LOGINเพราะเคราะห์กรรมซวยทำให้"ลัลนา"ไหลตายในวัยยี่สิบสี่แต่เธอกลับโชคดีได้ตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับได้เห็นหน้าชายผู้มีพระคุณที่กล่าวกับเธอว่า"กูเรียกเมื่อใด ใกล้ไกลมึงต้องมา"
View More“ลัลนา”
“จ๋าแม่”
เสียงหวานขานรับเมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้นอยู่หลังประตูไม้ไผ่ภายในเรือนหลังเล็กที่เธอนั้นอาศัยอยู่คนเดียว ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นแล้วเดินไปหยุดยืนอยู่หลังประตูโดยเปิดแง้มไว้เพียงแค่เล็กน้อยให้แม่ของเธอสามารถเดินเข้ามาได้
“เหตุใดไม่ออกไปนอกเรือนบ้าง”
“...ข้ายังรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่น่ะจ้ะ”
“อาการเก่ากำเริบอีกแล้วรึ”
“ไม่จ้ะ”
“อะไรของเอ็งวะ ไหนมาให้ข้าดูใกล้ ๆ จะได้เร่งพาไปหาพ่อครูให้เขาช่วย”
“ไม่ไปนะจ๊ะ แค่นอนพักเดี๋ยวก็หาย”
ลัลนารีบปฏิเสธเมื่อได้ยิน วันนา คนเป็นแม่เอ่ยบอกว่าจะพาไปหาพ่อครู ทำให้สายตาของผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนหรี่ลงแล้วมองจ้องใบหน้าของลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างจับผิด
“เอ็งไปทำอะไรมา”
“ข้าอยู่แต่ในเรือน แม่จะให้ข้าทำอะไรล่ะจ๊ะ”
“ก็เพราะอยู่แต่ในเรือนนี่แหละข้าถึงได้ไม่วางใจ อย่าให้ข้ารู้เชียวว่าเอ็งแอบร่ำเรียนอาคมอันใด สำเหนียกไว้เสียบ้างว่าตัวของเอ็งมันไม่ได้สมประกอบเหมือนผู้อื่นเขา”
“ข้าก็เหมือนผู้อื่น”
“ตอนที่ข้าเบ่งเอ็งออกมาจากท้องน่ะใช่ แต่พอโตมาน่ะไม่ใช่”
สายตาคมดุของวันนาที่อยู่ภายใต้หัวสวมมองจ้องไปยังใบหน้าเรียวเล็กของลัลนาที่ไร้ซึ่งหัวสวมด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและหวาดกลัว เพราะตัวเธอนั้นไม่อยากจะเสียลูกสาวเพียงคนเดียวไปอีกเป็นครั้งที่สอง...
ลัลนา หญิงสาวอายุยี่สิบห้าปี ผู้มีใบหน้าเรียวเล็กเพียงเท่าฝ่ามือดวงตาคู่คมที่ล้อมรอบไปด้วยแพรขนตายาว เสริมให้ดวงตาเธอนั้นแสนมีเสน่ห์ และเป็นสายตาที่คนเป็นแม่นั้นมั่นใจว่าหากชายใดได้พบสบตาจะต้องถวิลหาและอยากครอบครองนางเป็นแน่
อีกทั้งจมูกยังโด่งคมรับกับริมฝีปากสีสดโดยไม่ต้องเติมแต่ง ผิวกายที่ขาวจัดเพราะเธอมักจะหมกตัวอยู่แต่ในเรือนและรูปร่างที่แสนจะสะโอดสะอง แม้ว่าเธอจะตัวเล็กแต่หน้าอกที่ถูกผ้าพันอกบดบังไว้กลับเบียดชิดและล้นขึ้นมาด้านบนเป็นเนินใหญ่แสนอวบอิ่ม หน้าท้องก็แบนราบรับกับเอวคอดและสะโพกผายแสนเย้ายวน
ทุกอย่างที่เป็นเธอคนเป็นแม่กล้าพูดได้เต็มปากว่าลัลนาเป็นหญิงที่ชายหนุ่มทุกคนต่างปรารถนาและต้องการจะได้เป็นเมีย
“หัดออกนอกเรือนเสียบ้าง มิเช่นนั้นเอ็งคงจะหาผัวแล้วออกเรือนไปเหมือนผู้อื่นเขาไม่ได้”
“...”
