Mag-log in"หนี้ที่เธอติดฉันมันชดใช้ด้วยเงินไม่ได้หรอกนะ เพราะมัน... ต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
view more"อื้อ~" เสียงหวานครางในลำคอ ในขณะที่ร่างสูงของมาเฟียหนุ่มบดเบียดกายเข้าหา สอดแทรกลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กหอบหายใจกระชั้นชิดแก้มเนียนใส เสียงหัวใจเต้นแรงไม่แพ้ริมฝีปากหนาที่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
"ดะ.. เดี๋ยวค่ะอื้อ..."
"...."
"ลินกลัว"
"หึหึ เด็กน้อย~"
แม็กซ์เวลล์ซุกหน้าเข้าหาลำคอขาวกดจูบแผ่วเบาหลังหูเล็กยกยิ้มเอ็นดูคนตัวเล็กใต้ร่าง มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้กรอบหน้าหวานเบาๆ แล้วดันตัวขึ้นเล็กน้อย
"ถ้าไม่พร้อมพี่จะยังไม่ทำ.. พี่จะรอเธอ"
"...."
"อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้นเดี๋ยวอดใจไม่ไหว~"
หน้าผากกว้างกดแนบลงบนแก้มเนียนในขณะที่คนตัวเล็กหลุดเสียงหัวเราะคิกคัก เบี่ยงตัวหลบปากร้อนที่พรมจูบลงมา ลลินยกมือดันบ่ากว้างเบาๆ หลังจากหัวเราะจนท้องแข็งไปหมด ยกศีรษะหนาขึ้นมาเสมอใบหน้าโดยที่ยังคงมีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าสวยพราวพราย
"น่ารักกับลินแบบนี้ไปตลอดนะคะ"
"ก็อยู่ให้รักไปตลอดสิ"
"....."
ภาพเด็กสาวใต้ร่างยังคงยิ้มกว้างส่งมาให้หลังสิ้นเสียงทุ้มแหบกระซิบใกล้ปลายจมูกเชิดรั้นยังคงติดอยู่ในห้วงความจำ ก่อนแสงสว่างพลันเกิดขึ้นมาพร้อมกับเสียงประตูห้องที่ถูกเปิดเข้ามาด้วยความแรงจนเกิดเสียงบานประตูกระแทกเข้ากับผนังห้องดังลั่น
ปัง!!
มาเฟียหนุ่มเอี้ยวตัวหันกลับยังด้านหลังในขณะที่ยังคงคร่อมร่างเล็กไว้ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาไร้หนวดเครานิ่วคิ้วผูกชนจ้องมองเงาสีดำที่ปรากฏด้านหน้าตัวเอง ยกมือหนาขึ้นบดบังแสงจ้าแยงตาแล้วดันตัวลุกขึ้นนั่ง ในขณะที่คนตัวเล็กบนเตียงเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"พี่แม็กซ์"
"....."
"เราเลิกกันเถอะ ลินเชื่อว่าพี่จะสามารถเจอคนที่เหมาะสมกับพี่ได้"
"ลิน ลิน ลลิน!!"
"ลาก่อน..."
เสียงหวานดังก้องในห้วงความทรงจำ ก่อนภาพรอยยิ้มกับใบหน้านิ่งๆ ของเธอจะจางหายไปกับความสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาจนไม่สามารถจะทนเปิดตามองได้อีก
"ลลิน!!"
ร่างสูงกำยำเปลือยอกโชว์ความแข็งแรงบนเตียงกว้างขนาดคิงไซซ์สะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งพรวดพราดพร้อมกับเหงื่อไคลเปียกท่วมร่างหนา แม็กซ์เวลล์หอบหายใจหนักกวาดสายตามองหาร่างเล็กของคนที่เข้ามาอยู่ในห้วงฝันของตัวเองมาเป็นเวลาหลายปี นับจากวันนั้น... วันที่เธอตัดขาดเยื่อใยที่เขามี เหยียบย่ำความรู้สึกเขาเพียงเพราะเธอหมดความรู้สึกเดียวกันแล้ว
มือหนายกขึ้นมาลูบใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความเปียกชุ่ม ตอหนวดเคราสั้นสีน้ำตาลทองที่ถูกตัดอย่างสวยงามช่วยขลับให้ใบหน้าหล่อเหลาดูน่ามองมากยิ่งขึ้น
พ่นลมหายใจหนักออกทางริมฝีปากบางตวัดสายตาขุ่นเข้มมองยังเครื่องมือสื่อสารที่ส่งเสียงดังอยู่บนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง ก่อนจะเอื้อมมือคว้าขึ้นมาดูรายชื่อปลายสายที่โทรมายามวิกาล
ครืน~ครืน
"มีอะไรวะ เมียไม่ให้เอาหรือไงถึงโทรหากู"
'สัส! เมียกูเพิ่งคลอดไหมวะ'
"แล้วมึงโทรมาทำไมตีสาม?"
