LOGINในชีวิตคนเรา ทุกสิ่งที่ทำและทุกคนที่พบย่อมทิ้งร่องรอยไว้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางเศษเสี้ยวของเราจะถูกฝากไว้กับคนที่เคยพานพบ ไม่มีอะไรสูญหายไปร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมอาจจะเป็นแค่ธุลีเล็กๆ ในมหานทีอันไพศาลไร้จุดสิ้นสุดในใจพี่ แต่แค่รู้ว่าผมยังคงอยู่ในใจพี่ ต่อให้เป็นแค่ธุลี ผมก็มีความสุขแล้วครับ
View Moreฤดีซ่อนรัก โดย ไอศิกา วางจำหน่ายอีบุ๊คที่เว็บ m*b นะคะ
บทนำ
ในแวดวงนักออกแบบเสื้อผ้า จะมีอยู่เด็กจบใหม่คนหนึ่งเป็นที่ถูกกล่าวถึงโดยถ้วนหน้า เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องดีสักเท่าไหร่ และเรื่องราวของเธอก็มักจะถูกคนในวงการยกเป็นตัวอย่างที่ ‘ไม่ดี’ ให้แก่รุ่นน้องฟังอีกต่างหาก
เธอคนนี้ชื่อพลอยขวัญ
ครอบครัวของพลอยขวัญมีกินมีใช้จากธุรกิจสุจริต พ่อกับแม่เลี้ยงดูเธอมาอย่างดี ดูแลรักใคร่ อบรมสั่งสอนและไม่มีข้อบกพร่องใดๆ พลอยขวัญจึงไม่เคยต้องทุกข์ร้อนหรือลำบากลำบนแม้แต่น้อย จะเรียกว่าเป็นเจ้าหญิงน้อยๆ ของครอบครัวเลยก็ว่าได้ ความฝันสดใสของเธอมีอยู่สองอย่าง นั่นคืออยากให้โลกนี้มีแต่ความสุข และอยากจะเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าให้ตุ๊กตาบาร์บี้
“สักวันพลอยจะทำเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง ทุกคนจะได้ใส่ชุดสวยๆ ที่พลอยเป็นคนออกแบบค่ะ”
พลอยขวัญมักจะบอกใครต่อใครด้วยรอยยิ้ม แววตาเป็นประกายมุ่งมั่น สมัยเด็กๆ ตั้งแต่จำความได้ พลอยขวัญชอบไปร้านหนังสือในห้างแถวบ้านมาก และใช้เวลากับหนังสือที่ชอบซึ่งส่วนมากจะเป็นนิตยสารต่างประเทศ เวลาดูก็จะศึกษารูปแบบเสื้อผ้าสวยๆ และจินตนาการว่าเสื้อผ้าตัวนั้นน่าจะทำแบบนี้ ตัวนี้ก็น่าจะทำแบบนั้น พลอยขวัญจะเก็บเงินซื้อนิตยสารรายเดือนนั้นมาสะสม และร่างแบบเสื้อผ้าไว้ในสมุดส่วนตัว ลงสีสันสวยงาม
อยู่มาวันหนึ่ง ตอนนั้นพลอยขวัญอายุได้สิบหกปี หลังเลิกเรียนเธอแวะไปที่ร้านขายขนมหวานในตลาดเพื่อซื้อไปฝากพ่อกับแม่ ขณะที่กำลังจะจ่ายเงินก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
บริเวณนอกร้านมีผู้คนพลุกพล่าน เจ้าของร้านกับเจ้าหน้าที่รปภ.ยืนล้อมกรอบอะไรบางอย่างอยู่
