LOGINเพราะหนี้ที่ไม่ได้ก่อ ทำให้เธอต้องตกอยู่ในกลรักของพ่อเลี้ยงหนุ่มเจ้าของไร่ชา ท่ามกลางดอยสูงและความรักที่ฝังใจมานาน จะแปรเปลี่ยนหนี้ให้กลายเป็นรักแท้ได้หรือไม่ ?
View Moreภาพสาวน้อยที่มีผมยาวดำขลับ นัยน์ตากลมโต แฝงด้วยความตื่นตระหนกนิด ๆ เมื่อยามที่เจ้าหล่อนสบตาเขา แก้มยุ้ยน้อย ๆ แดงเรื่อ ทั้งที่สีผิวไม่ได้ขาวอย่างสาวสมัยนิยม ทว่าเหลืองเนียนดั่งสีน้ำผึ้ง แต่แก้มนั้นใยแดงสวยกว่าใครในสายตาเขา ท่าจะบ้า ! ชายหนุ่มสบถในใจ รู้สึกหงุดหงิดตัวเองเมื่ออาการประหลาดเกิดขึ้นกับความรู้สึก พลอยทำให้สีหน้าของเขาดูดุดันไปโดยไม่รู้ตัว มีผลให้หญิงสาวตรงหน้าเกิดความรู้สึกหวั่นเกรงกับท่าทีนั้นไปด้วย
“นี่คุณเสือ เจ้านายพี่เอง” เสียงเอ่ยขึ้นแทรกกลางความรู้สึกเขา เจ้าหล่อนยกมือไหว้อย่างสวยงาม อย่างคนที่ถูกอบรมมาดี ศารทูลรับไหว้แทบไม่ทัน รู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นมาทันที ตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาภายในบริเวณมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ความสดชื่นสดใสของบรรดาวัยรุ่นนักศึกษา ช่างสวนทางกับคนบ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างพวกเขาเสียจริง
สามหนุ่มจากไร่ชาบนดอยอันห่างไกล ที่วันนี้มีภารกิจในเมืองเชียงใหม่พอดี ประจวบเหมาะกับคนิน ผู้จัดการไร่ ต้องการมาพบน้องสาวที่ไม่ได้เจอกันมานาน จึงขอแวะหาน้องสาวในมหาวิทยาลัยก่อนที่จะเดินทางกลับไร่ ส่วนตัวศารทูลเคยได้ยิน คนิน ซึ่งเป็นผู้จัดการไร่ของเขา เล่าให้ฟังถึงน้องสาวคนเดียวมาบ้าง แต่ไม่ได้สนใจอะไร จนมาวันนี้ !
“คุณเสือครับ นี่! คคนางค์ น้องสาวผม” เสียงคนิน เอ่ยกล่าวแนะนำน้องสาว ชายหนุ่มแค่ยกมือรับไหว้ พยักหน้า ไม่พูดอะไร จากนั้นก็ยืนกอดอกมองนิ่ง ๆ ส่วนหญิงสาวเองก็ไปไม่เป็นเมื่อเจอท่าทีนั้น จึงยิ้มแหย ๆ ส่งให้แทนคำทักทายที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ทีแรก
“ส่วนนั่น คุณกร ทำงานอยู่ที่ไร่เหมือนกัน” คนินแนะนำชายหนุ่มอีกคนที่มาด้วยกัน คคนางค์จึงหันไปไหว้ นนทกร ผู้ช่วยของศารทูลอีกคนตามคำแนะนำของพี่ชาย พร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อละสายตาได้จากชายหนุ่มร่างสูง ผู้ที่พี่ชายแนะนำว่าเป็นเจ้าของไร่ที่ตนทำงานอยู่ด้วย ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาคมกริบ ยากที่จะอ่านความรู้สึก จนเธอหวั่น ๆ เมื่อประสานสายตาเข้ากับดวงตาคู่นั้น
