Masukก็ว่าจะหักห้ามใจ แต่กล้ามเขามันแน่น แต่ท่อน (แขน) เขามันใหญ่ แถมใต้เตียงมีโซ่แส้กุญแจมืออีก โอเค! เธอจะยอมๆ ไปก่อนก็แล้วกัน...
Lihat lebih banyak...........
คืนที่รักเร่าร้อน
[1]
อ้อมแขนซาตาน
...........
เกาะแห่งหนึ่งในประเทศรัสเซีย
ในค่ำคืนอันเหน็บหนาว ถนนสองฝั่งล้วนคลี่คลุมด้วยปุยหิมะ นานๆ ทีจะมีรถยนต์แล่นผ่านสักคันหนึ่ง เหนือขึ้นไปบนท้องฟ้า เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ยังครางอยู่หึ่งๆ มันบินผ่านเธอไปราวกับนกยักษ์ตัวใหญ่บินผ่านแมลงวันตัวจ้อย ลำคอเธอแห้งผาก อยากได้น้ำสักหยด ขนมปังสักก้อน กี่ชั่วโมงแล้วที่เธอไม่มีอาหารตกถึงท้อง หากอยู่ที่เมืองไทย อย่างน้อยยังได้กินอิ่มนอนหลับ
เธอไม่น่าหาเรื่องใส่ตัว ไม่น่าเชื่อใจใครง่ายๆ จนสุดท้ายต้องมาตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก ไม่มีอาหาร ไม่มีที่พัก ไม่มีแม้แต่พาสปอร์ต
ใครกันเล่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ ไม่มีหรอก...นี่คือประเทศที่ผู้คนล้วนคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ประเทศที่กฎหมายมีไว้เพื่อเพิกเฉย หากมิได้อยู่ใต้ความคุ้มครองขององค์กรใดองค์กรหนึ่งแล้วละก็ อย่าหวังว่าเธอจะรอด
ใช่...เธอกำลังจะตายแล้ว หลังจากหนีออกมาจากที่นั่น คลับสุดหรูที่มีไว้เพื่อให้มาเฟียเจ้าถิ่นมาแสวงหาความสำราญ อย่าถามว่าเธอไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร เพราะหากต้องให้เล่า เรื่องมันคงยาว!
“ฉันจะฆ่าแก! ยัยน้องตัวแสบ!” ณัชรินทร์ ชนัญธา ร้องออกมาสุดเสียง ท่ามกลางปุยหิมะที่กำลังโปรยปราย แสงไฟจากรถยนต์คันข้างหลัง ส่องร่างเธอให้รู้สึก เธอโบกมือใส่หย็อยๆ แต่ไม่มีใครยอมจอด
“พวกคนแล้งน้ำใจ!” บ่นให้เจ้าของประเทศที่ไม่มีใครแสดงน้ำใจช่วยเหลือ นี่มันเกาะส่วนตัวนะ ต่อให้เธอเดินไปถึงท่าเรือก็ใช่ว่าจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้ เธอต้องมีคนช่วย ต้องมีใครสักคนพาออกไปจากที่นี่ ป่านนี้คนของคลับแห่งนั้นคงได้ตามหาตัวเธอจ้าละหวั่น ช่างหัวสิ เธอไม่ผิดนี่
“ถ้าเจอแกฉันจะฆ่า แกกล้าทำได้ยังไง ฉันไม่ใช่พี่แกเหรอ ทิ้งฉันไม่พอ ทำไมต้องเอากระเป๋าฉันไปด้วย พาสปอร์ตฉันอยู่ในนั้น เงินฉันอีก ทำถึงขนาดนี้เอาปืนมายิงฉันเถอะ!”
