ยอดชีวาชายาพระราชทาน

ยอดชีวาชายาพระราชทาน

last updateآخر تحديث : 2026-06-14
بواسطة:  กัวซืออวี่مكتمل
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
57فصول
4.4Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เจิ้นเป่ยอ๋อง อ๋องต่างแซ่ที่ดูแลดินแดนเจิ้นเป่ย มีคำกล่าวถึงอ๋องผู้นี้ต่างๆนานา ว่าโหดเหี้ยมกระหายเลือด ยามออกศึกไม่เคยพลาดท่าให้กับผู้ใด ยามบ้านเมืองสงบสุขก็สังหารคนเล่นเพื่อแก้เหงา จนชาวบ้านหวาดกลัว อีกทั้งยังมีคนเล่าลือว่าเมื่อครั้งท่านอ๋องผู้เฒ่าสิ้นใจในสนามรบ ชายาอ๋องเร่งรุดไปหาชายใหม่ เจิ้นเป่ยอ๋องก็เร่งตามตัวกลับมา จับมารดาของตัวเองไว้ทุกข์ให้กับบิดา และขังนางไว้ที่อารามบนภูเขาอันหนาวเหน็บ ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ชื่อเสียงความเหี้ยมโหดจึงมากขึ้นเป็นเท่าทวี ทว่าทั้ง ๆ ที่ชื่อเสียงหาดีไม่ได้ ฮ่องเต้ก็ยังคงเมตตา มีราชโองการพระราชสมรสให้กับเจิ้นเป่ยอ๋องให้สมรสกับบุตรของอันเล่อโหว “คิดว่าเป็นใครถึงมาจับข้าแต่งงานกับคนนั้นคนนี้ เห็นข้าเป็นสุนัขทรงเลี้ยงในวังหลวงหรือ ถึงจะกระดิกหางยอมรับ” “ท่านอ๋องคิดกบฏหรือ” “ข้าพูดหรือว่าคิดจะกบฏ” “อย่างไรเสีย ฝ่าบาทมีราชโองการออกมาแล้ว ให้เจิ้นเป่ยอ๋องสมรสกับบุตรของอันเล่อโหวจ้าวสวี่” “จ้าวสวี่...มิใช่บุตรีของภรรยาเอก แต่เป็นจับตัวมาจากที่ใดเล่าจึงกล้าส่งมาแต่งกับข้า” “ท่านอ๋องรับราชโองการด้วย!”

عرض المزيد

الفصل الأول

เจิ้นเป่ย ดินแดนอันหนาวเหน็บ

เมื่อครั้งปฐมฮ่องเต้รวบรวมดินแดนที่แบ่งแยกกลับมาเป็นปึกแผ่น ในครั้งนั้นได้แต่งตั้งให้แม่ทัพผู้สร้างความดีความชอบให้เป็นอ๋องต่างแซ่ มีศักดินาปกครองดินแดนต่าง ๆ เพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน

วันเวลาล่วงเลยมาหลายทศวรรษ อ๋องต่างแซ่ที่ได้รับการสืบทอดตำแหน่ง จากที่ได้รับความไว้วางพระทัยพระราชทานดินแดนศักดินาให้ปกครอง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความคลางแคลงพระทัยเพราะอ๋องต่างแซ่พวกนั้นเริ่มแข็งแกร่ง แต่ราชสำนักกลับอ่อนแอ...

ดินแดนต้าจิ้นมีอ๋องต่างแซ่อยู่สี่แซ่ เว่ย หรง เสิ่น และกู้ อ๋องต่าง ๆ ไม่ได้ยุ่งย่ามในราชสำนัก มีโอกาสสร้างผลงานตามวาระ แต่อ๋องที่สร้างผลงานโดดเด่นมาโดยตลอดนั้นคือเจิ้นเป่ยอ๋องกู้เหิง...

อ๋องแซ่กู้ที่ขับไล่ศัตรูต่างแคว้น และไล่ปราบศัตรูช่วงชิงดินแดนทางเหนือมาให้ต้าจิ้นจนเปิดเส้นทางการค้าใหม่ ทำให้ต้าจิ้นมั่งคั่งเป็นเท่าทวี จนทั่วทั้งแผ่นดินต่างขานนามเจิ้นเป่ยอ๋องว่าเก่งกล้ามากความสามารถ

