分享

บทที่ 3

last update publish date: 2026-07-27 16:44:45

“คืนนี้เจ้าต้องเลือกป้าย ฝ่าบาทจะทรงงานอย่างเดียวมิได้ แม่แก่แล้วอยากอุ้มหลานเต็มทน เหตุใดฝ่าบาทไม่สงสารแม่บ้าง”

“ลูกไม่ได้เยี่ยมเยียนวังหลังเพียงหนึ่งเดือน พวกนางก็มาทูลฟ้องต่อหน้าเสด็จแม่แล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ให้พวกนางร้อนใจสิถึงจะแปลก บอกแม่มาเหตุใดเจ้าจึงมอบยาห้ามครรภ์ให้แก่พวกนาง แม้แต่ฮองเฮาเจ้าก็ไม่ละเว้น”

จ้าวหลงเหว่ยหันขวับมองขันทีข้างกาย เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเขากับหมอหลวง ต้องเป็นหลี่กงกงแน่ที่แพร่งพราย ปากไม่มีหูรูด!

“แม่เรียกหมอประจำตัวเจ้ามาถามเอง ตอนแรกคิดไปว่าร่างกายเจ้ามีปัญหา ที่ไหนได้...” ไทเฮายกนิ้วสั่น ๆ ชี้ใบหน้าบุตรชาย นึกโมโหขึ้นมาแล้วจริง ๆ

“เสด็จแม่โปรดระงับโทสะ ลูกเห็นว่าตนเองยังหนุ่มแน่น อีกทั้งสตรีเหล่านั้นก็มิมีผู้ใดเหมาะสมจะเป็นมารดาทายาทมังกรสักคน”

“เจ้า! หากไม่มีบุตรกับพวกนางแล้วเจ้าจะมีบุตรกับผู้ใด”

จ้าวหลงเหว่ยนิ่งงันไร้วาจาจะเอ่ย เพราะตนเองก็หาคำตอบมาให้มารดาไม่ได้เช่นกัน แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้เขาเบื่อหน่ายสตรีในวังหลังยิ่งนัก

“ลูกยังให้คำตอบเสด็จแม่ไม่ได้แต่หากว่าได้ออกจากวังสักครา ลูกอาจจะหาสตรีที่ถูกใจมาให้เสด็จแม่ก็เป็นได้”

ไทเฮาฟังจบเนตรหงส์พลันทอประกายประหลาด ที่แท้บุตรของนางก็เบื่อเล่ห์เหลี่ยมสตรีในวังหลังนี่เอง เมื่อรู้ถึงสาเหตุที่ชายหนุ่มไม่เลือกป้ายตำหนักใดก็ให้คลายใจไปหลายส่วน นึกว่าบุตรชายจะเป็นพวก บุรุษตัดแขนเสื้อ[1] เสียอีก

“เช่นนี้ดียิ่ง ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ฝ่าบาทก็ไม่เคยว่างเว้นราชกิจ คราวนี้ก็ถือโอกาสไปพักผ่อนสักครา ถือว่าได้เยี่ยมเยือนราษฎรไปในคราวเดียว”

“เสด็จแม่จะไปกับลูกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“แม่จะเฝ้าวังให้เจ้าเอง หากแม่ตามเจ้าไปด้วย มีหวังสตรีพวกนั้นได้หาข้ออ้างตามไปกวนใจเจ้าเป็นแน่”

จ้าวหลงเหว่ยใคร่ครวญดูก็เห็นจะจริงตามคำกล่าวของมารดาจึงไม่คิดรบเร้าอีก

ชายหนุ่มคิดเร็วทำเร็ว วันต่อมากว่าเหล่าขุนนางและสนมวังหลังจะได้รับแจ้งข่าวฮ่องเต้ออกเยี่ยมเยียนราษฎร เจ้าของวังหลวงก็เดินทางออกจากเมืองหลวงไปไกลเสียแล้ว

“ตั้งแต่เราขึ้นครองราชย์เมืองเฟิงฟู่ไม่เคยขาดส่งภาษีสักปี เจ้าเมืองไป๋ทำงานได้ดีจริง ๆ”

“เป็นเพราะบารมีของฝ่าบาท ทำให้เมืองเฟิงฟู่รอดพ้นทุกวิกฤตไปได้พ่ะย่ะค่ะ”