ท้ายที่สุดก็ทำได้เพียงบ่นไปเรื่อย เธอคงต้องทำใจ เพราะคงได้กลายเป็นผีเฝ้าเกาะก็คราวนี้ จู่ๆ หยดน้ำใสๆ ก็ไหลออกจากตา พอนึกย้อนกลับไป เธอไม่น่าหลวมตัวมาเที่ยวที่นี่กับ ‘พาขวัญ’ ลูกพี่ลูกน้องของเธอเลย เจ้าหล่อนเพิ่งได้แฟนเป็นคนรัสเซีย และคะยั้นคะยอให้เธอมาเที่ยว ก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะจบลงที่เธอถูกหลอก
พาขวัญหนีไปพร้อมกับกระเป๋าของเธอ ในนั้นมีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง และเป็นจำนวนที่เธอเก็บหอมรอมริบเอาไว้ เพื่อมาเที่ยวต่างประเทศสักครั้งในชีวิต นั่นคือจุดมุ่งหมายของสาวโสดที่ทำงานหาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เรียนจบ เธอไม่มีพ่อแม่ให้พึ่งพิง แค่ที่ลุงกับป้า พ่อแม่ของพาขวัญ เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่ยังเด็ก ก็นับว่าเป็นพระคุณมากแล้ว
ชีวิตเธอเหมือนตัวเอกในละครน้ำเน่า ต่อให้ปฏิเสธอย่างไร นั่นก็ชีวิตเธอ
ณัชรินทร์ปาดน้ำตาป้อยๆ กระชับเสื้อโคทตัวบางที่ไม่ได้กันไอหนาวให้เธอมากนัก พาขวัญยกเสื้อตัวนี้ให้เธอ แถมตอนอยู่สนามบินยังใจดีช่วยถือกระเป๋าให้ด้วย แน่ละ นั่นก่อนหน้าที่หล่อนจะจากไปพร้อมกับข้าวของของพี่สาว ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
ตุ้บ!
“โอ๊ย!” ณัชรินทร์หกล้มหัวคะมำ หิมะใต้ฝ่าเท้าเป็นอุปสรรคสำหรับการหลบหนี แต่เธอจะถอยไม่ได้ ต่อให้ต้องตาย เธอก็ไม่ยอมกลับไปที่คลับนั่นหรอก เธอแค่เบี้ยวค่าอาหารเพราะไม่มีปัญญาจ่าย ถ้าพวกนั้นอยากได้เงินก็ไปตามเก็บเอาที่พาขวัญแล้วกัน ถ้ารู้ละนะว่าเจ้าหล่อนอยู่ไหน
ปรี๊นๆๆ
เสียงแตรรถยนต์ดังขึ้นที่เบื้องหลัง แสงไฟด้านหน้าสาดส่องมาที่ร่างเธอ คนบนรถกำลังก้าวลงมา ณัชรินทร์ใจหายวาบ มองรถยนต์สองคันที่จอดซ้อนกันอยู่อย่างระแวง กลัวแสนกลัวว่าจะเป็นคนของคลับ เธอรีบหันหลังให้ ใจเต้นระส่ำ สองเท้ากับบั้นท้ายเย็นจัดด้วยจมอยู่ในปุยหิมะ แล้วจู่ๆ ปลายรองเท้าสีนิลเงาวับคู่หนึ่งก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วยเถอะ อย่าให้เป็นคนของพวกนั้นเลย
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับคุณผู้หญิง”
คนถูกถามค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง เขาเป็นผู้ชายร่างสูง และสูทที่เขาสวมอยู่ก็ดูตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เขาต้องมีความมั่นอกมั่นใจแค่ไหนถึงกล้าสวมสูทลายดอก มันเป็นสูทเข้ารูปสีดำ ทอลายกุหลาบสีชมพูดอกเล็กดอกน้อย เขาดูโดดเด่นท่ามกลางปุยหิมะและแสงไฟหน้ารถสว่างจ้า
“คุ...คุณ พูดภาษาไทยได้เหรอ” ถามแล้วนิ่วหน้า ขาเธอแข็งชาไปแล้วในตอนนี้
เขาพยักหน้า “ตอนนี้ผมก็พูดภาษาไทยนะ” ตอบยิ้มๆ ให้คนถาม ไอร้อนจากร่างสูงใหญ่พ่นออกมาเป็นไอยามเอื้อนเอ่ยวาจา เขาก้มลงมาหาหญิงสาว จนสายตาสองคู่เกือบอยู่ในระดับเดียวกัน
“หิมะตกอย่างนี้ แถมตะวันตกดินไปนานแล้ว คิดว่าน่าแปลกที่เห็นคนยังเดินอยู่ข้างถนน แถมเป็นผู้หญิงด้วย คุณไม่กลัวเหรอ”
ณัชรินทร์อยากจะร้องไห้ น้ำเสียงอ่อนโยนที่เขาใช้ทำเอาใจเธอไหวยวบ หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอในสองตา
“เอ่อ...คือว่า...ฉันมาเที่ยวค่ะ แต่ว่ากระเป๋าฉันถูกขโมย แล้วพาสปอร์ตก็หายด้วย”
“อย่างนั้นเหรอ แล้วผมพอจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง”
“ช่วยพาฉันไปหาตำรวจได้ไหมคะ” นั่นคือคำร้องขอ แต่อีกฝ่ายมุ่นคิ้ว
“แล้วคุณจะทำยังไง หรือไปอยู่ที่ไหนตอนที่ตำรวจกำลังติดตามพาสปอร์ตมาให้”
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