ด้วยความสงสัยพลอยขวัญจึงแทรกตัวผ่านผู้คนที่ยืนมุงเข้าไปดู พบว่ากลางวงล้อมนั้นมีเด็กชายแต่งตัวมอมๆ ชุดแต่งกายอาจจะเก่าไปบ้าง แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กชายก็สะอาดสะอ้านดี แววตาเด็ดเดี่ยวทระนง พลอยขวัญรู้สึกได้ถึงศักดิ์ศรีของเด็กคนนี้ ไม่รู้ทำไมถึงไม่มีใครสังเกต
“เด็กขี้ขโมย จับได้คาหนังคาเขาแล้วยังไม่ยอมรับอีก! จับส่งตำรวจเลย”
“ผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ทำ” เด็กชายยืนกรานเสียงสั่นเครือ “ผมไม่ได้ขโมย”
“ยังจะปากแข็งอีก ก็เห็นๆ อยู่ว่าแกเข้าไปในร้านแล้วเดินออกมา เอาของในร้านฉันคืนมา พ่อแม่อยู่ไหน ไปตามตัวมารับผิดชอบเลย”
“ผม... ไม่มีพ่อไม่มีแม่”
“ต๊ายย มิน่าล่ะ ไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอน ถึงได้ทำสันดานขี้ขโมย”
เจ้าของร้านชี้นิ้ว ร้องสั่งให้เจ้าหน้าที่พาไปสถานีตำรวจ เด็กชายกำมือแน่น ยืนกรานท่าเดียวว่าเขาไม่ใช่ขโมยอย่างที่กล่าวหา เจ้าของร้านเสียงดังไม่ใช่น้อยๆ พริบตาเดียวก็มีคนยืนมุงมากมาย ต่างมองมาที่เด็กชายแล้วเห็นตรงกันว่าสมควรจับส่งตำรวจจะได้เข็ดหลาบ ไม่ไปทำนิสัยเสียที่ไหนอีก
“ตัวแค่นี้ก็เป็นขโมยซะแล้ว โตไปจะขนาดไหนเนี่ย เด็กเหลือขอจริงๆ”
“ดูสายตาสิ ก้าวร้าวจริงๆ ไม่มีสำนึกเลย”
“ผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ขโมย!”
“ถ้าไม่มีพ่อแม่ก็โทรตามญาติมา ใครเป็นผู้ปกครองล่ะ เอาเบอร์มา” เจ้าหน้าที่รปภ.จะฉวยคอเสื้อเด็กชายไว้ ทว่าพลอยขวัญแทรกตัวผ่านวงล้อมเข้าไปโอบกอดเด็กชายเสียก่อนท่ามกลางความงุนงงของทุกคน
“หนูเป็นพี่สาวของน้องคนนี้เองค่ะ” พลอยขวัญดึงเด็กชายไปไว้ข้างหลังอย่างปกป้อง “น้องหนูหยิบฉวยอะไรมาหรือคะ”
“ก็ลองถามน้องเธอดูเอาเองสิ”
“ได้ค่ะ ถ้าน้องหนูทำจริงๆ หนูยินดีรับผิดชอบค่ะ แต่ถ้าน้องหนูไม่ได้ทำ พี่ต้องขอโทษน้องหนูนะคะ” พลอยขวัญย่อตัวลง สองมือจับไหล่เล็กๆ ไว้แล้วถาม “น้องทำจริงๆ หรือเปล่าจ๊ะ”
“เปล่าครับ ผมไม่ได้ทำ”
“ค้นตัวดูสิ” ไทยมุงออกความเห็น ทุกคนต่างเห็นด้วย พลอยขวัญจึงถามเจ้าของร้านว่าสินค้าที่หายไปคืออะไร
หลายเดือนถัดมา พชรเอาแต่เดินกระวนกระวายอยู่ในห้องสำหรับพักรอภายในโรงแรมคอนติเนนทัล เอาแต่เดินวนจนรองเท้าแทบสึก รอบตัวเขานั้นเต็มไปด้วยดอกไฮเดรนเยียกับลิลลี่บานสะพรั่ง ยิ่งดูขับเน้นให้ชายรูปงามชุดทักซิโด้เต็มยศโดดเด่นท่ามกลางผู้คนมากมาย “เจ้าสาวพร้อมแล้วค่ะ” ร่างสูงสง่ายืดตัวขึ้นทันทีหลังจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเจ้าสาวกำลังจะมาถึง