로그인พายุ เจริญกุล วัย 28 ปี เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ผู้ชายลุคมาดนิ่ง เข้าถึงตัวตนได้ยาก เจ้าคิดเจ้าวางแผน หากในกลุ่มเพื่อนมีปัญหาเขาคือมันส์สมองที่ดีที่สุดของกลุ่ม “เกมนี้ผมไม่ได้เป็นคนเริ่ม... ...ทำไมผมต้องยอม!!” น้ำขิง นักศึกษาสาววัย 22 ปี สวย หวาน แต่ไม่อ่อนแอ “ถึงฉันจะเป็นส่วนหนึ่งในเกมนี้ แต่ฉันไม่มีวันเป็นหมากให้เขาจะทำอะไรก็ได้” “คุณ!! จะทำอะไร!?” ”หึ ทำไมไม่เรียกพี่ล่ะ...” ”...ตอนเด็กๆอยากเป็นน้องสาวฉันจนตัวสั่นไม่ใช่เหรอ”
더 보기ผู้หญิงคนหนึ่งที่รักผู้ชายคนหนึ่งหมดหัวใจ จนวันหนึ่งเธอได้มีฐานะเป็นเมียถูกต้องตามกฎหมาย เธอคิดเสมอว่าความสุขที่รอคอยมานานกำลังจะเกิดขึ้น การได้แต่งงานกับคนที่เธอแอบรักมานานและได้ครอบครองเขาในฐานะภรรยามันเป็นสิ่งเดียวที่ปรารถนามาตลอด
ทว่าความสุขที่เธอได้ครอบครองมันมาพร้อมกับความเจ็บปวด การเป็นเมียที่ไม่เคยได้ทำหน้าที่เมียมันช่างเจ็บเจียนตาย ใคร ๆ ต่างก็รู้จักเธอในฐานะภรรยาได้ออกงานสังคมแต่ใครจะรู้ว่าการขึ้นชื่อว่าเมียหลวงมันทุกข์ทรมานขนาดไหน หน้าที่ที่ควรจะเป็นของเธอกลับเป็นคนอื่นที่เข้ามาทำหน้าที่แทน
ทำไมเธอถึงโชคร้ายได้พบเจอกับรักที่เจ็บปวดด้วย ทำไมเธอถึงต้องนอนกอดลูกตามลำพังคนเดียว ครอบครัวที่เธอสร้างด้วยความรักกลับมีเพียงเธอและลูกในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีเพียงความว่างเปล่า น้ำตาของผู้หญิงคนหนึ่งไหลรินออกมาจากความปวดร้าวมีเพียงเธอเท่านั้นที่เข้าใจกับคำว่า…‘เมียหลวง’
ชายหนุ่มร่างสูงแต่งชุดสูทดูดีมีภูมิฐานสาวเท้าเข้ามาในสุสานแห่งหนึ่ง ใบหน้านิ่งขรึมฉายแววความเรียบเฉยผ่านดวงตา
เท้าใหญ่หยุดนิ่งเมื่อถึงที่หมาย แล้วมองไปยังรูปถ่ายของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า ผู้หญิงที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเขา
“ผมเอาดอกคาร์เนชันที่แม่ชอบมาให้ครับ” พายุคุกเข่านั่งลงแล้ววางช่อดอกไม้ด้านหน้ารูปถ่ายแม่บังเกิดเกล้า