“ตบก้นม้า[2] ให้มันน้อย ๆ หน่อย หากเป็นเพราะบารมีของโอรสสวรรค์ ทั่วทั้งใต้หล้าคงสงบสุขไปตั้งนานแล้ว”

จ้าวหลงเหว่ยกล่าวพลางยกชาขึ้นจิบ มืออีกข้างสะบัดผ้าม่านข้างรถขึ้นมองทิวทัศน์ข้างทางอย่างผ่อนคลาย

“แปลกยิ่งนัก นี่ยังไม่ถึงเมืองเฟิงฟู่อากาศก็เปลี่ยนเป็นเย็นสบายได้ถึงเพียงนี้”

“กระหม่อมนึกว่าตัวเองรู้สึกไปเองผู้เดียวเสียอีกพ่ะย่ะค่ะ”

จ้าวหลงเหว่ยยกยิ้มพึงใจ ยังไม่ทันเข้าเมืองก็ทำให้เขาผ่อนคลายได้ถึงเพียงนี้ เห็นทีการพักผ่อนครานี้คงสะสางฎีกาน่าปวดหัวได้อีกเป็นกอง

“ฝ่าบาท กำลังจะเข้าประตูเมืองแล้ว กระหม่อมส่งคนไปรายงานให้เจ้าเมืองทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“นำขบวนเข้าไป บอกองครักษ์ที่เหลือแยกย้าย เข้าแถวผ่านประตูให้ดีอย่าได้เอิกเกริก” ก่อนหน้านี้เขาได้ส่งคนมากำชับเจ้าเมืองไป๋ไว้แล้วว่าตนมาในฐานะขุนนางตรวจการเท่านั้น หาได้มาในฐานะฮ่องเต้ไม่

ครั้นรถม้าผ่านเข้าประตูเมืองไป เห็นคนนับสิบยืนอยู่ไม่ไกลคาดว่าคงจะเป็นเจ้าเมืองไป๋และผู้ติดตาม ฮ่องเต้หนุ่มไม่รอให้หลี่กงกงมาประคอง ขายาวก้าวลงจากรถม้าในทันที ปล่อยขันทีร่างท้วมไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดี ไม่วายได้ยินเสียงร้อนใจดังมา

“ฝ่าบาท...เอ่อ ไต้เท้า ระวังขอรับ”

“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

เจ้าเมืองไป๋ไม่ได้คุกเข่าลงไป เพราะถูกกำชับไว้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงขุนนางตรวจการ จึงใช้เพียงวาจาและท่วงท่าคำนับที่ดูจะทางการเป็นพิเศษ

“ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องมากพิธีต่อจากนี้ให้ทุกท่านเรียกเราว่าใต้เท้าจ้าว”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ ไต้เท้าจ้าวเดินทางมาคงเหนื่อยแย่แล้ว ผู้น้อยจะนำทางไปยังจวนนะขอรับ”

ไป๋จงซาน รีบค้อมกายนำทางไปยังจวนเจ้าเมืองของตน ครั้นจ้าวหลงเหว่ยมาถึงก็ให้ถูกใจนัก จวนหลังไม่เล็กไม่ใหญ่รายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เบื้องหลังยังมีป่าไผ่และศาลาริมน้ำ นึกเสียดายที่นำฎีกาติดกายมาน้อยเกินไป

“พ่อบ้านหลี่ตกรางวัล”

“ขอรับ”

หลี่กงกงรีบยื่นกล่องไม้หนานมู่ที่ด้านในบรรจุทองคำเรียงรายจนตาพร่าส่งให้เจ้าเมืองไป๋ ฝ่ายคนได้รับรางวัลก็รีบก้มหน้าขอบคุณเป็นพัลวัน ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบางอย่างราวกับเพิ่งนึกขึ้นมาได้

“เอ่อ...หากไต้เท้ายังไม่เหนื่อยล้าเกินไป ผู้น้อยมีที่ที่หนึ่งที่อยากแนะนำขอรับ”

“หืม...ยังมีที่ที่งดงามกว่านี้อีกหรือ”

คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างสนใจ การเดินทางจากเมืองหลวงถึงเมืองเฟิงฟู่ใช้เวลาเพียงสามวัน ตลอดทางมานี้เขาแวะพักเป็นระยะ ร่างกายจึงไม่เหนื่อยล้าแม้แต่น้อย

“ใช่ขอรับ ทิวทัศน์ที่นั่นเรียกได้ว่างดงามอย่างแท้จริง”

