ภรรยาข้าคือนางร้าย

ภรรยาข้าคือนางร้าย

last updateآخر تحديث : 2024-09-13
بواسطة:  malineeمستمر
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
40فصول
2.2Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

"หลูมู่หยาน" ลูกสาวของเทพเจ้าแห่งสงครามที่มีชื่อเสียงในหยานโจว ทวีปเทียนหลิง ชื่อเสียงของเธอทั่วทั้งจักรวรรดิถูกทำลาย ทำให้เธอกลายเป็นบุคคลไร้ค่า มาร่วมเป็นสักขีพยานในให้เธอ ทวงคืนบัลลังก์ผู้ยิ่งใหญ่ไปด้วยกันว่าเธอจะพิชิตภารกิจสำคัญได้หรือไม่

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 ของเหลือใช้จากจูไม

ทันทีที่หญิงสาวก้าวเข้าสู่ประตูของสถาบันจักรพรรดิ นางก็ได้รับสายตาที่หลากหลายโดยพลัน ทั้งดูหมิ่น แสดงความน่าขยะแขยง อิจฉา และเยาะเย้ย 

นางพรูถอนหายใจเบา ๆ ภายในจิต พลางคิดต่อไปว่า ‘นี่นางล้มเหลวขนาดไหน ถึงได้กลายเป็นศัตรูในสายตาของทุกคนเช่นนี้!’ นางพูดไม่ออกเมื่อเห็นสายตาของคนเหล่านั้น

ไม่มีความเป็นมิตรเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ 

หญิงสาวเมินเฉยต่อสายตาไม่เป็นมิตรเหล่านั้นอย่างใจเย็น และเดินก้าวเท้าตรงไปยังห้องสมุดที่เปรียบเสมือนจุดหมายมุ่งในการเดินทางครั้งนี้ 

จากข้อมูลที่อยู่ในหัวสมองของนาง ห้องสมุดของสถาบันแห่งความทรงจำในจักรวรรดิก่อนหน้านี้ ส่วนมากจะรวบรวมหนังสือของทั้งจักรวรรดิเอาไว้อย่างครอบคลุมและเป็นระบบมากที่สุด รวมถึงยังมีหนังสือที่บันทึกสมุนไพรและวิญญาณต่าง ๆ ในทวีปเอาไว้อีกด้วย

ตอนนี้เองนางต้องการทราบว่าพื้นที่ในทวีปที่นางยืนอยู่ในขณะนี้มีสิ่งจำเป็นสำหรับการปรับแต่งเม็ดยาเพื่อชำระล้างไขกระดูกหรือไม่ เช่นพวก… หญ้าวิญญาณอะไรแบบนั้น

นางคือ ‘หลูมู่หยาน’ ผู้ฝึกฝนรากฐานจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ของอาณาจักร ที่ต้องเผชิญหน้ากับสองวิญญาณที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด และนางก็ดันโชคไม่ดีที่เข้าไปพัวพันกับคลื่นพายุการต่อสู้ในห้วงอากาศที่ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง ร่างกายถูกทำลาย ส่วนวิญญาณลอยล่องไปในท้องฟ้าอันแสนกว้างไกล 

จนมาจบอยู่ที่ร่างหนึ่งร่างของผู้ที่ด้อยกว่านางในทวีปวิญญาณ…แห่งนี้

สำหรับหลูมู่หยาน ไม่ว่าจะอยู่ในอาณาจักรภพชาติที่แล้วหรือในทวีปแห่งนี้ นางต่างได้รับความเคารพจากความแข็งแกร่งทั้งสิ้น ทว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันกาลของหลูมู่หยานดูท่าทางเหลาะแหละ ซึ่งไม่ว่าใครก็ตามที่ผ่านการฝึกฝนด้านพละกำลังมานั้นสามารถเหยียบย่ำนางจนตายได้

นางจึงมีความต้องการที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองให้มากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นถ้าต้องการฝึกฝนอีกครั้ง หลูมู่หยานจะต้องทำการเปิดเส้นลมปราณของของร่างกายนี้ทั้งหมด มิฉะนั้นนางจะไม่สามารถดูดซับจิตวิญญาณของโลกหรือสรวงสรรค์ได้ และสิ่งเดียวที่จะแก้ปัญหานั้นได้นั่นก็คือการปรับแต่งมวลไขกระดูกและพัฒนาการกำจัดร่างกายอันแสนอ่อนแอนี้

ผู้ทำลายคือผู้ที่ปิดกั้นเส้นเมอริเดียนทั่วร่างกายและไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ ไม่ว่าพวกมันจะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่สามารถดูดซับกลิ่นอายของสวรรค์และโลกได้ ทำได้มากสุดเพียงการบ่มเพาะเป็นดาบระดับสูงเท่านั้น

หลูมู่หยาน เดินไปจนสุดทางพลางได้ยินเสียงแว่วของคนข้างหลัง พร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวของนาง

หญิงสาวคนหนึ่งเห็นหลูมู่หยานเดินผ่านไป นางกระซิบกับเพื่อนของนางที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “นั่นหลูมู่หยานไม่ใช่เหรอ? ทำไมนางถึงกลับไปเรียนที่สถาบันอีกครั้งล่ะ”

“นางจะทำอะไรได้อีกนอกจากไล่ตามฉีอี้ซวนในชั้นเรียน เมื่อนางมาที่สถาบันจักรพรรดิ” หญิงอีกคนตอบกลับเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเหยียดหยาม

“น่าอึดอัดจริง ๆ ที่จะกลับมา ไร้ยางอายชะมัด” คำพูดจากหญิงสาวแสดงถึงความปรามาสหลูมู่หยานอย่างชัดเจน

“ถูกต้อง ฉีอี้ซวน ไม่เคยทำหน้าตาดี ๆ กับนางเลยด้วยซ้ำ” น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเอ่ยชื่อ ‘ฉีอี้ซวน’ จากความเดียจฉันท์กลับกลายเป็นความโหยหาเสียดื้อ ๆ 

“การไล่ตามฉีอี้ซวนแบบไร้ยางอายของหลูมู่หยาน สักวันนางนั่นแหละที่จะเป็นคนทำให้ตระกูลหลูของนางอับอายไปด้วย”

“ใช่ แต่ก็นะ ทำไมหลังจากกูยานรานครั้งนั้นนางถึงไม่พิการล่ะ” หลังจากพูดจบ หญิงสาวอีกคนก็พูดเสริมขึ้นมาทันทีว่า “พัฟ! ข้าเกือบลืมไปแล้วนะ ว่านางเป็นขยะ”

“จุ๊ ๆ เงียบไว้ เดี๋ยวนางได้ยินก็จะพาลขนคนมาทุบตีผู้คนอีก ข้าจะบอกได้อย่างไรดีล่ะว่าพวกเขามีตัวตนแบบนั้น แล้วพวกขยะล่ะ? มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะจ่ายได้” ผู้หญิงคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรตามแบบฉบับของนาง

หลูมู่หยานเหลือกตากลอกไปมา แต่ภารกิจในวันนี้ไม่ใช่การสนอกสนใจหรือโต้เถียงกับพวกหล่อน แต่เป็นการหาวิธีปรับปรุงหรือปรับแต่ง หรืออะไรก็ตามกับร่างปัจจุบันนี้ของนางต่างหากล่ะ 

วันที่ร่างกายไร้ความแข็งแกร่งแบบที่ควรจะเป็นนั้นช่างน่าศร้าจริง ๆ และหลูมู่หยานเองไม่สามารถทำท่าทางไม่แยแสหรือไม่รู้ทุกข์รู้ร้อนกับการโดนกลั่นแกล้งเหมือนบรรพบุรุษของนางได้

ความเป็นจริงแล้ว บรรพบุรุษของนางไม่ได้เป็นพวกเหลือทนอดกลั้นอะไรทั้งนั้น นางได้รับการสืบทอดความทรงจำและอารมณ์ทั้งหมดของบรรพบุรุษมา ในสายตาของนางนั้น บรรดาบรรพบุรุษมักตกหลุมรักคนที่ไม่ควรรัก นางใช้วิธีงี่เง่าในการจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างกัน และถูกใครบางคนจงใจทำให้เสียหาย 

ในความเป็นจริง…คนเราไม่ได้เลวเพราะชื่อเสียงเสมอไปหรอก 

หลูมู่หยานรู้สึกเห็นอกเห็นใจบรรพบุรุษของนางเป็นอย่างมาก นางเกิดในครอบครัวที่คล้าย ๆ กับตระกูลหลูผู้อัจฉริยะ แต่นางก็ดันเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้หรือย่อท้อโดยกำเนิดเสียด้วยสิ

แม้ว่าพื้นหลังจะแข็งแกร่งขนาดไหน แต่มันก็ไม่สามารถเติมเต็มความเหงาและความไม่มั่นใจของตัวเองภายในใจของนางได้ ฉะนั้นนางจึงทำได้เพียงใช้ความเย่อหยิ่ง จองหอง โหดร้ายเพื่อปกปิดความสิ้นหวังและทิ้งการดิ้นรนเหล่านั้นเอาไว้ข้างหลัง เพื่อโลมเลียบาดแผลในใจอยู่เพียงผู้เดียว

ทว่าแผลนั้นมันเป็นบาดแผลที่ไม่อาจเลียด้วยความรักและจบลงด้วยความตายของวิญญาณที่สมัครใจตามเจตจำนง

ห้องสมุดตั้งอยู่ในป่าเมเปิลสีแดงที่อยู่ลึกเข้าไปในวิทยาลัย ภายในป่าเมเปิลสีแดงถูกก่อขึ้นเป็นรูปร่างตามธรรมชาติ มีเพียงการสวมใส่ตรานักศึกษาพิเศษของวิทยาลัยเท่านั้นที่จะทำให้ไม่หลงทางในป่าที่เต็มไปด้วยใบไม้สีแดงนี้

ใบเมเปิลขนาดใหญ่รูปทรงของมันคล้ายกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน แกว่งไกวไปตามแรงลม และดูเหมือนจะยิ่งสว่างขึ้นเมื่อเจอแสงแดด จนเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามในวิทยาลัยแห่งนี้

เมื่อมองไปยังสุดป่าเมเปิล ณ ที่แห่งนั้นปรากฏเป็นอาคารเก่าแก่ที่ทั้งดูลึกและยาวตั้งตระหง่านอยู่ 

จิตวิญญาณของหลูมู่หยานแล่นผ่านเข้ามาโดยพลัน แม้ว่าพื้นที่จะดูเป็นสถานที่ปิดและไม่ได้มีฐานที่ตั้งสำหรับฝึกจิตหรือสมาธิ แต่เพราะความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ จึงสามารถปลดปล่อยพลังแห่งจิตวิญญาณการฝึกจิตขั้นพื้นฐาน แถมยังสามารถตรวจจับได้ว่าภายนอกอาคารนั้นมีพลังงานอยู่โดยรอบเพื่อปกป้องห้องสมุดแห่งนี้