ทว่าหลังจากนั้นคำเล่าลือของเจิ้นเป่ยอ๋องก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป คนไม่ได้สนใจความกล้าหาญของเจิ้นเป่ยอ๋องอีกต่อไปแล้ว เพราะมีคนนำไปพูดต่อ ๆ กันว่าท่านอ๋องนั้นกระหายเลือด เพราะเกิดและเติบโตในสนามรบจึงทำให้เป็นคนเย็นชา มองความตายอย่างไม่ยี่หระ ซึ่งเมื่อพินิจไปยังดินแดนเจิ้นเป่ย ดินแดนศักดินาของเจิ้นเป่ยอ๋องแล้วก็พบว่าที่แห่งนี้ไม่เคยร้างลาจากสงครามเลย ยิ่งทำให้คำพูดพวกนั้นยิ่งถูกพูดต่อมากขึ้น

ดินแดนทางเหนือของเจิ้นเป่ยที่ช่วงชิงมาได้ ก็เพราะมารดาของท่านอ๋อง หนีตามชายชู้ไปอยู่ที่นั่นหลังจากท่านอ๋องผู้เฒ่าสิ้นใจ เจิ้นเป่ยอ๋องเดือดดาล เร่งห้อตะบึงม้านำกองทัพนับหมื่นของตนไปยังที่นั่น ไล่เข่นฆ่าจนช่วงชิงเมืองทางเหนือมาได้ พร้อมกับสังหารชายชู้ผู้นั้นทิ้งต่อหน้ามารดา และพามารดาของตนไปจองจำสำนึกผิดต่อบิดาที่ภูเขาอันหนาวเหน็บ ไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวันจนกระทั่งสิ้นใจ

จากคำสรรเสริญว่าเป็นอ๋องผู้ห้าวหาญ สู่ความหวาดกลัวเพราะเป็นอ๋องกระหายเลือด ที่ใดที่เขาไปไม่พ้นต้องมีการนองเลือดเสียทุกครั้งไป

ซึ่งไม่ว่าคำพูดพวกนั้นจะจริงหรือเท็จ เจิ้นเป่ยอ๋องกู้เหิงก็ไม่เคยออกมาพูดอะไร ใช้ชีวิตยังดินแดนเจิ้นเป่ยไปอย่างไม่สนใจคำคน

ดินแดนที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะ จวนอ๋องอันโอ่อ่าตระหง่านสะดุดตา เจ้าของจวนกำลังเช็ดคราบเลือดที่เปื้อนดาบ เพราะเพิ่งสังหารจิ้งจอกน้อยที่วิ่งเข้ามาในสวนจวนอ๋องจนสร้างความวุ่นวาย ตรงเบื้องหน้ามีขันทีผู้เชิญราชโองการยืนตัวสั่น

ไม่รู้ว่าเพราะอากาศที่หนาวเสียจนเข้ากระดูกดำ หรือเพราะหวาดกลัวดาบที่อยู่ในมือเจิ้นเป่ยอ๋อง

แต่ต่อให้กลัวจนตัวสั่น ขันทีน้อยก็ยึดมั่นในหน้าที่ กางราชโองการพร้อมกับกล่าววาจาไม่เข้าหู

"ด้วยโองการแห่งสวรรค์ นับแต่โบราณกาล การครองคู่คือรากฐานแห่งจริยธรรม การสร้างครอบครัวคือต้นกำเนิดแห่งความรุ่งเรือง บัดนี้เจิ้นเป่ยอ๋องกู้เหิงมีความซื่อสัตย์ภักดี มีความชอบต่อแผ่นดิน เป็นเสาหลักของราชสำนัก และจ้าวสวี่ บุตรสาวเล่ออันโหวเป็นกุลสตรีเพียบพร้อมด้วยกิริยา มีปัญญาและคุณธรรม สูงส่งด้วยชาติตระกูล คนทั้งสองเปรียบประดุจกิ่งทองใบหยก เป็นคู่สร้างคู่สมที่สวรรค์ประทาน เพื่อส่งเสริมวาสนาแห่งราชวงศ์ และความเป็นมงคลแก่ใต้หล้า เราในฐานะโอรสแห่งสวรรค์ จึงขอพระราชทานสมรสให้คนทั้งสองครองรักร่วมเรียงเคียงหมอนสืบไป ให้กรมพิธีการเลือกวันมงคลเพื่อจัดงานวิวาห์อย่างสมเกียรติ”

อยู่ดี ๆ ก็มีสมรสพระราชทานมาถึงหน้าจวน...

