مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2026-07-27 16:46:57

“เหลียนฮวาที่แปลว่าดอกบัวน่ะหรือ” น้ำเสียงทุ้มแฝงความแปลกใจเอ่ยถามไป๋จงซาน เจ้าเมืองไป๋รีบพยักหน้าพลางกล่าวเสริม

“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ ภายในหมู่บ้านจะมีสระดอกบัวออกดอกตลอดทั้งปี เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ยามนี้ล่วงเข้าวสันตฤดู ดอกบัวขาวกำลังเบ่งบานเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านกล่าวมาถึงขนาดนี้ เราไม่ไปคงจะผิดต่อน้ำใจท่านแล้ว”

“หามิได้ ๆ ใต้เท้ากล่าวหนักไปแล้ว ผู้น้อยเพียงอยากแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับไต้เท้าก็เท่านั้น” ไป๋จงซานเผยยิ้มเกรงอกเกรงใจเป็นการใหญ่

จ้าวหลงเหว่ยได้ฟังคำบรรยายของเจ้าเมืองไป๋ก็นึกไปถึงเหล่าดอกบัวหลากสีสัน แข่งกันเบ่งบานในแต่ละฤดู แม้ดอกบัวขาวจะเรียบง่ายแต่หากกล่าวกันถึงที่สุดแล้วเขาก็ยังชื่นชอบมันมากกว่าดอกบัวสีอื่นอยู่ดี บางทีความเรียบง่ายก็มาพร้อมความบริสุทธิ์สูงส่ง...

“เช่นนั้นท่านก็นำทางเถอะ เราจะไปเปิดหูเปิดตาสักครั้ง พ่อบ้านหลี่ไปเอาม้ามา”

สิ้นคำสั่งของนายเหนือหัว ทุกคนก็รีบแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน หลี่กงกงเลือกม้าจากบรรดาองครักษ์ส่วนพระองค์มาให้ผู้เป็นนาย และอีกตัวหนึ่งสำหรับตัวเอง

เจ้าเมืองไป๋ควบม้านำขบวนอยู่ด้านหน้า ระหว่างทางเจอกับกลุ่มชาวบ้านเป็นระยะ ทุกคนเห็นว่าเป็นเจ้าเมืองไป๋ก็น้อมทักทายและหลีกทางให้ นั่นพิสูจน์แล้วว่าเจ้าเมืองผู้นี้ได้ใจประชาชนเพียงใด

“ถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้วขอรับ”

“บรรยากาศดีอย่างที่ท่านเจ้าเมืองว่าจริง ๆ”

ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วบริเวณ ครั้นเห็นป้ายหมู่บ้านที่ทำจากหินสลักก็เอ่ยชมอีกคำรบ หากจะให้เดาผู้ที่สลักป้ายคงจะเป็นบัณฑิตคงแก่เรียนสักคนกระมัง

“สระบัวที่ผู้น้อยกล่าวอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่นั่นเหมาะแก่การพักผ่อนชมทิวทัศน์แป็นอย่างยิ่ง ผู้น้อยจะนำทางไปเองขอรับ”

“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”

อีกด้านหนึ่งของหมู่บ้าน หญิงสาวร่างบอบบางผู้หนึ่งกำลังวาดพายพาเรือลำน้อยให้ลอยอยู่กลางสระบัว ดวงหน้าเล็กเผยยิ้มสดใสไร้เดียงสาท่ามกลางไอหมอกบางเบาและแสงแดดอ่อนจาง สายลมพัดผะแผ่วผ่านอาภรณ์สีเขียวหยกดุจหญิงงามในภาพวาด

หากแต่เสียงร้องโหวกเหวกโวยวายของสาวใช้น้อย กลับทำเอาอารมณ์สุนทรีย์ของนางสะดุดกึก

“คุณหนู! อย่าพายออกไปไกลนักสิเจ้าคะ ระวังเจ้าค่ะ เรือมันโคลงเคลง!”