ทว่าหลูมู่หยานยังค้นพบว่าในช่วงเวลาเดียวกันมีกลิ่นอายเข้มข้นของดวงวิญญาณซุกซ่อนอยู่ นั่นทำให้นางมีความคิดที่อยากจะเข้ามาเป็นผู้ดูแลที่ห้องสมุดแห่งนี้

ประตูของศาลากังชูเปิดให้เข้าได้ตลอดทั้งปี นางยื่นป้ายนักเรียนให้กับผู้ดูแลทันทีเมื่อเท้าก้าวผ่านประตูเข้ามา หลังจากลงทะเบียนใช้ห้องสมุดตามกระบวนการเสร็จสิ้น นางจึงเดินเข้าไปในห้องด้านในและเดินตามป้ายเพื่อค้นหาสำเนาของ ‘บันทึกพืชภาคพื้นทวีปเทียนหลิง’

หลูมู่หยานหยิบสำเนานั่นออกมาและพลิกดูราว ๆ สองสามหน้า จากการกวาดสายตาดูแล้ว บันทึกเล่มนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ภาพประกอบเท่านั้น แต่ยังมีการบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดอีกด้วย ใบหน้าของนางแสดงรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อนางได้เจอของที่กำลังตามหา 

…จากนั้นนางจึงเดินไปบริเวณที่นั่งว่างริมขอบหน้าต่างและเริ่มอ่านบันทึกนั้นทันที 

ใบของดอกบัวสีแดง ผลน้ำลายงู ผลเพลิง และหญ้ารวมวิญญาณที่ต้องใช้ในยาซีซุยซึ่งก็มีชื่อแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย

หลูมู่หยานขมวดคิ้วเล็กน้อย ตามความทรงจำของเธอ การหาหญ้ารวมวิญญาณไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสามารถหาได้ตั้งแต่ร้านขายยาธรรมดาไปจนถึงร้านขายยาที่ดูหรูหรามีระดับ แต่ที่ยากมันคือผลเพลิงต่างหาก เพราะมันไม่ค่อยมีให้เห็นในตลาด ถ้าต้องการก็จะต้องเข้าไปในเปลวเพลิง ซึ่งสามารถพบมันได้ที่เทือกเขาไฟโลกันต์ ชายแดนของเมืองโจว

หลูมู่หยานพลิกหนังสือดูภาพประกอบพันธุ์พืชเล่มอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว พร้อมบันทึกข้อมูลของหนังสือให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ใช้มันในภายหลัง...

หลังจากที่ ‘ฉีอี้ซวน’ รับเหรียญรางวัลเสร็จแล้ว เขาเดินเข้าไปในห้องสมุดเพื่อหาหนังสือเสริมที่เขาต้องการ แต่เมื่อฉีอี้ซวนกำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบน ‘หยูกวง’ ก็สังเกตเห็นหญิงสาวที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ทางด้านข้างขอบหน้าต่างอย่างเงียบ ๆ 

เด็กสาวสวมใส่ชุดสีม่วงดูเรียบง่ายและสง่างาม ผสมกับผ้าไหมสีเขียวสามพันเส้นถูกผูกด้วยริบบิ้นสีดำ แม้ใบหน้าเล็ก ๆ จะไร้ซึ่งการประทินผิวด้วยผงแป้ง แต่ก็ยังดูสวยงาม รวมไปถึงองค์ประกอบทั้งหมดบนใบหน้า และเรียวคิ้วที่แม้จะย่นเล็กน้อยแต่ก็ส่งให้เครื่องหน้าของเจ้าหล่อนยังคงไว้ด้วยความสวยงามอยู่ดี 

แสงแดดอบอุ่นส่องเข้ามายังบริเวณด้านหลังของเด็กสาว เผยให้เห็นความอบอุ่นที่กระจายอยู่รอบกายภายใต้แสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับอารมณ์ของนางที่ดูเหมือนเพิ่งได้รับการล้างบาป และถูกอนุญาตให้เข้าสู่ความสงบ สง่างาม และมีความสุข

เมื่อมองอย่างพิจารณาทำให้ฉีอี้ซวน สะดุ้งตกใจ พลางนึกขึ้นเงียบ ๆ ว่า ‘หญิงสาวที่เห็นคือหลูมู่หยานจริงหรือ?’ เพราะในความทรงจำของเขา หลูมู่หยานมักชอบแต่งกายหรูหรา แสดงมาดภูมิฐานเท่านั้น แต่นั่นเป็นเพียงแค่เสี้ยวความคิดที่เห็นผ่านดวงตาของฉีอี้ซวนก่อนที่เขาจะเปลี่ยนทิศทางไปยังชั้นที่สองแทน 

หลังจากที่หลูมู่หยานได้อ่าน ‘หนังสือแห่งพืชทวีปวิญญาณสวรรค์’ ทั้งหมดแล้ว สายตาของนางยังเหลือบเห็นหนังสือบนชั้นหนังสือแนะนำทวีปแห่งสวรรค์ มือเรียวจึงพลิกดูทำให้พบกับ ‘หนังสือสัตว์ประหลาดและสัตว์ร้ายจากทวีปวิญญาณสวรรค์’ โดยบังเอิญ

