Masukเรื่องย่อ สะโพกหนาเริ่มขยับดึงท่อนลำเข้าออกเร็วขึ้น สองมือก็จับขาเรียวอ้ากว้าง จะได้มองจุดเชื่อมต่อที่มันถูกร่องรูกลืนกินได้ถนัด จิวซูผละมือออกจากปากลงมาเขี่ยเม็ดเสียวของตนเพิ่มความกระสัน เป็นภาพที่กั่วหลิงเห็นแล้วแทบคลั่ง จึงเร่งซอยเอวถี่รัวจนคนน้องทนไม่ไหวน้ำแตกอีกรอบ “อ๊าย!..ท่านพี่เสียวดีจังเลย” นางครางบอกเขา ดวงตาสวยปรือมองสามีรูปงามอย่างหลงใหล “ดีมากเมียรัก..เสียวต่อเลยนะคนดี..อ๊า!” ตอบกลับเสียงแหบพร่า พร้อมกับกอดขาเรียวขาวเอาไว้ บางคราเขาก็ขบเม้มดูดกัดด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่คนใต้ร่างก็มิได้ตำหนิเลย กลับรู้สึกเสียวซ่านจนด้านในตอดรัดดุ้นเอ็นให้โหวหนุ่มร้องครางเสียมากกว่า
Lihat lebih banyakแคว้นเป่ย ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าสตรีมีน้อยกว่าบุรุษ มิรู้เป็นเพราะเหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้ หากนับให้เข้าใจง่าย ในหนึ่งร้อยคน จะมีสตรีแค่ยี่สิบเท่านั้น จึงเป็นที่มาให้แคว้นนี้สตรีสามารถมีอนุได้ แตกต่างจากแคว้นอื่น
"คุณหนู คิดจะอยู่เป็นโสดเช่นนี้ไปถึงเมื่อใดกันเจ้าคะ อายุก็สิบแปดแล้วนะ" "อยู่เช่นนี้ก็มีความสุขดีมิเห็นต้องหาเรื่องใส่ตัวเลย ดูท่านแม่สิ มีสามีตั้งสี่คน วุ่นวายน่าปวดหัวยิ่งนัก" เสียงบ่นดังขึ้น เมื่อนึกถึงอาการอ่อนเพลียของมารดาที่มักเกิดขึ้นในทุกเช้า แต่ก็น่าแปลกที่นางบอกว่ายังมีความสุขดี หรานอวี้ไม่เข้าใจจริงๆ "คุณหนูก็พูดได้สิเจ้าคะ เพราะยังมิได้ลอง หากได้บางสิ่งแหย่เข้าไปในรูนั้นแล้ว คุณหนูต้องอยากได้สามีเช่นนายหญิงเป็นแน่" สาวใช้เอ่ยบอกประสบการณ์ของตน ยามหมดหน้าที่ดูแลผู้เป็นนาย นางก็จะรีบกลับไปหาสามีที่มีถึงสองคน เพราะทั้งคู่รอปรนเปรอมอบความสุขให้อยู่ที่เรือน แต่ละวันนางจึงรู้สึกอ่อนเพลียมิต่างจากนายหญิงของจวน "พอเลย เอ่ยทีไร เจ้าก็วนมาแต่เรื่องบนเตียง ข้ามิใส่ใจหรอก" ว่าแล้วก็เดินตรงไปยังครัวเพื่อทำอาหารโปรดของตน ที่ใครทำให้กินก็ไม่อร่อยเท่าทำเอง จงหรานอวี้ นางคือคุณหนูสามของสกุลจง เป็นบุตรสาวคนเดียวจึงกลายที่รักของบิดาและมารดา นางมีใบหน้างดงามมาก จึงมีหลายสกุลอยากได้ไปเป็นฮูหยินของจวน แต่สตรีนางนี้ก็ไม่เคยตอบรับการสู่ขอจากผู้ใด เรียกง่ายๆนางมิอยากเป็นแม่พันธุ์นั่นเอง เพราะการแต่งงานต้องมีเจ้าบ่าวสองคนขึ้นไป นี้คือกฎเกณฑ์ของแคว้นนี้ ตกดึก คืนนี้หรานอวี้นอนมิหลับ จึงลุกออกมายืนที่ระเบียงห้องของตนซึ่งมันอยู่ติดกับกำแพงจวนขุนนางของราชสำนัก แต่ก็มิเคยได้ไปมาหาสู่กัน จู่ๆเสียงหนึ่งแล่นเข้ามาในหูจนต้องหันหาที่มาของมัน "อ๊า!..