“รู้แล้ว ๆ หลิงเอ๋อร์เจ้าอย่ารบกวนสมาธิข้าสิ”

เสียงหวานตอบกลับกลั้วหัวเราะ ขณะที่นัยน์ตากลมใสไม่ละไปจากดอกบัวที่กำลังโผล่พ้นน้ำ มือเรียวขาวนวลแทบจะเป็นสีเดียวกับปทุมงามเคลื่อนไหวฉับไวนัก รู้ตัวอีกทีบัวดอกน้อยก็ถูกนางเด็ดขึ้นมากว่าสิบดอก

“ว้าย! คุณหนู อย่าก้มลงไปเช่นนั้น”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า เจ้าจะหยุดร้องโวยวายได้หรือยัง”

ไป๋เหลียนฮวา ตอบกลับสาวใช้คนสนิท ใช่แล้ว ชื่อของนางแปลว่าดอกบัวขาว สีผิวและลักษณะนิสัยล้วนไม่ต่างจากชื่อเจ้าของ ยิ่งมองยิ่งสะอาดบริสุทธิ์ไร้มลทิน หลิงเอ๋อร์กลัวเหลือเกินว่าหากนางละสายตา นายสาวผู้นี้จะแปดเปื้อนเอาได้

“กลับเข้ามาเถอะเจ้าค่ะ ให้บ่าวพายให้ดีกว่า”

“แค่พายเรือเก็บดอกบัว หาใช่เรื่องยากเย็น ข้าทำเองได้”

ไป๋เหลียนฮวาคว้าจับก้านบัวสีเขียวสดหักมันออกอย่างชำนาญดอกแล้วดอกเล่า จนไม่ทันได้สังเกตว่าเสียงของสาวใช้ตนเองหายไปตั้งแต่เมื่อใด ต่างจากใครอีกคนที่ยืนมองอยู่ไกล ๆ ซึ่งบัดนี้นิ่งงันเป็นไก่ไม้ไปเสียแล้ว

จ้าวหลงเหว่ยทอดสายตามองทิวทัศน์เบื้องหน้าด้วยหัวใจสั่นระรัว หญิงงามกลางสระบัวในอาภรณ์สีเขียวอ่อนขับเน้นให้ผิวขาวของนางกระจ่างสว่างไสว ใบหน้างดงามหวานล้ำปานล่มเมือง ดวงตากลมใสเปล่งประกายดุจธารดารา รับกับจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากสีระเรื่อที่กำลังแย้มยิ้มไร้เดียงสา

ร่างบอบบางนอนคว่ำหน้าไปกับพื้นเรือ คว้าจับดอกบัวกลางสระอย่างขะมักเขม้นเป็นระยะ ลืมระวังแม้กระทั่งกิริยา ด้วยอาภรณ์ของนางเป็นเสื้อแบบเปิดอก ยามที่หญิงสาวก้มตัวลงไป ก้อนเนื้อขาวอวบก็โผล่ออกมาให้เห็นอยู่รำไร พาให้เลือดในกายฮ่องเต้หนุ่มเดือดพล่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 76