“ท่านกล่าวมาเช่นนี้ เราก็ชักอยากจะรู้แล้วว่าเป็นที่ใดกัน”

“ห่างจากที่นี่ไปเพียงแปดลี้[3] เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ชานเมืองฝั่งตะวันออก นามว่า เหลียนฮวา พ่ะย่ะค่ะ”

[1] บุรุษตัดแขนเสื้อ หมายถึง กลุ่มชายรักชาย

[2] ตบก้นม้า หมายถึง ประจบสอพลอ

[3] แปดลี้ เท่ากับ สี่กิโลเมตร

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 76

    เถียนเถาฮวารู้สึกราวกับว่าร่างกายไม่ใช่ของตัวเอง เพียงถูกเขาดูดกลืนก็ถึงกับครางเสียงหลง น่าอายเกินไปแล้ว!“เถาเถาเด็กดี ไยไม่ร้องแล้วเล่า”“พี่ชาย อย่าแกล้ง...อื้อ” จางจื่อรุ่ยรระรัวลิ้นร้อนละเลงเล่นยอดปทุมถันจนมันวาววับไปด้วยหยาดน้ำ ทั้งชูชันและสั่นระริกดูเร้าอารมณ์อย่างประหลาด“ให้พี่ชายดูหน่อยว่าเจ้าพร้อมแล้วหรือไม่” เสียงทุ้มแหบพร่ากล่าวพลางเคลื่อนขยับมือแกร่งว่องไว ปลดซับในตัวบางซึ่งเป็นอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกไปให้พ้นทาง บุปผางามฉ่ำน้ำค้างที่ซุกซ่อนอยู่พลันเผยให้เห็นสู่สายตา“งดงามเหลือเกิน”“ท่าน....อื้อ อย่ามองเจ้าค่ะ” “ไม่มองเช่นนั้นให้พี่ชายลิ้มลองดีหรือไม่” จางจื่อรุ่ยใช้น้ำเสียงล่อลวงราวกับว่านางยังเป็นเด็กสาว จนเถาเถียนฮวานึกค้อนเขาอยู่ในใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ตอบสิ่งใด กลางกายกลับรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนที่ลากไล้รุกราน“อื้อ...มะ ไม่”“อืม...หวานจริงเสียด้วย” จางจื่อรุ่ยไล้ปลายลิ้นปาดเลียตามร่องธารรัก ขณะนั้นก็ช้อนสายตาสบประสานกับคนตัวเล็กที่นอนราบอยู่บนเตียง เห็นใบหน้างามแดงจนเป็นสีโลหิตเขาก็ยิ่งเร่งระรัวปลายลิ้นเข้าใส่จนนางกรีดร้องเสียงหลง“อ๊า!! อื้อ

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 75

    หญิงสาวไม่ตอบทำเพียงเดินไปยังกระถางกำยานที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ครั้นใส่ตัวยาทั้งหมดลงไปพร้อมทั้งจุดไฟและปิดฝาครอบ กลิ่นหอมละมุนเจือความยั่วเย้าก็แผ่กำจายอบอวลประหมึ่งมีหมอกควันบางเบากำลังกระตุ้นเร้าบางสิ่งบางอย่างให้ตื่นตัว“ข่าวดีก็คือข้า… อ๊ะ ท่านทำอะไรกัน” เถียนเถาฮวาที่กำลังจะหันมาพูดกับชายหนุ่ม ต้องหยุดเสียงอุทานขึ้นมาก่อนที่ใบหน้าจะแดงระเรื่อแทบจะเป็นสีโลหิต ใครเลยจะรู้นางเพียงเดินไปจุดกำยานครู่เดียวเขาที่แต่งกายชุดขุนนางเต็มยศจะปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมดกันเล่า“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องคิดค้นตัวยาออกมาได้แล้วเป็นแน่…ใช่หรือไม่เถาเถา” “เรื่องนั้นมันก็ใช่ แต่…” จางจื่อรุ่ยเลิกคิ้วเป็นคำถาม แม้หญิงสาวจะมองมาด้วยท่าทีเอียงอาย เขาก็ยิ่งไม่คิดปกปิดเรือนกายกำยำของตนเอง “ข้าต้องบอกก่อนว่ากำยานนี้ต้องใช้เวลาสิบห้าวันถึงจะรู้ผลเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นเราต้องร่วมหอกันตลอดสิบห้าวันเลยหรือไม่!”สิ้นประโยคนั้นคนทั้งคู่ต่างก็นิ่งงันไปในทันที เถียนเถาฮวาอยากจะหัวเราะให้กับความคิดนี้ แต่อีกทางกลับร้อนผ่าวไปทั่วทั้งสรรพางค์ จางจื่อรุ่ยเองก็รู้สึกว่าความคิดของตนเหลวไหลเข้าไปทุกที“ท่านไม่ต้องกังวล