ใต้เท้าแรงอีก แรงอีกเจ้าค่ะ เสียวรูยิ่งนัก..อื้อ" "อะไรกัน ใครมาร้องคร่ำครวญอันใดแถวนี้" นางเอ่ยเบาๆ ก่อนจะชะโงกไปอีกฝั่งกำแพง สิ่งที่เห็นภายใต้แสงจันทร์นั้นคือร่างแกร่งเปลือยเปล่า กำลังทาบทับกระดกก้นใหญ่กระแทกบางสิ่งลงไปใส่สตรีที่นอนเปลือยกายขาชี้ฟ้า "บ้าจริง ทำเรื่องเช่นนี้ในที่กลางแจ้งเช่นนี้เลยหรือ" เสียงตำหนิเปล่งออกมา แต่คนที่ก่นว่ากลับมิได้หยุดมองเลยสักนิด นางยังคงยืนหลบมุมแอบดูอยู่เช่นนั้น เพราะผู้ที่กำลังหาความสุขมิได้ใส่ใจสิ่งใดเลย "อ๊า!..เสียวหัวยิ่งนัก" เสียงกระเส่าดังมาให้ได้ยิน ทำเอาหรานอวี้ตัวสั่นเทาทันที นางรู้สึกวูบวาบตามร่างกาย ยิ่งได้เห็นท่าทางนั้นถนัดสายตาก็ยิ่งละออกมิได้ แสงคบไฟที่จุดขึ้นกลางสวนมันยิ่งส่องให้เห็นทุกท่วงท่าได้ดี "อ๊าย! ใต้เท้าข้าจะแตกอีกแล้ว" เสียงหวีดดังขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วมิรู้ "อีกแล้วหรือ..รูเจ้ามันเยิ้มหมดแล้วนะ" เสียงขุ่นมัวดังขึ้นมาแทนที่ความสุขเมื่อครู่ เพราะตั้งแต่เอามานางก็แตกไปสี่รอบแล้ว ทำให้ช่องรักนั้นหลวมจนเขารู้สึกหงุดหงิด หากมิใช่เพราะสตรีที่เคยเอาถูกซื้อไปก่อนนี้เขาคงมิต้องเอานางผู้นี้มาแก้ขัด แต่ถึงกระนั้นใต้เท้าหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดก็ตะบี้ตะบันซอยเอวเด้าใส่รูรักนางจนตัวสั่นคลอน เพื่อให้ตนนั้นถึงจุดหมายอย่างที่ต้องการ ในที่สุดน้ำขาวขุ่นก็พ่นออกมาเขาผลักไสร่างของสตรีผู้นี้ออกทันที "เจ้าจัดการต่อ ข้ามิเอาแล้ว ขัดใจยิ่งนัก" เอ่ยจบก็เดินไปนั่งที่ตั่ง ซึ่งมีสุราและอาหารมากมายวางอยู่ "หงุดหงิดอีกแล้วสิ เอาของข้าไปแก้ขัดก่อนก็ได้นะ" กัวเล่อนั่งลงข้างกายพร้อมกับสตรีตัวน้อย ที่เปลื้องอาภรณ์มิต่างกัน "จัดการให้สหายข้าที ดูเอาเถอะตั้งโด่เชียว" สตรีตัวน้อยมองดุ้นเอ็นใหญ่หัวแดงเถือกก็กลืนน้ำลายลงคอทันที นางเองก็อยากช่วยเขาอยู่หรอก เพียงแต่ร่องรูนี้มันมิไหวแล้ว เพราะถูกกัวเล่อจับกระแทกตั้งแต่เมื่อหัวค่ำ จนผ่านไปหนึ่งชั่วยาม[2ชั่วโมง] พึ่งจะได้พัก "มิไหวแล้วเจ้าค่ะ ข้าน้อยแสบไปหมดแล้ว" เอ่ยบอกเสียงเบา เกรงจะถูกตำหนิ "เช่นนั้นพวกเจ้าก็กลับไปเสีย อยู่ต่อก็มิมีประโยชน์" เสียงหนึ่งดังขึ้นมา พร้อมกับผลักร่างเล็กที่ตนลากมาด้วยให้ล้มลงบนพื้นพรมที่ถูกปูเอาไว้เพื่อการนี้ "ใจเย็นเถอะกู๋ฟาน