นางอ่านหนังสือทุกเล่มด้วยความสนใจและบันทึกเนื้อหาทั้งหมดเอาไว้ พร้อมยืดตัวขึ้นนำหนังสือทั้งหมดที่อ่านกลับเข้าที่ และเดินออกจากห้องสมุดไปในที่สุด

เมื่อนึกถึงตำแหน่งที่พักในความทรงจำ หลูมู่หยานจึงรีบเดินออกจากป่าเมเปิลสีแดง แต่ในขณะที่นางกำลังจะเลี้ยวซ้ายเพื่อเดินไปต่อนั้น พลันก็ปรากฏเสียงยั่วยุอย่างรุนแรงดังขึ้นในหูของนาง

“โอ้ นี่ไม่ใช่คุณหลูหรอกหรือ ทำไมถึงวิ่งเร็วขนาดนี้เมื่อเห็นพวกเราล่ะยันรัน? หรือว่ากำลังกลัวที่จะพ่ายแพ่หรือเปล่า?”

หลูมู่หยานหันมองไปรอบ ๆ นางสังเกตเห็นชายสองคนและหญิงสองคนเดินออกมาจากอีกฟากของป่าเมเปิลสีแดง เมื่อลองมองจะเห็นว่าผู้หญิงที่กำลังพูดอยู่นั้นดูงดงาม โดยมีกระกระโปรงแดงตัวใหญ่ที่โอบหุ้มเรือนร่างอันร้อนแรงไว้ ด้วยใบหน้าที่แสดงความเป็นอิสตรี หากมองในแวบแรกก็คงจะดูเป็นหญิงไร้สมอง 

ถัดจากนางปรากฏเป็นเด็กสาวหน้าตาสวยงาม ผิวขาวสว่าง ยิ่งมีรอยยิ้มเขิน ๆ แต่งแต้มบนใบหน้า และชุดสีเหลืองขนห่านก็ยิ่งทำให้นางดูอ่อนโยนและสง่างาม

หลูมู่หยานจำคนสองคนได้จากห้วงความคิด หญิงสาวที่อยู่ในชุดสีแดงคือ ‘เซงรู’ ลูกสาวของพ่อค้าในจักรวรรดิผู้มั่งคั่ง ส่วนหญิงสาวอีกหนึ่งคนคือ ‘กู่ยันรัน’ ที่เปรียบดังดอกไม้สีขาวดอกเล็ก ๆ ที่ทำร้ายนาง

ทว่าผู้ชายสองคนที่เดินกับผู้หญิงสองคนนั้นแลดูจะโดดเด่นกว่าหญิงสาวทั้งสอง คนหนึ่งมีใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา รูปร่างสูงโปร่ง ประกอบกับการแต่งกายด้วยชุดสีดำที่ทำให้แสดงออกถึงเสน่ห์ของความเป็นชายผ่านความเย็นชาและเย่อหยิ่ง เขาคือ ‘ฉีอี้ซวน’

ขณะที่อีกคนสวมชุดสีม่วงหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยดวงตาสีพีช มีเสน่ห์ตามแบบฉบับบุรุษเพศ และมีลักษณะไปทางโบฮีเมียน ซึ่งนั่นก็คือเจ้าชายห้าแห่งอาณาจักรหยานโจว

“อย่าพูดอย่างนั้นรูรู ข้าว่าวันนั้นมีบางอย่างผิดปกติ” กู่ยันรันดึงแขนเสื้อของเจิ้งลูเบา ๆ เสียงของนางนุ่มนวลและอ่อนโยน

เซงรูมองอย่างโต้แย้งไม่ได้ ก่อนจะเปล่งวาจาออกมาอย่างดุเดือด “เจ้าใจดีเกินไปจะถูกคนอื่นรังแกเอาได้”

หลูมู่หยานเฝ้าดูนักแสดงทั้งสองอย่างเย็นชาและไม่ได้สนใจฉากดังกล่าวมากนัก นางเพียงเหลือบมองพวกเขาทั้งสี่ก่อนที่จะหันกลับมาและกำลังตัดสินใจจะเดินออกจากบริเวณนี้ไป

การเคลื่อนไหวของหลูมู่หยานทำให้ทั้งสี่คนดูประหลาดใจ โดยเฉพาะกู่ยันรัน หากเป็นไปตามสถานการณ์ที่ผ่านมาหลูมู่หยานคงจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างแน่นอน และคงชี้ไปที่เซงรูพร้อมกับตะโกนใส่นางไปแล้ว ทำให้บรรยากาศดูเย็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งกว่านั้น เสื้อผ้าและอารมณ์ที่ถูกปลดเปลื้องทำให้ดูเหมือนจะเป็นคนละคน และจู่ ๆ ลางสังหรณ์ไม่ดีก็ผุดขึ้นในใจของกู่ยัยรัน

“หลูมู่หยาน หยุดเดี๋ยวนี้!” เซงรูตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อหลูมู่หยานไม่ได้มีทีท่าจะสนใจคำพูดของนาง

ขณะเดียวกัน ฉีอี้ซวนไม่ได้คิดที่จะหยุดหลูมู่หยานแต่อย่างใด เขาเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยและคิดได้ว่าที่ห้องสมุดก่อนหน้านี้อารมณ์ของหลูมู่หยานดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน และนางก็หายตัวไปหลังจากที่เขาออกมา