“สวัสดีครับสาวน้อย ได้ยินนายหนึ่งพูดถึงมานาน วันนี้ได้เจอตัวจริงสักทีนะ ยินดีด้วยกับนักศึกษาใหม่นะครับ” นนทกร ผู้เปรียบเสมือนดังมือขวาของศารศูล และเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมงานของคนิน ทักทายตอบอย่างเป็นกันเอง
“ขอบคุณค่ะคุณกร” คคนางค์ยิ้มรับ รู้สึกถูกชะตากับความเป็นกันเองของชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานพี่ชาย ต่างกับคนเป็นเจ้านายที่หน้าตาถมึงทึง บุญไม่รับ อีกทั้งหนวดเคราที่รกทั้งหน้า ทำให้เขาน่ากลัวขึ้นไปอีก ไม่เห็นเหมือนที่พี่ชายเธอมักจะโทรมาเล่าพรรณนาความดีงามของเจ้าของไร่ให้ฟังเลย
วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ สำหรับคคนางค์ ผู้ที่ดั้นด้น ขัดคำสั่งของน้าสาว สอบเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพื่อเจริญรอยตาม คนินพี่ชายของเธอซึ่งจบการศึกษาจากที่นี่แล้วก็เข้าทำงานที่ไร่ชาในจังหวัดใกล้ ๆ กัน จึงไม่ค่อยได้กลับกรุงเทพ ฯ เธอก็เลยตามมาเรียนที่นี่ เพื่อจะได้อยู่ใกล้พี่ชายกว่าเรียนอยู่กรุงเทพ ฯ
ทักทายทำความรู้จักกันเรียบร้อยตามมารยาท ก็ดูเหมือนว่าคนแปลกหน้าอีกสองคนจะรู้หน้าที่ จึงเดินแยกออกไปเตร็ดเตร่อีกทาง ทิ้งพี่ชายน้องสาวให้ได้อยู่ด้วยกัน
คนินเอื้อมมือลูบศีรษะน้องสาวเพียงคนเดียวอย่างเอาใจ เพราะรู้ดีว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้ดูแลเจ้าตัวเท่าที่ควร ความที่เป็นน้องสาวคนละแม่ ทำให้บางครั้งก็มีอุปสรรคในความสัมพันธ์จากบรรดาญาติพี่น้องของทั้งสองฝั่ง แต่ความผูกพันทางสายเลือดก็ไม่เคยขาดจากกัน และเป็นคคนางค์เสียมากกว่าที่โหยหาความอบอุ่นจากพี่ชายคนนี้
“น้องมาเรียนที่นี่แล้ว อยู่ใกล้พี่หนึ่งกว่ากรุงเทพฯเยอะเลย ยังไงก็แวะมาหาน้องบ่อย ๆ นะคะ” น้องสาวจอมออดอ้อนคนเดิมกลับมาอีกครั้ง พลอยทำให้คนินยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“จ้า แม่ตัวยุ่ง แล้วก็ตั้งใจเรียนล่ะ มาอยู่ไกลหูไกลตา อย่าทำให้น้าเดือนต้องตามมาเฉ่งพี่ถึงที่นี่ล่ะ” ผู้เป็นพี่ชายยกเดือนเต็ม น้าสาวฝั่งคคนางค์ขึ้นมาขู่ เพราะกว่าคคนางค์ จะได้รับอนุญาตให้มาเรียนที่นี่ ทั้งเขาและน้องสาว ต้องต่อสู้ อ้อนวอน กว่าเดือนเต็มจะยอมใจอ่อนปล่อยให้หลานสาวเพียงคนเดียวมาเรียนไกลถึงเชียงใหม่
ก่อนหน้านั้นเดือนเต็มก็ขับรถจากกรุงเทพ ฯ มาส่งหลานสาวที่เชียงใหม่ แต่คนินติดงานด่วนมาไม่ได้ ไม่เพียงโดนบ่นทางโทรศัพท์จนหูชา แต่ถึงขั้นขู่ว่าจะไม่ให้คคนางค์เรียน เพราะแค่มารับน้องไปส่งหอก็ยังทำไม่ได้ เดือดร้อนกันยกใหญ่ จนเขาต้องรับปากอย่างมั่นหมายว่าคราวหน้าจะไม่ทำอย่างนี้อีก