ดาบในมือของเจิ้นเป่ยอ๋องชี้ไปยังขันทีที่เพิ่งอ่านราชโองการจบ อ๋องผู้อวดดีแห่งต้าจิ้นใช้ปลายดาบตบเข้าที่หน้าของขันทีน้อยที่กำลังหวาดกลัว

“คิดว่าเป็นใครถึงมาจับข้าแต่งงานกับคนนั้นคนนี้ เห็นข้าเป็นสุนัขทรงเลี้ยงในวังหลวงหรือ ถึงจะกระดิกหางยอมรับ”

“ท่านอ๋องคิดกบฏหรือ”

“ข้าพูดหรือว่าคิดจะกบฏ” คนที่ถูกใส่ความรีบเอ่ยปัดเรื่องไร้สาระพวกนั้นให้พ้นตัว ถึงแม้บางครั้งก็นึกรำคาญฮ่องเต้ผู้นั้น แต่ก็ไม่คิดหาภาระมาใส่ตัว

ทว่าขนาดอยู่เฉย ๆ ก็มีภาระโยนมาให้ถึงหน้าจวน

ช่างประเสริฐเสียจริง

สงสัยว่าชื่อเสียงที่เจิ้นเป่ยอ๋องมีนั้นดังไปถึงพระกรรณ จึงได้คิดผูกมัดตนไว้ด้วยบุตรีสกุลขุนนาง เพื่อแสดงความจงรักภักดี หากอยู่กันไปนางให้กำเนิดบุตรชายไม่พ้นว่าฮ่องเต้จะมีพระเมตตามาถึงจวนอีกคราว่าจะรับไปเลี้ยงดู ทั้ง ๆ ที่ความจริงจับไปเป็นตัวประกันเพราะกลัวว่าอ๋องต่างแซ่จะคิดแข็งขืนขึ้นมา

เรื่องพวกนี้มีหรือกู้เหิงจะมองไม่ออก แต่ทว่ามองออกแล้วอย่างไร หากไม่ตอบรับราชโองการ ทำตัวโง่ ๆ ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ฮ่องเต้ใส่ความตนยิ่งกว่าเก่า แล้วคงสั่งให้แม่ทัพใหญ่จากหลายกองทัพมาเด็ดหัวตนไปประจานในท้องพระโรงเสียกระมัง

กู้เหิงมิได้หวาดกลัวฮ่องเต้ไท่อู่หลี่เฉินผู้นั้น แค่เบื่อหน่ายกับกลการเมืองของพวกมีอำนาจที่ชอบยื่นมือมาถึงเจิ้นเป่ย ราชโองการในวันนี้ก็ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายอะไร เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวแว่วดังมาเข้าหูบ้างแล้ว

“อย่าง...อย่างไรเสีย ฝ่าบาทมีราชโองการออกมาแล้ว ให้เจิ้นเป่ยอ๋องสมรสกับบุตรของอันเล่อโหวจ้าวสวี่”

“จ้าวสวี่...” เจิ้นเป่ยอ๋องทวนชื่อของสตรีในราชโองการ ซึ่งไม่ผิดจากที่ตนได้รับข่าวมาก่อนหน้านี้ เพราะด้วยอำนาจบารมีที่มากเกินไป ราชสำนักจึงอยากลดทอนอำนาจนี้ด้วยการส่งบุตรสาวขุนนางมาตบแต่งกับตน แต่ถึงกระนั้นด้วยชื่อเสียงอันหาดีมิได้จะมีขุนนางตระกูลไหนกล้าส่งบุตรหลานมาสมรสด้วย จ้าวสวี่ผู้นี้จากที่ให้คนไปตามสืบก็หาใช่คุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูในจวนแต่อย่างใด

ก็แค่สตรีที่ถูกสกุลจ้าวจับมาใส่เกี้ยวเจ้าสาวเพื่อรักษาหน้าก็เท่านั้น

“นางมิใช่บุตรตรีของภรรยาเอก ไม่รู้ว่าจับตัวมาจากที่ใดจึงกล้าส่งมาแต่งกับข้า”

เมื่อพูดข้อเท็จจริงนี้ขึ้นมา ขันทีผู้เชิญราชโองการก็ตัวสั่น แต่ก็ทำใจดีสู้เสือประกาศกร้าวเสียงดัง

“ท่านอ๋องรับราชโองการด้วย!”

ขันทีน้อยที่อยากจะพาตัวเองออกจากที่นี่ตะเบ็งเสียงขึ้นมาอย่างเสียกิริยา ในมือประคองม้วนผ้าไหมราชโองการ มองเจิ้นเป่ยอ๋องที่ลุกขึ้นแล้วตวัดดาบที่เพิ่งเช็ดคราบเลือดออก จนดาบเล่มนั้นพุ่งไปปักกับดิน ทำเอาขันทีน้อยพลันสะดุ้งเฮือกอีกหน

เจิ้งเป่ยอ๋องใช้สายตาอันเย้ยหยันมองเรื่องน่าขันตรงหน้า ก่อนจะโน้มกายลงคว้าเอาซากศพจิ้งจอกน้อยที่เพิ่งถูกสังหารโยนไปตรงหน้าขันทีผู้เชิญราชโองการจนอีกฝ่ายถอยหลังแทบไม่ทัน มองซากศพที่น่าสะอิดสะเอียนด้วยความพะอืดพะอม

กู้เหิงคุกเข่ายกมือทั้งสองข้างที่เปื้อนเลือดสุนัขจิ้งจอกรับม้วนราชโองการแพรไหมสีเหลืองอร่าม

ขันทีน้อยจึงรีบวางใส่มือของท่านอ๋อง แล้วหันไปโก่งคอสำรอก อาจเพราะไม่เคยเห็นเลือด หรือไม่ก็ทนกับกลิ่นสาปเลือดไม่ไหว...