“หรือเอ็งมีใจให้ผู้ใดอยู่แล้ว”
แก้มขาวพลันขึ้นสีเมื่อคนเป็นแม่เอ่ยถามราวกับว่ามองเธอออกจนทะลุปรุโปร่งพร้อมกับรีบก้มหน้าหลบสายตาแม้ว่าตอนนี้จะไม่ทันแล้วก็ตาม
“ผู้ใด เอ็งบอกข้ามา”
“...”
“พ่อครูรึ”
“ไม่ใช่นะจ๊ะ”
“แล้วมันเป็นผู้ใด แน่นอนว่าหากเป็นเจ้าผืนป่าเอ็งก็เสียท่าโดนหญิงจากข้างนอกมันแย่งชิงไปแล้ว รึว่าที่เอ็งเป็นเช่นนี้เพราะตรอมใจอย่างนั้นรึ”
“ไม่ใช่พี่ผืนป่าจ้ะ ข้าไม่เคยคิดอะไรกับพี่เขาเช่นนั้นเลย”
“แล้วมันเป็นผู้ใด ไม่ใช่พ่อครู ไม่ใช่ผืนป่า หรือว่าจะเป็นเจ้าผืนฟ้า เจ้าควันธูป”
วันนายังคงเอ่ยถามไล่ต้อนลูกสาวเพราะนอกเหนือจากกลุ่มคนที่เอ่ยชื่อมาเธอก็ไม่คิดว่าจะมีผู้ใดที่เข้าท่าและเข้าตาลูกสาวเธอได้
และก็ยิ่งทำให้วันนานั้นมั่นใจเพราะหลังจากที่พูดจบลัลนาก็ยืนเงียบไปด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี
“ข้าชอบพอผู้ใดแล้วอย่างไรเล่า เพราะเขาผู้นั้นไม่ได้ชอบพอข้าจ้ะแม่”
“ก็เพราะพวกมันไม่ได้เห็นเหมือนที่ข้าเห็นต่างหาก”
“เช่นนั้นยิ่งไร้ค่า หากเขาจะพึงใจอยากมีข้าเพียงเพราะปรารถนาอยากเสพสม”
“แล้วจะให้พวกมันชอบพอเอ็งได้อย่างไร ในเมื่อเอ็งเอาแต่อยู่ในเรือน”
“ข้ายืนอยู่ตรงหน้า เขาก็ยังไม่ชายตาแลข้าเลย”
ลัลนาเอ่ยพูดด้วยความน้อยใจเพราะพิธีเลือกคู่ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าจะออกไปยืนเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่เธอรัก แต่นอกจากเขาจะไม่เลือกเธอแล้วยังไม่แม้จะปรายตามองมาสักนิด
สิ่งเดียวที่เยียวยาหัวใจของเธอได้คือการที่เห็นว่าเขาก็ยังไม่เลือกหญิงใดเป็นคู่เช่นเดียวกัน
“หากอยากมีผัวเอ็งก็จะต้องหมั่นเข้าหาและทำให้มันหลงรักเอ็ง ไม่ใช่มัวแต่โศกเศร้าเสียใจอยู่ในเรือน เพราะเอ็งก็รู้ว่าการเลือกคู่คือการที่ชายและหญิงต่างตกลงปลงใจชอบพอกันจากจิตใจมิใช่หน้าตา”
“ข้ารู้ แต่ช่างเถอะข้าไม่ได้ทุกข์ร้อนขนาดนั้น”
“เออ แล้วแต่เอ็ง”
“แล้วแม่มาหาข้าด้วยเหตุใด”
ลัลนาถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยถามถึงเรื่องที่ทำให้คนเป็นแม่นั้นต้องมาหาเมื่อสายตาทอดมองออกไปนอกเรือน แล้วเห็นว่าตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มหม่นแสงและความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามากลืนกิน เป็นสัญญาณบอกว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว
“เขาพูดกันหนาหูว่าตอนดึกเห็นผีหญิงงามออกมาเดินล่อลวงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเรือนของชายไร้คู่”
“เรือนชายไร้คู่?”
