บทที่ 1: มองไม่เห็น
กลิ่นเหล้าคลุ้งผสมกับกลิ่นเหงื่อเปรี้ยวๆ ลอยมากระทบจมูก นลินกลั้นหายใจพร้อมกับขยับตัวถอยร่นจนแผ่นหลังชิดเคาน์เตอร์ครัวกระเบื้องเย็นเฉียบ ปลายนิ้วเรียวจิกเข้าหากันแน่นเมื่อเงาทาบทับจากร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนขยับเข้ามาใกล้จนแทบไร้ช่องว่าง
"จะรีบไปไหนล่ะอีหนู แม่แกยังไม่กลับมาหรอกน่า"
น้ำเสียงแหบพร่าเจือความหยาบโลนของชัยทำให้ขนอ่อนตามแนวสันหลังของหญิงสาวลุกชัน สายตาหื่นกระหายของพ่อเลี้ยงไล่ตั้งแต่ใบหน้าซีดเผือดลงมาจรดเนินอกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง
"ถอยไปค่ะ ลินจะเอาขยะไปทิ้ง"
นลินกดเสียงให้เรียบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามเบี่ยงตัวออกทางด้านข้าง แต่ท่อนแขนกร้านแดดกลับยันโครมเข้ากับขอบเคาน์เตอร์เพื่อกักขังเธอไว้
"อยู่คุยเป็นเพื่อนพ่อก่อนสิวะ เพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ งานการก็ยังหาไม่ได้ไม่ใช่หรือไง" ชัยแลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผากของตัวเอง มือสากขยับหมายจะคว้าเอวบาง "มาดูแลพ่อดีกว่า เดี๋ยวพ่อให้เงินใช้... เอาไหมล่ะ"
"อย่ามาแตะตัวลินนะ!"
มือเล็กผลักแผงอกเหม็นกลิ่นบุหรี่ออกสุดแรง แต่ชัยกลับหัวเราะในลำคอเหมือนเห็นเป็นเรื่องสนุก ร่างหนาขยับเบียดเข้ามาจนต้นขาเสียดสีกับหน้าขาของเธอ นลินคว้าด้ามไม้กวาดที่วางพิงอยู่ข้างตู้เย็นขึ้นมาถือไว้แน่น ปลายไม้กวาดชี้ตรงไปยังใบหน้ากร้านโลก
"ถอยออกไป ไม่อย่างนั้นลินจะตีจริงๆ"
"มึงกล้าเหรออีนี่! กูเป็นผัวแม่มึงนะ เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ มึงอาศัยกูซุกหัวนอนแท้ๆ อวดดีนักนะ!"
"เกิดอะไรขึ้น!"
เสียงแหลมปรี๊ดที่ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องครัวทำให้การคุกคามหยุดชะงัก วรรณายืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาขวางโลก เครื่องสำอางบนใบหน้าเริ่มหลุดลอกจากการทำงานกะดึก
"แม่... เขา..." นลินละล่ำละลัก เสียงสั่นพร่า ควบคุมความกลัวแทบไม่อยู่
"เขยิบออกมาห่างๆ ผัวฉันเลยนะนังลิน!" วรรณาตวาดแหว เดินกระแทกส้นเท้าเข้ามาดึงแขนชัยให้ถอยห่าง "นี่มึงอ่อยพ่อเลี้ยงอีกแล้วใช่ไหม กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาทำตัวร่านในบ้านกู"
"ลินไม่ได้ทำอะไรเลยนะแม่! เขาเดินเข้ามาหาลินเอง เขาพยายามจะ..."