คนพวกนี้ช่างน่าสมเพชสิ้นดี

กู้เหิงลุกขึ้น มองม้วนราชโองการในมือ

แต่งก็แต่งสิ กู้เหิงไม่ได้เสียเปรียบอะไร สตรีนางนั้นต่างหากที่เสียเปรียบ หากคิดว่าลูกจากอนุภรรยาในจวนขุนนางตบแต่งเป็นชายาอ๋องแล้วจะได้ใช้ชีวิตสุขสบายก็คิดผิดแล้ว

มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก...

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
57 فصول
เจิ้นเป่ย ดินแดนอันหนาวเหน็บ
เมื่อครั้งปฐมฮ่องเต้รวบรวมดินแดนที่แบ่งแยกกลับมาเป็นปึกแผ่น ในครั้งนั้นได้แต่งตั้งให้แม่ทัพผู้สร้างความดีความชอบให้เป็นอ๋องต่างแซ่ มีศักดินาปกครองดินแดนต่าง ๆ เพื่อความสงบสุขของแผ่นดินวันเวลาล่วงเลยมาหลายทศวรรษ อ๋องต่างแซ่ที่ได้รับการสืบทอดตำแหน่ง จากที่ได้รับความไว้วางพระทัยพระราชทานดินแดนศักดินาให้ปกครอง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความคลางแคลงพระทัยเพราะอ๋องต่างแซ่พวกนั้นเริ่มแข็งแกร่ง แต่ราชสำนักกลับอ่อนแอ...ดินแดนต้าจิ้นมีอ๋องต่างแซ่อยู่สี่แซ่ เว่ย หรง เสิ่น และกู้ อ๋องต่าง ๆ ไม่ได้ยุ่งย่ามในราชสำนัก มีโอกาสสร้างผลงานตามวาระ แต่อ๋องที่สร้างผลงานโดดเด่นมาโดยตลอดนั้นคือเจิ้นเป่ยอ๋องกู้เหิง...อ๋องแซ่กู้ที่ขับไล่ศัตรูต่างแคว้น และไล่ปราบศัตรูช่วงชิงดินแดนทางเหนือมาให้ต้าจิ้นจนเปิดเส้นทางการค้าใหม่ ทำให้ต้าจิ้นมั่งคั่งเป็นเท่าทวี จนทั่วทั้งแผ่นดินต่างขานนามเจิ้นเป่ยอ๋องว่าเก่งกล้ามากความสามารถทว่าหลังจากนั้นคำเล่าลือของเจิ้นเป่ยอ๋องก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป คนไม่ได้สนใจความกล้าหาญของเจิ้นเป่ยอ๋องอีกต่อไปแล้ว เพราะมีคนนำไปพูดต่อ ๆ กันว่าท่านอ๋องนั้นกระหายเลือด เพราะเกิดและเติบโตในสนามรบจึงทำให้เป็น
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
เพื่อตอบแทนครอบครัว
จ้าวสวี่มีความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับจวนอันเล่อโหวทั้ง ๆ ที่นางเป็นบุตรสาวของอันเล่อโหวคนนั้น ส่วนสิ่งที่นางจำได้เป็นอย่างดีคือความลำบากที่บ้านชนบทของตระกูลจ้าว เพราะมารดาของนางเป็นเพียงสตรีจากตระกูลที่ล่มสลาย บิดาหน้าบางมิอาจทนรับความอัปยศได้ จึงไล่ส่งมารดาและนางมายังบ้านชนบทอันไร้ความเจริญ อยู่ไปวัน ๆ อย่างไร้ความหมายส่วนเหตุที่ตระกูลของมารดาล่มสลายก็เพราะท่านลุงใหญ่ของนางเลือกทางที่ผิด คบคิดกับคนชั่วช้าหวังแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทให้กับสหายผู้เป็นถึงชินอ๋อง สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องโทษกบฏจนตัวตาย ครอบครัวแตกฉานซ่านเซ็นไปทั่ว ถูกคนดูถูกเหยียดหยาม ใช้ชีวิตดั่งทาสชั้นต่ำ แม้กระทั่งบิดาสิ้นใจนางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปเคารพศพด้วยซ้ำยิ่งหลังจากพี่ชายต่างมารดาของนางสืบทอดตำแหน่งอันเล่อโหว ก็เหมือนว่าตัดขาดกับพวกนางแม่ลูกไปอย่างสิ้นเชิงทว่าชีวิตที่เต็มไปด้วยความลำบาก กลับมีโอกาสมาถึงที่หน้าประตู เมื่ออันเล่อโหวผู้เป็นท่านพี่ต่างมารดาของนางมาตามตัวนางให้กลับจวน...นั่นมิใช่เพราะความเมตตาจากเล่ออันโหวคนใหม่ มิใช่ว่าความอับอายในวันนั้นหมดสิ้นไป แต่เพราะจวนเล่ออันโหวกำลังตกที่นั่งลำบากสตรีในจ