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 74

    หลังจากความสนิทสนมคืนนั้นผ่านไป เถียนเถาฮวาก็ศึกษาตัวยาที่ใช้ในรักษาอาการของเสียนหลงฮ่องเต้ทันที พร้อมกันนั้นก็ตรวจคนไข้ที่ลงขื่อเอาไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนจะติดป้ายเอาปิดทำการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดเอาไว้หน้าร้าน ทำให้ยามนี้นางมีเวลามากพอจะปรุงกำยานออกมาสำเร็จ“คุณหนูช่างร้ายกาจ เพียงสามวันก็สามารถคิดค้นตัวยาสำหรับการรักษาได้แล้ว” “ข้าบอกแล้วอย่างไร ไม่มีโรคใดที่กำยานของคุณหนูของเจ้ารักษาไม่ได้” ลี่ชุนพยักหน้าหงึกหงักพลางกล่าวด้วยความตื่นเต้นยินดี“เช่นนี้คุณหนูก็ไม่จำเป็นต้องทดลองยาแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” “ฮื้ม เหตุใดจะไม่ต้องทดลองเล่า ถ้าไม่ทดลองแล้วข้าจะมีบุตรกับพี่ชายจื่อรุ่ยได้อย่างไร หึ ๆ” เถียนเถาฮวาไม่คิดจะบอกความจริงเรื่องนี้กับชายหนุ่มเด็ดขาด หากเขาไม่ยอมทดลองยากับนาง มิใช่ว่าท่าทีที่นางพยายามแสดงออกไปจะเสียเปล่าหรอกหรือ“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะหุบปากให้สนิทไม่แพ่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด” “เด็กดี วันข้างหน้าบุตรของข้าต้องฝากให้เจ้าช่วยเลี้ยงแล้ว” นายสาวหยอกเย้าสาวใช้ของตนอย่างอารมณ์ดี ที่นางไม่ปิดบังความจริงกับเด็กสาวก็เพราะรู้ดีว่านางไม่มีทางนำเรื่อง

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 73

    ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ทว่าในใจก็นึกกระดากไม่น้อยที่ต้องมาพูดเรื่องระหว่างเขาและนางให้ผู้อื่นฟัง“เช่นนี้นี่เอง แต่เดี๋ยวก่อน ท่านเป็นบุรุษที่มีบุตรได้เช่นนี้แล้วจะทดลองยาอย่างไรเล่า” “กระหม่อมคิดว่าจะให้หมอหลวงจ่ายยาไร้บุตรให้พ่ะย่ะค่ะ” “เหลวไหล! เจ้ากำลังกล่าวสิ่งใดออกมารู้ตัวหรือไม่” พระสุรเสียงทุ้มกร้าวก้องกังวานทั่วห้องทรงพระอักษรทำให้ฝูกงกงที่ยืนรับใช้อยู่ข้างกายโอรสสวรรค์ถึงกับสะดุ้งตกใจเตรียมจะย่อกายคุกเข่า หากแต่จางจื่อรุ่ยยังคงนิ่งสงบ กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม“ฝ่าบาท กระหม่อมรู้ดีว่าพระองค์เป็นห่วงเรื่องใด แต่หากการที่กระหม่อมไม่สามารถมีบุตรได้ทำให้ข่าวลือที่แพร่กระจายอยู่ภายนอกสงบลงทั้งยังเป็นการหาวิธีรักษาฝ่าบาทได้ด้วยก็ถือว่าคุ้มค่านะพ่ะย่ะค่ะ ที่สำคัญกระหม่อมเชื่อในฝีมือของนาง…” จางจื่อรุ่ยมีลางสังหรณ์ว่าการทดลองยาในคราวนี้ต้องออกมาสำเร็จแน่นอน นอกจากฝ่าบาทจะได้ทายาทแล้ว จวนราชครูของเขาก็จะมีผู้สืบทอดไม่เช่นกัน“ยังคงเป็นท่านอาที่หวังดีกับข้าที่สุด ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้วข้าเองก็จะไม่ขัดขวาง” เสียนหลงฮ่องเต้ยิ้มบางพลางกล่าวคำเรียกขานสมัยย