คาร์เนชันดอกไม้ที่แทนด้วยความรัก พายุจำได้ดีทุกครั้งที่แม่ยืนมองดอกคาร์เนชันรอยยิ้มมักปรากฏบนใบหน้าของปิ่นมุกแม่ของเขาเสมอ รอยยิ้มที่ไม่อาจได้เห็นมันอีกต่อไปนี้ เขาเอื้อมมือไปลูบเบา ๆ ที่หน้าของปิ่นมุก หวนนึกถึงวันวานที่ได้อยู่ร่วมกัน นึกถึงความสุขที่เขาเคยได้รับในวัยเด็กจากผู้เป็นแม่
“...” ไม่มีคำใดเอ่ยออกมาอีก อุบัติเหตุครั้งนั้นพรากหัวใจของเขาไป พายุยังจำทุกอย่างได้ดีอย่างกับมันเพิ่งเกิดขึ้น และยิ่งเขาคิดถึงมันเท่าไรความเจ็บปวดในอดีตมักจะย้อนกลับมาทำร้ายเขา การถอยห่างออกมามันเป็นทางเดียวที่ทำให้เขาพอจะหาความสุขจากด้านนอกได้บ้าง
ครืด ครืด~ เสียงรบกวนจากกางเกงทำให้พายุหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องบางออกมาก้มมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
“หืม” น้ำเสียงนิ่งเฉยเอ่ยออกมาหลังจากกดรับสาย
(พายุอยู่ไหนคะ) ต่างจากนางแบบสาวที่เอ่ยเสียงหวานอย่างออดอ้อน
“ทำไม”
(ณิชาคิดถึงอะค่ะ วันนี้มาหาณิชารึเปล่า) เธอพูดต่อถึงแม้พายุจะพูดเสียงแข็งแต่มันก็เป็นเรื่องปกติและชินกับนิสัยของเขาแล้ว
“ไม่ทำงานเหรอวันนี้”
(ถ่ายแบบอีกเซต เดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ)
“อืม คืนนี้เดี๋ยวเข้าไป”
(จริงนะคะ อย่าหลอกให้ณิชาดีใจเล่นนะ)
“อืม...”
“...มีอะไรอีกไหม”
(คุณจะค้างที่คอนโดณิชารึเปล่า ณิชาจะได้เตรียมอาหารค่ำไว้ด้วยเลย)
“คืนนี้ฉันออกงานไม่ต้องเตรียมไว้ ดึก ๆ เดี๋ยวเข้าไป” เมื่อเขาสั่งเสร็จก็เลื่อนมือถือออกเพื่อจะตัดสายแต่...
(พายุไปร่วมงานคุณพิมพ์เหรอคะ ให้ณิชาไปด้วยได้ไหม) เพราะเธออยู่ในแวดวงบันเทิงจึงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับงานเดินแบบและไม่พลาดที่จะสืบความเคลื่อนไหวจากกลุ่มเพื่อน ๆ ของพายุทุกคน
“ไม่ได้!!” พายุตะคอกเสียงเด็ดขาดแล้วตัดสายทิ้งโดยไม่แคร์ความรู้สึกปลายสายอะไรทั้งสิ้น เขาก้มมองปิ่นมุกแม่ของเขาอีกครั้ง แววตาแสนเศร้าฉายออกมาให้เห็นและไม่เคยแสดงให้ใครได้เห็นแต่มักเกิดขึ้นที่นี่บ่อยครั้ง
“แล้วผมจะแวะมาหาใหม่นะครับ แม่...”
