เข้าสู่ระบบเขาคือมาเฟียหนุ่มที่ไม่เคยรักใครและไม่อยากมีครอบครัวมาก่อนจนกระทั่งวันหนึ่งรู้จักกับหญิงสาวที่บังเอิญเจอและได้ช่วยเหลือเธอไว้ ข้อแลกเปลี่ยนคือยอมเป็นเมียอย่างลับๆ ของเขา แต่เมื่อได้ใกล้ชิดความรู้สึกก็เปลี่ยนใจออสตินทั้งรักทั้งลงจนถอนตัวไม่ขึ้น จากสถานะเมียลับๆ ก็อยากจะบอกทุกคนได้รู้ว่าเธอคนนี้คือผู้หญิงของของเขา
ดูเพิ่มเติม"Grabe ka naman, boss! Hindi niyo pa nga kilala 'yang babaeng 'yan, gusto mo na kaagad na angkinin! Paano kung may asawa pala 'yan? E 'di, masasaktan ka din sa huli? Naintindihan ko na nangungulila ka kay Ma'am Ira pero matagal na po siyang wala. Kailangan niyo na po'ng mag-move-on pero... 'wag naman sa ganito, boss. Mali 'tong ginagawa mo. Paano naman ang pamilyang naghihintay sa babaeng 'yan, boss? Kawawa din sila kung ganoon," mahabang litanya ni Graziana sa boss na si Thunder Santillan, ang kasalukuyang CEO ng Santillan Group of Companies.
"Shut the f*ck up, Grazie!" singhal ni Thunder sa kan'ya. "Naririndi na ako sa bunganga mo. Wala kang ginawa kung hindi ang sermonan ako! Sino ka ba, ha? Secretary lang kita!She might be the one who can make me whole and happy! So please, leave. Hindi ko kailangan ng sermon mo, o ni Kuya! Out!"
Natitigal si Graziana sa narinig. Parang may pumipiga sa puso niya ng mga sandaling iyon. Oo nga naman, sekretarya lang siya nito. Bakit pa kasi siya nangingialam?
Napalabi siya dahil iba na ang tono ng pananalita ng boss. Paniguradong galit na ito.
Bakit? Concern lang naman siya, ah. Paano nga kung masaktan ulit ito dahil sa babaeng nakahimlay sa hospital bed na ito? Malamang sa malamang, masasaktan ulit siya. Kasi nga... mahal niya ang boss.
Oo, mahal na mahal niya ang boss, mula pa noong unang maupo siya sa upuang nakalaan para sa kan'ya bilang sekretarya nito. Matagal na siyang inlove dito. Kahit na may asawa na ito hindi niya napigilan ang sariling hindi ito mahalin. Kaya nga kahit gaano pa kabigat ang work load niya sa trabaho ay tinatanggap niya para lamang dito. Gano'n naman talaga ang mga nagmamahal, nagtitiis makasama lang ang iniibig. Umaasa kasi siya, na mahalin din siya nito, kagaya ng mga napapanod niya sa television, mga boss na nai-inlove sa sekretarya.
Oh, yes! Matagal na niyang ipinagdarasal na mangyari iyon sa pagitan nila ng boss. Pero nang malaman niyang pinalitan nito ang mukha ng babaeng iniligtas nito ng mukha ng dati nitong asawa, para na namang dinudurog ang puso niya. Pero wala, e. Mahal niya talaga. Magtitiis na naman siya.
Akala pa naman niya nagkakagusto na ito sa kan'ya sa mga nakalipas na taon, 'yon pala hindi. Kaibigan at sekretarya lang talaga ang turing nito sa kan'ya. Sandalan sa tuwing may problema ito. Mukhang ganoon na lang siguro ang role niya sa buhay nito.
Sana kasi hindi na ito nakipagmabutihan sa kan'ya bilang kaibigan. Ito tuloy, umasa siya at nasasaktan naman siya.
Ba't 'di man lang kasi siya nito makita bilang babae? Bakit? Maganda, masipag at sexy naman siya kagaya ng dati nitong asawa? Bakit hindi man lang kasi nagkakagusto sa kan'ya ang boss niya na ito?
"What are you waiting for, Grazie? Pasko? Bagong taon? Get out, now!" matigas na sabi nito sa kan'ya.