“เออน่ะสิ คงอยากจะลวงด้วยความงามแล้วพรากลมหายใจพวกมันไปทีหลัง”
“ไม่จริง”
“อะไรที่ไม่จริง ผีรึ มีคนเห็นกับตาเอ็งจะมาว่าไม่จริงได้อย่างไร”
“ไม่มีอะไรจ้ะ แล้วแม่มาบอกข้าทำไม”
“ก็บอกไว้เผื่อเอ็งนึกอยากออกมาเพ่นพ่านตอนค่ำมืดจะได้ระวังตัว เพราะมันอาจจะเห็นความงามของเอ็งแล้วนึกอยากได้ความงามนั้นไปเสียเอง”
“ข้าไม่ได้งามปานนั้นหรอกแม่”
“ข้าบอกว่างามก็งามสิวะ คอยดูเอาเถอะยามใดที่เอ็งมีผัวแล้วเอ็งจะรู้ว่าภัยของหญิงงามมันคืออะไร”
“อะไรล่ะจ๊ะ”
ลัลนาเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ เพราะหากจะต้องรอถึงตอนนั้นก็ดูเหมือนว่าจะนานเกินไป
“อยากรู้เอ็งก็รีบมีผัวสิ”
“งั้นคืนนี้ข้าจะถอดผ้าแล้วเดินเข้าไปหาเขาเสียเลย”
“ลัลนา!”
“แม่กลับเรือนไปได้แล้วจ้ะ ข้าไม่ออกไปไหนค่ำมืดหรอก จะนอนแล้ว”
“หากเอ็งคิดทำอะไรงามหน้าดั่งที่พูด ข้าจะให้พ่อครูเปลวเทียนจับเอ็งถ่วงหม้อ!”
วันนาเอ่ยเรียกชื่อลูกสาวด้วยความตกใจแต่ลัลนากลับไม่ได้สนใจแล้วดันตัวคนเป็นแม่ออกไปจากเรือน หลงเหลือไว้เพียงเสียงก่นด่าที่ดังเข้ามาในเรือนก่อนที่จะเงียบหายไป
“ถ่วงหม้อเหรอ...”
อีกด้าน
กลางดึก
ร่างสูงที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ภายในเรือนที่อยู่ริมนอกสุดห่างจากเรือนอื่น ๆ ขาข้างหนึ่งยกขึ้นตั้งชันโดยมีแขนข้างขวาวางพาดพร้อมกับถือของบางอย่างไว้ในมือ
สายตาคมดุมองจ้องไปยังหม้อดินใบเล็กด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ แต่ไอดำมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับรุนแรงราวกับเขากำลังโกรธเคืองอะไรบางอย่าง
เขามองจ้องมันอยู่สักพักก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเอื้อนเอ่ย
“มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง มานิมามาจิตตัง อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ เอหิมะมะ”
“...”
“หากวันนี้กูไม่ได้เห็นหน้า ไอ้หน้าไหนก็ช่างที่เห็นมึงรวมทั้งตัวมึง กูเอาตาย”
“กูไม่ได้จำ”“แล้วมึงมารอมันทำไมที่ปากถ้ำทุกวัน”“กูเพียงแค่มาตระเวนดูป่า เพราะทั้งมึงและไอ้ป่ามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งอื่น”“งั้นรึ”ผืนฟ้าที่ก่อนหน้านี้ยังอารมณ์ดี แต่เพียงแค่ถูกพูดถึงเรื่องของใครบางคนก็ทำให้เขาหน้าตึงและปล่อยแขนออกจากไหล่กว้างของควันธูป มาหมุนควงกระบองไม้และทำทีราวกับว่าไม่ได้สนใจและไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น“กูช่วยมึงได้นะ ช่างแสนจะง่ายดาย”“วิชาของมึงเก็บไว้แต่เพียงผู้เดียวเถอะ”“มึงก็อย่าเล่นแรงสิ ทำเพียงแค่มันจะเป็นจะตายก็พอ”“มึงหันมอง”ผืนฟ้าเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบในตอนที่พวกเขาเดินกลับมาถึงหมู่บ้านพอดี ทำให้ควันธูปหันมองตามสายตาของผืนฟ้าเข้าไปข้างใน ที่ตอนนี้ต่างมีหญิงสาวหลายสิบคนทั้งที่ออกมายืนมองต่อหน้าให้เขาเห็น และอีกจำนวนไม่น้อยที่หลบอยู่ภายในเรือนและมองออกมายังพวกเขาอย่างให้ความสนใจเพราะทั้งร่างกายที่ไม่ว่าจะเป็นไหล่กว้าง แผงอกและหน้าท้องแข็งที่น่าซุกซบและขายาวที่ยืนสง่า แม้จะไม่เห็นหน้าก็ทำให้สาวงามต่างนึกเขินอายและอยากได้พวกเขาทั้งสองเป็นคู่อีกทั้งควันธูปและผืนฟ้าก็ต่างเก่งกาจเรื่องคาถาวิชาที่หากหญิงใดได้ครอบครองก็คงจะนอนหลับสนิทอย่างไม่ต้อ