หลังจากที่เขาออกจากห้องสมุด เขาได้พบกับพวก ‘หยุนจิน’ ทั้งสามคนและออกจากป่าเมเปิลสีแดงพร้อมกัน เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบหลูมู่หยานที่นี่อีก ซึ่งวันนี้หลูมู่หยานไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มเข้ามาพูดคุยกับเขาหลังจากที่ได้เจอกัน และนั่นก็ทำให้ฉีอี้ซวนอยากเห็นแล้วว่าหลูมู่หยานต้องการที่จะทำอะไรกันแน่

เสียงนี้ยังดึงดูดความสนใจของนักเรียนที่อยู่รอบ ๆ ที่หยุดการกระทำทุกอย่าง และหันมาสนใจกับการแสดงอันดีเยี่ยมฉากนี้

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

ฟารา รีนฯ.
ฟารา รีนฯ.
สนุกดี อย่าเทกันนะ
2025-12-25 14:45:13
0
0
40 فصول
บทที่ 1 ของเหลือใช้จากจูไม
ทันทีที่หญิงสาวก้าวเข้าสู่ประตูของสถาบันจักรพรรดิ นางก็ได้รับสายตาที่หลากหลายโดยพลัน ทั้งดูหมิ่น แสดงความน่าขยะแขยง อิจฉา และเยาะเย้ย นางพรูถอนหายใจเบา ๆ ภายในจิต พลางคิดต่อไปว่า ‘นี่นางล้มเหลวขนาดไหน ถึงได้กลายเป็นศัตรูในสายตาของทุกคนเช่นนี้!’ นางพูดไม่ออกเมื่อเห็นสายตาของคนเหล่านั้นไม่มีความเป็นมิตรเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ หญิงสาวเมินเฉยต่อสายตาไม่เป็นมิตรเหล่านั้นอย่างใจเย็น และเดินก้าวเท้าตรงไปยังห้องสมุดที่เปรียบเสมือนจุดหมายมุ่งในการเดินทางครั้งนี้ จากข้อมูลที่อยู่ในหัวสมองของนาง ห้องสมุดของสถาบันแห่งความทรงจำในจักรวรรดิก่อนหน้านี้ ส่วนมากจะรวบรวมหนังสือของทั้งจักรวรรดิเอาไว้อย่างครอบคลุมและเป็นระบบมากที่สุด รวมถึงยังมีหนังสือที่บันทึกสมุนไพรและวิญญาณต่าง ๆ ในทวีปเอาไว้อีกด้วยตอนนี้เองนางต้องการทราบว่าพื้นที่ในทวีปที่นางยืนอยู่ในขณะนี้มีสิ่งจำเป็นสำหรับการปรับแต่งเม็ดยาเพื่อชำระล้างไขกระดูกหรือไม่ เช่นพวก… หญ้าวิญญาณอะไรแบบนั้นนางคือ ‘หลูมู่หยาน’ ผู้ฝึกฝนรากฐานจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ของอาณาจักร ที่ต้องเผชิญหน้ากับสองวิญญาณที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด และนางก็ดันโชคไม่ดีที่เข้าไปพัวพัน
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ตบหน้า
ดวงตาของหลูมู่หยานฉายแววเจตนาฆ่าอย่างชัดเจนในเวลาเพียงไม่กี่วินาที พร้อมหันไปมองเซงรูอย่างเย็นชาเซงรูตกตะลึงกับสายตาคู่นั้นของหลูมู่หยาน พลางคิดว่าทำไมคนไร้ค่าอย่างนางถึงได้ทำท่าทางดูน่ากลัวได้ขนาดนั้น เซงรูตัดสินใจส่ายหัวไปมาพร้อมกับสูดหายใจและแอ่นหน้าอกใหญ่โตของนางแล้วพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “หลูมู่หยาน ข้าบอกให้เจ้าไปได้แล้วอย่างนั้นหรือ เจ้ากล้าออกไปงั้นรึ”ทว่าแววเย็นของของหลูมู่หยานนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าเก่า ผู้หญิงคนนี้มักจะมีท่าทีเขินอายกับลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ ของของเซงรูอย่างฉีอี้ซวน เดิมทีร่างกายร่างนี้จะหลีกทางให้กับแค่ครอบครัวของตระกูลฉีเท่านั้น แต่นั่นก็มันทำให้ผู้หญิงคนนี้ดูเป็นพวกไร้สมอง หยิ่งยโสมากขึ้นเรื่อย ๆ…“เจ้าจะทำอะไร? ข้าจะอยู่ถ้าข้าอยากอยู่ และจะไปก็ต่อเมื่อต้องการไป ข้ายังต้องถามความเห็นของเจ้าอีกไหม” หลูมู่หยาน กล่าวด้วยความรังเกียจที่แสดงออกผ่านทางสายตาไม่ใช่ว่านางดูถูกพ่อค้าหรืออย่างไร แต่สถานะโดยรวมของพ่อค้าในหยานโจวไม่สูงมากนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นเพราะพี่สาวของกู่ยันรันเข้าวังในฐานะนางสนมผู้สูงศักดิ์ ทำให้สถานะของพ่อค้าเริ่มดีขึ้น แน่นอนว่านางคิดว่ามั
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ทำการนัดหมาย