Kailangan bang ulit-ulitin sa harap niya?
Napapikit siya saglit at inayos ang sarili. "Fine! Uuwi na ako! Bahala ka sa buhay mo! Huh! 'Wag na 'wag kang tatawag o kakatok sa bahay ko para sabihing malungkot ka! Never na kitang ico-comfort! Hindi mo pa rin talaga makuha na concern lang ako sa'yo? Hindi dahil sa kung sino lang ako boss. Hindi mo lang ako secretary, kaibigan mo din ako, remember? Ayoko talaga kasing nakikita kang malungkot," aniya dito na ikinatigil nito.
"J-just leave, Grazie. Please?" anito sa mahina ng tinig.
Nagpakawala siya ng buntong-hininga bago tumalima. Inis na hinigit niya ang sling bag at mabilis na lumabas ng silid na iyon. Pabagsak na isinara niya iyon.
Nilingon pa niya ang pintuan kasabay ng paggalaw ng itaas na labi niya.
"Bwisit! Paano mo nga ako makikita, kung sa ibang tao ka naman nakatingin! Matagal na akong nandito sa tabi mo, boss pero para lang akong hangin sa'yo. Sana makita mo rin ang halaga ko, Thunder. Sana makita mo rin ako bilang isang babae," naisatinig niya habang hindi inaalis ang tingin sa pintong nilabasan.
Malungkot na hinayon niya ang sarili palabas ng hospital na iyon. Pumunta siya para ipaalam, na handa na ang gamit ng babaeng hanggang ngayon ay wala pang malay dahil sa aksidente, at handa na rin ang chopper na sasakyan ng mga ito pabalik ng Bicol.
Dalawang beses pa na tinampal niya ang d****b bago binilisan ang lakad palabas ng ospital na iyon.
Napalabi siya ng maalala na naman ang sinabi ni Thunder na sekretarya lang siya nito.
Napakahirap talaga kapag one-sided love lang!
วรรษมนอยู่อิตาลีเกือบสองสัปดาห์ก็กลับมาเมืองไทยเพราะอีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอม เธอกลับมาพร้อมกับออสตินส่วนบิดามารดาของเขานั้นกำลังจัดการเรื่องธุรกิจและวางแผนจะบินตามมาอยู่ที่เมืองไทยถ้าทุกอย่างที่นั่นเรียบร้อยแล้ว “พี่ออสตินไม่อยู่เมล่อนขอไปเดินซื้อของกับเพื่อนได้ไหมคะ เมล่อนว่าตอนนี้ตัวเองอ้วนขึ้นคงต้องไปซื้อชุดนักศึกษาเพิ่มใหม่หรือว่าจะลดความอ้วนดีคะ” “อ้วนที่ไหนพี่ว่าแบบนี้ดีออกเวลากอดก็เต็มไม้เต็มมือดี ส่วนเรื่องชุดพี่ว่าซื้อใหม่เถอะแล้วอย่าเอากระโปรงสั้นมากนะ เสื้อก็อย่ารัดรูป เขาแค่พอดีตัว” “พี่ออสตินหวงเหรอคะ” “หวงสิ เมียทั้งสวยทั้งเซ็กซี่แบบนี้เป็นใครก็หวง” ตั้งแต่ตกลงว่าจะแต่งงานกับออสตินก็มักจะเรียกเธอว่าเมียจนติดปากแต่วรรษมนก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเธอก็ชอบที่ได้ยินเขาเรียกแบบนี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ยังเป็นแค่เมียลับๆ ของเขาก็ตาม“พี่จะไปนานไหมคะ”“ไปแค่สองวันเองแล้วก็จะรีบกลับมากอดเมีย”“เมล่อนอยากไปด้วยนะคะถ้าไม่ติดว่าต้องเตรียมตัวก่อนเปิดเทอมเมล่อนจะขอไปด้วย”“เอาไว้ครั้งหน้าที่จะเลือกวันไปทำงานให้ตรงกับวันหยุดดีไหมเมล่อนจะได้ไปดูโร
คุณจิโอวานนี่กลับมายังห้องนั่งเล่นอีกครั้งพร้อมกับกล่องกำมะหยี่อีกหลายกล่อง “นี่มันอะไรคะ” “เปิดดูสิผมว่าคุณน่าจะชอบนะ” เขาบอกภรรยา เธอเปิดกล่องที่วางตรงหน้าออกทุกใบซึ่งในนั้นมีสร้อยเพชรและต่างหูที่เขาชุดกันจะขาดก็แต่สร้อยข้อมือซึ่งเธอรู้ดีกว่าใครว่าสร้อยข้อมือนั้นอยู่ที่ไหน “คุณซื้อทั้งชุดเหรอคะ ฉันนึกว่ามีแต่สร้อยข้อมือ” “ใช่สิ ผมอยากให้คุณใส่ทั้งชุดแต่คุณไม่ยอมสวมเสื้อเปิดคออีกเลย ผมไม่อยากให้คุณคิดมากก็เลยเอาแค่สร้อยข้อมือให้คุณ” ที่ผ่านมาเขาซื้อชุดเครื่องเพชรให้ภรรยามาตลอดแต่ก็จะเก็บสร้อยคอและต่างหูแยกไว้ เขารอวันที่ภรรยาจะกล้าใส่เสื้อที่เปิดให้เห็นคอซึ่งมีรอยแผลนิดเดียวและถ้าไม่สังเกตหรือจ้องนานก็ไม่มีใครเห็น “ขอบคุณนะคะที่ซื้อมาให้ ต่อไปนี้ฉันคงจะได้ใส่ครบชุด” “ผมถามหน่อยสิ ทำไมคุณถึงได้กล้าสวมชุดแบบนี้ล่ะ” “ก็แผลมันนิดเดียวนี่ถ้าไม่มองดีๆ ก็ไม่มีใครเห็นหรอก จริงไหมเมล่อน” “จริงค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่บอกหนูก็ไม่เห็น” “ผมกับลูกก็เคยบอกคุณแล้วแต่คุณไม่ยอมฟังเราเลย” “ก็
กลับมาถึงบ้านวรรษมนและคุณอลิษาก็ช่วยกันเข้าครัวซึ่งวันนี้คุณอลิษาเป็นคนลงมือทำอาหารเองทั้งหมดโดยมีป้าวิไลและวรรษมนคอยเป็นลูกมือ “อร่อยมากเลยค่ะคุณผู้หญิง วิไลว่าวันนี้คุณผู้ชายกับคุณออสตินคงได้ทานข้าวกันหลายจานแน่ๆ” “อย่าลืมตักไปแบ่งกันกินด้วยนะฉันทำเผื่อทุกคน” “ขอบคุณค่ะคุณผู้หญิงมาเรียว่าคงต้องหุงข้าวเพิ่มล่ะคะ กับข้าวฝีมือคุณผู้หญิงอร่อยมากจริงๆ” “อร่อยจริงหรือแกล้งชมกันล่ะมาเรีย” คุณผู้หญิงของบ้านถามเพราะไม่ค่อยมั่นใจเนื่องจากตนเองไม่ได้เข้าครัวมานานหลายปีแล้ว “อร่อยจริงๆ ค่ะ” สาวใช้พยักหน้า เธอเคยทานอาหารไทยมาแล้วแต่ไม่เคยทานอาหารไทยที่อร่อยแบบนี้มาก่อน “ถ้าพวกเธอชอบฉันจะพยายามเข้าครัวบ่อยๆ” คุณผู้หญิงของบ้านยิ้ม “ชอบสิคะ แต่มาเรียกลัวคุณผู้หญิงเหนื่อยคุณผู้หญิงสอนมาเรียได้ไหมคะ มาเรียอยากทำเก่งๆ” “สอนหนูด้วยนะคะหนูก็อยากทำเก่งๆ” วรรษมนอยากเรียนรู้เพื่อจะเอากลับไปทำให้ออสตินทาน “ถ้าอยากจะเรียนกันจริงก็จะสอนให้” “ขอบคุณค่ะคุณผู้หญิง” / “ขอบคุณค่ะแม่” สองสาวที่วัย