“ทราบค่า” น้องสาวรับคำอย่างล้อเลียน จากนั้นจึงหยิบสมาร์ตโฟนออกมาจากกระเป๋าผ้าแบบสะพายข้าง หญิงสาวจิ้มที่หน้าจอสักพัก หลังจากนั้นก็ยกขึ้นพร้อมขยับมายืนข้าง ๆ เขา
“น้าเดือนคะ พี่หนึ่งมาหาน้องแล้วนะ เห็นไหมว่าพี่หนึ่งรักษาคำพูด” ใบหน้าเดือนเต็มที่ลอยเด่นเต็มหน้าจอสมาร์ตโฟน แต่ก็ยังแสดงความไม่เชื่อถือ
“ย่ะ ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ตลอดสี่ปีที่ยายน้องอยู่ที่นั่น หนึ่งต้องดูแลน้องดี ๆ เป็นไปได้ก็แวะมาหาทุกอาทิตย์ ต้องคอยดูว่าใครมายุ่งวุ่นวายกับน้องรึเปล่า กินอยู่ยังไง ไปไหนมาบ้าง เรียนตอนไหน วิชาอะไร” เดือนเต็มร่ายมายาวเหยียด จนคคนางค์ต้องรีบขัด
“โธ่! น้าเดือนคะ น้องไม่ใช่เด็กแล้ว ดูแลตัวเองได้ค่ะ แล้วพี่หนึ่งเขาก็อยู่ตั้งเชียงราย จะมาหาทุกอาทิตย์มันเป็นไปไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าน้องรับปากว่าจะดูแลตัวเองดี ๆ น้าเดือนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ คิดถึงน้าเดือนที่สุดเลย แค่นี้นะคะ บ๊ายบายค่ะ” หญิงสาวตัดบท เพราะรู้นิสัยน้าสาวดี ไม่อย่างนั้นจะยาวมากกว่านี้
“เดี๋ยวนี้ริอาจ กล้าวางหูใส่น้าเดือนเชียวนะ” พี่ชายแซวขำ ๆ เขารู้ว่าบางทีน้องสาวก็คงอึดอัดกับความเจ้ากี้เจ้าการและรักที่มากเกินไปของน้าสาว
“น้องเป็นอิสระแล้ว ต่อไปนี้จะกินปิ้งย่าง ไม่ออกกำลังกาย ไม่อาบน้ำ นอนตื่นสายแค่ไหนก็ได้ อื้ม! แค่คิดก็ฟินแล้ว” น้องสาวทำหน้าทะเล้นใส่ มะเหงกลูกโตจึงตกลงกลางศีรษะที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นผมดำขลับยาวพลิ้วสลวยถึงกลางหลังบอบบาง
“เจ็บนะพี่หนึ่ง เล่นอะไรเนี่ย” น้องสาวหน้าเบ้ มองพี่ชายค้อน ๆ
“เอาใหญ่แล้วนะเรา นี่แค่ปีหนึ่งนะ ปีสี่จะขนาดไหน ดูแลไม่ไหวคงส่งกลับกรุงเทพ”
“ล้อเล่นน่า เอาเป็นว่าน้องจะตั้งใจเรียนให้ได้เกียรตินิยมไม่แพ้พี่หนึ่งเลย” คคนางค์คุยโว
“ก็ดี พี่จะได้ไม่ต้องห่วงมาก พี่รู้ว่าน้องเป็นคนแบบไหน น้องโตแล้ว พี่เชื่อมั่นในตัวน้องว่าจะไม่เหลวไหล เอาไว้ถ้าพี่ว่างจะแวะมาหาอีกนะ วันนี้พี่คงต้องกลับแล้ว เดี๋ยวคุณเสือกับกรจะรอนาน วันนี้แวะมาหาตามสัญญา ถึงไร่แล้วพี่จะโทรหาอีกทีนะ” คนินตัดบท เมื่อยกนาฬิกาที่ข้อมือดูเวลา เห็นว่าถ้าเกินกว่านี้จะไปถึงไร่ค่ำมืดเสียก่อน และที่สำคัญเขาเกรงใจเจ้านาย ครั้งหน้าคงต้องหาโอกาสมาเอง จะได้มีเวลาอยู่กับน้องสาวอย่างเต็มที่