@คอนโดพายุเอี๊ยดดด! เสียงรถสปอร์ตจอดทันทีเมื่อถึงลานจอดรถประจำของตัวเองในคอนโดมิเนียมหรู"ฉันต้องมาอยู่ที่นี่อีกนานไหม""จนกว่าจะฝึกงานเสร็จ" เขาหันไปบอกคนตัวเล็กที่นั่งเบาะข้างๆ"อืม ฉันจะรอ""รอ!? รออะไร" คราวนี้พายุจ้องหน้าน้ำขิงหม่วางตาเพื่อรอคำตอบขากประโยคนั่น"รอวันที่ฉันได้เป็นอิสระจากคุณไง" เสียงนิ่งไป ไร้ความรู้สึกเอ่ยขึ้น"หึ" แต่ว่าเขาหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี นี่ผู้หญิงตรงหน้าเขายังจะถามหาอิสระอีกเหรอ อย่าหวังว่าเขาจะปล่อยไปง่ายๆ ของของเขายังไงก็ต้องเป็นแค่ของเขาคนเดียวที่เล่นได้และต้องเป็นของเล่นให้เขาคนเดียวตลอดไป!!ตึกตึก..เมื่อเข้ามาในห้องชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ"จะอาบน้ำเลยไหม""..." น้ำขิงเลือกที่จะไม่ตอบเดินไปอีกทางก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งพรึ่บ!ชายหนุ่มมองตามหลังร่างบาง นอกจากจะเถียงเก่ง ผู้หญิงคนนี้ยังทำตัวเย็นชาใส่เขาขึ้นเรื่อยๆ ทำเหมือนเขาเป็นแค่อากาศยังไงยังงั้น"จะว่าไปตั้งแต่วันนั้น..."ร่างบางเงยหน้าฟังทันทีว่าพายุจะพูดอะไรออกมาอีก"เราก็ไม่เคยลองชุดนักศึกษาอีกเลยนะ" พายุไม่พูดเปล่าแสยะยิ้มสื่อความหมายก่อนจะเดินไปหยุดตรงร่างบาง"..." น้ำขิงคิดตามทันท
"ทำไมเธอถึงทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ได้" พายุมองคนตัวเล็กที่หลับสนิทก่อนจะเอื้อมไปปัดไรผมออกจากหน้าหวานอย่างแผ่วเบา"อื้อ~" ร่างบางขยับตัวเล็กน้อย ชายหนุ่มรีบดึงมือออกทันที ก่อนที่เด็กขี้เซาจะรู้สึกตัวซะก่อนไม่นานน้ำขิงก็ลืมตาขึ้น ทว่าไม่ทันได้เห็นอีกคนที่มองหน้าเธอเพราะชายหนุ่มตัดสินใจปิดตาลงอีกครั้ง น้ำขิงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วก้าวเท้าลงจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำกลับหอพักขิงตัวเอง..กริ่ง!เมื่อร่างบางเข้าห้องน้ำได้ไม่นาน เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นบ่งบอกให้เขารู้ว่าคนที่เขานัดมาถึงแล้วตึกตึก...เขาเดินตรงดิ่งไปเปิดประตูให้แขกใหม่ทันที"สวัสดีค่ะบอส นี่ค่ะ" พิมลเลขาสาวเอ่ยทักทายก่อนจะส่งบางอย่างให้เจ้านาย"อืม วางไว้ตรงนี้แหละ เดี๋ยวผมเอาเข้าไปเอง" ร่างสูงบอกเลขาสาว"ค่ะ"พึ่บ! แล้ววางกระเป๋าสองใบลงบนพื้นห้อง"แล้วที่ผมสั่งละ" พายุถามออกไปเพราะเขาอยากรู้อีกเรื่องมากกว่า"อ้อ ไม่มีค่ะ มลพยายามหาจนทั่วแล้วแต่ก็ไม่มี...""...คุณพายุลองหาในกระเป๋าส่วนตัวดูนะคะ บางทีเธออาจจะเก็บไว้ที่ตัวก็ได้" เลขาสาวเเนะนำทันที"อืม ขอบใจ"จากนั้นก็พูดคุยตามประสาเจ้านายลูกน้องครู่หนึ่ง ก่อนจะชายหนุ่มจะยกกระเป๋า