“อะไรที่ฟังมาจากฉีอี้ซวนเพื่อมาบอกให้ข้าหยุด แต่ข้าก็ไม่หยุดล่ะ? ทุกคนคิดว่าวันนี้ข้าจะไม่มาให้เขาเห็นหน้าได้อย่างไรกัน? ข้าเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเหรอ? ข้าไม่ใช่คนในตระกูลฉีที่ไม่สามารถเฉิดฉายอย่างนางบำเรออะไรนั่น” หลูมู่หยานหัวเราะอย่างแผ่วเบา และถามต่อไปด้วยคำพูดที่เหยียดหยาม นางต้องการพูดคุยเพื่อให้ทุกอย่างมันจบสิ้นเสียที นางไม่ใช่คนเดิมที่จะมาใช้กำลังเพื่อแก้ปัญหาอีกต่อไปแล้ว“เจ้า” ใบหน้าของกู่ยันรันเปลี่ยนเป็นสีขาว นางเกลียดการนิยามตัวตนในระดับนี้ที่สุด นั่นจึงทำให้นางหวังที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งในสถาบันฝึกจักรพรรดิเพื่อกำจัดตัวตนออกไปเสียทีนอกจากนี้ นางต้องการที่จะเป็นภรรยาจริง ๆ ของฉีอี้ซวน ไม่ใช่เพียงแค่นางสนมที่ดื้อรั้น หลูมู่หยานเก่งจริง ๆ เก่งมากที่สามารถกระตุ้นความโกรธของนางได้สำเร็จ“อะไรของเจ้า? ไม่มีอะไรจะพูด? คิดว่าข้าไม่รู้จริง ๆ หรือ ว่าไอ้สถาบันนางบำเรออะไรนั่นตั้งขึ้นโดยตระกูลฉีและมันกำลังจะเป็นสถาบันจักรพรรดิ? ตระกูลฉีนี่ดูผ่อนคลายจริง ๆ และพวกเขาก็ไม่ได้กลัวที่จะถูกสวมเขา” หลูมู่หยานแค่ต้องการกวนอารมณ์ของกู่ยันรันเมื่อกู่ยันรันได้ยินหลูมู่หยานพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ ใ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 หลูมู่ไป๋
หลังจากที่หลูมู่ไป๋และหลูมู่หยานจากไป ทั้งฉีอี้ซวนและคนอื่น ๆ ก็เริ่มทะยอยออกจากบริเวณนี้เช่นกัน จะเหลือก็แต่เพียงคนบางกลุ่มที่ยังคงจับกลุ่มคุยกันอยู่ที่เดิม ผู้หญิงหลายคนที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับหลูมู่หยานยังคงรวมตัวกันอยู่ คนที่แต่งกายและมีภาพลักษณ์ธรรมดาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า “หลูมู่หยานบ้าไปแล้วหรือ? ถึงยังอยากจะมีเรื่องกับกู่ยันรัน หรืออยากจะทะเลาะกันเพราะฉีอี้ซวน อีกครั้ง?” “ใช่ ถ้าต้องการสู้กับกู่ยันรันจริง ๆ แล้วหากจะเทียบ ตอนนี้หลูมู่หยานก็ยังเป็นนักดาบฝึกหัด แค่นักดาบรุ่นเยาว์ ข้าได้ยินมาว่ายังมีวัตถุดิบสำหรับปรุงยาอย่างดีอยู่อีกมาก ใช่ นางยังกล้าที่จะคิดนัดแข่งต่อสู้อีก รอวันตายหรือยังไง?” หญิงที่ดูท่าทีจองหองเอ่ยขึ้น หญิงอีกคนลุกขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรว่า “ถ้าพูดถึงตัวตนข้าคิดว่าอยู่สูงกว่า กู่ยันรันผู้ที่ทำให้พี่สาวเป็นราชินี มีปู่เป็นทหารชั้นสูงในราชสำนักและมีบิดาที่ผ่านสงครามจักรวรรดิ” “แม้ว่าครอบครัวของกู่ยันรันจะเป็นพ่อค้า แต่น้องสาวของนางมักจะเป็นที่โปรดปรานของคนในราชสำนัก และนางยังได้รับเลือกให้เป็นขุนนางเพียงแค่สองปีหลังจากที่เข้าวัง แล้วก็ครอบครัวของนางเป
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ทหารรับจ้าง
หลูมู่หยานเดินไปยังถนนอันแสนพลุกพล่านที่สุดของจักรวรรดิ เพื่อเดินทางไปยังสมาคมทหารรับจ้างของอณาจักรกวางโจวที่ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนสมาคมทหารรับจ้างตั้งอยู่ทุกที่ของทวีป ซึ่งการจะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงจ่ายแค่สิบเหรียญเพื่อลงทะเบียน และรับเหรียญตราประทับการเป็นทหารรับจ้างระดับต่ำได้หากต้องการสร้างทีม สิ่งแรกที่จะต้องมีนั่นก็คือเหรียญทอง ถัดมาอย่างน้อย ๆ ผู้นำจะต้องมีพื้นฐานการฝึกเป็นนักดาบที่ยิ่งใหญ่ และในแต่ละทีมที่ถูกจัดตั้งจะได้รับเหรียญตราประจำทีมระดับต่ำสุด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือเป็นทีมสุดท้ายปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นก็จะได้รับการยกระดับเหรียญตราทั้งบุคคลและทีมตลอดเส้นทางจะเห็นได้ว่ามีพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงเรียงรายขายของอยู่ริมถนน และในแต่ละร้านก็จะมีพนักงานคอยวิ่งวุ่นให้บริการลูกค้า ทำให้ถนนเส้นนี้มีเสียงตะโกนหรือแม้กระทั่งเสียงสวดมนต์ทำให้ดูมีชีวิตชีวา สำหรับสินค้าที่ขายส่วนมากจะเน้นไปที่สิ่งของสำหรับทหารรับจ้าง หลูมู่หยานหันกลับมาด้วยความสนใจ แต่ของที่ขายส่วนใหญ่ไม่ใช่ของที่นางต้องการ นางจึงมองไปยังร้านขายเสื้อผ้า ซึ่งเหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็รีบกุลีกุจอเข้ามาบริกา