“แม่อิ่มครับ นี่คคนางค์น้องสาวของคนินที่บอกจะมาช่วยดูบัญชีไงครับ ส่วนนี่แม่อิ่ม หิวเมื่อไรก็มาหานะ ได้อิ่มสมชื่อแน่ ๆ” หญิงสาวยกมือไหว้ผู้สูงวัย“อุ้ย! น่าตาน่ารักสมกับเป็นน้องคุณหนึ่งเลยนะคะ น้องสาวน่ารักขนาดนี้ ท่าจะหวงน่าดู”“ใครว่าล่ะคะ น้องมาวันแรกก็จะปล่อยให้กินมาม่า ไม่เรียกหวงหรอกนะคะแม่อิ่ม”“ตายจริง เป็นงั้นไปได้ยังไง แต่ไม่เป็นไรค่ะ มื้อนี้ทานให้เต็มที่เลยนะคะ เดี๋ยวอิ่มตั้งโต๊ะให้ ว่าแต่อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”“ไม่หรอกค่ะ มีอะไรน้องก็ทานได้หมด ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มหรอกค่ะ” คคนางค์เกรงใจ“ค่ะ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวอิ่มไปยกมาให้” ว่าแล้วร่างท้วมของแม่บ้านสูงวัยก็หายไปเพียงชั่วครู่ กลับมาอีกครั้งพร้อมสำรับหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง ชา กาแฟ นมสด สลัดผักสด ผัดผักใส่เห็ดนานาชนิด ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ไข่เจียว อีกทั้งข้าวสวย และข้าวต้มกุ้งตัวโต จนเธออดสงสัยไม่ได้ว่าปกติชายหนุ่มกินอาหารเช้าอลังการขนาดนี้เชียวเหรอ“ยังมีปลากะพงทอดน้ำปลาด้วยนะคะ อย่าเพิ่งรีบอิ่มล่ะ รอแป๊บเดียว อิ่มเร่งเด็กอยู่” ชายหนุ่มตรงข้ามเธอหัวเราะ เมื่อเห็นท่าทีกระวีกระวาดของแม่บ้านคนสนิท“เก็บกดอะไรหรือเปล่าแม่
“ไหน เจ็บตรงไหนอีก ขาขยับได้หรือเปล่า?” เขาถามย้ำ คคนางค์จึงลองขยับขาดู เมื่อไม่มีอาการอะไรน่าห่วงจึงตอบอีกฝ่ายไป“ไม่เจ็บแล้วค่ะ แค่ตกใจมากกว่า”“แต่แขนคุณเลือดออกนะ ไปทำแผลก่อนดีไหม” หญิงสาวยกแขนขึ้นดู แผลไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็รู้สึกแสบนิด ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวค่อยดูก็ได้ ฉันขอตัวก่อนนะคะ จะรีบไปทานข้าวเช้า เห็นพี่หนึ่งบอกโรงอาหารปิดตอนแปดโมง กลัวไม่ทัน”“ไม่น่าจะทันนะคุณ นี่ก็จะแปดโมงเแล้ว กว่าคุณจะปั่นจักรยานไปถึง คงปิดครัวไปแล้วแหละ” หญิงสาวหน้าจ๋อยลงทันที สรุปจะได้กินมาม่าจริง ๆ หรือเนี่ย ศารทูลแย้มยิ้มเมื่อเห็นท่าทางคนตรงหน้า“โรงอาหารปิดแล้ว แต่มีอีกที่หนึ่งเปิดตลอดเวลา ยิ่งกว่าเซเว่นเลยล่ะ อยากไปไหมล่ะ” ชายหนุ่มเสนอ“ที่ไหนคะ บอกทางมาเดี๋ยวฉันปั่นไปเองก็ได้ค่ะ ทำไมพี่หนึ่งไม่เห็นบอกนะ อยากให้กินแต่มาม่าอยู่นั่นแหละ” หญิงสาวบ่นพี่ชาย สร้างรอยยิ้มให้กับชายหนุ่ม ยิ่งมองก็ยิ่งเพลิน โดยเฉพาะแก้มแดง ๆ นั้น ยามที่เห็นใกล้ชิดนั้น มันน่านัก! น่าอะไรน่ะเหรอ ? ก็น่ารักยังไงล่ะ ศารทูลยิ้มขำกับความคิดเพี้ยน ๆ ของตัวเอง“ขึ้นรถมาสิ เดี๋ยวพาไป จักรยานทิ้งไว้ที่นี่แหละ ไม่หายหรอก” นี่เขาถึงกับ