"มึงจะบอกว่าผัวกูหน้ามืดตามัวมาเอามึงหรือไง นมก็ไม่มี เนื้อตัวก็แห้งเป็นไม้เสียบผี ใครเขาจะไปมีอารมณ์ด้วย" วรรณาชี้หน้าลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง สายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ "มึงมันภาระ เรียนจบแล้วก็ไสหัวไปหางานทำซะ อย่ามารอเกาะผัวกูกิน"
ชัยยืนแสยะยิ้มอยู่ด้านหลังวรรณา ลอบส่งสายตาหยาบคายมาให้นลินโดยที่ผู้เป็นแม่ไม่เห็น
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของนลินบีบรัดจนเจ็บร้าว ความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าสักวันแม่จะปกป้องเธอพังทลายลงไม่มีชิ้นดี หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปล่อยด้ามไม้กวาดลงพื้น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนแคบๆ ของตัวเองโดยไม่พูดอะไรอีก
มือที่สั่นเทาดึงกระเป๋าเดินทางใบเก่าออกมาจากใต้เตียง กวาดเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นลงไปลวกๆ เธออยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว แค่เมื่อวานชัยก็แอบไขกุญแจเข้ามาในห้องตอนที่เธออาบน้ำ โชคดีที่เธอไหวตัวทัน ถ้าขืนอยู่ต่อไป... เธอคงไม่รอด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา นลินลากกระเป๋าใบใหญ่มาหยุดยืนอยู่หน้าสถานีรถไฟฟ้า แสงแดดตอนบ่ายสามโมงแผดเผาจนเหงื่อซึมตามไรผม แต่ความร้อนภายนอกยังไม่เท่าความมืดแปดด้านในใจ เงินในบัญชีมีเหลือไม่ถึงห้าพันบาท ค่ามัดจำหอพักขั้นต่ำก็ปาเข้าไปเป็นหมื่น
โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นเตือน หน้าจอปรากฏชื่อเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในชีวิต
"ฮัลโหล ขิม"
"ยัยลิน! แกอยู่ไหน ทำไมเสียงเป็นแบบนี้ ร้องไห้เหรอ" น้ำเสียงร้อนรนของขิมดังทะลุสายมาทันที
"ขิม... ลินออกมาจากบ้านแล้ว"
"ไอ้แก่ผีตัณหากลับนั่นมันทำอะไรแก! แกบอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะลิน ฉันจะให้เฮียเขตส่งคนไปกระทืบมัน!"
"ลินหนีออกมาก่อน มันยังไม่ได้ทำอะไร แต่ลินกลับไปไม่ได้แล้วจริงๆ ขิม... ลินขอไปนอนค้างห้องแกสักคืนสองคืนได้ไหม ลินกำลังพยายามหาหอพักอยู่"
"แกบ้าหรือเปล่า จะไปเช่าหออยู่ทำไมให้เปลืองเงิน" ขิมสวนกลับทันควัน "ฉันอยู่คอนโดกับป๊าม้า แกก็รู้ว่าม้าฉันเจ้าระเบียบแค่ไหน ขืนแกมาอยู่ด้วย แกเกร็งตายพอดี"
นลินเม้มริมฝีปากแน่น ความเป็นจริงข้อนี้เธอรู้ดี ครอบครัวของขิมเป็นครอบครัวคนจีนที่ค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะกับคนนอก
"ถ้าอย่างนั้น... ลินไปนอนโฮสเทลก่อนก็ได้"
"หยุดความคิดโง่ๆ ของแกเดี๋ยวนี้เลยนะยัยลิน โฮสเทลมันปลอดภัยที่ไหนล่ะ" ขิมถอนหายใจแรง "รออยู่ตรงนั้น ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด ฉันกำลังขับรถไปหา ให้เวลาสิบห้านาที"
สายถูกตัดไป นลินได้แต่ยืนกอดกระเป๋าเดินทางตัวเองแน่น ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเศษฝุ่นที่ไม่มีใครต้องการ