اقرأ المزيد
บทที่ 6 การรักษาเข็มทอง
ในเวลานี้ชายชราและเย่เจียทั้งสามคนยังอยู่ในห้อง ชายที่มีอายุเท่ากันกับชายชรามองไปที่หลูมู่หยานด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่ของเขาถึงเชื่อหญิงสาวที่มีทักษะการฝึกฝนต่ำเช่นนี้ หลังจากนั้น สายตาเย็นชาก็เริ่มปรากฏให้เห็น พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้สนใจว่าใบหน้าของหลูมู่หยานจะสะสวยเพียงใด แต่เขาจะไม่ปล่อยให้นางหยิบยื่นความหวังและตบท้ายด้วยการมอบความผิดดหวังให้พี่ชายของพวกเขาอีกครั้งหลูมู่หยานไม่ได้สนใจสายตาของผู้อื่น นางหยิบเข็มทองที่ถูกทำขึ้นพิเศษออกมา ก่อนจะฉีดไปตามร่องรอยพลังวิญญาณที่อยู่ภายในเสื้อโค้ชของชายชรา และเจาะจุดฝังเข็มหลายบริเวณบนร่างกายส่วนบนของชายชราผู้นั้นแม้ว่าร่างกายนี้จะไม่สามารถดูดซับพลังงานที่อยู่โดยรอบได้ แต่หลังจากที่นางดูดซับได้แล้วนั้น หลูมู่หยานก็ยังหาวิธีสะสมพลังงานเหล่านั้นให้เปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณให้คงอยู่ในร่างกาย และการใช้มันทำก็สร้างความเจ็บปวดได้อย่างสาหัสเลยทีเดียว หลูมู่หยานใช้พลังวิญญาณและเข็มทองในการรักษาชายชราผู้นั้น และเชื่อว่าในครั้งนี้เขาจะไม่เจ็บปวดมากเหมือนที่ผ่านมา และนางเองก็มั่นใจทักษะทางการแพทย์ของตนเองครึ่งชั่วโมงถัดมา ใบหน้าของหลูมู่หย
اقرأ المزيد
บทที่ 7 ภารกิจทหารรับจ้าง
หลูมู่หยานเห็นว่าจวนจะได้เวลาที่จะต้องไปแล้ว แต่บุรุษทั้งสองยังคงทำทีก่อกวนไม่เลิก นางมองไปที่ฉีอี้ซวนอย่างกระวนกระวายและเย็นชาพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าทำลังทำอะไร?” “เจ้า หลูมู่หยาน ตระหนักไว้ก็ดีว่าเจ้าคือผู้หญิง ทุกวันนี้เจ้าทำตัวไม่เหมือนสตรีเลย” ฉีอี้ซวนไม่ได้คาดคิดว่าหลูมู่หยานจะใจร้อนและหยาบคายกับเขาขนาดนี้ นางที่เคยบอบบางและสง่างาม พลันความทรงจำก่อน ๆ ก็แล่นขึ้นให้หัวของเขา เด็กสาวที่น่ารักคนที่คอยวิ่งไล่ตามและเรียกเขาว่า “ท่านพี่ฉี” เมื่อยังวัยเยาว์ทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้เมื่อเห็นว่าฉีอี้ซวนเริ่มไม่ได้สติ หลูมู่หยานจึงกล่าวด้วยวาจาเหน็บแนมว่า “เจ้าเป็นใคร? ดูเหมือนสตรีหรือ?​ หรือมีอะไรหรือไม่?” นางเอ่ยก่อนจะเดินอ้อมไปทางอื่นและเดินจากไป โดยที่ไม่รอให้ฉีอี้ซวนตอบกลับแม้แต่ประโยคเดียว นัยน์ตาของฉีอี้ซวนแสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผยต่อหยุนจินผู้ซึ่งกำลังประหลาดใจยืนอยู่กับที่ และมองผู้มี่สวมใส่ชุดสีม่วงจากไปช้า ๆ หลูมู่หยานเอ่ยเอ็ดฉีอี้ซวนเงียบ ๆ ระหว่างที่กำลังเดิน ชายคนนี้พูดจาและทำเหมือนกับนางเป็นเพียงแค่อาหาร ความรู้สึกของหลูมู่หยานที่มีต่อฉีอี้ซวนค่อนข้างซับซ้อนและเต็มไปด
اقرأ المزيد
บทที่ 8 เทือกเขาเพลิงที่รุนแรง