เสียงที่ดังขึ้นทางด้านหลังทำให้สายตาทั้งสามคู่ต่างหันมองด้วยความตกใจ และเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดก็ยิ่งทำให้ลัลนานั้นตกใจยิ่งกว่าเดิม“ซวย”น้ำอบเอ่ยพูดเพียงสั้น ๆ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันไปมองนิลตราที่มองหน้าเธออยู่ก่อนแล้วอย่างทำอะไรไม่ถูกก่อนจะพากันหันไปมองยังลัลนา“ลัลนา”“เอ็งดูกลัวเขา”“พูดราวกับเอ็งไม่กลัว!”“เหตุใด ข้าต้องกลัว”น้ำอบมองหน้าลัลนาอย่างอึ้ง ๆ เมื่อได้ยินเธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบราวกับไม่ทุกข์ร้อนที่เห็นว่าควันธูปนั้นอยู่บริเวณนี้ และดูท่าว่าจะได้ยินเรื่องที่พวกเธอคุยกันก่อนหน้านี้แล้วทั้งหมด“เรื่องเมื่อครู่พี่ธูปอาจจะได้ยิน”“แล้วอย่างไร ข้าไม่ได้ทำผิดอะไรต่อเขา และข้ากับพี่ธูปก็ไม่ได้เป็นคู่หรือว่าผัวเมียกันเสียหน่อย”“...เออ จริงของเอ็ง สงสัยข้าจะจำผิดคน”“จำผิดคนงั้นรึ”“ปะ เปล่านะ ไม่มีอะไรข้าก็พูดไปเรื่อย เผื่อเอ็งจะหลุดพูดอะไรให้ข้าได้รู้”น้ำอบนึกอยากตบปากตัวเองที่พูดแถไปเรื่องอื่นเพื่อไม่ให้ลัลนานั้นรู้ว่าเธอแอบเห็นลัลนาเข้าออกเรือนของควันธูป อีกทั้งยังล่วงรู้เรื่องอื่น ๆ ที่เธอเคยผ่านไปได้ยินแต่กลับเหมือนจะสร้างเรื่องเข้าใจผิดให้ลัลนาเสียแล้ว“เอ็ง
“งั้นข้าไปเร่งทำเครื่องสักการะก่อนนะจ๊ะ”“...”“หากพี่ตื่นมาก็คงจะได้เห็น”ลัลนาเอ่ยพูดเปลี่ยนเรื่องเพราะนึกกลัวว่าจะทำให้เขาขุ่นเคืองใจ แต่ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะได้เคลื่อนย้ายพาตัวเองลุกขึ้นเดินกลับไปนั่งลงที่เดิม ข้อมือก็ถูกกระตุกดึงจนตัวเธอนั้นปลิวมาตกอยู่ในอ้อมแขนเขา“กูจะนอนแล้ว”“ก็นอนสิจ๊ะ หรือว่าหากไม่ได้กอดข้า พี่จะนอนไม่หลับ”“ปลดผ้าออก”“...ปลดทำไมจ๊ะ ในเมื่อพี่...ทำไม่ได้”ลัลนาเอ่ยถามเสียงสั่นแก้มใสก็ขึ้นสีแดงก่ำหัวใจก็ทำงานหนักด้วยความประหม่าและตื่นเต้นราวกับเป็นครั้งแรกที่ต้องเปลื้องผ้าให้เขาเห็น แต่ในความจริงแล้วนั้นเขาทั้งเห็นและได้สัมผัสเธอทั่วทั้งตัวนับครั้งไม่ถ้วน“กูบอกให้ปลดมึงก็ปลด”“ผ้าพันอกหรือว่าผ้านุ่งจ๊ะ”“มึงอย่าแสร้งถามราวกับไม่รู้ความ”“แล้วเหตุใดพี่โหยหาข้า แต่กลับแสร้งทำหน้าดุใส่ข้าล่ะ”“...”“เพียงแค่พูดดี ๆ ข้าก็พร้อมตามใจพี่ทุกอย่าง”“ปลด”ลัลนาช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างตัดพ้อแต่ในใจกลับกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างผู้ชนะ เพราะเมื่อใดที่เขาถือศีลต่อให้ไม่ได้เสพสมแต่เขาก็จะให้เธอปลดผ้าและนอนให้เขากอดเพื่อบรรเทาความกระสันอยู่เสมอมือเรียวค่อย ๆ ปลดปมผ้าพันอกออก