สิบห้านาทีเป๊ะ รถยุโรปสีขาวป้ายแดงก็จอดเทียบฟุตบาท ขิมลดกระจกลงพร้อมกับกวักมือเรียกเพื่อนสนิท ทันทีที่นลินขึ้นมานั่งบนรถและจัดการเก็บกระเป๋าเรียบร้อย ขิมก็เหยียบคันเร่งออกตัวทันที
"ขิมจะพาลินไปไหน นี่ไม่ใช่ทางไปบ้านขิมนี่"
"ฉันบอกแล้วไงว่าแกไปบ้านฉันไม่ได้" ขิมหันมามองเพื่อนสนิทด้วยสายตาจริงจัง "ฉันจะพาแกไปอยู่ที่คอนโดเฮียเขต"
ดวงตากลมโตของนลินเบิกกว้าง หัวใจที่เต้นช้าลงเมื่อครู่กระตุกวูบขึ้นมาอย่างรุนแรง
"คอนโด... พี่เขตเหรอ ไม่เอาขิม! ลินไปอยู่ไม่ได้หรอก พี่เขตดุจะตาย ลินกลัวเขา"
"จะกลัวอะไรนักหนา เฮียเขตแทบจะไม่ได้กลับไปเหยียบที่นั่นด้วยซ้ำ" ขิมอธิบายรัวเร็ว "ตั้งแต่ขึ้นเป็นสตาฟฟ์ศัลยแพทย์ทรวงอก เฮียก็กินนอนอยู่ที่โรงพยาบาลนั่นแหละ เดือนหนึ่งจะกลับไปนอนคอนโดสักสองสามวันมั้ง ห้องก็ตั้งกว้าง แกไปอยู่เถอะ ถือซะว่าไปเฝ้าห้องให้เฮียมันหน่อย"
"แต่ว่า... ขิมบอกพี่เขตหรือยัง เขาจะไม่ว่าเอาเหรอที่จู่ๆ พาคนนอกเข้าไปอยู่"
"ยังไม่ได้บอก" ขิมตอบหน้าตาเฉย "ขืนบอกก่อน เฮียมันก็ด่าฉันเปิงสิ เอาไว้ยัดแกเข้าไปอยู่ได้ก่อน ค่อยไปบอกทีหลัง เฮียมันไม่ไล่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีที่ไปหรอกน่า ถึงหน้ามันจะดุแต่มันไม่ใช่คนใจดำนะเว้ย"
นลินก้มหน้ามองมือตัวเองที่บีบกันแน่นบนตัก ข้อโต้แย้งในหัวถูกปัดตกไปเมื่อนึกถึงจำนวนเงินในบัญชี เธอไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ
ภาพของ 'นายแพทย์เขตแดน' วนเวียนเข้ามาในหัว ผู้ชายร่างสูงใหญ่ นัยน์ตาสีรัตติกาลที่มักจะมองตรงมาอย่างเย็นชา และคำพูดขวานผ่าซากที่ทำให้คนฟังหน้าชาได้เสมอ เขาคือพี่ชายของเพื่อนสนิท... และเป็นผู้ชายที่เธอแอบมองมาตลอดสี่ปี แม้จะรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะฝันถึง
รถยุโรปแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถวีไอพีของคอนโดหรูใจกลางเมือง ขิมช่วยนลินลากกระเป๋าขึ้นลิฟต์ส่วนตัวที่เปิดตรงเข้าสู่ห้องพักขนาดใหญ่บนชั้นเพดานสูง
"รหัสประตูคือวันเกิดฉัน แกจำได้ใช่ไหม" ขิมกดรหัสหกหลัก ประตูไม้บานหนาเปิดออก เผยให้เห็นห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำและเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพง
นลินก้าวเท้าเข้าไปด้านในอย่างกล้าๆ กลัวๆ กลิ่นหอมเย็นๆ ของซีดาร์วูดผสมกับกลิ่นมินต์จางๆ ลอยมากระทบจมูก มันคือกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขตแดน กลิ่นที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเสมอ
"แกนอนห้องนอนเล็กนะ ห้องนั้นไม่มีคนใช้ ส่วนห้องนอนใหญ่ของเฮียเขต... ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเข้าไปยุ่ง เฮียมันหวงพื้นที่ส่วนตัว" ขิมชี้มือบอกตำแหน่งต่างๆ "ตู้เย็นว่างเปล่าแน่นอน เดี๋ยวฉันสั่งซูเปอร์มาร์เก็ตมาส่งให้ แกอยากได้อะไรเพิ่มไหม"
"ไม่เป็นไรขิม แค่นี้ลินก็เกรงใจจะแย่แล้ว"
"เกรงใจบ้าบออะไร เราเพื่อนกันนะเว้ย แกอยู่ที่นี่แหละ ปลอดภัยที่สุดแล้ว ไอ้พ่อเลี้ยงเวรนั่นไม่มีทางตามมาเจอแน่นอน ระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่แน่นหนาจะตาย"