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่คุณอลิษาเลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีความสุข เธอเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อยู่นานก็ได้เสื้อผ้ามาเกือบยี่สิบชุดจนวรรษมนต้องโทรศัพท์ตามคนขับรถมาเอาไปเก็บ ส่วนเธอกับมารดาของคนรักก็เดินไปช้อปปิ้งกันต่อ “แม่คะ เราแวะร้านนั้นกันไหม” วรรษมนชี้ไปยังร้านเครื่องประดับแบรนด์ดังที่อยู่ถัดออกไปอีกไม่มากนัก “ก็เอาสิ” เพราะตนเองได้ของที่ถูกใจแล้วก็เลยอยากจะตามใจหญิงสาวบ้าง พอเข้ามาถึงในร้านวรรษมนก็เดินไปยังมุมที่มีสร้อยคอโชว์อยู่เต็มตู้ “เธออยากได้สร้อยเหรอ” “เปล่าค่ะ คุณแม่นั่นแหละค่ะที่ต้องซื้อ” “ฉันเหรอ” “ค่ะ ก็ชุดที่เราซื้อเมื่อกี้คอมันกว้างและคุณแม่ก็ต้องมีสร้อยสวยๆ ไว้ใส่คู่กันนะคะจะให้คอโล่งไม่ได้” “แต่เครื่องเพชรที่บ้านฉันก็มีอยู่แล้ว” “นั่นมันคือเครื่องเพชรสำหรับใส่ออกงานค่ะ แต่ที่เรามาซื้อมัยเป็นสร้อยที่เราจะใส่ได้ทุกวันเอาหลายๆ แบบเลยนะคะจะได้เปลี่ยนไปตามชุดที่เราใส่” “ทีซื้อกระเป๋าเธอทำเป็นว่าแล้วทำไมสร้อยพวกนี้ถึงไม่ว่าล่ะ” “เมล่อนอยากให้คุณแม่แต่งตัวส
การเดินทางมาอิตาลีครั้งนี้นอกจากออสตินจะมาทำธุระเรื่องงานแล้วเขายังถือโอกาสมาอวยพรวันเกิดให้กับมารดาของตนเองอีกด้วย ตั้งแต่มาถึงเขาก็ยังไม่เคยพาวรรษมนไปเจอกับบิดามารดาเพราะอยากจะพาเธอไปให้ท่านรู้จักในงานวันเกิดซึ่งจะมีคนมากันหลายคนและมารดาของเขาคงไม่กล้าที่จะหักหน้าเขาหน้าบรรดาเ
“ออสตินคะ” “มองหน้าผมทำไมคิดว่าที่ผมให้ลงมาเพราะผมจะพอแค่นี้เหรอเมล่อน หันหลังให้ผมสิ” วรรษมนทำตามอย่างว่าง่ายเธอพลิกตัวหันหลังให้เขาก่อนที่เขาจะโน้มตัวเธอให้ราบลงบนโต๊ะให้สะโพกสวยลอยเด่น “เซ็กซี่ชะมัด” ออสตินพึมพำขณะที่สองมือบีบสะโพกปลุกเร้าหญิงสาว
พอออกจากร้านกระเป๋ามาแล้วมิ้นต์ก็หยุดเดินกะทันหันจนคนที่เดินตามมาข้างหลังชนเข้าอย่างจัง “จะหยุดทำไมไม่บอกก่อนล่ะมิ้นต์”“เรามีเรื่องต้องคุยกันนะเมล่อน” มิ้นต์พูดด้วยสีหน้าจริงจัง“เรื่องอะไร”“ก็เรื่องในร้านกระเป๋าเมื่อกี้ไง เกิดอะไรขึ้นกันแน่”“เดี๋ยวเราเล่าให้ฟังนะ ตอนนี้
เวลาในแต่ละวันไม่ได้ผ่านไปอย่างไร้ค่า ถึงแม้ว่าตอนนี้ออสตินจะยังไม่กลับมาจากกาสิโนที่สามเหลี่ยมทองคำเพราะนอกจากเขาจะไปดูกาสิโนแล้วเขายังซื้อโรงแรมที่นั่นเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง เลยทำให้ยังไม่สามารถกลับมากรุงเทพได้ แม้ว่าตัวจะอยู่ไกลแต่ชายหนุ่มก็ยังพยายามปลีกเวลาวิดีโอคอลมาหาวรรษมนเกือ