ครืดดด ครืดดด~พรึ่บ!ร่างบางรีบคว้าโทรศัพท์มือถือตัวเองที่วางข้างจานข้าวพายุอย่างเร็ว"ใครโทรมา" เขาถามออกไปเพราะไม่ทันได้สังเกต"..." น้ำขิงไม่ตอบแต่เลือกที่จะลุกจากเก้าอี้และเดินไปอีกทาง..น้ำขิงกรอกเสียงกับปลายสายอย่างแผ่วเบา เพราะกลัวใครบางคนได้ยิน(แกอยู่ไหน ฉันมาที่ห้องเนี่ย)"ฉัน..." เธออึกอักทันที(อย่าบอกนะว่า โดนคุณพายุลากไปคอนโดอีกแล้ว)"อืม"(แล้วแกจะเอาไง น้ำขิง)"คงต้องทนไปก่อน"(แต่แก...)"ไม่ต้องห่วง ฉันเข้มเเข็งมากพอ เขาไม่มีทางทำร้ายจิตใจฉันได้อีก" ร่างบางเอ่ยด้วยความหนักแน่นและคิดจะทำตามที่พูดจริงๆ(งั้นก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องห่วงมาก...)(...แต่แกมีไรต้องรีบบอกฉันนะ) ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนจึงเอ่ยย้ำอีกครั้ง"อืม ขอบใจนะมะปราง"จากนั้นร่างบางก็กดตัดสายทิ้งก่อนจะเดินเข้ามาด้านในห้องโดยมีอีกคนยืนจ้องเธอไม่วางตา"ใครโทรมา" เสียงเเข็งหลุดออกมา"ยุ่ง!!" แต่ร่างบางเลือกที่จะตอบปัด"น้ำขิง" เขาตะคอกชื่อเธอเสียงเข้มหมับ!"นี่คุณ จะทำไร เอาโทรศัพท์ฉันมานะ" ทว่าทันทีที่เธอเดินผ่านหน้าร่างสูง เขาก็จัดการรัดตัวเธอไว้ในอ้อมแขนพรึ่บ!พายุแย่งโทรศัพท์จากมือบางก่อนจะหันหลังและดันร
"ตาพอร์ช" เสียงชายวัยกลางคนเอ่ยเรียกชายหนุ่มเอาไว้ระหว่างที่เขากำลังเดินไปฝั่งรถตัวเอง"อากร!! ผมคิดว่าอากรออกไปแล้วซะอีก" เขาถามออกไปทันทีด้วยความสงสัย"อืม แต่ดันมาเห็นไอ้เด็กเวรนั่นซะก่อนเลยเลี้ยวกลับเข้ามาใหม่" วงศกรบอกหลานชายชายหนุ่มครุ่นคิดว่าวงศกรหมายถึงใคร ทว่าไม่คิดว่าคนที่ไปอยู่เมืองนอกสิบกว่าปีจะรู้จักใครคนนั้น"ไอ้พายุ!? อากรรู้จักมันด้วยเหรอครับ""รู้ดียันพ่อมันเลยล่ะ" วงศกรยกมือเท้าสะเอว สีหน้าไม่สบอารมณ์นักเมื่อต้องเอ่ยถึงใครอีกคน"..." พอร์ชมองหน้าอีกฝ่ายอย่างครุ่นคิดกับท่าทีที่ไม่เคยเห็น"มันเป็นอะไรกับหนูน้ำขิง" วงศกรเอ่ยอีดครั้งถามสิ่งที่ค้างคาใจกับภาพที่เห็นเมื่อสักครู่"ผมไม่แน่ใจ แต่เธอบอกว่าเป็นพี่ชาย""พี่ชายเหรอ!?""ครับ" พอร์ชพยักหน้ากลับไป"ไอ้ภูมิมันมีลูกคนเดียว" เสียงเข้มเอ่ยออกมาแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง"น้ำขิงน่าจะเป็นลูกของภรรยาใหม่คุณภาคภูมิ"ทันทีที่ฟังหลานชายวิเคราะห์ วงศกรถึงกับหน้าซีดเพราะกลัวสิ่งที่คิดจะเป็นความจริง"มีไรรึเปล่าครับ" เขาเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของวงศกรจึงถามขึ้น"เปล่า งั้นอาขอตัวก่อน" ว่าแล้วชายวัยกลางคนก็ก้าวเท้าออกไปตามนัดก

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



