Share

บทที่ 4

last update Petsa ng paglalathala: 2025-12-03 20:38:26

วันนั้นฤทัยรักษ์จำต้องตามแดนดินไปสำรวจ ‘บ้านของย่า’ เธอไม่อยากทำตัวเรื่องมาก มาอาศัยเขา เขาจะเปิดบ้านให้ดูก็ต้องตามไปดูละ

ไหนเลยจะรู้ว่า ‘บ้านของย่า’ นั้นกว้างใหญ่เพียงใด เดินอยู่นานค่อนวันก็ยังไม่ทั่ว

ดวงตาสีน้ำตาลสวยมองทุ่งนาโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตาที่ถูกแบ่งด้วยคันนาจนกลายเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กใหญ่ละลานตารอบตัวแล้วเงยหน้าถามคนพามาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“นี่ของคุณย่าหมดเลยเหรอคะ?”

แค่กะด้วยสายตา ที่นาแถวนี้ก็มีอยู่หลายร้อยไร่เลยนะ!

“ใช่”

คำตอบสั้นๆ ทำเอาคนฟังสูดหายใจลึก ฤทัยรักษ์นึกว่าที่นาของคุณย่าคำหอมจะมีแค่ตรงด้านหลังเรือน แต่แดนดินพาเธอเดินดูจนจะหมดแรงแล้วยังเห็นแค่ส่วนที่อยู่ริมทางเท่านั้น ที่อยู่ไกลสุดสายตานั่นยังไม่ได้เข้าไปใกล้มันเลย

“นาข้าวที่เธอเห็นอยู่นี่เราปลูกข้าวหอมมะลิแบบปลอดสารพิษทั้งหมดเลย ผลผลิตที่ได้จะถูกส่งเข้าไปยังโรงสีข้าวตรงนู้น” เขาอธิบายพลางชี้มือไปทางโรงเรือนสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่อีกด้าน “ข้าวเปลือกจะถูกสีเป็นข้าวสารและบรรจุใส่ถุง ส่งออกไปให้ลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าประจำที่จองกันเข้ามาทุกปี”

“นั่นก็โรงสีของคุณย่าอีกหรือคะ!” เธอทำตาโตถาม โรงสีข้าวบ้าอะไรใหญ่โตขนาดนั้น แถมมีตั้งสามหลังอีกต่างหาก

“ก็ประมาณนั้น ไว้วันหลังฉันจะพาเข้าไปดู”

ฤทัยรักษ์พยักหน้ารับ ในใจอึ้งแล้วอึ้งอีก ก่อนจะมาที่นี่แม่นมบอกว่าบ้านของพี่สาวทำนาปลูกข้าวขาย เธอก็ไม่คิดว่าจะขายกันเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ขนาดนี้

แดนดินเห็นสีหน้าอึ้งๆ ของอีกฝ่ายก็ยิ้มเยาะ พอรู้ว่าพวกเขาทำกิจการอะไร กี่รายๆ ก็อย่างนี้ แล้วเขาจะยอมให้ย่าผูกด้ายแดงยังไงไหว

“แล้วที่นี่ทำนากันแบบไหนเหรอคะ ปักดำหรือว่าหว่านเลย”

คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน ทำให้แดนดินนิ่วหน้าถามกลับ “เธออยากรู้ไปทำไม”

“ก็แค่อยากรู้”

“ที่นาทองคำของเราดินและน้ำเหมาะแก่การทำนาปี ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงใช้วิธีปักดำกัน เพราะมันให้ผลผลิตดีกว่าการหว่านเมล็ด”

ฤทัยรักษ์พยักหน้าเข้าใจ เหม่อมองทุ่งนากว้างตรงหน้าด้วยแววตาอ่านไม่ออก คนพามาเห็นอาการเหม่อมองของเธอก็สั่งเสียงเรียบ

“มองเสร็จแล้วก็ตามมา ฉันมีอะไรให้เธอดู”

“ดูอะไรอีกคะ”

“ตามมาเถอะ”