    เถียนเถาฮวารู้สึกราวกับว่าร่างกายไม่ใช่ของตัวเอง เพียงถูกเขาดูดกลืนก็ถึงกับครางเสียงหลง น่าอายเกินไปแล้ว!“เถาเถาเด็กดี ไยไม่ร้องแล้วเล่า”“พี่ชาย อย่าแกล้ง...อื้อ” จางจื่อรุ่ยรระรัวลิ้นร้อนละเลงเล่นยอดปทุมถันจนมันวาววับไปด้วยหยาดน้ำ ทั้งชูชันและสั่นระริกดูเร้าอารมณ์อย่างประหลาด“ให้พี่ชายดูหน่อยว่าเจ้าพร้อมแล้วหรือไม่” เสียงทุ้มแหบพร่ากล่าวพลางเคลื่อนขยับมือแกร่งว่องไว ปลดซับในตัวบางซึ่งเป็นอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกไปให้พ้นทาง บุปผางามฉ่ำน้ำค้างที่ซุกซ่อนอยู่พลันเผยให้เห็นสู่สายตา“งดงามเหลือเกิน”“ท่าน....อื้อ อย่ามองเจ้าค่ะ” “ไม่มองเช่นนั้นให้พี่ชายลิ้มลองดีหรือไม่” จางจื่อรุ่ยใช้น้ำเสียงล่อลวงราวกับว่านางยังเป็นเด็กสาว จนเถาเถียนฮวานึกค้อนเขาอยู่ในใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ตอบสิ่งใด กลางกายกลับรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนที่ลากไล้รุกราน“อื้อ...มะ ไม่”“อืม...หวานจริงเสียด้วย” จางจื่อรุ่ยไล้ปลายลิ้นปาดเลียตามร่องธารรัก ขณะนั้นก็ช้อนสายตาสบประสานกับคนตัวเล็กที่นอนราบอยู่บนเตียง เห็นใบหน้างามแดงจนเป็นสีโลหิตเขาก็ยิ่งเร่งระรัวปลายลิ้นเข้าใส่จนนางกรีดร้องเสียงหลง“อ๊า!! อื้อ

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 75

    หญิงสาวไม่ตอบทำเพียงเดินไปยังกระถางกำยานที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ครั้นใส่ตัวยาทั้งหมดลงไปพร้อมทั้งจุดไฟและปิดฝาครอบ กลิ่นหอมละมุนเจือความยั่วเย้าก็แผ่กำจายอบอวลประหมึ่งมีหมอกควันบางเบากำลังกระตุ้นเร้าบางสิ่งบางอย่างให้ตื่นตัว“ข่าวดีก็คือข้า… อ๊ะ ท่านทำอะไรกัน” เถียนเถาฮวาที่กำลังจะหันมาพูดกับชายหนุ่ม ต้องหยุดเสียงอุทานขึ้นมาก่อนที่ใบหน้าจะแดงระเรื่อแทบจะเป็นสีโลหิต ใครเลยจะรู้นางเพียงเดินไปจุดกำยานครู่เดียวเขาที่แต่งกายชุดขุนนางเต็มยศจะปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมดกันเล่า“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องคิดค้นตัวยาออกมาได้แล้วเป็นแน่…ใช่หรือไม่เถาเถา” “เรื่องนั้นมันก็ใช่ แต่…” จางจื่อรุ่ยเลิกคิ้วเป็นคำถาม แม้หญิงสาวจะมองมาด้วยท่าทีเอียงอาย เขาก็ยิ่งไม่คิดปกปิดเรือนกายกำยำของตนเอง “ข้าต้องบอกก่อนว่ากำยานนี้ต้องใช้เวลาสิบห้าวันถึงจะรู้ผลเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นเราต้องร่วมหอกันตลอดสิบห้าวันเลยหรือไม่!”สิ้นประโยคนั้นคนทั้งคู่ต่างก็นิ่งงันไปในทันที เถียนเถาฮวาอยากจะหัวเราะให้กับความคิดนี้ แต่อีกทางกลับร้อนผ่าวไปทั่วทั้งสรรพางค์ จางจื่อรุ่ยเองก็รู้สึกว่าความคิดของตนเหลวไหลเข้าไปทุกที“ท่านไม่ต้องกังวล