พวกเรากินจุเพียงนี้จะมีสตรีใดทนไหว ไปเถอะคนของข้าจะจัดการเรื่องเงินให้" กัวเล่อเอ่ยเสียงอ่อนโยน แต่ยามที่เขากระแทกดุ้นเอ็นมิได้เป็นอย่างที่เห็นเลย สตรีสองนางถูกพาออกไปแล้วเพราะมิไหว มีแค่ผู้ที่ถูกกระแทกอยู่ในยามนี้เท่านั้นที่ยังคงครางเสียงหลงอยู่ แต่ก็มีแค่นางที่รู้สึกเช่นนั้น เพราะคนสนิทของหานเย่ที่รับช่วงต่อเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง เพราะมันหลวมอย่างที่ผู้เป็นนายว่าจนเขาเริ่มมิรู้สึกอันใดแล้วในยามนี้ "ไม่ไหว รีบไปแต่งตัวแล้วออกไปเสีย" เสียงตำหนิดังขึ้น ก่อนจะเดินไปนั่งมิไกลจากผู้เป็นนายอย่างหัวเสีย "แย่เสียจริง สตรีที่ยอมขายก็หายากขึ้นทุกวัน" กู๋ฟานเอ่ยเสียงเบื่อ "นั่นสิ แค่แต่งงานพวกนางก็ได้ขึ้นสวรรค์ทุกวันแล้ว จะมาแอบลักกินขโมยเช่นนี้ไปไย สู้ส่งเสียงร้องในเรือนตนมิดีกว่าหรือ" หานเย่เอ่ยขึ้นบ้าง "ต่อไปภายหน้าเราคงหาสตรีมากินเช่นนี้มิได้แล้วสินะ" กัวเล่อเอ่ยอย่างหมดอาลัย ยามนี้ทั้งสามนั่งเปลือยกายใส่กัน ดื่มสุราใต้แสงจันทราที่สาดส่องลงมา โดยมิรู้เลยว่ามีใครแอบยืนมองอยู่บนระเบียงอีกฝั่งกำแพงจวน "สิ่งนั้นของพวกเขาช่างใหญ่โตยิ่งนัก อื้อ!..หากมันเข้ามาในตัวข้าจะเป็นเช่นไรนะ..อ๊ะ! หรานอวี้เจ้าคิดบ้าอันใดกัน" เสียงตำหนิตนดังขึ้นทันที เมื่อนึกถึงดุ้นเอ็นที่สอดใส่เข้ามาในร่องรู ซึ่งยามนี้นางกำลังใช้นิ้วแหย่เข้าไปจนฉ่ำเยิ้ม คุณหนูสามทำเช่นนี้ตั้งแต่เห็นร่างแกร่งของหานเย่กดกระแทกดุ้นเอ็นใส่ร่างสตรีผู้นั้นแล้ว ก่อนนี้นางมิเคยเห็นและได้ยินเสียง จึงมิรู้ว่ามันจะกระตุ้นกำหนัดได้เพียงนี้ พอมาประสบพบภาพจริงๆจึงมิอาจห้ามความต้องการของวัยสาวที่เกิดขึ้นกับทุกคนได้ นางใช้สายตาโลมเลียสามหนุ่มโดยที่อีกฝ่ายมิรู้ตัวเลยสักนิด ชักนิ้วเข้าออกจนเกิดเสียง มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาบีบเค้นเต้าอวบของตน จนอดมิได้ที่จะสอดเข้าไปบีบเม็ดไตเพิ่มความต้องการ ขาที่ยืนหนีบไว้ในคราแรกก็ยกขึ้นเหยียบตรงขอบระเบียง เพื่อเปิดทางให้นิ้วของตนรัวชักเข้าออก "อื้อ!..มันไม่พอ ข้าต้องการสิ่งที่ใหญ่กว่านี้" นางเปล่งเสียงหวานออกมา สิ่งที่คิดในหัวพาร่างเล็กเดินลงมาจากชั้นบนของเรือน ตรงไปที่พุ่มไม้ซึ่งด้านล่างเป็นช่องหมารอดที่ไม่มีใครรู้ว่ามันมีอยู่ อารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านเกินควบคุมทำให้คุณหนูสามมิได้นึกถึงสิ่งใดในยามนี้ นางดินตรงเข้าไปหาทั้งสามหนุ่มที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มือเล็กยกขึ้นเปลื้องอาภรณ์ของตนไปด้วยจนเหลือเพียงชุดนอนบางเบา เผยให้เห็นเนินเขาตั้งชูชันประดับด้วยเม็ดไตสีสด จนบุรุษทั้งสามต่างก็พากันมองอย่างตกตะลึง "นายท่าน ข้าน้อยอยากได้สิ่งนั้นของท่านสอดใส่ในรูเจ้าค่ะ ข้าอยากเหลือเกิน" ร้องขอเสียงหวานอย่างมิรู้จักอาย ดุ้นเอ็นที่คอพับไปแล้วหลังจากมิได้ทำกิจกรรมมาสักพักกลับตั้งโด่ขึ้น เมื่อเห็นร่างกายเย้ายวนใต้ร่มผ้าบางเบา นางเดินตรงเข้ามาหาหานเย่ พร้อมกับคุกเข่าตรงหว่างขาเขา สายตามิได้จับจ้องใบหน้าอีกฝ่ายแม้แต่น้อย "ขอชิมได้หรือไม่เจ้าคะ" เอ่ยบอกพร้อมกับช้อนสายตาเย้ายวนมอง ชายหนุ่มก็พยักหน้าให้ มิรู้ด้วยซ้ำว่านางหมายถึงสิ่งใด เพียงเท่านั้นเขาก็สะดุ้งกับสัมผัสจากมือนิ่ม เมื่อนางจับดุ้นเอ็นเขารูดขึ้นลง ท่ามกลางสายตาของสหายที่กลืนน้ำลายมองตามการกระทำของนาง เพราะสะโพกกลมยามนี้มันกระดกขึ้นเมื่อนางอยู่ในท่าโก้งโค้ง สองแขนพาดอยู่ที่ต้นขาแกร่งของสหาย แม้จะมีกางเกงนอนปิดบังเอาไว้ แต่ก้นงอนผึ่งผายนี้ก็ยังดึงดูดได้ดีเหลือเกิน กัวเล่อและกู๋ฟานจ้องมองการกระทำของนาง สลับไปมาระหว่างก้นงอนที่พวกเขาอยากจะฟาดฝ่ามือลงแรงๆยิ่งนัก แต่เพราะมิรู้ที่ไปที่มาของนางจึงมิกล้าบุ่มบ่าม หากกล้าเดินเข้ามาหาพยัคฆ์ร้ายเช่นพวกเขา อย่างไรเสียคืนนี้นางมิมีทางรอดไปเป็นแน่ "อ๊า!..ลิ้นของเจ้า..ซี๊ด!" เสียงกระเส่าดังขึ้น เมื่อถูกความเปียกชื้นสัมผัสลงที่หัวดุ้นบานหยัก ยามนี้น้ำใสปริ่มออกมาให้รสชาติประหลาดแก่ผู้ที่ได้ชิม "รสชาติมิได้แย่นะเจ้าคะ ข้าชอบ" เอ่ยบอกเสียงหวาน และยังช้อนสายตามองอย่างยั่วยวน ก่อนจะครอบกลืนดุ้นเอ็นนี้ลงไปจนสุดโคน เป็นเหตุให้หานเย่สะดุ้งเฮือก ซู๊ดปากครางเสียงหลง จนสหายทั้งสองต่างก็อยู่ไม่สุข "อ๊า!..ปากเจ้าอุ่นยิ่งนัก ซี๊ด!..ข้าเสียวมาก" เอ่ยพร้อมกับยกมือกดหัวนางเอาไว้เบาๆ เกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำต่อ # เอ๋!..น้องหรานอวี้นี่เป็นยังไง บอกไม่ชอบไม่อยากแต่ง แต่เดินเข้ามาหาเอง อย่างว่าแหละอารมณ์เปลี่ยวเกิดขึ้นแล้ว คำพูดอะไรก็จำไม่ได้ทั้งนั้นแหละ เห้อ อยากเกิดในแคว้นนี้จัง 😂😂😂ชายหนุ่มรูปร่างกำยำเริ่มขยับสะโพกหนากระดกขึ้นลงช้าๆ เนิบนาบ ดึงเอาดุ้นใหญ่ของตนออกมาจนเกือบสุดแล้วดันเข้าไปอีกครั้ง ทำให้ม่านอี้ต้องดันใบหน้าคมคายนี้ออกห่าง เพื่อเผยอปากซูดเอาอากาศเข้าปอด เพราะการเสียดสีด้านในร่องรักนั้นมันทั้งปวดและเสียวอธิบายไม่ถูก “อ๊า!..