“น้องตื่นหรือยัง?” เสียงเรียกพร้อมทั้งเคาะประตูดังลั่น ปลุกประสาทของคคนางค์ให้หลุดออกจากห้วงนิทราอันแสนสุข หญิงสาวผุดลุกขึ้นมาอย่างงัวเงียในตอนแรก เมื่อสมองเริ่มลำดับเหตุการณ์ได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จึงตะโกนตอบพี่ชายไป“เพิ่งตื่นนี่แหละค่ะ” เสียงน้องสาวตอบกลับออกมา“โห! นี่มันจะเจ็ดโมงแล้วนะ เรียนก็จบแล้วทำไมตื่นสายจนตะวันโด่งอย่างนี้เนี่ยยายน้อง โทรมาก็ไม่รับ นึกว่าเป็นอะไร” พี่ชายยืนบ่นอยู่หลังประตู“ก็ไหนว่าวันนี้ยังไม่ให้น้องไปทำงานไง จะรีบตื่นแต่เช้าทำไมกันล่ะ” น้องสาวเปิดประตูให้ เถียงกลับพี่ชาย“ปวดหัวกับกุลสตรียุคใหม่” คนินเกาหัว มองตามยายตัวดีที่วิ่งหายเข้าห้องน้ำไป“ขออาบน้ำสิบนาทีแล้วกัน พี่หนึ่งรอแป๊บนะคะ”“ไม่รงไม่รอแล้ว แวะเอาจักรยานมาให้ พี่จะไปเชียงใหม่แล้วนะ น้องปั่นไปกินข้าวเช้าที่โรงอาหารเองเลย จำทางไปได้ไหม?” คคนางค์ถอยออกจากห้องน้ำกลับมาเผชิญหน้าพี่ชายที่หน้าประตูใหม่เมื่อได้ยินคำตอบ จากนั้นจึงลำดับเส้นทางไปโรงอาหาร แต่คิดว่าไม่น่าจะยาก“แต่ว่าต้องไปถึงก่อนแปดโมงนะ เพราะหลังจากนั้น โรงอาหารปิด ไม่มีอะไรกินไม่รู้ด้วย”“ทำไมปิดเร็วจัง นี่จะเจ็ดโมงครึ่งแล้วถ้าน้องกินไ
พี่ชายเดินออกจากบ้านพักไปแล้ว คนที่บอกว่าง่วงนอนกลับลืมตาตื่นขึ้นมานั่งมองบ้านพักและบรรยากาศรอบตัวอีกครั้ง ยกนาฬิกาที่ข้อมือดูเห็นว่าเป็นเวลาบ่ายสามโมงกว่า ๆ ซึ่งเธอเองก็ไม่เคยนอนช่วงนี้เสียด้วย จึงหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาจัดใส่ตู้ไม้มุมห้องจนเรียบร้อย จากนั้นจึงอาบน้ำแต่งตัวใหม่ ให้ร่างกายสดชื่นเมื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วหญิงสาวจึงเดินออกมาสำรวจดูรอบ ๆ ที่พักอันแสนน่ารักของเธอ เห็นว่ามีบ้านพักแบบเดียวกันนี้อีกสองสามหลัง แต่ขนาดใหญ่กว่าที่เธอพัก แสดงว่าที่ไร่แห่งนี้คงมีแขกเข้าพักเรื่อย ๆ ก็แน่ล่ะ! ทางขึ้นลำบากขนาดนั้น ถ้าไม่นอนค้างเอาแรงสักคืนคงกลับไม่ไหวหญิงสาวค่อนข้างแปลกใจเพราะตั้งแต่เธอเดินออกมาจากบ้านพักก็ยังไม่เห็นใครผ่านเข้ามาในบริเวณนี้เลย ตอนที่พี่ชายพาเข้ามาในไร่เธอก็หลับเสียด้วย เลยไม่รู้ว่าอาณาเขตของไร่มีขนาดเท่าไร คนงานไปอยู่ที่ไหนกันหมด เห็นคนินบอกว่ามีที่พักของคนงานอีกโซนหนึ่ง เพียงแต่เธอได้มาอยู่ที่นี่ตามคำสั่งของเจ้าของไร่เท่านั้นเองคคนางค์เดินชมนกชมไม้และคิดไปเรื่อยเปื่อย จนเมื่อเวลาเคลื่อนคล้อยลง สายหมอกเริ่มปกคลุมมากขึ้น หญิงสาวเลยตัดสินใจกลับเข้าไปรอพี่ชายท