พชรนึกย้อนไปถึงวันแรกที่เขาต้องมาพบเธออีกครั้งในรอบหลายปี เขาใช้เวลาขัดสีฉวีวรรณอยู่ในห้องน้ำราวๆ สามชั่วโมง เมื่อพลอยขวัญเดินออกมาจากลิฟต์และเขาได้พบเธอ พี่พลอยขวัญเป็นสาวสวยชวนตะลึงยิ่งกว่าที่เขาจดจำได้เสียอีก ผมยาว ดวงตากลมโตและยิ้มหวาน ความทรงจำทั้งหลายก็หลากท่วมท้น ช่างเหมือนความฝันที่บังเกิดชีวิตชีวา ความงามอ่อนโยนและอบอุ่นของเธอยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กลิ่นหอมของเธอยังอบอวลและรอยยิ้มยังคงตราตรึงอยู่ในใจเขาไม่รู้วาย&nbs
เขาเป็นคนจัดการเรื่องสถานที่จัดแสดงคอลเล็กชัน ซึ่งเกินความคาดคิดของพลอยขวัญไปมาก เธอนึกภาพไว้ว่าจะจัดในฮอลล์การประชุมสักแห่ง แต่เขาใช้คอนเนคชั่นอันแสนลึกลับ ติดต่อพื้นที่สวยๆ ติดฝั่งเจ้าพระยาซึ่งมีพระปรางค์วัดอรุณเป็นฉากหลัง ประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิดและแสงสีเสียงเต็มอัตรา คราวนี้แม้แต่นักข่าวก็วิ่งหาบัตรเข้างานไม่ได้ ทุกสายตาต่างจับจ้องและรอคอย ปกติทั่วไปแล้วการจัดแสดงแฟชั่นโชว์จะต้องเลือกนายแบบนางแบบที่สูงยาวเข่าดี รูปร่างเฟอร์เฟค แต่พลอยขวัญเลือกจัดแฟชั่นโชว์ในรูปแบบใหม่ซึ่งเลือกใช้นางแบบหลายรูปร่าง หลากเชื้อชาติและสีผิวมาร่วมเดินโชว์สินค้า ชุดของเธอไม่ได้เจาะกลุ่มว่าต้องเป็นสเปกแบบไหนถึงจะใส่แล้วสวย แต่ออกแบบมาเพื่อทุกคน ตั้งแต่หุ่นนางแบบเอวบาง ไปจนถึงนางแบบพลัสไซส์ เพราะเธอคิดว่าไม่ว่าคนจะหุ่นแบบไหน สีผิวแบบไหน เราสามารถเป็นตัวเองของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดได้เสมอ “แนวคิดของคอลเล็กชันนี้คืออกแบบเพื่อให้สวมใส่ได้ทุกโอกาส คัตติ้งเนี้ยบ มีน้ำหนักและไม่ย
“แม่ๆ บอกว่าเราจะต้องเจอกับอาการอ้อนสามเดือนหรือโคลิด เด็กทารกจะแผดเสียงจ้าทั้งคืน ลูกจะเรียกร้องเวลาทุกนาทีของเรา ต้องปั๊มนมเก็บไว้ พี่จะเหนื่อยมากเพราะร่างกายรวน” เขางึมงำและเริ่มเตรียมตัว ทำราวกับจะเหมางานเลี้ยงเด็กไปเองทั้งหมด ทำเอาพลอยขวัญหลุดขำ “เราจะช่วยกันจ้ะ ถ้าลูกโยเย เราจะผลัดกันนั่งเก้าอี้โยกเห่กล่อม ตกลงนะ” ตอนนี้ไม่ว่าอะไรๆ ก็ดูจะเป็นไปได้สวยทุกๆ อย่าง พชรขอพบหมอกุมารเวชเพื่อปรึกษาและซักถามสิ่งต่างๆ เขาจดทุกคำพูดของหมอ ส่วนพลอยขวัญไม่เครียดเลยเพราะรู้ดีว่าทารกแต่ละคนจะออกแบบตารางชีวิตของตัวเอง ต่อให้อ่านตำราหรือศึกษาวิธีเลี้ยงลูกจากแม่ๆ สักกี่คน เจ้าเด็กน้อยก็จะทำตามใจตัวเองอยู่ดีนั่นแหละ พชรจับมือเธอไว้ตลอดช่วงเวลาขากลับจากโรงพยาบาล จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมา “พี่พลอยวางใจผมนะ ชีวิตคู่ของเราจะต้องสมบูรณ์แบบครับ ผมจะตามใจพี่ทุกอย่าง” พลอยขวัญย