ฤทัยรักษ์กลอกตาเดินตามเจ้าถิ่นไปช้าๆ นึกเคืองคนที่ทำให้เลขาคุณชายสูงศักดิ์อย่างเธอต้องมาเดินท่อมๆ กลางทุ่งอย่างนี้นัก

ทั้งสองเดินมาได้สักพักก็ถึงหน้าโรงไม้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรือนคำหอมมากนัก ภายในโรงไม้มีควายตัวใหญ่สีดำทมิฬนอนเคี้ยวหญ้าอยู่อย่างสบายใจ

“ขอแนะนำให้รู้จักกับบุญหลาย ควายฉันเอง” แดนดินหันไปบอกคนข้างหลังสั้นๆ เจ้าบุญหลายเป็นหนึ่งในควายไทยที่เขาเลี้ยงไว้เพื่ออนุรักษ์เผ่าพันธุ์ของมัน เขาไปเจอมันในกองประกวดลูกควายงามที่ได้รับเชิญไปเป็นประธานเปิดงาน ทั้งที่ตอนนั้นเล็งตัวได้แชมป์เอาไว้แล้ว แต่เขาก็เปลี่ยนใจ เพราะเจอควายที่ได้ตำแหน่งรองแชมป์ส่งแววตาอ้อนวอนให้ตอนคล้องมาลัยรางวัลให้มัน เขาซื้อมันกลับบ้านในราคาเกือบล้าน มันเอาแต่ใจสุดๆ ย่าถึงกับออกปากว่ามันนิสัยเหมือนเขาเลย

“หวัดดี”

“เธอไม่กลัวควายเหรอไง”

คนเดินเข้าไปทักทายเจ้าทุยใกล้ๆ ไม่มีหวาดกลัวยิ้มบอกว่า

“ไม่กลัวค่ะ มันอยู่ในคอก มีไม้กั้นเอาไว้แล้วนี่คะ”

“ไม่กลัวก็ดี อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็มาเล่นกับมัน หรือจะปั้นมันมาให้ฉันเล่นก็ได้นะ”

ฤทัยรักษ์นึกตามไม่ทันขมวดคิ้วงามถาม “ให้ฉันทำอะไรนะ?”

“ก็เขาว่าอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นควายให้ลูกท่านเล่น เธอก็ปั้นไอ้บุญหลายมาให้ฉันเล่นสิ”

เธอยิ้มเย็นบอก “ได้สิคะ จะเอากี่ตัวดีล่ะ คุณหลานท่าน”

“เอาตัวเดียว เอาให้เหมือน ไม่เหมือนไม่เอา”

“งั้นอย่าเอาเลยค่ะ ฉันปั้นไม่เก่ง ปกติไม่เคยปั้นวัวปั้นควายให้ใครเล่นเหมือนกัน มีแต่คนปั้นมาให้เล่นที่วังของท่านลุง”

แดนดินถลึงตาใส่หลานสาวท่านชายใหญ่ “งั้นเธอก็กลับไปเล่นที่วังเลยไป จะแล่นมาเล่นที่นี่ทำไมกัน”

“ไปบอกคุณย่าสิคะ ว่าคุณไม่อยากให้ฉันมาเล่นที่นี่”

“เธอ!” แดนดินเรียกแล้วสะบัดหน้าเดินหนี ขืนไปบอกย่าแบบนั้น เขาก็ถูกย่าเฉดหัวออกไปเล่นที่อื่นแทนน่ะสิ!

“คุณย่าจะเริ่มทำนาเมื่อไหร่คะ หนูอุ่นขอช่วยทำได้ไหม”

คำขอในเช้าวันต่อมาของฤทัยรักษ์เล่นเอาหญิงชราทำช้อนข้าวหลุดมือ ถามกลับไปหน้าตาตื่นตะลึง

“เมื่อกี้หนูว่าอะไรนะ”

“หนูอุ่นอยากทำนา ขอทำนาด้วยคนได้ไหมคะ”

อดีตเลขาคุณชายนักธุรกิจทำเสียงหวานอ้อนขอคุณย่าคนใหม่ หญิงชรายังไม่ทันว่าอะไร แดนดินที่กลับมากินข้าวเช้าด้วยกันก็บอกปัดออกมาก่อน

“ไม่ได้!”