เช้าวันรุ่งขึ้น หลูมู่หยานเดินทางไปที่สมาคมทหารรับจ้างก่อนเวลาเปิด ในเวลานั้นเย่ชิงหานและคนอื่น ๆ มาถึงกันแล้ว“วันนี้แม่นางหลูตรงเวลาดีนะ” เย่ชิงหานเอ่ย พร้อมยกยิ้มที่มุมปาก ขณะมองไปที่หญิงสาวชุดสีม่วงที่เพิ่งมาถึงหลูมู่หยานเดินเข้ามา ยักไหล่และเอ่ยว่า “ข้าเกรงว่าท่านจะไม่รอ หากข้าสาย”“เจ้าคือหมอของเรา แม้ว่าเจ้าจะไม่รอคนอื่น แต่คนอื่นก็ยังรอเจ้าอยู่ดี” เย่ชิงหาน ยิ้มทั้งสองคุยกันอีกสองสามคำ ตอนนี้ทีมก็พร้อมเดินทางแล้ว พวกเขาขี่มอนสเตอร์ระดับหนึ่งบนหลังม้า เพื่อลดระยะเวลาในการเดินทางเย่ชิงหานและพรรคพวกของเขามีทั้งหมดหกคน ยกเว้นเย่ชิงหาน ส่วนหลูมู่หยานรู้จักเพียงลู่เหล่าเท่านั้น เขายังคงติดตามหญิงสาวรูปงามและชายหนุ่มสามคน รวมไปถึงชายหนุ่มอีกสองคนที่ดูเหมือนทหารรับจ้างทวีปที่หลูมู่หยานอยู่เรียกว่า ‘เทียนหลิง’ ประกอบไปด้วยสี่แคว้นทางตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ และแคว้นเล็ก ๆ อีกนับไม่ถ้วน โดยในแต่ละแคว้นก็จะมีประเทศน้อยใหญ่ตั้งอยู่ในนั้น ซึ่งโจวเหยียนนับเป็นอีกประเทศที่มีความแข็งแกร่งน้อยที่สุดในแถบภาคตะวันออก และหนึ่งในสิบสถานที่ที่อันตรายที่สุดของเทียนหลิงอยู่ในอณาเขตของโจ
اقرأ المزيد
บทที่ 9 สาวใช้จับผิด
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเชิงเขา เทือกเขาแห่งเพลิงอัคคีถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาทึบ มีหนามล้อมรอบเป็นวงกลมตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า หากจะเข้าไปด้านในต้องทิ้งม้าเอาไว้ด้านนอก และใช้วิธีเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น “ม้าวายุมาได้เพียงเท่านี้ เราต้องเดินเท้าเข้าไป” เย่ชิงหานหันหลังลงจากหลังม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างามพร้อมกับหน้ารับ ก่อนทำแบบเดียวกัน ไม่นานเย่ชิงหานก็เป่านกหวีดทำให้ม้าทั้งเจ็ดอันตรธานหายไป “ม้าวายุเหล่านี้ค่อนข้างมีจิตวิญญาณ พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของท่านหรือ?” หลูมู่หยานไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเหล่าสัตว์วิญญาณในทวีปนี้มากนัก นางรู้แค่เพียงขั้นพื้นฐานที่ได้จากห้องเรียนสัตว์ชั้นสูงเท่านั้น แน่นอนว่ามันไม่เข้ากับสัตว์ทุกตัวบนโลก เย่ชิงหานอธิบายด้วยรอยยิ้ม “สัตว์ประหลาดระดับที่หนึ่ง ไม่มีค่าของสัตว์เลี้ยงวิญญาณ อาจารย์ด้านอสูรวิญญาณของพวกเรามองไปที่ระดับพลังวิญญาณ และทำข้อตกลงกับสัตว์วิญญาณ”“เช่น ผู้รับใช้วิญญาณสามารถทำข้อตกลงกับสัตว์เลี้ยงวิญญาณได้หนึ่งตัว แต่การทำข้อตกลงสามารถทำสูงสุดได้เพียงสิบตัวเท่านั้น ฉะนั้นอาจารย์ด้านอสูรจะไม่ทำข้อตกลงกับกับสัตว์อสูรเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียโควต
اقرأ المزيد
บทที่ 10 ผลไม้แห่งเพลิง
กลุ่มคนที่กำลังเดินไปตามทางไม่พบปีศาจทั้งระดับสูงหรือต่ำ แต่ก็ต้องหลบเลี่ยงไปก่อนเพราะคำเตือนจากเย่ชิงหาน อีกครึ่งวันต่อมา พวกเขาทั้งหมดรีบไปยังบริเวณด้านนอกของเทือกเขาแห่งเพลิงอัคคี ณ บริเวณนั้นมีป่าหนาทึบอยู่ด้านหน้า และหลังจากที่เดินไปได้สักพัก พลันหูก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่อยู่ไม่ไกล ทำให้เย่ชิงหานและอีกหลายคนตื่นตัว“นายน้อย เราจะไปที่นั่นกันไหม” ลู่เหล่าทอดสายตาออกไปเบื้องหน้า และเอ่ยถามเย่ชิงหานอย่างระมัดระวังดวงตาของเย่ชิงหานเต็มไปด้วยความสุขุมและลึกล้ำ เขาเริ่มทำสมาธิข่มจิตให้นิ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “ไป ไปดู” ภายหลังคำพูดของนายน้อย ทัพก็เริ่มเคลื่อนตัว เพื่อเร่งไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงการต่อสู้ เมื่อพ้นช่วงที่เป็นป่าทึบก็จะเริ่มเป็นลานโล่ง ณ เวลานี้ชายสามคนถูกล้อมรอบไปด้วยปีศาจขนปุยระดับที่สองและสาม โดยมีชายสองคนนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น หนึ่งในนั้นเริ่มหายใจโรยริน ดูแล้วน่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส “พวกข้ากำลังเจอปัญหาช่วยข้าที พวกข้าจะขอบคุณมาก” ชายคนหนึ่งอยู่ตรงนั้น ตะโกนขอความช่วยเหลือทันที เมื่อเห็นเย่ชิงหานและทัพของเขา“พวกเจ้าจัดการซะ” เย่ชิงหานเอ่ย เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status