ร่องของเจ้าดูดแน่นเหลือเกิน” เสียงครางกระเส่าแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับขยับสะโพกหนากดลงเน้นย้ำทุกครั้ง เรียกได้ว่าเขาดันมันเข้าสุดจนชนกับผนังด้านในก็ว่าได้ ทำเอาคนใต้ร่างถึงกับจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่ง สองขาของนางก็ถูกมือเรียวดันจนฉีกออกกว้าง โดยมีขาแกร่งช่วยดันเอาไว้ ทำให้ทั้งคู่ยังคงบดเบียดตัวตนแนบกัน “อื้อ!..คุณชายข้าน้อยเสียว” เสียงครางหวานเปล่งออกมา ก่อนจะรั้งเอาใบหน้าเขามาแลกลิ้นกันอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ปฎิเสธแม้แต่น้อยเพราะเขานั้นชอบใจอยู่แล้ว ทุกสัมผัสทั้งคู่ต่างก็ตอบรับกันเป็นอย่างดี เรียกว่าเข้าขากันมากก็ว่าได้ เพราะด้านบนกระเด้า ด้านล่างก็ขมิบช่องรักจนเขาครางเสียวแทบไม่เป็นประสา นางดูดตวัดเกาะเกี่ยวปลายลิ้นเขาจนน้ำลายไหลเยิ้มออกมา แต่ทั้งคู่ก็หาได้ใส่ใจไม่เพราะยามนี้สะโพกหนาเริ่มขยับเร็วขึ้น จึงทำให้ม่านอี้ร้องครางออกม
ค่ำคืนอันเหน็บหนาวท่ามกลางเดือนเสี้ยว มันดูอ้างว้างสำหรับคนที่กำลังเจ็บปวดเพราะความรัก ร่างเล็กของสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งนิ่งเมื่อได้รู้ข่าวว่าคนรักของตนกำลังเข้าพิธีมงคลกับสหายสนิทของนาง ซึ่งคบหากันมาเกือบหนึ่งปีตั้งแต่หลุดเข้ามาอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ ใช่! ซูม่านอี้คือสตรีที่หลุดมาจากอีกยุคตัวเป็นๆ ในวัยสิบเก้าปีนางจึงฉลาดพอที่จะเอาตัวรอดได้ และเรียนรู้การใช้ชีวิตในยุคโบราณ แม้ตอนแรกมันจะยากก็เถอะ แต่สุดท้ายก็สามารถหารายได้จนสร้างฐานะขึ้นมา จึงย้ายตนเองเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง และพบรักกับคุณชายหาน แต่วันนี้คนรักกำลังเข้าพิธีมงคล ม่านอี้จึงได้แต่นั่งกลุ้มอยู่คนเดียวที่ศาลาริมน้ำนอกเมือง เพราะไม่อยากได้ยินข่าวมงคลที่ผู้คนมักเอ่ยถึง นางใช้สุราปลอบใจจนดึก ก็ไม่ยอมกลับดูท่าคงจะเมาหลับอยู่ที่นี่เป็นแน่ “เหวินรุ่ยตรงนั้นมีสตรี” เสียงทุ้มของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนยิ้มร้ายจะผุดขึ้นมา แล้วตรงไปหาคนที่นั่งยกไหสุราดื่ม โดยไม่สนใจเลยว่ามีคนเดินมา “แม่นางเจ้ามานั่งทำสิ่งใดที่นี่” บุรุษหนุ่มเอ่ยถามทันที ม่านอี้หันกลับมามองเล็กน้อย คิ้วสวยขมวดกันเป็นปม แต่ไม่ได้ตอบสิ่งใดออกมา เพราะยามนี้นางเริ่มมึนแ