อยากทำนา?

คิดว่าง่ายเหมือนเล่นขายข้าวขายแกงหรือไงแม่คุณ!

“ย่าว่าหนูอยู่ช่วยพวกย่าทำอะไรๆ ที่เรือนดีกว่านะจ๊ะ” ย่าคำหอมบอกอย่างไม่เห็นดีด้วยเช่นกัน

“หนูอุ่นอยากลองทำนี่คะ มาถึงนาทองคำทั้งที ไม่ได้ทำนาก็เหมือนมาไม่ถึง”

แม่นมที่ถูกนับเป็นย่าแทนแล้วเห็นหน้าละห้อยๆ ของฤทัยรักษ์ก็ใจอ่อน อดช่วยพูดไม่ได้ “คนนี้เขาชอบทำอะไรที่นึกไม่ถึง ติดว่าชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในรั้วในวัง ก็เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสทำอะไรแบบนี้”

“จริงค่ะ ให้หนูอุ่นลองทำดูนะคะ”

“แต่ว่า...”

“นะคะคุณย่า” เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อน มันได้ผลเสนอเมื่อทำกับพี่ๆ ที่วัง

ย่าคำหอมมองน้องสาวอย่างไม่รู้จะทำเช่นไรกับลูกอ้อนนี้ งานในทุ่งนามันไม่ใช่เรื่องที่สาวๆ จะทำได้ ถ้าไม่แกร่งพอ แล้วฤทัยรักษ์ก็แค่มาหลบซ่อนไม่นาน ท่านจะปล่อยให้ไปลุยงานหนักอย่างนั้นได้อย่างไรกัน “ย่าว่าทำงานอื่นไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ”

“โธ่! หนูอุ่นอยากทำนานี่คะ สมัยก่อนตอนที่ไปออกค่ายอาสาบนดอยแล้วต้องช่วยชาวเขาหว่านข้าว เพื่อนๆ ก็ไม่ยอมให้ทำ ตอนนี้คุณย่าก็จะไม่ให้หนูอุ่นทำอีกคนหรือคะ”

“แต่ย่าว่าไปทำงานช่วยพี่ดินในออฟฟิศน่าจะดีกว่านะ ไม่ต้องไปตากแดดตากลมในทุ่งด้วย”

“งานออฟฟิศ กลับไปหนูอุ่นก็ได้ทำอยู่แล้ว”

แดนดินเงยหน้าขึ้นจากชามข้าวมามองคนที่กำลังอ้อนวอนย่าของเขาด้วยสีหน้าละห้อยแวบหนึ่ง ก่อนจะบอกเสียงเรียบ “ถ้าอยากทำจริงๆ ฉันจะสอนเธอเอง”

“เจ้าดิน!”

“ก็น้องอยากทำ ย่าจะไปขัดทำไม ย่าแพงยังไม่ว่าอะไรสักคำ”

“คุณพี่ว่ายังไง น้องก็ว่าตามค่ะ” ย่าแพงของเขายิ้มเอ่ย

ย่าคำหอมถอนใจมองฤทัยรักษ์ที่ทำตาปริบๆ อ้อน สลับกับแดนดินที่นั่งทำหน้าเรียบอยู่

เอาเถอะ บางทีไปทำงานด้วยกันอาจจะทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น

“ถ้าอยากทำก็ให้พี่เขาช่วยสอนแล้วกันนะ”

“เย้ ขอบคุณนะคะคุณย่า”

ขณะที่ฤทัยรักษ์ฉีกยิ้มดีใจ ใครบางคนกลับแอบหัวเราะในใจ

คอยดูเถอะ เขาจะทำให้เธอแจ้นกลับไปเล่นที่วังเร็วๆ นี้เลย!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 47