'เชี่ยแม็กซ์! มึงคงไม่ลืมว่าเช้านี้ของล็อตใหญ่เข้าใช่ไหมวะไหนว่ามึงจะจัดการเองไง อย่าบอกนะว่ามึงเพิ่งตื่น'
"....."
'ถ้ากูไม่โทรมามึงคงจะยังไม่ตื่นสิท่า'
"เออๆ กูกำลังไป แม่งกัดดีฉิบ! ทำตัวเหมือนเป็นเมียกูสัส"
มือหนากดตัดสายเพื่อนไปอย่างไร้มารยาท ใบหน้ายังคงแสดงถึงความไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพราะเสียงโทรศัพท์ที่ปลุกเรียกเขาตื่นจากภวังค์ฝัน แต่เป็นเพราะใครบางคนในความฝันนั้นต่างหากที่ทำให้เขาเกิดหงุดหงิดหัวเสีย
"จะตามหลอกหลอนฉันไปถึงไหนยัยเด็กเลี้ยงแกะ เธอมันไม่คู่ควรกับความรู้สึกฉันเลยด้วยซ้ำ!"
แม็กซ์เวลล์ยกมือยีผมแรงๆ แล้วสะบัดผ้าห่มออกจากร่างกายเดินดิ่งตรงไปยังห้องน้ำที่เยื้องออกไป ปลดกางเกงบ็อกเซอร์บนกายเพียงตัวเดียวออกลงบนพื้น ก้าวเข้ามายืนใต้ฝักบัวใหญ่เปิดน้ำเย็นชโลมลงมาบนเรือนร่างเปลือยเปล่า
สายน้ำไหลผ่านร่างหนาลงสู่พื้นกระเบื้องเย็น แต่กลับไม่ได้ช่วยดับความร้อนรุ่มในใจแกร่งให้ทุเลาลงได้เลย เขาแหงนหน้าขึ้นรับความเย็นจากสายน้ำพร้อมกับยกมือขึ้นลูบปัดหยาดน้ำบนใบหน้าไปด้วย
"เธอมีอะไรดีนักหนาทำไมเมื่อก่อนฉันถึงได้ตาบอดไปได้ ผู้หญิงมันก็หวังแต่เงินทองอำนาจเหมือนกันทั้งนั้น หึ! น่ารังเกียจเสียจริง"
มุมปากหนาแสยะยิ้มเหยียดขึ้นสูง เหลือบตามองกลับไปยังบานกระจกที่มีเงาเรือนร่างหนากำยำเปลือยเปล่าของตัวเองยืนอยู่ จ้องมองนิ่งๆ ครู่หนึ่งก่อนจะดึงสายตากลับ จัดการกับร่างกายต่อไป
ร้านกาแฟใกล้มหาลัยK
ร่างเล็กของเด็กสาวนักศึกษาชั้นปีที่สามกำลังยืนรอเครื่องดื่มที่เพิ่งสั่งไป โดยในมือบางถือเครื่องมือสื่อสารเปิดช่องแชทของเพื่อนสนิทต่างสาขาไว้อยู่
รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าสวยหลังจากกวาดสายตาอ่านข้อความของเพื่อนสนิท ได้รับรู้ถึงความอัดอั้นตันใจกับการเรียนกับอาจารย์ผู้สอนที่เคร่งครัด เข้มงวดและน่าเบื่อ แต่เพราะเป็นวิชาหลักจึงหลบเลี่ยงไม่ได้ทำได้เพียงระบายกับคนตัวเล็กเพื่อนสนิทฟังเท่านั้น
"สตรอว์เบอรี่โยเกิร์ตสมูทตี้ได้แล้วค่ะ"
"ค่ะ.. ขอบคุณค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มส่งให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ หมุนตัวหันกลับออกจากร้านยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นจ่อริมฝีปากดูดความหวานละมุนผ่านหลอกใสสีแดง
ลลินหย่อนโทรศัพท์มือถือลงกลับในกระเป๋าสะพายข้าง เดินตรงไปยังรถมินิคูเปอร์สีฟ้าพาสเทลของตัวเองเพื่อจะกลับไปยังคอนโดที่พักส่วนตัว
วันนี้เธอมีเรียนเช้าซึ่งช่วงบ่ายจะว่างยาว เธอจึงคิดว่าจะกลับไปนอนพักร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยจากการเรียนมาทั้งสัปดาห์ โดยที่จะยาวไปถึงอีกสองวันที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยพอดี
มือบางเอื้อมเปิดเพลงคลอเบาๆ เพื่อจะไม่ได้เงียบจนเกินไปในระหว่างทางที่ขับกลับที่พัก ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอร้องตามเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
แกรก~
"ค่ะคุณพ่อ"
'สุดสัปดาห์นี้ลินจะกลับบ้านหรือเปล่าลูก'
"สุดสัปดาห์นี้...."
'พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวโยงถึงครอบครัวเรา ลินว่างหรือเปล่า'
"ค่ะ... หนูจะกลับพรุ่งนี้นะคะ"
'โอเค งั้นพ่อวางนะ'
"ค่ะ" เสียงถอนหายใจออกทางริมฝีปากหลังจากบุพการีวางสายไปแล้ว ดวงตากลมโตก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก้มลงถอดรองเท้าคัทชูส้นสูงวางบนชั้นวางรองเท้า สอดเท้าเข้าในรองเท้าสลิปเปอร์สีหวานของตัวเองก่อนจะเดินมาล้มตัวนั่งลงบนโซฟากลางห้อง
ลลินยกเครื่องมือสื่อสารในมือขึ้นมาดูอีกครั้ง ใบหน้าบ่งบอกถึงความหนักใจออกมาได้อย่างชัดเจน คำพูดของคนเป็นพ่อยังคงหมุนวนอยู่ในหัว เธอรู้ว่าเรื่องที่ท่านพูดมาคือเรื่องอะไร เพราะมันเป็นเรื่องเดียวที่ท่านขอร้องแกมบังคับให้เธอต้องจำยอมทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
หลุดพ้นจากทางหนึ่งไปแล้วแต่ท่านก็ยังคงจะหาอีกทางมาให้เธออยู่ดี นอกจากยอมทำตามท่านต้องการแล้วเธอไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรได้เลย แม้แต่.... ความรัก
วันนี้ลลินก็มาทำงานพร้อมกับคนตัวสูงตามเดิม แต่ที่แปลกไปจากทุกวันคือนักข่าวและสื่อต่างๆ ที่มายืนรอกันอยู่หน้าบริษัทมากจนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้หลังจากแยกกันขึ้นมาทำงานตามหน้าที่ตัวเองแล้วเธอถึงเพิ่งได้รู้จากพี่พนักงานในแผนกว่าที่สื่อต่างๆ มายืนรอกันอยู่ด้านล่างเพราะจะรอแถลงการณ์ทำข่าวการฉ้อโกงบริษัทซึ่งเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ"น้องลินครับท่านประธานเรียกครับ""ท่านประธานเหรอคะ""ครับ พี่หมายถึงท่านประธานจริงๆ น่ะครับ""คุณพ่อมาบริษัทเหรอคะ""ครับ น้องลินไม่รู้เหรอครับพี่คิดว่ารู้แล้วซะอีก""ไม่ค่ะ ลินไม่รู้อะไรเลยค่ะ งั้นลินขอตัวก่อนนะคะ""ครับ" โจ้มองตามร่างบางของหญิงสาวไปด้วยความงุนงง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ในฐานะที่เธอเป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทแต่กลับไม่รู้อะไรเลยมันเป็นไปได้ด้วยเหรอ แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บความคิดนั้นไว้เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่งของบริษัทอยู่ดีลลินก้าวเข้ามาด้านในห้องประชุมโดยมีพ่อเธอนั่งอยู่หัวโต๊ะ ถัดลงมาด้านขวามือคือคนที่เธออยู่ด้วยเมื่อคืนนี้และมาทำงานพร้อมกันเมื่อเช้าฟันคมกัดลงบนกลีบปากอวบอิ่มล่างเบาๆ ด้วยความประหม่าเมื่อสายตาหลายคู่จ
ลลินขึ้นมายังชั้นผู้บริหารเพื่อจะได้กลับบ้านพร้อมกันกับมาเฟียหนุ่ม เรียวขาสวยก้าวออกจากช่องลิฟต์คับแคบออกมา เธอส่งยิ้มบางให้กับลูกน้องของเขาที่ยืนเฝ้าอยู่ประจำจุดก่อนจะสาวเท้าบางเข้าไปด้านในห้องทำงานดวงตากลมโตกวาดสายตามองทั่วห้องแต่ยังคงพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เธอกำลังตามหาเลยสักนิด มือบางควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ายกขึ้นมากำลังจะกดต่อสายหาเขาพอดีกับที่ประตูห้องทำงานถูกเปิดเข้ามาพอดี"คุณลลิน""พี่บรู๊ค""มารอนายเหรอครับ""ใช่ค่ะ พี่แม็กซ์มีประชุมหรือคุยกับลูกค้าเหรอคะ ลินไม่เห็นเขาเลย""นายมีงานด่วนนิดหน่อยครับอีกชั่วโมงคงจะเสร็จ คุณลลินจะกลับก่อนก็ได้นะครับ""ลิน... นั่งรอพี่แม็กซ์ในห้องก็ได้ค่ะ""งั้นผมจะลงไปบอกนายให้นะครับ""ค่ะ"มือซ้ายคนสนิทพยักหน้าให้เธอเล็กน้อยแล้วเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานกว้างหยิบแฟ้มเอกสารที่วางบนโต๊ะด้านหน้าขึ้นมาถือไว้ หมุนตัวกลับมายิ้มเล็กน้อยให้กับคนตัวเล็กที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาก่อนจะเดินออกจากห้องไปหญิงสาวร่างเล็กใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถืออยู่ภายในห้องทำงานของมาเฟียหนุ่มตลอดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม แต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จสักทีความง่วง
ลลินยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งมานานกว่าสามชั่วโมง ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองเวลาบนนาฬิกาบนผนังห้องเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะได้เวลาพักกลางวันแล้วจึงหลุบตาลงหันมองออกไปยังนอกแผนกก่อนจะชะงักนิ่งลดมือลงเมื่อเจอเข้ากับร่างสูงของแม็กซ์เวลล์ที่กำลังเดินเข้ามาพอดี"น้องลินไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ""เออ...""คุณลลินขึ้นไปพบผมบนห้องด้วยครับ"เสียงทุ้มนิ่งดังขึ้นก่อนที่คนตัวเล็กจะได้ทันตอบคำชวนของรุ่นพี่พนักงาน เธอหันกลับมามองยังร่างสูงของมาเฟียหนุ่มแล้วตวัดลิ้นเลียริมฝีปากเสียงหัวใจเต้นถี่รัว"ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงแล้วครับผมคิดว่ามีอะไรค่อยหลังจากพักกลางวันจะดีกว่านะครับ" โจ้ออกความเห็นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเงียบไปเหมือนมีความลำบากใจอยู่ไม่น้อยที่จะปฏิเสธคนตรงหน้าออกไป"คุณทำให้ผมชักจะอยากรู้แล้วว่าตกลงผมเป็นใครแล้วคุณเป็นใครกันแน่ คำพูดผมกับคำพูดคุณใครมันจะสำคัญกว่า""....""ผมเป็นผู้ดูแลงานแทนคุณจักรินทร์ก็เท่ากับว่าเป็นประธานของคุณในตอนนี้ ก่อนจะพูดอะไรก็ควรจะคิดดีดีก่อนนะครับคุณ... จิรายุ" หลุบตาลงมองป้ายชื่อบนอกข้างซ้ายของคนด้านข้าง แววตานิ่งจ้องใบหน้าหล่อของอีกคนนิ่งจนบร
วันต่อมา..."....""ลินหายดีแล้วค่ะไม่มีไข้ไม่ปวดหัวไม่เวียนหัวแล้ว""ปากแข็งล่ะสิ""จริงๆ นะคะ ไม่เอาไม่พูดแล้วลินต้องเข้าไปแล้วเมื่อวานก็ลาป่วยไปแล้วถ้าวันนี้ยังลาอีกคงต้องรับการพิจารณาจากบริษัทใหม่แล้วล่ะค่ะ""พี่เป็นคนประเมินว่าเราจะผ่านหรือเปล่า ไม่เห็นต้องมาลำบากฝึกงานเลยทั้งที่เป็นบริษัทตัวเองแท้ๆ""ลินไม่อยากให้คนมองว่าใช้เส้นสายค่ะ อีกอย่างลินอยากเรียนรู้งานจริงๆ ตอนที่จะเข้ามาดูแลงานแทนคุณพ่อจะได้คุ้นเคยกับทุกแผนกด้วย""ดื้อจริงๆ เลย""หึหึ ไปนะคะจุ๊บ~"ลลินยื่นหน้าหอมแก้มสากเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวลงจากรถหรูโดยมีบรู๊คทำหน้าที่เปิดประตูรออยู่ด้านนอก เธอหันส่งยิ้มกล่าวเสียงหวานเป็นการขอบคุณมือซ้ายคนสนิทของเขาแล้วเดินตรงมายังลิฟต์ในชั้นจอดรถวีวีไอพีที่ซึ่งเธอเพิ่งรู้มาหมาดๆ ว่ามีชั้นนี้ด้วย เพราะปกติทุกครั้งที่มาบริษัทเธอจะจอดในลานจอดล็อกของผู้บริหารเลยไม่รู้ว่ามีชั้นนี้ด้วยร่างเล็กยืนมองตัวเลขที่กำลังขึ้นไปยังชั้นแผนกที่ทำงานกระชับสายกระเป๋าสะพายเข้าแนบกายมากขึ้นแล้วก้าวเท้าเดินออกมาด้านนอกเมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่หมายแล้ว"สวัสดีค่ะพี่โจ้""น้องลินสวัสดีครับ หายแล้วเหรอเห็นว่าเม