และสรวงสวรรค์ก็ส่งบททดสอบใหม่มาให้เธอ พลอยขวัญลังเลมาสักพักแล้ว แต่ก็ตัดสินใจซื้อที่ตรวจครรภ์จากร้านขายยา ตั้งใจว่าจะทดสอบเพื่อความสบายใจ ใจหนึ่งก็คิดว่าคงจะไม่หรอก แต่อีกใจก็รู้สึกลึกๆ ว่าใช่ ยืนยันด้วยผลเส้นสีชมพูที่ปรากฏขึ้นชัดเจน พลอยขวัญอ่านผลซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนจะสะดุ้งเมื่อออกมาเจอมาเฟียหนุ่มยืนรออยู่ด้านนอกห้องน้ำ เขายังไม่รู้ แต่เขามีสิทธิ์ที่จะรู้... “พี่โอเครึเปล่าครับ” “จ้ะ พี่มีบางอย่างอยากจะบอกน้องเติร์ด” น้ำเสียงของเธอคงจะเคร่งเครียดเกินไปนิด ทำให้เขาวิตกกังวลไปด้วย “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ” “จะว่าอย่างนั้นก็ได้จ้ะ เป็นเรื่องที่เราทั้งคู่ต้องรับมือไปตลอดชีวิต อาจจะยุ่งยากเล็กน้อย แต่คิดว่าเราคงจะผ่านไปได้” พล
พชรเบิกตากว้างขณะรับรู้ได้ถึงริมฝีปากนุ่มๆ ที่แนบเข้ามาประทับ ทิ้งความหวานละมุนไว้ล้นหลั่งจนเขาแทบสำลัก พลอยขวัญแตะต้องเขาอย่างอ่อนโยน แผ่วเบา จูบแล้วก็จูบซ้ำอีก ซึ่งเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าควรทำอะไร “สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ เด็กดื้อ”
พลอยขวัญฉวยมือของเขาไว้แล้วบีบแน่น น้ำตารื้นขอบตาขณะจ้องมองแสงสีส้มเปล่งประกายฉายฉาน ร่างสูงใหญ่ดูจะแปลกใจแต่ก็อยู่เงียบๆ เป็นเพื่อน นั่งฟังเธอร้องไห้โดยไม่ตัดสิน คนที่เข้าใจความเงียบของเราคือคนที่มองเห็นความเจ็บปวดในดวงตาเรา ในขณะที่คนอื่นมองเห็นแค่รอยยิ้มบนใบหน้า บางครั้งเธอก็ต้องการแค่ใครซักคน
บทที่ 14 เด็กป่วย เรื่องที่เธอหิ้วเด็กกลับบ้าน กลายเป็นหัวข้อให้คนที่บริษัทพูดกันสนุกไปทั้งสัปดาห์ และที่แย่คือเจ้าน้องเติร์ดไม่ช่วยเธออธิบายหรือแก้ไขค
เฮือกก!!! พลอยขวัญสะดุ้งสุดตัวแล้วกลิ้งตกลงมาจากเตียง นอนหงายขาชี้ฟ้า เธอลุกพรวดขึ้นมานั่งงงอยู่สักพักถึงได้เข้าใจว่าแค่ฝันไป แต่ฝันเหมือนจริงมากจนรู้สึกถึงสัมผัสที่หลงเหลืออยู่ตรงริมฝีปาก พลอยขวัญค่อยๆ คลานขึ้นมานั่งบนเตียง และแล้วผลกรรมก็ตามทัน