    ‘พระจันทร์แสนรัก’ชื่อที่อ่านครั้งแรกก็ทำเอาหอมจันทร์เขินหนักแทบม้วน ไม่กล้าคลิกเข้าไปอ่านต่อเลย เพราะเอกตะวันบอกว่าบทความโปรโมทเกาะเคียงจันทร์ครั้งนี้หวานเรียกมดสุดๆแต่จะไม่เปิดก็อยากรู้ไม่ไหวหอมจันทร์จึงกลั้นใจกดเข้าไปดูพร้อมเพื่อนทั้งสอง แล้วพวกเธอก็ถึงกับอึ้ง เมื่อมีบทสัมภาษณ์สั้นๆ ของเจ้าของเกาะเคียงจันทร์โชว์หราอยู่‘ทุกอย่างบนเกาะเคียงจันทร์ เกิดขึ้นจากความรักที่ผมมีต่อเธอผู้เป็นที่รัก’หญิงสาวอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าจะยอมเลื่อนจอไปดูสิ่งอื่นในหน้าเว็บต่อ มีแต่สถานที่ต่างๆ บนเกาะที่เธอเคยไปมาแล้วทั้งนั้น พวกเขาถ่ายภาพออกมาในมุมมองสวยตระการตาชวนให้อยากไปเห็นกับตาตัวเอง ทว่าไม่มีลานพระจันทร์ ที่ที่มองเห็นพระจันทร์ได้สวยที่สุดอยู่เลย“โอ๊ย! นังโคนมน้อย ทำไมนายหัวของนังคุณหญิงถึงได้โรแมนติกอย่างนี้” ทินกรร้องถามมิลันดาที่กำลังฟินอยู่ข้างๆ หลังได้รู้ความเป็นมาของเกาะเคียงจันทร์“อยากได้ผู้ชายแบบนี้จัง” มิลันดาเริ่มเพ้อฝัน “พี่เธียรโรแมนติดสุดๆ ไปเลย”“ยังโรแมนติกได้กว่านี้อีก”"หือ"ทินกรกับมิลันดาหันขวับทันที แค่โต๊ะดินเนอร์ท่ามกลางแสงเทียนและแสงจันทร์บนชายหาดสีนวลๆ ก็โดนใจแล้ว

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 46

    เวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เธียรวิชญ์มากรุงเทพมหานคร เขาใช้มันได้อย่างคุ้มค่าเหลือเกินกลางวันอยู่บริษัทรังนกของตนและเดินสายชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวเกาะเคียงจันทร์กลางคืนไปนั่งดินเนอร์หวานกับแฟนสาว ควงกันจนตอนนี้คนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่าทั้งสองคบกันอยู่ หวานเหมือนไม่เคยเลิกกันแต่ยิ่งทั้งสองไปกันได้ดี คนที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ยิ่งกังวลคืนนี้คุณชายเอกตะวันนั่งรอน้องสาวจนดึก อยากจะคุยกับน้องสักหน่อย วันก่อนๆ ล้วนกลับมาไม่เร็วไม่ช้า แต่วันนี่ดันเป็นคืนสุดท้ายก่อนเธียรวิชญ์จะกลับกระบี่ คนสวยเลยถูกพามาส่งดึกหน่อย"หญิงจันทร์"คนถูกเรียกไว้ก่อนจะขึ้นห้องชะงัก เดินเข้าไปนั่งข้างพี่ชายอย่างแปลกใจ "พี่ชายยังไม่นอนอีกเหรอคะ"“รอจันทร์อยู่น่ะ"“รอจันทร์?”“อืม พรุ่งนี้เธียรจะกลับกระบี่แล้วใช่มั้ย”“ค่ะ คืนนี้เลยไม่ยอมปล่อยจันทร์กลับมาง่ายๆ ไงคะ”“ที่เป็นอยู่ตอนนี้ จันทร์มีความสุขดีใช่มั้ย”หอมจันทร์เลิกคิดมอง "ทำไมพี่ชายถามแบบนั้นล่ะคะ""เรื่องตอนนั้นน่ะ จันทร์ลืมมันไปหมดแล้วเหรอ” เอกตะวันถามตรงๆ สายตาจับจ้องสีหน้าคนเป็นน้องนิ่งหญิงสาวฟังคำถามแล้วมองค้อนขวับ ตอนนี้ทำมาเป็นห่วง ตอนวางแผนส่งเธอไปหาเธียรวิชญ