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
จวนสกุลจ้าวที่เลือนรางในความทรงจำ (1)
จ้าวสวี่ก้าวเท้ากลับมาที่จวนอันเล่อโหวอีกครั้ง เมื่อประตูบานใหญ่เปิดออกความทรงจำอันเลือนรางก็ค่อย ๆ กลับมาชัดเจนขึ้นมันไม่ใช่ความทรงจำที่ดีอะไร แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่นางได้อยู่อย่างสบาย เป็นคุณหนูในจวนขุนนาง ก่อนที่จะถูกขับไล่ไสส่งออกไปไม่ต่างจากคนไร้ค่าพร้อมกับผู้เป็นมารดาทว่าในวันนี้คนในจวนเล่ออันโหวกลับมองนางต่างออกไปสายตายังคงเย้ยหยันหยามเกียรติ แต่กลับเสแสร้งว่ายินดีที่นางหวนกลับมาเพียงเพราะนางมีผลประโยชน์ให้กับจวนแห่งนี้เล่ออันโหวเป็นตำแหน่งที่ได้รับพระราชทานมาตั้งแต่เมื่อครั้งปฐมฮ่องเต้ ท่านปู่ของนางเป็นแม่ทัพมีความสามารถ เป็นหนึ่งในขุนพลที่รวบรวมแผ่นดินกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง ด้วยความดีความชอบอันยากจะพรรณนาจึงได้แต่งตั้งให้เป็นเล่ออันโหวและให้ทายาทสืบทอดตำแหน่งได้ สกุลจ้าวเลยเป็นที่นับหน้าถือตา ทว่าหลัง ๆ มากลับพบสถานการณ์ที่ยากลำบากเพราะค่อย ๆ ถูกลดทอนอำนาจในมือไปเรื่อย ๆท่านปู่ของจ้าวสวี่เป็นแม่ทัพ คุมทหารเรือนแสน ทว่าเมื่อผลัดแผ่นดินฮ่องเต้พระองค์ใหม่ก็ค่อย ๆ เรียกคืนทหารเหล่านั้น พอสิ้นท่านปู่มาสมัยท่านพ่อ อาจเพราะบิดาของนางไม่ได้สนใจเรื่องการรบ และสง
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
จวนสกุลจ้าวในความทรงจำ (2)
“ข้าจ้าวสวี่คำนับอันเล่อโหว”“ลุกขึ้นเถิด...อย่างไรก็พี่น้องกันไยต้องมากพิธี”คำพูดที่เป็นมิตรของอันเล่อโหวนับเป็นการต้อนรับกลับจวนอย่างเป็นทางการของนางบุรุษตรงเบื้องหน้าคือจ้าวเฉิงเต๋อบุตรชายคนโตของภรรยาเอก ที่ได้รับสืบทอดตำแหน่งอันเล่อโหว ตอนยังเด็กนิสัยของเขาเย่อหยิ่งทระนงตน ไม่สนใจพี่น้องที่เกิดจากอนุภรรยาด้วยซ้ำ แต่บัดนี้กลับมาแสดงท่าทีเมตตาต่อนางการสมรสครั้งนี้คงเอื้อประโยชน์ให้เขาไม่ใช่น้อยกระมังนางโตแล้ว มิใช่เด็ก ๆ ที่พอเห็นใครทำดีเข้าหน่อยก็คิดว่าคนผู้นั้นจิตใจดี และเพราะเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงได้รู้แจ้งว่าหากอยากจะมีชีวิตรอดก็ต้องดิ้นรนตักตวงผลประโยชน์ใส่ตัวให้ได้มากที่สุดอย่างเช่นที่พี่ชายของนางกำลังทำ“นั่งก่อนเถิด ข้าให้คนจัดเตรียมห้องพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเอาไว้ให้แล้ว”“ขอบคุณเล่ออันโหว”“...เรียกพี่ใหญ่สิ เราห่างเหินกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ ต่อให้ต่างมารดาแต่ก็ล้วนบิดาเดียวกัน”คนที่ได้ยินก็ก้มหน้าหลุบตาต่ำ เจียมตนอย่างถึงที่สุด“สวี่เอ๋อร์รู้มารยาท คงเพราะห่างเหินกันไปนานจึงไม่สนิทใจจะพูด จะเรียกอะไรก็ตามใจนางเถิด”“ขอรับ” เล่ออันโหวเชื่อฟังคำพูดของมารดา “พา