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 74

    หลังจากความสนิทสนมคืนนั้นผ่านไป เถียนเถาฮวาก็ศึกษาตัวยาที่ใช้ในรักษาอาการของเสียนหลงฮ่องเต้ทันที พร้อมกันนั้นก็ตรวจคนไข้ที่ลงขื่อเอาไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนจะติดป้ายเอาปิดทำการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดเอาไว้หน้าร้าน ทำให้ยามนี้นางมีเวลามากพอจะปรุงกำยานออกมาสำเร็จ“คุณหนูช่างร้ายกาจ เพียงสามวันก็สามารถคิดค้นตัวยาสำหรับการรักษาได้แล้ว” “ข้าบอกแล้วอย่างไร ไม่มีโรคใดที่กำยานของคุณหนูของเจ้ารักษาไม่ได้” ลี่ชุนพยักหน้าหงึกหงักพลางกล่าวด้วยความตื่นเต้นยินดี“เช่นนี้คุณหนูก็ไม่จำเป็นต้องทดลองยาแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” “ฮื้ม เหตุใดจะไม่ต้องทดลองเล่า ถ้าไม่ทดลองแล้วข้าจะมีบุตรกับพี่ชายจื่อรุ่ยได้อย่างไร หึ ๆ” เถียนเถาฮวาไม่คิดจะบอกความจริงเรื่องนี้กับชายหนุ่มเด็ดขาด หากเขาไม่ยอมทดลองยากับนาง มิใช่ว่าท่าทีที่นางพยายามแสดงออกไปจะเสียเปล่าหรอกหรือ“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะหุบปากให้สนิทไม่แพ่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด” “เด็กดี วันข้างหน้าบุตรของข้าต้องฝากให้เจ้าช่วยเลี้ยงแล้ว” นายสาวหยอกเย้าสาวใช้ของตนอย่างอารมณ์ดี ที่นางไม่ปิดบังความจริงกับเด็กสาวก็เพราะรู้ดีว่านางไม่มีทางนำเรื่อง

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 73

    ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ทว่าในใจก็นึกกระดากไม่น้อยที่ต้องมาพูดเรื่องระหว่างเขาและนางให้ผู้อื่นฟัง“เช่นนี้นี่เอง แต่เดี๋ยวก่อน ท่านเป็นบุรุษที่มีบุตรได้เช่นนี้แล้วจะทดลองยาอย่างไรเล่า” “กระหม่อมคิดว่าจะให้หมอหลวงจ่ายยาไร้บุตรให้พ่ะย่ะค่ะ” “เหลวไหล! เจ้ากำลังกล่าวสิ่งใดออกมารู้ตัวหรือไม่” พระสุรเสียงทุ้มกร้าวก้องกังวานทั่วห้องทรงพระอักษรทำให้ฝูกงกงที่ยืนรับใช้อยู่ข้างกายโอรสสวรรค์ถึงกับสะดุ้งตกใจเตรียมจะย่อกายคุกเข่า หากแต่จางจื่อรุ่ยยังคงนิ่งสงบ กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม“ฝ่าบาท กระหม่อมรู้ดีว่าพระองค์เป็นห่วงเรื่องใด แต่หากการที่กระหม่อมไม่สามารถมีบุตรได้ทำให้ข่าวลือที่แพร่กระจายอยู่ภายนอกสงบลงทั้งยังเป็นการหาวิธีรักษาฝ่าบาทได้ด้วยก็ถือว่าคุ้มค่านะพ่ะย่ะค่ะ ที่สำคัญกระหม่อมเชื่อในฝีมือของนาง…” จางจื่อรุ่ยมีลางสังหรณ์ว่าการทดลองยาในคราวนี้ต้องออกมาสำเร็จแน่นอน นอกจากฝ่าบาทจะได้ทายาทแล้ว จวนราชครูของเขาก็จะมีผู้สืบทอดไม่เช่นกัน“ยังคงเป็นท่านอาที่หวังดีกับข้าที่สุด ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้วข้าเองก็จะไม่ขัดขวาง” เสียนหลงฮ่องเต้ยิ้มบางพลางกล่าวคำเรียกขานสมัยย

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 72

    หลังจากการประชุมเช้าอันวุ่นวายสิ้นสุดลง เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างก็ทยอยแยกย้าย เห็นจะมีเพียงผู้สำเร็จราชการอย่างจางจื่อรุ่ยที่ถูกรั้งไว้เพียงผู้เดียว“ราชครูจาง ฝ่าบาทรอท่านอยู่ที่ห้องทรงพระอักษร โปรดตามข้าน้อยมาทางนี้ขอรับ” “รบกวนฝูกงกงแล้ว” “มิกล้า ๆ” ขันทีคนสนิทข้างพระวรกายหลงเสียนฮ่องเต้กล่าวเกรงใจค้อมกายด้วยความเคารพ เขารู้ดีว่านายเหนือหัวให้ความสำคัญกับคนผู้นี้มากเพียงใด หากตนไม่ล่วงเกินได้ก็จะเป็นการดีที่สุด“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าบาท” “ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องมากพิธี ท่านนั่งลงก่อนเถอะ” เสียนฮ่องเต้ประทับลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทรงพระอักษรกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง จางจื่อรุ่ยเองก็ไม่คิดเกรงใจอีก ทำเพียงค้อมกายแล้วนั่งลงตามคำสั่งของอีกฝ่ายทันที“ทูลฝ่าบาท ที่กระหม่อมมาวันนี้ก็เพื่อจะแจ้งข่าวว่ากระหม่อมหาตัวหมอเทวดาพบแล้ว” “จริงหรือ! แล้วตอนนี้หมอเทวดาอยู่ที่ใดเล่า ท่านได้พามาด้วยหรือไม่” เสียนหลงฮ่องเต้มีท่าทีดีใจยังปิดไม่มิด นี่เรียกว่าข่าวดีที่สุดตั้งแต่เขาขึ้นครองราชย์ก็ว่าได้“เวลานี้กระหม่อมยังพานางมาพบพระองค์ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ” “นาง…สตรีหรอกหรือ ว่าแต่เหตุใดจึงพา

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 71

    จางจื่อรุ่ยนอนหลับได้เพียงไม่นานท้องฟ้าด้านนอกก็กลายเป็นสีพุงปลา เสียงสกุนาขับขานร้องรับกันเป็นทอดฟังดูไพเราะจับใจ ชายหนุ่มตัดใจผละจากร่างในอ้อมกอดที่ตนคลอเคลียอยู่ค่อนคืนด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมนัก ทว่าหากช้ากว่านี้ก็เกรงจะไปราชสำนักล่าช้าเอาได้“เถาเถา…พี่ชายจะไปแล้วนะ” ไร้เสียงตอบรับจากคนงามที่หลับตาพริ้ม คาดว่านางคงจะอ่อนเพลียอยู่มาก เมื่อคืนนี้นางเองก็ปลดปล่อยไปไม่น้อยไปกว่าเขา…คิดมาถึงตรงนี้กลางกายก็พลันปวดหนึบขึ้นมาอีกคราจนต้องเบนสายตาหนีจากเรือนร่างอ่อนนุ่มตรงหน้าไปเสีย “อื้อ…พี่ชาย ทะ ท่านเหตุใดยังอยู่อีก” “รอเจ้าตื่นก่อน เป็นอย่างไรบ้างยังอ่อนเพลียอยู่ใช่หรือไม่” เถียนเถาฮวาใบหน้าซับสีเลือดในทันทีที่เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ นางไหนเลยจะหน้าหนาพอจะตอบคำถามเขาชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะในลำคอขึ้นมาแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงไปจะจรดปลายจมูกลงบนแก้มนวลพลางกระซิบเสียงพร่า“เถาเถาเด็กดี พี่ชายจะรีบกินยาไร้บุตรโดยเร็ว เจ้าก็เร่งมือปรุงกำยานให้เสร็จเล่า”หญิงสาวย่นคอหนีลมร้อนจากริมฝีปากร้ายที่เขาจงใจยั่วยุอารมณ์นางแต่เช้าอย่างเอียงอาย ไม่คิดเลยว่าการทำความคุ้นเคยของเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status