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 45

    หอมจันทร์เอนตัวหนีจากอ้อมแขนอบอุ่น ปากขมุบขมิบต่อว่าความเฉลียวใจเก่งของพวกเขา แต่เธียรวิชญ์หาได้ปล่อยเธอให้หลุดมือ เขายังกระชับแขนแน่น สุดท้ายเธอเลยปล่อยให้เขากอดไว้อย่างนั้นด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ และบอกเรื่องที่ตนกำลังทำอยู่เสียงเนือยๆ “ก็นอกจากจะแกล้งพี่ชายตะวันแล้ว ดินเนอร์นี้ก็มีขึ้นมาเพื่อแก้ข่าวเรื่องจันทร์กับทินนี่ไงคะ”เธียรวิชญ์หนังตากระตุกทันที “ข่าวเรื่องอะไรนะ?”“อ้อ" เอกตะวันพยักหน้าช้าๆ "ข่าวเรื่องที่จันทร์แกล้งดินเนอร์กับทินกรประชดแกเมื่อคราวก่อนใช่มั้ย”“ค่ะ นักข่าวเขาเขียนมั่วๆ ไปเองทั้งนั้น วันนั้นแก๊งจันทร์มากันตั้งสามคน พวกเขาดันถ่ายแค่จันทร์กับทินนี่”เธียรวิชญ์ฟังเธอแก้ตัวพลางทำทีพยักหน้าเข้าใจแล้วถามต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แล้วจันทร์คิดจะแก้ข่าวยังไง”“ง่ายๆ เลยค่ะ ลองคิดดูสิ ถ้ามีคนเอาภาพจันทร์กำลังดินเนอร์สวีทกับพี่เธียรโดยมีพี่ชายนั่งเป็นพยานด้วยความอิจฉาไปทำข่าว คนก็ต้องคิดว่าจันทร์กับพี่เธียรกำลังคบกันอยู่และเป็นการคบแบบได้รับความเห็นชอบจากพี่ชายด้วย นี่เป็นการแก้ข่าวมั่วๆ เรื่องจันทร์กับทินนี่ได้ดีเลยไม่ใช่เหรอคะ"มือข้างที่ว่างอยู่ของเธียรวิชญ์คลึงแก้วไวน์

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 44

    ด้านเธียรวิชญ์พยายามทำหน้านิ่งที่สุด วางมาดนายหัวมาดเข้มขณะนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ หอมจันทร์ หนวดเคราที่ลืมกำจัดเพราะความรีบร้อนเสริมให้เขาดูเข้มดั่งใจต้องการ ทำเอาแก็งลูกหมูสามตัวตรงหน้าแทบไม่กล้าสบตากับเขาเลย“คนนี้เองเหรอ ที่เป็นข่าวกับจันทร์เมื่อวันก่อน”เสียงเย็นชาเอ่ยถามหลังแนะนำตัวกันเสร็จแล้ว ทำเอาทินกรสะดุงเล็กน้อย เขยิบเข้าไปใกล้ร่างเล็กของมิลันดาอย่างระแวงมือเท้าของนายหัวหนุ่มสุดหล่อ เขาไม่กล้าตอบรับและไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่มองหอมจันทร์ด้วยแววตาอ้อนวอนตาปริบๆพูดอะไรสักอย่างสิ อย่าให้งานมาเข้าทินนี่คนเดียวแบบนี้ฮืออออ“พี่เธียรมาที่คาเฟ่นี้ได้ไงคะ” แทนที่จะตอบ หอมจันทร์กลับถามเธียรวิชญ์ด้วยน้ำเสียงแบบมะนาวแล้งน้ำแทน“ถามว่าทำไมพี่ไม่อยู่ที่เกาะสิ”“อ้อ แล้วทำไมพี่ไม่อยู่ที่เกาะล่ะคะ”“พอดีมีคนบางคนทำให้พี่โมโหหึงมากไปหน่อย” เธียรวิชญ์ใช้สายตาคมกริบจับจ้องเป็นการบอกใบ้ว่าใครคือคนนั้น ซึ่งไม่ใช่หอมจันทร์อย่างที่ควรจะเป็นทำไมถึงเป็นเขาอีกแล้วล่ะ!ทินกรอยากจะร้องไห้ เมื่อถูกคนหล่อมองด้วยสายตาอาฆาต เขาไม่ได้เป็นคนริเริ่มแผนยั่วให้หึงนี่สักหน่อย จัดการคนของตัวเองโน่นสิราวกับว่าคนต้น