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
จำนวนสินสอดหนึ่งร้อยกับอีกหนึ่งหีบถือว่าเหมาะสม
“จ้าวสวี่เป็นบุตรสาวที่เกิดจากสตรีแซ่เกา เป็นหลานของอดีตรองเจ้ากรมกลาโหมที่ต้องโทษประหารไปพร้อมกับชินอ๋อง ญาติพี่น้องอื่น ๆ ก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย ได้ยินว่าสกุลจ้าวถึงขั้นส่งนางกับมารดาไปอยู่ยังบ้านที่ชนบทเพราะอับอายที่มีคนจากตระกูลทรยศอยู่ในจวน” เว่ยจงองครักษ์ข้างกายเจิ้นเป่ยอ๋องรายงานภูมิหลังของว่าที่พระชายาอย่างถ้วนถี่อีกครั้ง หลังจากราชโองการสมรสพระราชทานมาส่งยังหน้าจวนอ๋องก่อนหน้านี้พอจะมีข่าวเลื่องลือมาบ้างว่าฮ่องเต้จะจับสตรีในจวนขุนนางมาตบแต่งกับเจิ้นเป่ยอ๋อง เพราะอยากถ่วงดุลอำนาจที่มากมายของเจิ้นเป่ยอ๋อง แม้ว่าจะมีเรื่องที่น่าสงสัยก็ตามที“หากพระประสงค์คือระแวงในอำนาจของท่านอ๋อง ไยไม่ส่งองค์หญิงหรือท่านหญิงสักคนมาสมรสเล่า นั่นไม่เท่าดึงเจิ้นเป่ยอ๋องไปเป็นคนในครอบครัวหรอกหรือ” เว่ยอี้น้องชายฝาแฝดเว่ยจงจึงถามอย่างตรงไปตรงมา ว่าหากฮ่องเต้ประสงค์เช่นนั้นก็มิวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมากว่านี้มิใช่หรือ“คิดง่ายเกินไป...หากเป็นเช่นนั้นก็เหมือนหาความชอบธรรมให้ข้าชิงบัลลังก์ เขาไม่ทำเช่นนั้นหรอก อีกอย่างสตรีสูงส่งพวกนั้นเป็นดั่งของล้ำค่า แล้วจะมอบของล้ำค่าให้คนโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นข้าได้อย่
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
ใช้ประโยชน์จากขบวนสินสอดนี้ (1)
“สินสอดมากมายถึงเพียงนี้ต้องส่งคนไปคุ้มกันเท่าไรกันเล่า” เจิ้งเต๋อเสียงที่แวะเวียนมายังจวนอ๋องแล้วเห็นถึงความวุ่นวายในการตระเตรียมสินสอดก็เอ่ยขึ้น “ทหารมีตั้งมากมายจะมากังวลอะไร” “ที่ข้าพูดเพราะหวังดีทั้งสิ้น ช่วงนี้มีทั้งโจรป่า โจรภูเขา คนจากสำนักว่าการก็จัดการไม่ได้ ข้าคิดว่าเขาจะมาขอร้องให้เจ้าช่วยเหลือแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา นายอำเภอที่ทางการส่งมาช่างสมกับเป็นขุนนางของราชสำนักจริง ๆ” เมื่อได้ยินคำพูดของสหาย เจิ้นเป่ยอ๋องก็ชักเอะใจ เพราะสิ่งที่เจิ้งเต๋อเสียงพูดมานั้น คล้ายว่าไม่ตรงกับเรื่องที่ตนได้รับรายงานมา “แต่ก่อนข้าเคยเห็นรายงานว่าโจรพวกนั้นมีเพียงหยิบมือเดียวมิใช่หรือ แล้วไยยังจัดการไม่ได้” “ท่านอ๋องสนใจแต่การรบกับศัตรูต่างแคว้น เรื่องเล็ก ๆ พวกนี้จะพลาดไปบ้างก็ไม่แปลก โจรเพียงหยิบมือบัดนี้ค่อย ๆ ตั้งกลุ่มใหญ่จากที่ดักปล้นขบวนพ่อค้าเป็นปล้นเมืองแล้ว” “แล้วไยข้าไม่ได้รายงาน” หากเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ ไยรายงานสักฉบับจึงไม่ถึงมือของตนเลยเล่า “ถึงได้บอกว่านายอำเภอทั้งสี่เมืองนี้ช่างสมกั
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