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 72

    หลังจากการประชุมเช้าอันวุ่นวายสิ้นสุดลง เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างก็ทยอยแยกย้าย เห็นจะมีเพียงผู้สำเร็จราชการอย่างจางจื่อรุ่ยที่ถูกรั้งไว้เพียงผู้เดียว“ราชครูจาง ฝ่าบาทรอท่านอยู่ที่ห้องทรงพระอักษร โปรดตามข้าน้อยมาทางนี้ขอรับ” “รบกวนฝูกงกงแล้ว” “มิกล้า ๆ” ขันทีคนสนิทข้างพระวรกายหลงเสียนฮ่องเต้กล่าวเกรงใจค้อมกายด้วยความเคารพ เขารู้ดีว่านายเหนือหัวให้ความสำคัญกับคนผู้นี้มากเพียงใด หากตนไม่ล่วงเกินได้ก็จะเป็นการดีที่สุด“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าบาท” “ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องมากพิธี ท่านนั่งลงก่อนเถอะ” เสียนฮ่องเต้ประทับลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทรงพระอักษรกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง จางจื่อรุ่ยเองก็ไม่คิดเกรงใจอีก ทำเพียงค้อมกายแล้วนั่งลงตามคำสั่งของอีกฝ่ายทันที“ทูลฝ่าบาท ที่กระหม่อมมาวันนี้ก็เพื่อจะแจ้งข่าวว่ากระหม่อมหาตัวหมอเทวดาพบแล้ว” “จริงหรือ! แล้วตอนนี้หมอเทวดาอยู่ที่ใดเล่า ท่านได้พามาด้วยหรือไม่” เสียนหลงฮ่องเต้มีท่าทีดีใจยังปิดไม่มิด นี่เรียกว่าข่าวดีที่สุดตั้งแต่เขาขึ้นครองราชย์ก็ว่าได้“เวลานี้กระหม่อมยังพานางมาพบพระองค์ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ” “นาง…สตรีหรอกหรือ ว่าแต่เหตุใดจึงพา

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 71

    จางจื่อรุ่ยนอนหลับได้เพียงไม่นานท้องฟ้าด้านนอกก็กลายเป็นสีพุงปลา เสียงสกุนาขับขานร้องรับกันเป็นทอดฟังดูไพเราะจับใจ ชายหนุ่มตัดใจผละจากร่างในอ้อมกอดที่ตนคลอเคลียอยู่ค่อนคืนด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมนัก ทว่าหากช้ากว่านี้ก็เกรงจะไปราชสำนักล่าช้าเอาได้“เถาเถา…พี่ชายจะไปแล้วนะ” ไร้เสียงตอบรับจากคนงามที่หลับตาพริ้ม คาดว่านางคงจะอ่อนเพลียอยู่มาก เมื่อคืนนี้นางเองก็ปลดปล่อยไปไม่น้อยไปกว่าเขา…คิดมาถึงตรงนี้กลางกายก็พลันปวดหนึบขึ้นมาอีกคราจนต้องเบนสายตาหนีจากเรือนร่างอ่อนนุ่มตรงหน้าไปเสีย “อื้อ…พี่ชาย ทะ ท่านเหตุใดยังอยู่อีก” “รอเจ้าตื่นก่อน เป็นอย่างไรบ้างยังอ่อนเพลียอยู่ใช่หรือไม่” เถียนเถาฮวาใบหน้าซับสีเลือดในทันทีที่เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ นางไหนเลยจะหน้าหนาพอจะตอบคำถามเขาชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะในลำคอขึ้นมาแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงไปจะจรดปลายจมูกลงบนแก้มนวลพลางกระซิบเสียงพร่า“เถาเถาเด็กดี พี่ชายจะรีบกินยาไร้บุตรโดยเร็ว เจ้าก็เร่งมือปรุงกำยานให้เสร็จเล่า”หญิงสาวย่นคอหนีลมร้อนจากริมฝีปากร้ายที่เขาจงใจยั่วยุอารมณ์นางแต่เช้าอย่างเอียงอาย ไม่คิดเลยว่าการทำความคุ้นเคยของเ

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status