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 43

    “มันจะได้ผลจริงๆ เหรอเนี่ย ทำไมนายหัวเธียรของหล่อนเงียบหายไปแบบนี้ล่ะ” ทินกรที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีพาทเทลกับกางเกงสีขาวเอ่ยถามขณะกำลังนั่งประชุมกันอยู่ที่คาเฟ่ของมิลันดาผ่านมาเป็นอาทิตย์ๆ แล้ว แต่พายุหึงที่ควรโหมกระหน่ำกลับไม่มีแม้แต่ลมเย็น!“หรือว่าพี่เธียรจะปล่อยจันทร์แล้ว หมายถึงปล่อยมือไปเลยน่ะ” มิลันดาออกความเห็นด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ จนโดนเพื่อนหนุ่มหันมาขึงตาใส่“แม่โคนมตัวน้อย หล่อนอย่าพูดจาให้เพื่อนใจเสียสิยะ”"..." คนถูกว่าก้มมองหน้าอกตัวเองเงียบๆ ชุดเอี้ยมแบบกระโปรงที่ใส่วันนี้ทำให้เธอดูเด็กลงไม่น้อย แต่หน้าอกที่ใหญ่เกินหน้าตาไม่ได้น้อยตาม ก็เรียกว่า ‘โคนมตัวน้อย’ ได้อยู่“ไม่หรอก อย่าลืมว่าเราแค่ต้องการเอาคืน" หอมจันทร์บอกด้วยสีหน้าไม่ร้อนอกร้อนใจ "อีกอย่างจันทร์ก็ให้พี่ชายโทรหาพี่เธียรแล้ว พี่ชายบอกว่าโมโหใหญ่เลย แต่เขาไม่มีเบอร์จันทร์ เลยโทรหาไม่ได้ แล้วนี่คงจะยุ่งเรื่องเปิดเกาะเคียงจันทร์อยู่นั่นละ”ทินกรค้อนขวับใส่คนยกแก้วคาปูชิโน่ปั่นของตนขึ้นดูดสบายใจ “หล่อนจะบอกว่ามั่นใจมากว่ามันได้ผลงั้นสิ”“แน่นอน”มิลันดาที่กำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ในใจ มองท่าทางมั่นใจของหอมจันทร์แล้วขย

