต่างแล้วตอบกลับ “นานจนนึกว่าจะต้องเตรียมโลงให้นายแล้วน่ะสิ”“ฮะ ฮะ งั้นขอสวยๆ นะครับ”ลาสต์บอสหัวเราะเบารับมุกตลกร้ายคนตรงหน้า ตั้งแต่ทั้งสองร่วมทีมร่วมทางกันมา คนทะเล้นได้ค้นพบว่าบุคลิกอย่างเขากับลาสต์บอสเข้ากันได้ดีกว่าที่คาด แม้ว่าในหลายๆ อย่างของนิสัยจะต่างกันไม่น้อย แต่ความต่างที่ว่าใช่จะทำให้แยกชั้นเป็นน้ำกับน้ำมัน“คุณบิทเทอยังไม่ตื่นเห
แสดงสปอยล์TW :: Mentioned to sexual harassment , imprison , anesthetics and kidnapped (มีการกล่าวถึงการล่วงละเมิดทางเพศ กักขังหน่วงเหนี่ยว การใช้สารทำให้ระบบประสาททำงานน้อยลง และลักพาตัว)“ฉันมีเรื่องจะขอร้องทั้งสองคนค่ะ”รานนามิดกล่าวพร้อมทอดสายตามองเบนจามินกับราวิน โดยมือเธอนั้นวางไว้บนหัวเจ้านั่มนั่มหายใจฮ่อกแฮ่ก หญิงต่างโลกผงกหัวรับอย่างเข้าใจรอฟัง ปากขยับเคี้ยวใบไม้ไปพลาง ส่วนทางด้านราวินนั้นนั่งบนเตียงที่ตนนอนพักมาหลายวัน จนในที่สุดก็ฟื้นความเสียหายจากการต่อสู้กับศิลาแห่งมิมัวร์ได้“เพรลามิสต์ ไบรตัน ฉันอยากจะฝากให้พวกเธอจัดการเขา”“แต่ราวินเพิ่งตื่นเองนะ รานนามิด ความทรงจำกลับเข้าที่ดีรึยังก็ไม่รู้”นางร้ายได้ยินคู่สนทนาบอกแบบนั้นก็เข้าใจ “ดังนั้นฉันถึงมาถามน่ะ เพราะถ้าไม่พร้อมเดี๋ยวจะให้คนอื่นจัดการแทน” ระหว่างนั้นราวินนั่งนิ่งคล้ายตกหลุมกลุ่มความคิดบางอย่าง ก่อนริมฝ
รุ่งสางมาถึงในที่สุด ราวินนั่งเอนหลังพิงพนักในห้องรับแขกทั้งคืน รับรู้ได้ทันทีว่าวันใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง อันที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนตื่นเช้าหรืออะไร แต่อาจเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ได้หลับเอาแรงไปเยอะแล้วเลยไม่มีอาการง่วงใดๆ“ทำท่าทำทางเหมือนตัวเองเป็นรูปปั้นไปได้&r
เสียงแหลมดังแว่วเข้าโสตประสาทชวนระคายหู เปลือกตาคาเลนปิดสนิทไม่อาจมองเห็น สิ่งที่รับรู้ตอนนี้คือความว่างเปล่า เหมือนเขากำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เสียงเล็กแหลมดังเสียดขึ้นกว่าเก่า ใกล้ขึ้นกว่าเดิม คงเพราะใช้เวลาสดับฟังมาพักหนึ่งจึงแยกออกว่าเป็นเสียงแมลงกระพือปีกถี่ฮึก...ฮือ
ในเช้าวันต่อมา พอคาเลนและบิทเทอตื่นขึ้นจึงออกตามหาม้าสองตัวที่ผูกไว้นอกป่า ซึ่งราวินก็ได้ขอออกติดตามไปด้วย ใช้เวลาพักหนึ่งทั้งสามก็เดินทางพ้นจากป่า เจอม้าสองตัวที่ถูกผูกทิ้งไว้และไม่ถูกสัตว์ป่าโจมตีเข้าซึ่งถือว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่ง“วันนี้เราต้องย้อนกลับไปที่เมืองธานก่อน” บิท
“ผมว่าเรากำลังเจอปรากฏการณ์ประหลาด”คาเลนพูดขึ้นขณะนั่งวางศอกเท้าเข่าประสานมือรองใต้คางอยู่ที่ปลายเตียง สีหน้าเต็มไปด้วยความจริงจังผิดกับผมยาวดำซึ่งยุ่งฟูไม่เป็นทรง ถ้าสังเกตจากสภาพแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากคนเพิ่งตื่น“พูดบ้าอะไรแต่เช้า แล้วรังนกบนหัวนั่นม