ใช้ประโยชน์จากขบวนสินสอดนี้ (2)
เมื่อได้รับฤกษ์ที่เหมาะสม ไม่นานเหล่าชาวเมืองก็ต้องตื่นตะลึงกับขบวนสินสอดที่ทอดยาวไปทั่วทั้งถนน งานสมรสพระราชทานที่ลือลั่นไปทั้งแว่นแคว้นถูกพูดถึงอีกครั้งเมื่อเห็นขบวนส่งสินสอดที่ยาวจนสุดสายตา หีบมากมายวางเรียงตั้งแต่ประตูจวนอันเล่อโหวยาวไปจนสุดถนน นั่นคือสินสอดที่เจิ้นเป่ยอ๋องเตรียมให้กับว่าที่พระชายาผู้ที่ส่งสินสอดนั้นก็คือเจิ้งเต๋อเสียง สหายสนิทของเจิ้นเป่ยอ๋อง หมอเทวดาจากสกุลเจิ้ง ตระกูลของอดีตหมอหลวงผู้เลืองชื่อ แต่ออกจากราชสำนักและไปยังดินแดนเจิ้นเป่ยตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ ซึ่งต่อให้อดีตฮ่องเต้หรือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะขอร้องให้ลูกหลานสกุลเจิ้งกลับมารับตำแหน่งหมอหลวงในราชสำนักก็ไม่มีผู้ใดตอบรับ ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของตระกูลหมอแห่งเจิ้นเป่ยระบือไกล ทั้งความสามารถที่ยากจะหาใครเทียบ และความหยิ่งผยองยากจะหาใครเทียมกระนั้น เพราะงานสมรสของเจิ้นเป่ยอ๋องก็ทำให้เจิ้นเต๋อเสียง ผู้นำสกุลเจิ้ง ท่านหมอใหญ่แห่งเจิ้นเป่ยมายังเมืองหลวงได้ เพราะเจิ้นเป่ยอ๋องให้นำสินสอดมามอบให้กับเล่ออันโหวเมื่อมาถึงก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี คนที่ได้รับมอบหมายก็จัดแจงยื่นบัญชีสินสอดให้กับอันเล่อโหวด้วยท่าทีสุขุม
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
ท่านอ๋องพบหน้าว่าที่พระชายา (1)
“ระหว่างทางพบแค่โจรเพียงไม่กี่คน คาดว่ามาดูลาดเลาเอาไว้ก่อน เพื่อให้รู้ว่าขบวนสินสอดมีใครคุ้มกันบ้าง ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะวางแผนตอนที่ขบวนเจ้าสาวไปถึงเจิ้นเป่ย” เว่ยจงรายงานเรื่องระหว่างทางให้ท่านอ๋องได้ล่วงรู้ ด้วยว่าระหว่างทางที่ขบวนสินสอดผ่านมานั้นกลับเดินทางได้อย่างราบรื่นปลอดภัย แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีความเคลื่อนไหว ซึ่งท่านอ๋องที่ลอบติดตามขบวนส่งสินสอดมาด้วยตัวเองก็ยังคงนิ่งอย่างไม่ยี่หระขึ้นชื่อว่าโจรอย่างไรก็มิอาจละทิ้งสันดานโจรไปได้ เพียงเฝ้ารอโอกาสที่สุกงอมกว่านี้ก็เท่านั้น“ถือว่าเป็นโจรฉลาด วางแผนจะเอาทั้งเงินทอง ทั้งยังอวดดีจะข่มขวัญเจิ้นเป่ยอ๋องเช่นข้าอีก”งานสมรสครั้งนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งแว่นแคว้น อย่างไรเสียขบวนส่งตัวเจ้าสาวก็ไม่พ้นมีสินเดิมของเจ้าสาวที่มากมายไม่แพ้ขบวนสินสอด แต่ที่มากไปกว่าเรื่องเงินทอง คือว่าที่พระชายาเจิ้นเป่ยอ๋องต่างหากหากได้ทั้งเงิน และได้ทั้งตัวนาง มิใช่เป็นการข่มขวัญเจิ้นเป่ยอ๋องหรอกหรือโจรพวกนี้ก็ช่างใจกล้า ไม่รู้ว่ามีผู้ใดคอยให้ท้ายจึงได้ใจกล้าอวดดีถึงเพียงนี้“แล้วจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นหรือ ชิงตัวว่าที่พระชายา หากเกิดเรื่องนี้ขึ
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