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 42

    เธียรวิชญ์ไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นเลย เพราะกำลังนึกถึงพระจันทร์อีกดวงของเขา พอเห็นคนสนิททั้งสองมองมาเป็นเชิงถาม จึงอดปรึกษาไม่ได้ “กูต้องทำไงวะ จันทร์ถึงจะเข้าใจว่ากูรักเขามากแค่ไหน”“แล้วที่นายหัวทำอยู่ มันไม่ดีเหรอครับ” เป็นภัทรชนม์ที่ถามกลับเธียรวิชญ์ส่ายหน้า “ถ้าดี จันทร์จะมีเวลาไปหาคนอื่นเหรอ”“อ้อ คุณจันทร์ไปหาคนอื่นนี่เอง”“เออ ทำไมไม่เอะใจบ้าง ว่าทุกอย่างที่กูทำบนเกาะนี้ก็เพื่อใคร ชื่อเกาะ ชื่อรีสอร์ต มันบอกทุกอย่างแล้วนี่นา กูแค่อยากให้จันทร์อยู่ในที่ปลอดภัยสักระยะแค่นั้นเอง ทำไมต้องประชดด้วยการควงคนอื่นด้วย เจ็ดปีที่ผ่านมากูยังไม่เคยควงใครประชดเลยสักคน พวกมึงก็เห็นๆ อยู่”“อ่า...” สองหนุ่มครางแล้วหันมาสบตากันเงียบๆ ก่อนภัทรชมน์จะเอ่ยขึ้น“ถ้าแฟนผมควงคนอื่นประชด ผมจะไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ทำให้เธอรู้ว่าคนที่เธอจะควงได้ต้องเป็นผมคนเดียว”“แสนดีจริงๆ ถ้าเป็นผมนะ จะตามไปจับมาปล้ำ เอาให้จำจนขึ้นใจว่าอย่าไปยุ่งกับใครหน้าไหนอีก” ชาติชายบอกด้วยสีหน้าขึงขังจนน่าหมั่นไส้“กูก็คิดเหมือนพวกมึง อยากจะเล่นใหญ่ให้จันทร์ไม่มีวันลืม แต่คนที่จันทร์ควงประชดกูดันเป็นตุ๊ดนะคะ!” เธียรวิชญ์เอ่ยอย่างอัดอ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 26

    “กรร!!”แม่หมานมบวมเป่งที่ยืนจังก้าขู่ไล่เสียงดังต้อนรับทันทีที่ก้าวพ้นบันไดเรือนขั้นสุดท้ายขึ้นไป ทำเอาแดนดินกับก้องหล้าถอยกลับแทบไม่ทัน ก้องหล้าโผล่หน้าออกไปมองอีกทีแล้วเห็นมันแยกเขี้ยวรออยู่ก็ร้องลั่น วิ่งกลับมาหาเจ้านายหน้าตื่น เจ้านายพลอยตกใจเสียงเขารีบถอยลงจากเรือนไปยืนอยู่หน้าเรือน“หมามาไงว

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 24

    เป็นนานกว่ายายมาจะให้คำตอบกับแดนดิน แกส่ายหน้าบอกเสียงสะอื้น “ยายเฮ็ดบ่ได้ จั่งได๋กะบ่ได้ ตอนนี้ยายยังมีแฮงเลี้ยงหลานอยู่ ฮอดยามล้มตายมื้อได๋ จั่วว่ากันได้บ่นายดิน” (ยายทำไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้ ตอนนี้ยายยังมีเลี้ยงหลานอยู่ ถึงวันตายเมื่อไร ค่อยว่ากันได้ไหมนายดิน)“ฉันอยากทำเรื่องตอนนี้เลย ยายไม่ต้องก

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 23

    หลายวันผ่านไป“พ่อใหญ่ไปไส คึบอกมากับแม่ใหญ่” (ตาไปไหน ทำไมไม่มากับยาย)“พ่อใหญ่...”คำถามจากหลานชายเรียกก้อนสะอื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอของยายมา แกบอกกับหลานไม่ได้จริงๆ ว่าผู้เป็นตาได้จากโลกนี้ไปแล้ว ตลอดงานศพของตาทองที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในสองวันที่ผ่านมา ยายมาพยายามทำใจรับการจากลานี้ให้ได้ พยายา

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 21

    เมื่อเดินเข้าไปในป่าได้ไม่นาน คนไม่เคยเก็บเห็ดก็เห็นแดนดินก้มๆ เงยๆ อยู่แถวต้นอะไรสักอย่างที่ใบใหญ่ยักษ์แต่ต้นสูงแค่เข่า เธอรีบเดินเข้าไปหาเพื่อดูหน้าตาของเห็ดที่เขามาเก็บ“นี่คือเห็ดเผาะ สุดยอดเห็ดในป่านี้”ฤทัยรักษ์กะพริบตามองเห็ดในมือแดนดินดีๆ มันมีลักษณะเป็นลูกสีขาวเท่าเหรียญสิบบาท ดูแล้วเหมือน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status