ขิมอยู่ช่วยจัดของและสั่งอาหารเย็นมากินด้วยกันจนถึงช่วงค่ำ ก่อนจะขอตัวกลับเพราะถูกที่บ้านตามตัว
เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบก็โรยตัวเข้าปกคลุม นลินมองไปรอบๆ ห้องรับแขกขนาดใหญ่ที่กว้างกว่าบ้านของเธอทั้งหลัง รู้สึกแปลกแยกและตัวเล็กลงถนัดตา หญิงสาวตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำในห้องนอนเล็ก เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสีซีดที่ใส่จนชิน
เธอเดินออกมาที่ห้องครัว รินน้ำเปล่าใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มเพื่อดับความกระหาย
ติ๊ด... ติ๊ด... เสียงกดรหัสหน้าประตูดังขึ้นทำให้นลินชะงัก แก้วน้ำในมือสั่นน้อยๆ
ลูกบิดประตูหมุนเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาภายในห้อง เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ย เนกไทถูกคลายออกหลวมๆ แขนเสื้อพับขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนตามท่อนแขนแกร่ง เขตแดนปิดประตูลงด้วยความเหนื่อยล้า นัยน์ตาสีเข้มหลับลงชั่วครู่พร้อมกับพรูลมหายใจหนักๆ
เขาหมุนตัวกลับมา หางตาปะทะเข้ากับร่างเล็กที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว
การเคลื่อนไหวของเขตแดนหยุดชะงัก นัยน์ตาดุดันหรี่แคบลงกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของคนที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นเส้นตรง
"เธอ... มาทำอะไรที่นี่"
นลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลจากเจ้าของห้อง
"ลิน... คือลิน..."
"ฉันถามว่ามาทำอะไรที่ห้องฉัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำกดลึกกว่าเดิม สองเท้าก้าวช้าๆ เข้ามาหาคนตอบตะกุกตะกัก "ยัยขิมเป็นคนพามาใช่ไหม"
"ค่ะ ขิมให้ลินมาพักที่นี่ชั่วคราว ลินกำลังหาที่อยู่ใหม่"
"หาที่อยู่ใหม่?" เขตแดนแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาเย็นชาฉายแววหงุดหงิดชัดเจน "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับห้องของฉัน คิดว่าที่นี่เป็นสถานสงเคราะห์เด็กอนาถาหรือไง"
"ลินไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนพี่เขตนะคะ แต่ลิน... มีปัญหาที่บ้านนิดหน่อย"
"ปัญหาของเธอแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน" ชายหนุ่มหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวเขาทำให้บรรยากาศรอบข้างบีบรัดจนอึดอัด "ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย และฉันเกลียดการมีคนอื่นเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน... โดยเฉพาะเด็กกะโปโลอย่างเธอ"
"ลินจะพยายามไม่ทำตัวให้วุ่นวายค่ะ ลินจะอยู่แต่ในห้องเล็ก..."
"เก็บของแล้วออกไปซะ"
คำสั่งเฉียบขาดไร้เยื่อใยทำให้นลินเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที ดวงตากลมโตสั่นระริก
"แต่ตอนนี้มันดึกแล้ว... พรุ่งนี้เช้าลินค่อยไปไม่ได้เหรอคะ"
"ฉันบอกให้ออกไป ตอนนี้" เขตแดนย้ำคำเดิม นัยน์ตาสีรัตติกาลไม่มีแววล้อเล่น เขายื่นมือออกไปชี้ที่ประตู "อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ นลิน"