ช่วงเวลาค่ำคืนแสนเงียบสงบที่เดินผ่านไปเรื่อย ๆ ทำให้ใบหน้าของลัลนานั้นเริ่มเปลี่ยนไป สังเกตได้จากเรียวคิ้วสวยที่เริ่มขมวดเข้าหากันและริมฝีปากก็ไม่ได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนอย่างในตอนแรกที่เริ่มทำ“เห็นแม่ทำก็ไม่ได้ยากถึงเพียงนี้”ริมฝีปากอมชมพูขยับพูดบ่นแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่คิดจะถอดใจ บ่อยครั้งก็หันกลับไปมองคนด้านหลังเป็นระยะเพราะกลัวว่าเธอจะทำอะไรเสียงดังจนเป็นการกวนใจให้เขานั้นทำสมาธิไม่ได้ แต่เมื่อเห็นว่าเขายังคงนั่งหลับตานิ่งก็หันกลับมาทำต่อ จนตอนนี้ในกระจาดมีใบตองที่ถูกพับถักร้อยเป็นเปียวางไว้อยู่หลายอัน ทั้งเปียไว้ประดับด้านข้าง และเปียยอด“!”แต่นั่งทำต่อไปได้สักพักมือเรียวก็หยุดชะงักด้วยความตกใจเมื่อกลุ่มผมหอมรู้สึกได้ถึงฝ่ามือใหญ่แสนอบอุ่นของใครบางคนวางลงที่หัวของเธอ และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือใหญ่ริมฝีปากเล็กก็พลันคลี่ยิ้ม สายตาเป็นประกายมองเขาด้วยความรักอย่างไม่คิดจะปิดบัง“ข้ากวนพี่เหรอจ๊ะ”“เสร็จแล้ว”“...จ้ะ”“...”“ข้าเห็นว่าพี่เตรียมไว้ เลยอยากช่วยทำจ้ะ”ลัลนาที่เห็นว่าเขาเงียบไปและสายตาคมคู่นั้นที่เธอกลัวเสียยิ่งกว่าอะไร เอาแต่มองจ้องมายั
ให้อดเสียบ้าง ให้กินไม่ขาดปากแล้วเสือกดื้อด้านกับกู!คิดได้ดังนั้นควันธูปก็ขยับลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาทิ้งตัวนั่งลงยังพรมหน้าหิ้งบูชาแล้วตั้งท่าจะนั่งสมาธิ ทำให้ลัลนาที่นั่งอ้าปากค้างอยู่บนเตียงหลังจากได้ยินเขาพูดว่าถือศีลรีบลุกขึ้นตามมานั่งพับเพียบกอดแขนคลอเคลียเขาไม่ห่าง ซึ่งทุกครั้งที่เธอก้าวขาหรือ
“เหอะ! มึงกลัวทรมานรึ”ผู้อื่นต่างหากที่ทรมาน ควันธูปตอบกลับเพียงในใจก่อนวางกำไลไว้ข้างตัวแล้วมองจ้องไปยังเพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก“มึงคิดถึงมันรึ”“...”“มันไม่กลับมาหามึง เพราะมันมีผัวอยู่แล้วรึ”“กูไม่ได้คิดถึงผู้ใด แล้วมันจะมีหรือไม่มีก็เรื่องของมัน”“หากเป็นเรื่องของมันจริง มึงคงไม่เ
ลัลนาเพ่งมองจนแน่ใจว่าตัวที่เห็นคือตัวอะไรก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินเข้าไปหาเขาราวกับไม่เห็นเพื่อสูดอากาศที่แสนจะเย็นสบายในช่วงเช้าแต่เพียงก้าวเดินได้ไม่กี่ก้าวพรึบ“อ๊ะ!”ลัลนาเอ่ยร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บเมื่อเท้าเปล่าที่ก้าวเดินนั้นเกิดสะดุดอะไรบางอย่างที่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร เ
“กูนึกว่ามึงตายอยู่ในเรือนเสียแล้ว”“กูตายมึงก็ตายนั่นแหละ”ไพรพายเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลัลนาแล้วกอดอกมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเอ่ยถามด้วยคำพูดที่ไม่เป็นมงคลจนเธอต้องโต้ตอบกลับไปอย่างทันกันซึ่งการที่สาวงามทั้งสองออกมาจากเรือนพร้อมกันนั้นทำให้เหล่าชายหนุ่มละมือจากสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วชะเง้อมอ






reviews