“ทะ..ท่านพี่..ขะ..ข้า” เสียงติดขัดเปล่งออกมา โดยที่สะโพกหนาก็ยังไม่หยุดกระแทกดุ้นเอ็นเข้ามา ทำเอาจิวซูรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก แต่คนด้านหลังกลับดันร่างนางโน้มลงไปหาแก่นกายของสามี ซึ่งมันชี้หน้านางอยู่ “ดูดกินเช่นที่เจ้าทำให้พี่สิจิวซู..อ๊า!..กั่วหลิงจะได้ไม่น้อยใจ..เจ้าไม่อยากให้ผัวทั้งสองสามัคคีกันหรอกหรือ” กวนซีบอกเสียงแหบพร่า ใบหน้าหวานจึงเงยขึ้นมองสามีเล็กน้อย พอเห็นเขายิ้มให้จึงยกมือออกไปจับดุ้นเอ็นชักรูดเบาๆ แล้วส่งปลายลิ้นแดงออกไปเลียหัวบานหยัก ทำเอากั่วหลิงเกร็งตัวมองการกระทำของเมียรัก พอนางกลืนดุ้นเอ็นเขาเข้าไปสัมผัสเปียกชื้นก็ยิ่งกระตุ้นกำหนัด กวนซีจึงขยับดันสะโพกขาวแรงๆ ทำให้นางกลืนท่อนลำเข้าไปลึกกว่าเดิม กั่วหลิงเสียวซ่านจนกดหัวนางไว้ ร่างเล็กกระเด้งกระดอนสองเต้ากระเพื่อมไหว ตามแรงที่คนด้านหลังอัดกระแทกเข้ามา ยามนี้สามร่างเปลือยเปล่ากำลังมัวเมาส่งเสียงครางดังลั่นห้อง เป็นสิ่งที่จิวซูต้องการเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าความฝันนางเป็นจริงแล้ว “อ๊า!..ดียิ่งนัก..ข้าไม่เคยเสียวเช่นนี้มาก่อนเลย” กั่วหลิงเปล่งเสียงครางออกมา เขาเริ่มเด้าดุ้นเอ็นใส่ร่องปากคนน้อง ที่ห่อดูดรอรับเขา
กวนซีขบกรามแน่น เพราะไม่คิดว่าคนน้องจะเก่งเช่นนี้ ท่วงท่าและบทรักก็มีแปลกใหม่มาให้ได้สัมผัส โดยเฉพาะปากอิ่มที่ดูดอมท่อนลำเขาอยู่ เกิดมายังไม่เคยมีสตรีใดคิดทำ แต่นางกลับเก่งยิ่งนัก “อ๊า!..เมียจ๋า..ปากเจ้าดียิ่งนัก..ซี๊ด!..พี่เสียวเหลือเกิน..อ๊า!..ทั้งอุ่น ทั้งดูด” เขาครางเสียงรอดไรฟัน เพราะเกรงว่าเสียงจะดังจนผู้คนได้ยิน แม้ในเรือนจะมีแต่คนของเขา แต่ก็ไม่อาจไว้ใจได้ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไป ปากอิ่มห่อดูดดุ้นเอ็นเอาไว้ ยามที่เขาอัดมันเข้ามา ขยับเด้าเด้งใส่ไม่ยอมหยุด คนตัวเล็กก็ช่างมีปากที่แข็งแรง สามารถอมและปล่อยให้เขากระแทกดุ้นเข้าใส่โดยที่นางไม่สำลัก เป็นเหตุให้ใต้เท้าหนุ่มเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ปากเล็กยังคงดูดเลียอย่างเอร็ดอร่อย น้ำลายไหลลงที่มุมปาก กวนซีเปิดเอาผ้าของตนออก เพื่อดูปากอิ่มที่กำลังรอรับดุ้นเอ็นเขากระแทกเข้าไป ช่างเป็นภาพที่ยั่วกำหนัด จนไม่อาจทนต่อไปได้ จึงเปล่งเสียงครางออกมาในที่สุด “อ๊า!..พี่ไม่ไหวแล้วเมียรัก..ซี๊ด!..จะแตกแล้วเอาปากออกพี่จะแตกแล้วเมียจ๋า..ซี๊ด!” ร้องบอกพร้อมกับดันใบหน้าหวานออก แต่ปากเล็กหาได้หยุดไม่ ยังคงดูดกินอย่างเอร็ดอร่อยจนใต้เท้าหนุ่มต้องเด้าต่อ