ท่านอ๋องพบหน้าว่าที่พระชายา (2)
“นี่ ๆ จับข้าที”“เรื่องมาก ลำบากแล้วยังจะตามมา” เจิ้นเป่ยอ๋องบ่นผู้เป็นสหาย เอื้อมมือไปจับเจิ้งเต๋อเสียงที่ทรงตัวอยู่บนกำแพงจวนอันเล่อโหวอย่างทุลักทุเล ก่อนจะพากันปีนไปยังต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ กำแพง อาศัยร่มเงาจากกิ่งไม้เป็นที่กำบัง“ก็ใครเล่าบอกว่าจะไม่มา แต่สุดท้ายก็ลากข้ามาแบบนี้น่ะ!”“ชู่…เงียบ ๆ หน่อย ประเดี๋ยวก็มีคนเห็นพอดี” เอ่ยปรามคนที่เสียงดัง ก่อนจะชี้ไปยังเรือนหลังหนึ่งที่อยู่ในระยะสายตา “นางอยู่เรือนนี้แน่นะ”“แน่นอนวันนี้ข้าแอบหลอกถามบ่าวในจวนมาแล้ว”“เรื่องพวกนี้ล่ะเก่งเสียจริง”“ข้ามันก็เก่งแต่เรื่องพิเรนทร์ ๆ แบบนี้แหละ แล้วท่านอ๋องจะเชื่อคำยุของข้าทำไมกันเล่า”“เพราะหากข้าไม่มา เจ้าก็พูดไม่หยุด ข้ารำคาญเลยมาให้จบ ๆ ไป”“อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง”“ชู่~” เป็นอีกครั้งที่เจิ้นเป่ยอ๋องส่งสัญญาณให้เจิ้งเต๋อเสียงเงียบ เพราะที่เรือนหลังนั้นมีการเคลื่อนไหวสาวใช้นางหนึ่งถืออ่างน้ำร้อนมาส่งให้กับคุณหนูของจวน แต่ก็น่าแปลกที่ทั้งเรือนมีเพียงนางและสาวใช้เพียงหนึ่งคนอีกทั้งสาวใช้นางนั้นก็ดูไม่ได้เคารพคุณหนูของจวนเสียเท่าใดนัก...นางเพียงถืออ่างน้ำเข้าไปยังด้านในแล้วกลับออกมา ไม่ได้อยู่จัด
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
งดงามแล้วมีประโยชน์อันใด (1)
จ้าวสวี่มาอยู่ในจวนสกุลจ้าวจะร่วมเดือนแล้ว ยิ่งใกล้วันที่จะส่งตัวออกจากเมืองหลวงในจวนสกุลจ้าวก็ยิ่งวุ่นวาย นางถูกสอนระเบียบพิธีมากมาย ซึ่งท่ามกลางเรื่องมากมายพวกนั้นนางมักจะได้ยินคำพูดเช่นว่า‘อย่าทำอะไรให้จวนเล่ออันโหวต้องขายหน้า’แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก คนพวกนี้เพียงเพื่อชื่อเสียงก็ทำได้ทุกอย่าง หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือการไล่ส่งนางกับมารดาไปยังที่ทุรกันดารแห่งนั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ก้มหน้ายอมรับทุกอย่างด้วยรู้ดีว่าตนนั้นไร้หนทางให้เลือกในเมื่อไม่มีตัวเลือก ก็ต้องยอมรับกับชีวิตที่มีทว่าวันแล้ววันเล่านางที่เฝ้ารอจะได้พบกับเล่ออันโหวเพื่อจะฝากฝังมารดาก็ยังไม่มีโอกาสเสียที กระทั่งวันงานใกล้เข้ามาแล้วนางที่มิอาจรอให้มีโอกาสเกิดขึ้นเองก็จำต้องแจ้งแก่ท่านพ่อบ้านว่ามีเรื่องอยากคุยกับเล่ออันโหว ซึ่งท่านพ่อบ้านก็รับปาก แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่ได้พบหน้าจนนางต้องย้ำอีกสองสามรอบถึงจะได้มีวาสนาพบหน้าอันเล่อโหวอีกสักครั้งแต่การบ่ายเบี่ยงเช่นนี้ก็เหมือนจะบอกอะไรบางอย่างแก่จ้าวสวี่เช่นกันคนผู้นี้…มิอาจวางใจได้จริง ๆ แต่แล้วอย่างไรเล่า ในจวนนี้เขาเป็นผู้เดียวที่มีสิทธิ์ตัดสินเป็นตายคนทั้งจวนได้
last updateآخر تحديث : 2026-05-08
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status